ตอนที่ 5
ชะตาข้านั้นใครคือผู้ลิขิต
เบื้องหน้าคือความยุ่งยากส่วนด้านข้างคือความน่ารำคาญ
ทักษะที่ติดตัวมาและใช้งานได้เป็อย่างดีของอวี้เยี่ยนั้แ่ในกาลก่อนจวบจนมาในตอนนี้ คือการแสดงว่าตั้งอกตั้งใจรับฟัง เสแสร้งรับรู้อย่างเต็มเปี่ยมแท้จริงแล้วกลับไม่มีอะไรเข้าหูเลยแม้แต่น้อย
“เ้ากำลังฟังข้าอยู่หรือเปล่า?”น้ำเสียงกระจ่างใสติดเ็าเอ่ยถามอวี้เยี่ยน เฉินเจิงเหยียนถามอีกครั้ง เมื่อเห็นเด็กสาวตรงหน้าไม่คิดแม้แต่ตอบรับอวี้เยี่ยนกระพริบตามอง กล่าวตอบอย่างฉงน “ข้าย่อมฟังท่านแม่เมื่อครู่ไม่ใช่ท่านกำลังเลือกคู่หมั้นให้ข้ากับเวยหนิงอยู่หรอกหรือ”
เฉินเวยหนิงที่นั่งอยู่ด้านข้างอวี้เยี่ยนลอบไม่พอใจสองแม่ลูกคู่นี้ยิ่งกว่าอะไรคนหนึ่งก็ช่างยัดเยียดสรรหาแต่คู่หมั้นให้คนในสกุลถือหน้าถือตาว่าเป็ฮูหยินรองผู้มีสิทธิ์ในการจัดการเื่หลังบ้านของตระกูลเฉิน คนหนึ่งก็มาตรว่าตนเองโดดเด่นงดงามกว่าใครจะบุตรคนใดในจวน อวี้เยี่ยนล้วนไม่เห็นอยู่ในสายตา
รอให้บิดากลับมาเต๋อหวางฉายเมื่อใดนางกับมารดาย่อมไม่ยินยอมให้สตรีหน้าคดสองคนผู้นี้ยิ่งใหญ่ในจวน ถึงแม้มารดาของนางจะเป็อนุ กลับกล้าพูดได้เต็มปากว่าบิดาค่อนข้างหลงใหลท่านแม่อยู่ไม่น้อยก้าวเท้าเดินดีๆ ความรุ่งโรจน์ย่อมอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
แล้วยังจะเฉินอวี้เยี่ยนที่ไม่รู้ไปกินอะไรผิดสำแดงเข้าจึงไม่หือไม่อือที่มารดาของนางเร่งรีบหาคู่ดูตัวให้เช่นนี้ไม่ใช่ปกติหลงใหลชินอ๋องราวกับอะไรดี คาดไม่ถึงว่าจะนิ่งสงบได้ขนาดนี้ คล้ายยอมรับแม้ถูกจัดแจงยัดเยียดหาคู่หมั้นให้
“ข้าได้ยินมาว่าไม่นานมานี้ซื่อจื่อตระกูลชวี่มีธุระกับเ้าถึงกับเดินทางมาหาที่จวน หากรู้ว่าเ้ามีฝีมือถึงขนาดทำให้ชวี่ซื่อจื่อสนใจได้ข้าก็ไม่คิดหาคู่หมั้นให้กับเ้าหรอก” กล่าวจบพร้อมโบกพัดเล่มน้อยในมือเบาๆ
“เื่ราวเป็อย่างไร?” กิริยางามงดชดช้อยของเฉินเจิงเหยียนช่างยากละสายตาอวี้เยี่ยนดูอย่างไรก็ได้ความงดงามจากมารดาหลายส่วน
งดงามยั่วยวนราวจิ้งจอกทั้งคู่เฉินเวยหนิงกดความไม่พอใจไว้ยามเมื่อลอบมองดวงหน้าของสองแม่ลูกคู่นี้หากมีความคิดที่ไร้ซึ่งความชมชอบ ทุกอย่างย่อมถูกมองด้วยอคติจะความงามแบบใดก็ปัดตกให้ดูเป็ความงามที่ผู้คนไม่นิยมขึ้นมาทันที
เป็อันรู้กันดีว่าความยั่วยวนพวกนี้ไม่แคล้วคล้ายกับคณิกาในหอนางโลมดังนั้นบุรุษชนชั้นสูงไม่น้อยจึงดูแคลนความยั่วยวนพวกเขาล้วนมั่นใจว่าตนเองคือผู้สูงส่ง เป็คนดีจิตใจแกร่งดั่งหินผาความยั่วยวนใดก็ไม่สามารถสั่นคลอนจิตใจได้ ยกเว้นความงามแบบบุปผาต้องงดงามบริสุทธิ์ไร้เดียงสาแบบนั้นสิ จึงจะน่าโอบกอดทะนุถนอม
อวี้เยี่ยนไม่สนใจเด็กสาวข้างกายที่ถึงจะก้มหย้าก้มตาตอบรับฮูหยินรองเสียงแ่แต่ความไม่พอใจที่ถูกกดเอาไว้ ให้ถูกจิ้มจนตาบอดอย่างไรนางก็ดูออก มือเล็กๆนั่นกำหมัดแน่นเสียขนาดนั้น
เฉินเวยหนิง เป็คนที่ค่อนข้างเอาแต่ใจไม่รับฟังผู้ใด มีดีที่หัวอ่อนชักจูงง่ายถ้าพูดในสิ่งที่นางอยากฟังเป็บุตรีของอนุในจวนที่อายุไล่เลี่ยกับอวี้เยี่ยนในกาลก่อนนางเสียท่าให้เวยหนิงไม่น้อยรูปโฉมงดงามตามครรลองเด็กสาวที่เติบใหญ่มาจากตระกูลชั้นสูงถึงแม้เป็เพียงลูกอนุ ฉะนั้นจิตใจเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเท่ารูปลักษณ์และความหัวอ่อนที่นางแสดงออกมา
ดูได้จากที่เมื่อมารดาพูดถึงชวี่ฮุ่ยิเฉินเวยหนิงที่เมื่อครู่ยังตั้งใจก้มหน้าก้มตาถึงกับเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองนางอย่างตื่นตะลึง
ชวี่ซื่อจื่อจากจวนเสนาบดี?เหตุใดอวี้เยี่ยนกับชายหนุ่มถึงเกี่ยวข้องกันได้! เฉินเวยหนิงมองอวี้เยี่ยนอย่างงงงันดวงตาอีกนิดก็จะพ่นไฟได้แล้ว บ่งบอกว่าริษยาเพียงใด
อวี้เยี่ยนแอบลอบถอนหายใจอยากติดป้ายป่าวประกาศไปทั่วเมืองเสียเดี๋ยวนี้ นางกับเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันทั้งนั้น
“ข้าแค่บังเอิญไปพบเขาสลบาเ็อยู่ในธารน้ำแล้วบังเอิญช่วยเล็กน้อย ชวี่ซื่อจื่อเพียงมาเอ่ยขอบคุณ”
เฉินเจิงเหยียนเลิกคิ้วงดงามขึ้นช่วยบุรุษที่สลบาเ็อยู่ในธารน้ำ? องครักษ์ที่คุ้มกันอยู่เหตุใดไม่รู้จักใช้งาน นางแค่นหัวเราะมีหรือจะไม่รู้จุดประสงค์แท้จริงของบุตรสาว แต่ก็น่าแปลกที่ไม่รุกคืบแผนการจนจบกลับลำทำท่าไม่ถือบุญคุณใดๆ เสียอย่างนั้น หรือจะเป็กลยุทธ์วางเหยื่อล่อ และร่นถอยออกมาเพื่อรอให้เหยื่อค่อยๆติดกับ
เพราะนางจำไม่ได้แม้แต่น้อยว่าได้สั่งสอนให้บุตรสาวจิตใจดีงามถึงเพียงนี้
“ได้ข่าวว่าเขาจะกลับมาอีกครั้งเพื่อรอคารวะพ่อของเ้ากับข้า?”ครั้งนี้เฉินเจิงเหยียนหัวเราะเบาๆ พัดโบกเร็วๆ แสดงความตื่นเต้นไว้ไม่น้อย“ชวี่ซื่อจื่อช่างสมเป็บัณฑิตสุภาพชน ไม่ลืมกลับมาคารวะาุโของผู้มีพระคุณ”
อวี้เยี่ยนกำลังจะหลอมละลายจากเพลิงริษยาของเฉินเวยหนิง สายน้อยข้างกายได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยขึ้นเสียงแ่“ชวี่...ชวี่ซื่อจื่อจะมาที่นี่อีกครั้งงั้นหรือ”
“อืม” อวี้เยี่ยนเติมชาให้ตัวเอง ยกขึ้นจิบเนิบช้า ดวงตาปรือฉ่ำน้ำท่าทางง่วงงุนไม่น้อย “ท่านแม่ เขามีคนในใจแล้ว”
ตอนนี้ยังไม่มี แต่อีกเดี๋ยวจะมี ก็สามารถนับว่ามีได้กระมั้ง?
เฉินเจิงเหยียนไม่ให้ค่ากับคำนี้ “ตราบใดที่ยังไม่แต่งเข้าตระกูล เหตุใดจะคว้าหัวใจมาไม่ได้เล่าและถึงแต่งกันไปแล้ว จะเป็อนุตระกูลชวี่ก็ไม่เลว”มารดานางช่างไม่ย่อท้อในเื่ของการให้นางไปจับบุรุษ
“เขาค่อนข้างจะรักเดียวใจเดียว”อวี้เยี่ยนมองข้ามใบหน้าที่เริ่มเหี้ยมเกียมขึ้นของมารดามองข้ามใบหน้าที่ฉายความรู้สึกตื่นตะลึงของเฉินเวยหนิง“เคยได้ยินมาว่ามีสตรีที่ตั้งใจไปยั่วยวนเขา แม้เขาไม่พึงใจก็ยังดื้อดึงเข้าหาถัดมาไม่กี่เดือน นางถูกมัดมือเท้าให้แต่งกับคนฆ่าสัตว์หลังตลาดที่รสนิยมทางเพศของเขาค่อนข้างจะวิปริต”
เฉินเจินเหยียนได้ยินก็ร้องอ้อ มีข่าวนี้ให้ได้ยินอยู่บ้างจริงๆ เป็ข่าวที่สมควรโด่งดังกระนั้นกลับมีการปกปิดไว้อย่างแยบยล เป็ฝีมือตะกูลใดแทบไม่ต้องเดากันแล้วตระกูลชวี่นั้นคบหาทั้งตระกูลบุ๋นและตระกูลบู๊เส้นสายน้อยใหญ่ล้วนมีคนของตระกูลชวี่แฝงกายสืบข่าวความยิ่งใหญ่ของใต้เท้าชวี่ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย
“นางแค่ไร้ฝีมือ” เฉินเจิงเหยียนยังคงปัดตกเหตุผลของการไม่เข้าหาชวี่ซื่อจื่อ“ข้าว่าข้าเลี้ยงเ้ามาให้มีแผนการมากกว่านี้”
มองดูสองแม่ลูกพูดเื่การจับผู้ชายอย่างไร้ยางอายเฉินเวยหนิงก็แทบจะไร้คำพูด ราวกับนางกลายเป็คนไร้ตัวตนไปเสียแล้ว แต่ในตอนนี้จะให้กลายเป็เถ้าถ่านนางก็ยินดี นางยังไม่อยากแต่งงาน!
แต่เมื่อมีการพูดชวี่ซื่อจื่อขึ้นมา ความคิดของเฉินเวยหนิงก็เปลี่ยนไปเด็กสาวเคยเจอเขาในงานเลี้ยงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาใบหน้าหล่อเหลาสง่างามติดเ็านั่นจะอย่างไรก็ทำให้ความสง่างามของบุรุษอื่นไร้ความหมายไปในทันที
ยิ่งพบว่าในอีกไม่กี่วันนางจะได้พบเขาอีกครั้งใบหน้าหวานนวลก็เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ หัวสมองคิดไปถึงภาพเข้าวิวาร์ชุดแต่งงานสีแดง เกี้ยวอลังการ และชายหนุ่มแสนสง่างามข้างกาย
แน่นอนว่าอวี้เยี่ยนชอบมองยามเหล่าสาวน้อยเพ้อฝันถึงสิ่งที่ไกลเกินเอื้อมเพราะเมื่อใดที่ตื่นจากฝัน ใบหน้าเฟ้อฝันพวกนั้นจะเปลี่ยนไปอย่างน่าเกลียดน่ากลัวบางคนสั่งสมจิตแค้นเคืองจนเป็หญิงสาวผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ลอบเพ้อพกต่อไปและละลานคนในดวงใจอย่างไม่ยินยอม เหตุท่านจึงไม่เลือกข้า เพราะนางแพศยานั่นใช่ไหม
พวกนางย่อมหาสารพัดเหตุผลให้ตนเองนั้นถูกต้อง กระทำสิ่งไร้ยางอายต่อคนในดวงใดของบุรุษที่พวกนางชื่นชอบเอื้อมไม่ถึงนั่นยังไม่เพียงพอ ยังหาเื่ให้ตัวเองตกต่ำไม่สิ้นสุด
และเมื่อพวกนางเดินไปสูงจนเกินขอบเขตท้ายที่สุดพวกนางก็จะล่วงหล่นลงมา แตกสลายในที่สุด
อย่างเช่นอวี้เยี่ยนเมื่อในกาลก่อน
ไม่สนใจสาวน้อยที่เริ่มเพ้อฝันอวี้เยี่ยนครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนเอ่ยตอบมารดา “ถ้าเขาดูมีเสี้ยวใจให้ข้าอยู่บ้างข้าก็อาจเริ่มแผนการตามที่ท่านแม่สั่งสอน”
ซึ่งนั่นไม่มีทางเป็ไปได้เด็ดขาด
เฉินเจิงเหยียนเมื่อได้ฟังก็ยิ้มอย่างพอใจ“แต่ถ้าเ้ายังคว้าน้ำเหลว คู่หมั้นของเ้าคงต้องให้ข้าคนนี้เลือกสรรเสียแล้วล่ะไม่ต้องกังวลว่าจะเป็พวกไม่ได้ความ ข้าล้วนเลือกแต่บุรุษที่มั่งมี”
“หากเป็เช่นนั้นแล้วแต่ท่านแม่จะจัดการ ข้าไม่มีความเห็นต่างอันใด”
โอ้ นี่มันช่างไม่ปกตินางไม่เอ่ยถึงชินอ๋องสักประโยคเดียว ทั้งๆ ที่หากพูดถึงความชิดใกล้ ผู้ที่วนเวียนมาพบเจอกันได้บ่อยที่สุดย่อมเป็ชินอ๋องโอกาสเช่นนี้ดูอย่างไรก็เป็ใจให้สามารถ่ชิงความสนใจของเขาได้เมื่อก่อนบุตรสาวนางก็ทำเช่นนั้นมาตลอด แม้เพียงเสี้ยวเวลาที่สามารถเจอกันได้ อวี้เยี่ยนถึงกับไม่ยินยอมให้่เวลาพวกนั้นไร้ค่า
สารพัดสิ่งที่สาวน้อยสามารถทำได้ขนมหวาน อาหารสารพัดเมนู ถุงหอม การเล่นพิณ ถูกควักออกมาแสดงฝีมืออย่างเต็มที่
กระนั้นบุรุษหน้าตายผู้นั้นกลับไม่แยแสใดๆทั้งสิ้น
หรือจะหมดหวังกับชินอ๋องแล้วหันมาสนใจชวี่ซื่อจื่อแทนกัน จะผู้ใดก็ล้วนไม่ง่าย แต่เฉินเจิงเหยียนย่อมไม่กังวลถ้าบุตรสาวไร้ความสามารถ ไม่สามารถจับบุรุษผู้โดดเด่นทั้งสองนั้นได้ นางผู้เป็มารดาย่อมจะทำการเลือกสรรคู่ครองให้แก่บุตรสาวของนางเองอาจโดดเด่นไม่เทียบเคียง แต่เรียกได้ว่าฐานะมั่งมีไม่น้อย
“จู่ๆ เ้าก็ช่างว่านอนสอนง่ายขึ้นไม่คุ้นชินยิ่งนัก” พูดจบก็หันไปมองสาวน้อยข้างกาย ที่แต่แรกเงียบสงบ สายตามองอยู่ที่พื้นหรือน้ำชานั้นเฉินเจิงเหยียนไม่ค่อยจะแน่ใจนางไม่คิดเงยหน้ามาสบตาใดๆ มีปฏิกิริยาลุกลนเล็กน้อยแค่ตอนเอ่ยถึงชวี่ซื่อจื่อ
โอ้ มีคนคิดอาจเอื้อมถึงราชสีห์งั้นหรือ
หากคิดได้สักนิดก็ขอให้ดูผู้กุมบังเหียนบนคอเ้าอยู่ด้วยว่ายินยอมหรือไม่เป็แค่บุตรอนุปลายแถว ริคิดอาจเอื้อมคนที่ข้าเพ่งเล็งให้บุตรสาวอยู่งั้นหรือ?
เฉินเจิงเหยียนเหยียดยิ้มจะชินอ๋องก็ดีจะชวี่ซื่อจื่อก็ดี แม้พวกเขาไม่สนใจบุตรสาวของข้า ก็อย่าคิดว่าบุรุษพวกนั้นจะตกมาถึงบุตรอนุปลายแถวอย่างเ้า
“เวยหนิง ข้าเลือกคู่หมั้นให้เ้าได้แล้วเป็บุตรจากพ่อข้าที่เป็กองคาราวาน เพิ่งมาตั้งตัวที่เมืองหลวงไม่นานมานี้บุตรบ้านนั้นขยันทำมาหากัน หล่อเหลาไม่เลว สนใจเ้าไม่น้อย ส่งเทียบเชิญดูตัวมาให้เ้าหลายใบเชียว”
ไม่เอา! เฉินเวยหนิงะโก้องในใจ ทั้งๆ ที่พูดถึงชวี่ซื่อจื่ออย่างดีกับบุตรสาวกลับคิดจะให้นางแต่งเข้าตระกูลพ่อค้า? ให้ตายอย่างไรก็ไม่ยินยอม!
“ฮูหยินรอง เวยหนิงซาบซึ้งยิ่งนักที่ท่านมาเป็ธุระให้แต่ตอนนี้ข้ายังไม่คิด...” เวยหนิงคิดปฏิเสธ
“เ้ากล้า?” น้ำเสียงไร้ซึ่งความอ่อนโยนต่อบุตรหลานเฉินเจิงเหยียนเริ่มรู้สึกคุกรุ่นแล้ว “อวี้เยี่ยนยังยอมรับแล้วที่ให้ข้าเลือกคู่หมั้นให้?แล้วเ้าซึ่งเป็แค่บุตรของอนุ กลับกล้าปฏิเสธ?”
อวี้เยี่ยนเหลือบั์ตาสีดำกระจ่างมองสองร่างะโก้องใส่กันเฉินเวยหนิงที่นั่งอยู่ด้านข้างของนางดูลนลาน ค้อมหัวลงจะแทบพื้น ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านด้วยหวาดกลัวต่อแรงอารมณ์จากมารดามองแล้วอ่อนแอน่าปกป้องไม่น้อย ยามเมื่อโดนะโด่าอย่างไร้ทางสู้จากมารดามีเสียงสะอื้นบางเบาดังมาจากร่างบาง
แต่อย่าคิดนะว่านางไม่เห็นว่าเล็บใสสะอาดจากมือเรียวขาวผ่องกำลังลอบกำหมัดจิกเข้าเนื้อจนเืจะไหลออกมาอยู่ร่ำไร
“เวยหนิงไม่กล้าเ้าค่ะ”
“เ้ากล้าได้มากกว่านี้อีกสิไม่ว่า”เฉินเจิงเหยียนยังคงกล่าววาจาแซะคน
อวี้เยี่ยนจิบชาอีกจิบอย่างสงบราวกับอยู่คนละโลกกับสองร่างร่างที่กล่าวเอ่ยกันอย่างโกรธาเอ่ยห้ามอย่างที่เหมือนเทน้ำมันซ้ำเติมเสียมากกว่า “นางอาจมีชายในดวงใดแล้วก็ได้เ้าค่ะท่านแม่”
“โอ้” เฉินเจิงเหยียนยิ่มเหี้ยมเกียมเก็บภาพลักษณ์มารดาผู้แสนดีไปเรียบร้อย ไม่คิดแสร้งมีน้ำใจต่อบุตรสาวของอนุอีกต่อไปแต่จะอย่างไรก็พยายามยั้งอารมณ์โกรธอยู่บ้าง
“ไหนเ้าลองว่ามา ใครที่เ้าพึงใจ มารดารองอย่างข้าอาจช่วยสนับสนุนเ้าได้อีกทาง”
“ข้า...” เด็กสาวยิ่งสั่นสะท้านในหัวมีแผนการนับร้อยแล่นไปมา สุดท้ายคิดออกอยู่ทางเลือกนึงและนั่นทำให้อวี้เยี่ยนลอบยิ้มแย้ม
ดูเหมือนในกาลนี้ ชวี่ฮุ่ยิก็ยังไม่สามารถอยู่อย่างสงบได้เช่นเดิม
“ข้ามีชายที่พึงใจแล้วเ้าค่ะ”เฉินเวยหนิงเอ่ยเสียงเบา “อีกไม่นานเขามาจะที่จวนเ้าค่ะ”
ไม่ต้องกล่าวไปมากกว่านี้ก็สามารถรู้ได้ว่านางเอ่ยถึงผู้ใด
“เ้าพึงใจเขาแล้วเขาพึงใจเ้างั้นหรือ! หากในวันนั้นที่เขามาแล้ว ชายในดวงใจที่เ้าว่ายังไม่ยอมรับเ้าข้าก็ไม่คิดอ่อนข้ออีกต่อไป เตรียมขึ้นเกี้ยวแต่งเข้าตระกูลพ่อค้าได้เลย!”ว่าจบมารดาก็เดินจากไปอย่างกรุ่นโกรธ
เฉินเวยหนิงนั่งนิ่งอยู่ชั่วครู่ก่อนเงยหน้าขึ้นมา พบว่ามองอวี้เยี่ยนสบตากับนางอยู่ อวี้เยี่ยนยังคงมองด้วยสายตาราบเรียบั้แ่ต้นจนจบคล้ายว่าตนเองไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดแม้แต่น้อยกับเื่ราวพวกนี้และนั่นทำให้เฉินเวยหนิงรู้สึกโกรธ นางไม่คิดปิดบังอารมณ์
“มองข้าด้วยสายตาเวทนาแบบนั้น แล้วคิดว่าตัวเองจะสูงส่งขึ้นงั้นหรือ?”เฉินเวยหนิงกัดฟันพูด
“ข้าไม่ได้มองเ้าด้วยสายตาเวทนา” อวี้เยี่ยนเอ่ยอย่างไม่สะทกสะท้าน “แต่กำลังมองเ้าอย่างน่าสมเพชอยู่ต่างหาก”
“เ้า!”ไม่ทันที่จะฟาดมือลงบนใบหน้างดงาม อวี้เยี่ยนก็ลุกขึ้นเดินจากไปอย่างรวดเร็วพร้อมพูดทิ้งท้ายให้นางกระอักเืขึ้นยิ่งกว่าเดิม
“ไม่รู้ว่าชายที่เ้าพึงใจเป็ใคร แต่หวังว่าในวันนั้นเขาจะยอมรับเ้าเป็หญิงในดวงใดเช่นกัน”
เฉินเวยหนิงกัดฟันกรอด นางไม่ยินยอม เื่ราวบ้าบอพวกนี้นางไม่ยินยอมให้นางแต่งเข้าตระกูลพ่อค้า แต่เฉินอวี้เยี่ยนจะได้ตอแยวอแวชวี่ซื่อจื่อน่ะหรือ?
กับชินอ๋องก็ครั้งนึงแล้วที่นางเคยคิดเข้าหาแต่สองแม่ลูกไม่คิดจะปล่อยโอกาสนั้นให้นางแม้แต่น้อย และใน่ที่หมดหวังกับชินอ๋องพอพบเจอเป้าหมายใหม่ ก็ไม่คิดให้หญิงนางใดเข้าใกล้เช่นเดิม
สมกับเป็แม่ลูกจิ้งจอก มากแผนการและเ้าเล่ห์เป็ที่สุด!
เฉินเวยหนิงกัดปากจนห้อเื มือเรียวงดงามเป็แผลเพราะแรงจิกจากเล็บสีใสสะอาดชวี่ซื่อจื่อแต่เดิมไม่มีความเกี่ยวข้องกับจวนแม่ทัพ ความเชื่อมโยงในการพบเจอกันยิ่งน้อยนางคาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าจะมีโอกาสได้เจอกับเขาอีกครั้ง
ถึงแม้การเจอกันในครั้งนี้จะเป็เพราะเฉินอวี้เยี่ยนก็ตาม ช่างน่าเจ็บใจไปทุกสิ่ง
แต่เื่อะไรที่นางจะให้เฉินอวี้เยี่ยนและหญิงใจอำมหิตผู้นั้นสมปรารถนาในการยั่วยวนได้สำเร็จ
เฉินเวยหนิงลอบมองดวงหน้าของตนเองที่สะท้อนออกมาจากถ้วยน้ำชา ถึงแม้ความงดงามของนางจะสู้เฉินอวี้เยี่ยนไม่ได้กระนั้นบางส่วนก็พอสูสี ดวงตากลมโตราวกับกวางน้อยของนางนั้นทรงเเสน่ห์คล้ายมารดา นี่คือดวงตาที่ทำให้บิดาหลงใหลและรับมารดาเข้าจวน
มาดูกันเถิดเฉินอวี้เยี่ยน เ้ากับข้าใครจะน่าพึงใจมากกว่ากัน!
ใบหน้าของเด็กสาวที่งดงามเมื่อครู่บิดเบี้ยวไปด้วยความแค้น อย่างที่หากอวี้เยี่ยนมาเจอเข้าคงลอบส่ายหัวและถอนหายใจให้อย่างปลงอนิจจังจะเ้าหรือข้า ก็ไม่ใช่คนที่ทำให้ชวี่ซื่อจื่อผู้นั้นพึงใจทั้งคู่นั่นแหละ!