หลังจากเวลาล่วงเลยไปอีก 3 วัน ในที่สุดกำหนดการเดินทางไปยังเมืองชายแดนของจวนประจิมก็มาถึง เย่ชิงหยางผู้ซึ่งเป็แม่ทัพรีบนำขบวนไปรับองค์ชาย 3 และองค์หญิงหยุนฉางเยว่ที่วังในทันที
ส่วนทางฝั่งของเย่หยุนซี บัดนี้เขากำลังเตรียมความพร้อมของตนเองอยู่ที่ห้องพัก
“ปั้งๆ!”
“ระดับหลอมรวมขั้นที่ 2”
“ระดับหลอมรวมขั้นที่ 3”
“ฝู่! ทักษะบ่มเพาะัหยินหยางช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก ข้าแทบไม่ต้องใช้สมุนไพรหรือเม็ดยาก็สามารถเลื่อนระดับพลังได้ง่ายๆ” เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นพลางกล่าวกับตัวเอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“เหอะๆอย่าพึ่งหลงระเริงไป การที่เลื่อนขั้นได้ง่ายๆก็เพราะเ้าอยู่ในระดับที่ต่ำมาก........รอให้ไปถึงระดับเซียนเ้าจะได้พบกับความยากลำบากอย่างแท้จริง” เสียงของเทพธิดาเซียนเหยาดังขึ้นมา
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ.......ว่าแต่ท่านมีภารกิจอะไรให้ข้าบ้างหรือเปล่า?” เย่หยุนซีเอ่ยถาม
“โอ้ ถึงขนาดขอภารกิจด้วยตนเองเช่นนี้นับว่ามีพัฒนาการอยู่บ้าง”
“อืม..........ถ้างั้นเอาไป 2 ภารกิจก็แล้วกัน ภารกิจแรกกลั่นสุราทิพย์หนึ่งชนิด ส่วนภารกิจที่สองตามเกี้ยวว่าที่ภรรยาจนกว่านางจะมีใจให้” เทพธิดาเซียนเหยากล่าวหลังจากครุ่นคิดอยู่พักใหญ่
“หา! ล้อกันเล่นใช่ไหม!” เย่หยุนซีอุทานดังลั่น
“ข้าล้อเ้าเล่นที่ไหนกัน ในฐานะศิษย์ของเซียนกระบี่เมามายหากกลั่นสุราทิพย์ไม่ได้ถือเป็เื่ที่น่าอับอายยิ่ง ส่วนการเกี้ยวว่าที่ภรรยาเองก็ถือเป็สิ่งที่เ้าควรกระทำอยู่แล้ว” นางกล่าวออกมาอีกครั้ง
“หึ! ท่านตั้งใจออกภารกิจมาแกล้งข้าชัดๆ” เด็กหนุ่มทำหน้ามุ่ยราวกับกำลังไม่พอใจ
“เ้ามีทางเลือกเสียที่ไหน ในเมื่อข้าออกภารกิจแล้วเ้าก็ต้องทำ ไม่เช่นนั้นตัวข้าจะปิดผนึกหอคอยหยินหยางและไม่ออกมาให้คำปรึกษาเ้าอีกต่อไป” เทพธิดาเซียนเหยากล่าวอย่างเด็ดขาด
เย่หยุนซีถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ “ก็ได้ๆ แต่ท่านต้องรอหน่อยนะขอรับ ภารกิจอย่างที่สองไม่ใช่เื่ง่ายเลยสักนิด”
“คิกคิก ตกลงตามนั้น” พูดจบ! เทพธิดาเซียนเหยาก็ทำการส่งวิธีหมักและกลั่นสุราทิพย์นับร้อยชนิดให้กับเด็กหนุ่มโดยไม่คิดรอช้า
ซึ่งในเวลาต่อมาอีกประมาณครึ่งชั่วยามเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงสตรีที่ฟังดูน่าคุ้นเคยยิ่ง “คุณชาย ฮูหยินให้ข้ามาตามท่าน”
เย่หยุนซีลุกขึ้นเดินออกจากห้องโดยพลันและสิ่งที่เขาพบเห็นที่หน้าประตูนั้นก็คือ หลิงจีที่สวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ของผู้ชายจนดูคล้ายกับบุรุษเ้าสำอาง
“เอ่อ.....แม่นางหลิง ท่านแต่งกายเช่นนี้เพราะเหตุใดกัน?”เย่หยุนซีเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ตัวตนของหลิงจีแห่งนิกายท่วงทำนอง์มันโดดเด่นเกินกว่าที่จะเป็ผู้ช่วยของคุณชาย ดังนั้นฮูหยินจึงเสนอให้ข้าปลอมตัวเป็บุรุษเพราะมันทำอะไรได้สะดวกกว่า” หลิงจีเอ่ยปากกล่าวอธิบายออกมา
ทางฝั่งของเย่หยุนซีเมื่อได้ยินก็เข้าใจในเหตุผลนั้น “อืม.......การปลอมตัวของท่านนับว่าใช้ได้ แต่ต้องทำเสียงให้ทุ้มต่ำกว่านี้อีกหน่อยเพื่อความแเี”
“โอ้ ได้เลยๆข้าเลียนแบบเสียงบุรุษเก่งอยู่แล้ว” หลิงจีกล่าวด้วยความมั่นใจ เนื่องจากเมื่อก่อนนางชอบปลอมตัวเป็ผู้ชายหนีออกไปเที่ยวนอกนิกายท้วงทำนอง์อยู่บ่อยครั้ง
“เอาล่ะๆ พวกเราไปกันเถอะ ป่านนี้ขบวนรถม้าขององค์หญิงและองค์ชาย 3 คงใกล้มาถึงแล้ว จะได้ออกเดินทางเสียที” ว่าแล้ว! ทั้งเย่หยุนซีและหลิงจีในรูปลักษณ์บุรุษเพศก็พากันเดินไปยังหน้าประตูจวนแม่ประจิมซึ่งบัดนี้เต็มไปด้วยทหารจำนวนมาก
พ่อบ้านเหวินเมื่อเห็นว่านายน้อยของตนมาถึงแล้วก็เปิดประตูรถม้าคันที่สองพร้อมทั้งผายมือเชื้อเชิญให้ทั้งเย่หยุนซีและหลิงจีเข้าไปด้านใน
“ขอบคุณขอรับพ่อบ้านเหวิน” เป็เย่หยุนซีที่เอ่ยปากอย่างนอบน้อม ก่อนจะเดินขึ้นรถม้าไปพร้อมกับหลิงจี
หลังจากนั้นไม่นานนัก! ขบวนรถม้าที่ประดับตราสัญลักษณ์รูปปีกนกสีเขียวมรกตก็มาถึงจุดนัดหมาย
“กองทัพประจิมออกเดินทางได้!!” แม่ทัพประจิมเย่ชิงหยางก้าวขึ้นรถม้าคันแรกพร้อมทั้งประกาศคำสั่งอย่างห้าวหาญ
“รับคำสั่ง!!” เหล่าทหาระโเสียงดังกังวานเพื่อสร้างความอึกเหิม จากนั้นเริ่มเคลื่อนพลออกไปยังทิศตะวันตกของจักรวรรดิเมฆคราม
ซึ่งในระหว่างทาง! เหล่าชาวบ้านก็พากันมาส่งเสียงเฮให้กำลังใจอย่างไม่ขาดสาย เพราะพวกเขาล้วนแต่ได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพประจิมอยู่หลายครั้ง
“คิดไม่ถึงว่ากองทัพประจิมจะเป็ที่รักของประชาชนขนาดนี้” เ้าหญิงหยุนฉางเยว่ที่นั่งอยู่บนรถม้าของราชวงศ์พูดขึ้นหลังจากกวาดสายตามองบรรยากาศรอบข้าง
“อืม จากที่พี่รู้มา กองทัพประจิมถือเป็กองทัพที่เอาใจใส่ประชาชนที่สุด ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ประชาชนจะเคารพรักพวกเขา” ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลากล่าวขณะกำลังนั่งอ่านตำรา ซึ่งแน่นอนว่าเขาคนนี้คือองค์ชาย 3 หยุนฉางตงอย่างไม่ต้องสงสัย
หยุนฉางเยว่ถอนหายใจ “พี่ชาย ข้าว่าท่านเอาเวลาอ่านหนังสือไร้สาระพวกนี้ไปบ่มเพาะดีกว่า เพราะเมื่อถึงชายแดนท่านจำเป็ที่จะต้องแสดงพลังให้ทุกคนยอมรับ”
หยุนฉางตงหยุดชะงัก “เยว่เอ่อร์ น้องเข้มงวดกับพี่เกินไปแล้วนะ พี่พึ่งบรรลุระดับปรมาจารย์เมื่อ 3 วันก่อน น้องจะไม่ให้พี่พักเส้นลมปราณบ้างหรืออย่างไร”
“หึ! ก็ได้ๆให้ท่านพักเส้นลมปราณอีก 3 วัน จากนั้นท่านต้องเริ่มฝึกต่อทันที!” หยุนฉางเยว่ยื่นคำขาด