บุรุษมากอายุพิจารณามองเด็กอายุ 4 ขวบกว่าที่มีรูปร่างผอมเล็กกว่าเด็กปกติ ใบหน้าแม้มิได้ตอบแต่กลับไม่มีน้ำมีนวลเหมือนเด็กปกติทั่วๆ ไป
“เ้าสนิทกับอินเออร์หรือไม่”
สิ้นคำถามร่างน้อย ๆกลับสั่นเทาอย่างห้ามตัวเองมิได้ หานลี่หันที่เห็นเช่นนั้นจึงได้เดินเข้าไปยืนใกล้ๆ หยางชุนและใช้มือโอบเด็กนั้นไว้
“ที่ข้ามาวันนี้ข้าตั้งใจจะพาชุนเออร์มาคำนับท่านเสนาบดีและฮูหยิน....”
ยังไม่ทันที่หานลี่กันจะพูดจบสตรีมีอายุค่อยๆ เดินเข้ามาพร้อมกับบ่าวรับใช้คนสนิทหานลี่กันพอจะเดาออกว่าสตรีที่กำลังเข้ามาคือใครจึงได้เอ่ยทักทายขึ้นก่อน
“คำนับเซวียฮูหยิน”
สตรีมากอายุค่อย ๆเดินเข้ามาสายตาของนางจ้องไปยังเด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้างหานลี่กัน ‘ดวงตาของเด็กคนนี้ช่างเหมือน....ชางเออร์เหลือเกิน’
“ชุนเออร์คำนับท่านยาย”
ดวงตาที่จ้องมองเด็กน้อยเริ่มพล่าเลือนเพราะน้ำตาที่เอ่อเต็มดวงตา
“ชุนเออร์หลานยาย”
เด็กชายตัวน้อยถูกกอดในอ้อมกอดจากสตรีมากอายุแม้เขาจะดีใจแต่กลับไม่สุขใจเท่ามามี้กอดเขาแม้แต่น้อยทั้งสี่จึงได้พากันไปนั่งเล่นบริเวณสวนดอกไม้ของจวน
“เื่ที่เ้า้านั้นเป็ข้าที่ผิดและและเลอะเลือนจนได้ละเลยเด็กคนนี้...”
“เื่นั้นคงโทษท่านเสนาบดีและฮูหยินมิได้เป็เพราะพวกท่านที่สูญเสียบุตรสาวที่เป็ดั่งแก้วตาดวงใจไปย่อมทำให้...พวกท่านวางใจที่จะมอบการดูแลเด็กคนนี้ให้กับคนที่พวกท่านไว้ใจที่สุด”
หานลี่กันมองไปทางเซวียหนิงเทียนที่เพิ่งกลับมาจากเข้าวังและกำลังเล่นกันหยางชุนอย่างสนุกสนาน
“เื่นั้น.....”
สองสามีภรรยาไม่สามารถพูดโต้ตอบสิ่งที่หานลี่กันพูดได้แม้สักคำเพราะตลอดระยะเวลา 4 ปีมานี้พวกเขาได้พาตัวเองจมให้อยู่กับความเศร้าจนลืมหลานตัวน้อยของพวกเขาไป
“ข้าขอเสียมารยาทถามพวกท่านสักคำได้หรือไม่”
“เชิญคุณหนูหานถามมาได้”
“ท่านเสนาบดี ฮูหยินพวกท่านกับคุณหนูใหญ่เซวียมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อคุณหนูรองเซวียหรือไม่”
“คุณหนูหานกำลังกังวลเื่ใดอยู่หรือ”
“ข้าได้ยินมาว่าฮูหยินนั้นป่วยก่อนที่คุณหนูใหญ่จะคลอดเพียงไม่นานแม้การคลอดจะเป็เื่ที่เสี่ยงอันตรายแต่เท่าที่ข้ารู้มาท่านหมอและทุกคนต่างพากันบอกว่าคุณหนูใหญ่นั้นสามารถคลอดได้อย่างง่ายดายแน่นอนอีกทั้ง....ตลอด 4 ปีที่ผ่านมานี้พวกท่านรู้หรือไม่ว่าชุนเออร์มีความเป็อยู่อย่างไร”
เสนาบดีเซวียและเซวียฮูหยินต่างมองหน้ากันเพราะความเศร้าโศกเข้าครอบคลุมจิตใจ พวกเขาจึงมิได้สนใจเื่พวกนี้แม้แต่น้อยแม้เซวียหนิงเทียนจะเอ่ยถามและคิดจะไปเยี่ยมหลานตัวน้อยแต่ก็มักจะถูกเซวียอินกีดกันเสมอจนพวกเขาหลงลืมที่จะไปดูความเป็อยู่ของเด็กคนนี้
“เื่ที่ข้าได้แจ้งไว้ก่อนหน้านั้นข้าจะให้พวกท่านเป็คนจัดการเองแต่เื่ของชุนเออร์นั้นนับั้แ่วันนี้เป็ต้นไปเขาจะอยู่ในความดูแลของข้าเื่นี้ข้าเพียงมาแจ้งให้ท่านเสนาบดีเซวียและเซวียฮูหยินทราบ มิได้มาขออนุญาต”
“เ้า!”
“ั้แ่ชุนเออร์เข้ามาเหยียบจวนตระกูลเซวียหากพวกท่านสังเกตดี ๆ อาจจะรู้ว่าชุนเออร์มีปฏิกิริยาอย่างไรกับคนที่นี่และหากพวกท่านตามสืบเื่นี้ข้าคิดว่าคงจะไม่เกินความสามารถของพวกท่านและอาจทำให้พวกท่านรู้อะไรบางอย่างที่ข้า….ติดใจ ส่วนเื่ที่ข้าได้กล่าวมาั้แ่ต้นเื่การนำชื่อชุนเออร์เข้าตระกูลหยางนั้นหากพวกท่านไม่จัดการข้าเองก็มีหนทางของข้าหากข้าทำเช่นนั้นไปหวังว่าพวกท่านจะไม่โกรธและหาว่าข้าข้ามหน้าข้ามตาพวกท่าน”
เสนาบดีเซวียและเซวียฮูหยินต่างมองหน้ากันก่อนจะมองไปทางหยางชุน
“ต้องยอมรับว่าตลอดมาพวกเราผิดต่อชุนเออร์...แต่ต่อจากนี้ไป...”
“เื่ของพวกท่านกับชุนเออร์ข้ามิได้กีดกันให้พวกท่านพบกันท่านสามารถมาหาชุนเออร์ได้ตลอด และข้าจะพาชุนเออร์มาหาพวกท่านที่จวนเพียงแต่โอกาสนั้นจะมีให้พวกท่านได้ก็ต่อเมื่อจวนของพวกท่านดีพอที่จะให้ชุนเออร์มา”
“ความหมายของเ้าคือ”
“นี่ก็สายมากแล้วเกรงว่าท่านพ่อท่านแม่จะเป็ห่วง ข้าและชุนเออร์ขอตัวก่อน”
หานลี่กันเรียกหยางชุนมาคำนับลาท่านตาท่านยายและท่านลุงก่อนจะเดินทางกลับจวนของตนเมื่อพ้นจากสตรีร่างน้อยและเด็กชายตัวน้อย สมาชิกตระกูลเซวียทั้งสามต่างนั่งพูดคุยกันถึงเื่ที่เกิดขึ้น
“คุณหนูหานผู้นี้….ช่างกล้าเสียจริง”
“ท่านพ่อที่คุณหนูหานกล่าวนั้นหมายความว่าอย่างไรกัน”
“ดูเหมือนอินเออร์มีเื่ปิดบังพวกเราอยู่”
“อินเออร์นางอาสาดูแลชางเออร์และชุนเออร์นางคง....”
“ตอนที่อินเออร์ยังอยู่ในโถงรับรองทุกครั้งที่นางเอ่ยปากร่างของชุนเออร์จะสั่นเทาด้วยความกลัวผิดกับยามที่อยู่กับคุณหนูหาน สายตาและรอยยิ้มนั้นกลับบ่งบอกว่ามีความสุข”
“ท่านพี่เป็ข้าที่ผิดต่อชุนเออร์ ข้า...”
“เื่นี้มิใช่ความผิดของเ้าฟังจากที่คุณหนูหานพูด ดูเหมือนเื่ทั้งหมดอาจจะมีบางอย่างซ่อนอยู่”
“ท่านพ่อเื่นี้ข้าจะขอเป็ผู้สืบเองขอรับ”
“เ้าคอยสืบอย่างลับ ๆอย่างให้อินเออร์รู้ตัว”
“ขอรับท่านพ่อ”
“ท่านพ่อแล้วชุนเออร์...”
“ดูจากท่าทางของชุนเออร์กับคุณหนูหานแล้วพวกเขาทั้งสองมีความรักและสนิทสนมกันจากใจ ท่าทางของนางนั้นมิต่างจากเสือหวงลูกแม้แต่น้อยชุนเออร์ของพวกเราอยู่กับนางคงจะปลอดภัยอย่างแน่นอน”
“แต่นางมิได้ออกเรือนนางจะ...”
ขณะที่ทั้งสามกำลังคุยกันนั้นชุยหลัวคนสนิทของฮูหยินเซวียได้เดินเข้ามาคุกเข่าก่อนจะเอาหัวของตนโขกพื้นพร้อมทั้งร้องไห้อย่างเหลืออด
“ชุยหลัว เกิดอะไรขึ้น เหตุใดเ้าถึงทำเช่นนั้นลุกขึ้นมาคุยกันดี ๆ”
“ฮื่อ ๆ ๆดีใจเหลือเกิน ในที่สุดนายท่าน ฮูหยินและคุณชายก็ได้พบคุณชายน้อยเสียที”
“เ้าหมายความว่าอย่างไรกัน”
“ั้แ่ที่คุณหนูใหญ่สิ้นไปฮูหยินเสียใจและตรอมใจจนมิเป็ทำอะไรจนนายท่านสั่งให้ทุกคนมิให้พูดถึงเื่นี้....พวกท่านคงไม่รู้ว่าคุณชายต้องลำบากเพียงใด”
“ลำบากมิใช่ว่าอินเออร์...”
“คุณหนูรองแอบชอบท่านแม่ทัพมาตลอดและหวังจะได้เป็ชายาของท่านแม่ทัพแต่นายท่านได้ให้คุณหนูใหญ่แต่งออกไปกับท่านแม่ทัพแน่นอนว่าคุณหนูรองต้องเสียใจย่างแน่นอน เพียงแต่ไม่คิดว่าความทุกข์ใจเ่าั้ของคุณหนูรองกลับเป็คุณชายน้อยที่ต้องรับกรรมแทน”
“รับกรรมงั้นหรือ”
“คุณชายน้อยั้แ่จำความได้ก็มิเคยกินอิ่มหรือนอนอุ่นต้องแลกอาหารด้วยแรงงานยิ่งกว่าบ่าวรับใช้อีกทั้งคุณหนูรองยังประกาศว่าคุณชายน้อยเป็ตัวซวย ทำให้ยายป่วยทำให้แม่ตายและทำให้บิดาเจ็บจนไม่รู้ว่าเป็ตายร้ายดีอย่างไรนางยังประกาศกร้าวว่าคุณชายน้อยเป็ดาวแห่งความโชคร้ายอีกด้วยเ้าค่ะ”
“ปึ๊ง!!”
เสียงตบโต๊ะด้วยความไม่พอใจของเสนาบดีเซวียดังจนทุกคนใ
“ร้ายกาจที่สุด”
“จนเมื่อพบคุณหนูหานนางทะเลาะกับคุณหนูรองเื่คุณชายน้อย นางจึงประกาศต่อหน้าทุกคนว่าจะรับคุณชายน้อยเป็บุตรบุญธรรมและพร้อมจะแต่งงานกับท่านแม่ทัพไม่ว่าจะเป็หรือตายหากท่านแม่ทัพ้า”
“นาง....นางทำเช่นนั้นอย่างนั้นหรือ”
“เ้าค่ะนายท่านสามารถถามบ่าวไพร่ในเรือนทุกคนได้เื่นี้ลือกันอย่างหนาหูทั่วเมืองแล้วเ้าค่ะ”
“เป็เพราะพวกเราพวกเราละเลยชุนเออร์ ต้องขอบคุณคุณหนูหานที่ยื่นมือเข้ามาช่วยชุนเออร์”
“พ่อบ้านจ้าวพรุ่งนี้เช้าให้เ้านำหนังสือไปส่งยังจวนตระกูลหาน”
“ขอรับนายท่าน”
“เื่นี้เราจะใจร้อนไม่ได้สิ่งที่พวกเราคุยกันที่นี่ให้ปิดเป็ความลับ อย่าให้อินเออร์และอนุจินรู้ เห็นทีข้าจะต้องทวงคืนความยุติธรรมให้ชุนเออร์เสียแล้ว”
เพียงไม่นานเสียงทะเลาะกันดังออกมาจากบริเวณสวนดอกไม้ที่เสนาบดีเซวียเซวียฮูหยินอยู่ ทุกคนที่อยู่รอบ ๆ ถึงกับใและรีบเดินเลี่ยงไปในทันทีบ่าวไพร่ที่ทำงานอยู่รอบ ๆ ต่างพากันหลบไปอย่างเงียบ ๆ