บทที่ 19 หลอกเ้าก้อนแป้งไปฆ่า
นี่... แบบนี้ก็ผ่านด้วยหรือ?
เ้าก้อนแป้งรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย นางแอบชำเลืองมองพี่ชายด้วยความรู้สึกผิด พลางยกมือน้อย ๆ มาลูบศีรษะเล็ก ๆ ของตนเอง
ในยามนี้ เ้าหนูอ้วนที่มักรู้สึกว่าสมองของตนเองมีไม่เพียงพอ แม้จะยังไม่สามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ แต่ก็นับว่าััได้ถึงสิ่งที่เรียกว่า 'สติปัญญาที่เหนือชั้นกว่าจนน่าบดขยี้'
ทั้งสองคนพูดคุยกันไม่หยุด จูจูยิ่งพูดยิ่งมีความมั่นใจ ขาสั้น ๆ ส่ายไปมาอย่างสบายอารมณ์
ส่วนองค์ชายเจ็ดเพื่อที่จะระงับความตื่นเต้น ทุกครั้งที่ก้มหน้าลงก็จะเห็นขาสั้น ๆ ของนางส่ายไปมา ในรองเท้าคู่เล็ก ๆ นั้นมีเท้าป้อม ๆ ที่ดูนุ่มนิ่ม น่าบีบเป็ที่สุด
ในที่สุดองค์ชายเจ็ดก็ทนไม่ไหว มือใหญ่คว้าหมับเข้าที่เท้าเล็ก ๆ ของนาง แล้วโพล่งออกมาว่า
"ห้ามทำตัวน่ารัก!"
เ้าก้อนแป้งชะงัก "เอ๋?"
ใบหน้าขององค์ชายเจ็ดแดงก่ำขึ้นมาทันที เขาลุกขึ้นยืนพรวด เดินวนไปวนมารอบห้องอย่างวุ่นวาย จากนั้นจู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงรีบพุ่งไปเปิดหีบใบหนึ่ง คว้าของบางอย่างออกมาแล้วยัดใส่มือจูจู พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ ว่า
"นี่คือสิ่งที่ท่านแม่ข้ามอบให้เ้า"
เขาตั้งสติแล้วกล่าวต่อ "ท่านแม่บอกว่า วันนั้นม้าแดงตัวน้อยของเ้าเปื้อน ท่านจึงทำของเล่นชิ้นนี้ให้"
จูจูงุนงงเล็กน้อย พยายามใช้สองมือน้อย ๆ โอบกอดมันไว้
แม่นมรีบเข้ามาช่วยรับไป แล้วนำมาให้นางดู
มันคือตุ๊กตากระต่ายตัวใหญ่ที่ทำจากขนจิ้งจอกแดง ยัดด้วยนุ่น ทำหูยาว เท้าใหญ่ และปากสามแฉก ที่โคนหูยังมีดอกไม้ผูกไว้ ดวงตาใช้หยกดำสองชิ้นเย็บเข้าไป เดิมทีเป็เพียงลูกปัดหยกดำ แต่เพราะมีการปักมุมตาให้แหลม จึงดูมีชีวิตชีวาและน่ารักเป็พิเศษ
จูจูรู้สึกประหลาดใจและดีใจมาก นางจึงกางแขนออกรับพลางกล่าวว่า
"ขอบคุณพี่ชาย ขอบคุณพระสนม น้องต่ายน่ายัก จูจูชอบ ๆ!"
ลี่จืออุ้มนางลงมา แล้วจึงวางตุ๊กตากระต่ายลงในอ้อมกอดของนาง
ตุ๊กตากระต่ายตัวใหญ่มาก เล็กกว่าจูจูเพียงนิดเดียวเท่านั้น พอนางกอดไว้ก็แทบจะมองไม่เห็นตัวคน เวลาขาสั้น ๆ ขยับ ดูไม่เหมือนนางกำลังเดิน แต่เหมือนตุ๊กตากระต่ายกำลังเดินมากกว่า หากมองดูดี ๆ ถึงจะเห็นมือน้อย ๆ สองข้างที่พยายามเกาะอยู่ข้างขนตุ๊กตากระต่าย
ก็ดูน่ารัก... อยู่บ้าง
องค์ชายเจ็ดเบือนหน้าหนี
ทันใดนั้นก็ได้ยินบ่าวรับใช้พากันบอกว่า "คุณชายใหญ่กลับมาแล้วเ้าค่ะ"
จูจูร้อง "อื้อ" แล้วเดินไปทางนั้นสองสามก้าว อยากจะมองดูพี่ชาย แต่ก็กลัวว่าน้องต่ายจะเปื้อนพื้น จึงโก่งตัวน้อย ๆ ขึ้น พยายามเอียงคอเพื่อมอง
พริบตาต่อมา ก็มีมือหนึ่งก็หยิบตุ๊กตากระต่ายตัวใหญ่ออกไป พร้อมกับยิ้มแล้วเรียก
"จูจู"
อุ้มอยู่เพียงครู่เดียว จูจูก็เหนื่อยจนเหงื่อซึมออกมาแล้ว นางโผเข้าหาเขาด้วยความตื่นเต้น
"พี่จ๋า! กลับมาแย้ว!"
เซิ่งิหลินใช้มือข้างหนึ่งหิ้วหูกระต่ายให้ห่างออกไป ส่วนอีกข้างโอบกอดน้องสาวไว้ พร้อมกับพยักหน้าทักทายองค์ชายเจ็ด พลางลูบศีรษะของนาง
"ทำไมไม่หวีผมล่ะ?"
เ้าก้อนแป้งตอบว่า "จูจูรีบอยากเจอพี่จ๋า ไม่มีเวลาหวีผม"
เซิ่งิหลินจึงให้แม่นมช่วยอุ้มตุ๊กตากระต่ายไว้ ส่วนเขานั่งลงบนเก้าอี้ ดึงนางมาไว้ข้างกาย แล้วสั่งให้คนนำหวีมา จากนั้นจึงมัดผมแกละสองข้างให้นางด้วยท่าทางที่ยังไม่คล่องนัก
เมื่อเทียบกับมวยผมเล็ก ๆ ขนาดเท่าพุทราที่ทำเป็ปกติแล้ว ผมแกละดูน่ารักกว่ามาก และเพราะปกติมัดมวยผมบ่อย ผมแกละจึงมีความโค้งงอเล็กน้อย ดูน่ารักน่าเอ็นดู และมักจะปัดโดนใบหูอยู่เสมอ
จูจูยื่นมือไปลูบผมตัวเอง แล้วยิ้มจนเห็นฟันให้พี่ชายทั้งสองคน
องค์ชายเจ็ดรู้สึกว่าทุกคนคงลืมคำพูดของเขาไปแล้ว ความแดงบนใบหน้าจึงจางลง กลับมาดูสุขุมเคร่งขรึมและภูมิฐานขึ้นมาอีกครั้ง
เซิ่งิหลินเงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง แล้วใช้นิ้วจิ้มศีรษะเล็ก ๆ ของเ้าก้อนแป้งตัวน้อย พร้อมกับแกล้งพูดว่า
"จูจู ลองไปถามพี่เจ็ดดูสิว่า น้องต่ายน่ารักกว่า หรือจูจูน่ารักกว่า?"
ใบหน้าขององค์ชายเจ็ดแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง แดงลามไปจนถึงใบหู
จูจูไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ นางรีบวิ่งเข้าไป เงยหน้าถามว่า
"พี่เจ็ด จูจูน่ายักกว่า หรือน้องต่ายน่ายักกว่าเ้าคะ?"
ต่อหน้าเซิ่งิหลิน องค์ชายเจ็ดไม่กล้าทำอะไรเกินเลย เขาหายใจเข้าลึก ๆ อยู่พักหนึ่ง จึงตอบด้วยรอยยิ้มที่ดูไม่เป็ธรรมชาติว่า
"แน่นอนว่า... จูจูน่ารักกว่า"
จูจูดีใจจนกางแขนะโโลดเต้น องค์ชายเจ็ดใช้ร่างกายตอบสนองเร็วกว่าสมอง เขาโน้มตัวลงมา เ้าก้อนแป้งจึงหอมแก้มเขาดัง จุ๊บ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงใสซื่อว่า
"พี่ชายก็น่ายัก"
องค์ชายเจ็ดที่ถูกคำหวานและความน่ารักจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว "..."
เซิ่งิหลินรอจนเ้าก้อนแป้งน้อยะโกลับมา จึงใช้หวีจัดผมปอยเล็ก ๆ ข้างแก้มให้นาง พร้อมกับยิ้มแล้วกล่าวว่า
"แม่ทัพใหญ่เซี่ยรักจูจูที่สุด พี่เจ็ดก็รักจูจูที่สุด พี่เจ็ดนับว่าเดินตามรอยท่านเทพาแล้วนะ"
องค์ชายเจ็ดถึงกับพูดไม่ออกอีกครั้ง
ไม่รู้ทำไม พอพูดแบบนี้แล้ว ในใจกลับรู้สึกดีขึ้นมากจริง ๆ
เซิ่งิหลินมองการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของเขา แล้วจู่ ๆ ก็มีความรู้สึกเหมือน 'เมื่อขึ้นถึงยอดเขา ย่อมเห็นหมู่เขาลดหลั่นเป็เพียงสิ่งเล็กน้อย'
ข้านี่ฉลาดจริง ๆ ส่วนคนอื่น ๆ... โดยเฉพาะคนตรงหน้านี้ ช่างโง่งมจนน่าสงสารเสียจริง
เมื่อครู่ตอนที่เขากลับมา พอได้ยินว่าองค์ชายเจ็ดมาถึงแล้วและจูจูอยู่ที่นี่ เขาก็ใจนแทบไม่ได้เก็บหนังสือ รีบตรงมาที่นี่ทันที เพราะกลัวว่าบ่าวรับใช้จะสะเพร่า แล้วองค์ชายเจ็ดจะฉวยโอกาสลงมือชั่วร้าย
แต่ผลคือ ยังไม่ทันเดินเข้าลานบ้าน ก็ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน
จะว่าอย่างไรดี คนเรามักกลัวการเปรียบเทียบ การที่อยากทำร้ายคนอื่นแต่สมองไม่เพียงพอนี่ก็น่าเวทนาจริง ๆ หากเขาหลอกเ้าก้อนแป้งน้อยออกไปฆ่าจริง ๆ ใครจะเป็ฝ่ายเสียเปรียบกันแน่ก็ไม่แน่
เขาแอบถอนหายใจในใจ ขณะที่ทั้งสองคนพูดคุยกันเื่ทั่วไป
ครู่ต่อมา พระชายาตวนอ๋องก็กลับมาและแวะมาหาที่นี่ด้วย
จูจูลืมคำพูดของเหอป่าวไปนานแล้ว โชคดีที่บ่าวรับใช้ข้างกายไม่ได้พึ่งพาไม่ได้ขนาดนั้น จึงได้ถ่ายทอดคำพูดของเหอป่าวให้พระชายาตวนอ๋องทราบ
พ่อบ้านอยู่ในเหตุการณ์พอดี และเริ่มจัดการเื่เรือนพักแล้ว
สหายร่วมศึกษาสี่คนต้องพักอยู่ด้วยกัน ส่วนท่านอาจารย์สายบุ๋นและท่านอาจารย์สายบู๊ต้องมีเรือนพักคนละหลัง แม้พวกเขาจะไม่ได้ค้างคืนบ่อย ๆ แต่ก็ต้องมีสถานที่ไว้
โชคดีที่จวนตวนอ๋องมีพื้นที่กว้างขวางและมีเรือนพักมากมาย มิฉะนั้นหากมีคนมาพร้อมกันมากขนาดนี้ คงจัดสรรที่ทางไม่ถูก
เซิ่งิหลินฟังการจัดการของพระชายาตวนอ๋อง พลางใช้นิ้วจิ้มศีรษะเล็ก ๆ ของเ้าก้อนแป้งตัวน้อย ในใจคิดว่า เ้าช่างนำเื่ยุ่งยากกลับมาให้ที่บ้านจริง ๆ
ปกติแล้วแทบไม่มีองค์ชายท่านใดมาเล่าเรียนที่บ้านขุนนาง ไม่เพียงแต่จะมีสหายร่วมศึกษาและท่านอาจารย์ตามมาด้วย แต่ยังนำความยุ่งยากตามมาอีกมากมาย
จะคุมเข้มหรือปล่อยปละละเลย จะเรียนดีหรือเรียนแย่ ล้วนเป็เื่ยุ่งยากทั้งสิ้น อีกทั้งสหายร่วมศึกษาก็มีครอบครัว การติดต่อสื่อสารกัน ไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ก็ล้วนเป็เื่ยุ่งยาก
โชคดีที่เื่เหล่านี้ไม่ใช่หน้าที่ของเขาที่ต้องกังวล รอให้ตวนอ๋องกลับมาปวดศีรษะเอาเองเถอะ อย่างไรเสียก็เป็เื่ยุ่งยากที่ลูกสาวเขานำมา ในฐานะบิดาหากไม่จัดการแล้วใครจะจัดการ
แต่บางที ท่านพ่ออาจจะไม่รู้สึกว่านี่เป็เื่ยุ่งยากเลยก็ได้
จูจูฟังอยู่ตลอด จากนั้นจู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงเดินเข้าไปดึงชายเสื้อของท่านแม่
"มีพี่สี่ด้วยเ้าค่ะ! ท่านแม่ ท่านลืมแบ่งที่พักให้พี่สี่แย้ว!"
พระชายาตวนอ๋องยิ้มแล้วกล่าวว่า "พี่สี่ของเ้ามีภรรยาแล้ว เขาไม่มาพักที่เรือนเราหรอกลูก"
"ไม่เปงไย" จูจูกล่าว "ให้ท่านลุงฮ่องเต้ช่วยได้"
พระชายาตวนอ๋องหัวเราะร่า "ได้สิ ถ้าอย่างนั้นเ้าก็ไปหาท่านลุงฮ่องเต้เพื่อให้ออกราชโองการเถอะ"
จูจูพยักหน้า "อื้อ!"
เซิ่งิหลิน "..."
เขาถึงกับพูดไม่ออกจริง ๆ
ท่านช่วยสั่งสอนนางทีเถอะ! สั่งสอนนาง สั่งสอนนาง สั่งสอนนางที!
ท่านเป็มารดา แต่ไม่สอนลูกว่าเื่ใดควรทำ เื่ใดไม่ควรทำ ท่านไม่รู้สึกว่าตนเองบกพร่องในหน้าที่หรืออย่างไร?
ความจริงเขาไม่อยากจะเข้าไปก้าวก่ายเื่นี้เลย แต่เขาทนดูไม่ได้ หลังจากอดทนอยู่นาน ในที่สุดก็ทนไม่ไหว อุ้มเ้าก้อนแป้งมาวางบนตัก
"จูจู พี่จะสอนเ้า เ้าจะเอาแต่ใจกับท่านลุงฮ่องเต้ตลอดไม่ได้ และห้ามเอาแต่ใจกับใครทั้งนั้น การเอาแต่ใจเป็สิ่งไม่ดี"
จูจูไม่เข้าใจ เอียงคอถาม "เพราะอาไย?"
เซิ่งิหลินปลอบนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"จูจูเป็เด็กดีที่น่ารักที่สุดในใต้หล้า เสื้อผ้าของจูจูก็เป็เสื้อผ้าที่สวยที่สุดในใต้หล้า หากดื้อรั้นเอาแต่ใจจนทำเสื้อผ้าเปื้อน ช่นนั้นจะไม่กลายเป็เด็กที่ไม่น่ารักหรอกหรือ?"