ชิงหลง กำลังยืนอยู่ที่ด้านล่างบนเวทีการประลอง ด้วยใบหน้า งุนงง ที่อยู่ๆตัวเองก็ถูกพาลงมาที่ตรงนี้ จึงอดที่จะถามไม่ได้"เอ่อ..ท่านพาข้าลงมาทำไม ข้าไม่ได้ลงสมัครงานประลองนี่เลยนะ"
"เจ้าถูกท้าประลองจาก อันดับที่ 2 นาม จ้าวหลินหลง ข้าจึงได้นำเจ้าลงมาที่นี่ยังไงล่ะ"
เมื่อหันไปมองก็เข้าใจได้ทันทีว่า จ้าวหลินหลงมันต้องการอัดเขาต่อหน้าผู้คนมากมายเพื่อตอกย้ำข้าที่อ่อนแอ ไม่สามารถฝึกพลังปราณได้
ชิงหลงคิดถึงความเป็นไปได้ทันที เพราะจากความทรงจำของเด็กคนนี้ก็ถูกเหล่าเด็กในตระกูลรังแกตลอด โดยเฉพาะ จ้าวหลินหลงผู้ที่ท้าเขาประลองอยู่นี่เองจ้าวหลินหลงยิ้มอย่างชั่วร้ายมาทางชิงหลง ก่อนจะกล่าวทักทายออกมา
"ไม่พบกันไม่เท่าไหร่ก็ลืมข้าไปแล้วรึไง เจ้าขยะไร้ค่า"
"ที่แท้ ก็อัจฉริยะ ปากหมานี่เอง เจ้าก็ยังมีนิสัยชอบรังแกคนอ่อนแอกว่าตัวเองเสมอเลยนะ"
จ้าวหลินหลง คิ้วกระตุกทันที เมื่อได้ยินคำกล่าวของ ชิงหลง มันทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก เหมือนมีอะไรติดคอ เขาไม่คิดเลยว่า ชิงหลงจะกล้าพูดอะไรแบบนี้ออกมา นี่มันเป็นเจ้าอ่อนแอนั่นจริงหรอ?
เจ้า...เจ้า..!
"เจ้าอะไร ข้าชื่อ ชิงหลง ไม่ได้ชื่อ เจ้า...เจ้า... "
"มีอะไรค่อยลงไปคุยกันทีหลังก็ได้ การประลองจะเริ่มแล้ว การประลองรอบพิเศษ ระหว่าง จ้าวหลินหลงกับชิงหลง เริ่มได้"
"เจ้านั่นมันคิดอะไรของมันอยู่กันแน่ถึงได้ท้าประลองกับผู้ที่ฝึกพลังปราณไม่ได้" หยวนหลิงซี กล่าวออกมา งงๆ
"น่ารังเกลียดที่สุด นี่มันแกล้งกันชัดๆ" หลิวอี้เหมยกล่าวด้วยท่าทางน่ารังเกลียดต่อการกระทำของจ้าวหลินหลงออกมา
จ้าวหลินหลงระเบิดพลังออกมา ส่งแรงกดดันไปที่ ชิงหลงทันที แรงกดดันพวยพุ่งไปหาชิงหลง แต่กับไม่เกิดอะไรขึ้น กรรมการตัดสิน เฉินต้าหลัว ก็งุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า ที่เจ้าเด็กไร้พลังปราณคนนี้ ไม่เป็นอะไรเลย ทั้งที่ตัวเขาเองก็รับรู้ได้ว่า เจ้าเด็กตระกูลจ้าวนี่ ส่งแรงกดดันออกมา เฉินต้าหลัว จ้องมองไปยัง ชิงหลงด้วยความสงสัยใคร่รู้
การกระทำของจ้าวหลินหลงที่ท้าประลองกับเด็กน้อยชิงหลงนั้นกลายเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ ไร้อย่างอายที่สุด ที่ท้าประลองกับคนที่ไร้พลังปราณแบบนี้ เพียงแค่มองแว๊บเดียวก็รู้แล้ว แต่จ้าวหลินหลงกับท้าประลอง นี่จึงทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าผู้ชมขึ้น
ทางด้านชิงฮุยหลงกับชิงหยูเยว่ นิ่งค้างตกใจสุดขีดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่นึกว่าบุตรชายตนจะถูกกรรมการพาไปที่ด้านล่างลานประลอง พอรู้ตัวอีกที ก็เห็นชิงหลงลงไปยืนที่ลานประลองแล้ว ความเครียดแค้นต่อตระกูลจ้าวยิ่งมายิ่งมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า แต่ก็ไม่อาจทำอันใดได้ ได้แต่นั่งมองบนอัฒจันทร์ด้วยความโกรธ ที่อยากจะเข้าใจได้
"ไอ้เด็กตระกูลจ้าวบัดซบนั่น ถ้าลูกชายข้าเป็นอะไรขึ้นมาละก็ ต่อให้ข้าต้องตายข้าก็จะไปล้มล้างตระกูลเจ้าให้ได้"
ชิงฮุยหลง กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ ที่ผสมกับความโกรธ จนคนด้านข้างถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัวที่ลานเวทีการประลอง
จ้าวหลินหลงยังคงสร้างแรงกดดันอย่างต่อเนื่องไปที่ ชิงหลง จนเริ่มที่จะหมดความอดทน เมื่อเห็น ชิงหลง กำลังยืนกินพุทราเชื่อมอย่างสบายใจ ทำเหมือนกับว่าจ้าวหลินหลงเป็นอากาศธาตุยังไงอย่างงั้นเสียงเคี้ยว ดัง แจ๊บๆจนสามารถได้ยินได้ สร้างความแปลกใจให้กับผู้คนทั้งหลายที่กำลังจ้องมองการต่อสู้ในครั้งนี้
"เอ่อ..นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน"
"ทำไม? เจ้าเด็กไร้พลังนั่นถึงทำตัวปกติได้ทั้งๆที่ถูกแรงกดดันขนาดนั้นได้ล่ะ?"
"ข้าจะไปรู้ได้ยังไงกันเล่า ข้าก็สงสัยเหมือนกับเจ้านั่นล่ะ"
ความโกรธปะทุออกมาจากก้นลึกภายในจิตใจของจ้าวหลินหลง ที่ขยะไร้ค่าที่ไร้พลังปราณไม่เห็นตนอยู่ในสายตา สายตาเย็นชาจ้องมองไปยัง ชิงหลง ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว
"เป็นเพียงแค่ขยะไร้ค่า อย่ามาทำเป็นเมินข้านะเฮ้ย ข้าจะทำให้เจ้าจดจำเรื่องราวในครั้งนี้ไปจนวันตาย ฮ่าๆ ฮ่าๆ"
"เจ้าจะทำได้รึ! อย่ามัวแต่พูดไร้สาระ จะทำอะไรก็รีบทำ ข้าไม่ว่างมาฟังเจ้าคุยโตโออวดหรอกนะ"
ฮ่าๆ ฮ่าๆ "เจ้าเด็กนี้มันใจกล้าดีว่ะ ข้าชอบจริงๆคนแบบนี้" ชายคนนึงกล่าวออกมาพร้อมกับหัวเราะเบาๆ คำกล่าวนี้เหมือนกับเอาน้ำมันไปเทลาดใส่กองไฟ ทำให้เหล่าผู้ชมยกนิ้วให้กับคำกล่าวนี้
"ถ้าอยากเจ็บตัวมากขนาดนั่นล่ะก็ ข้าจะสนองให้"
จ้าวหลินหลงพุ่งเข้าหาชิงหลงด้วยความเร็ว แต่ก็ต้องหยุดลงล้มหน้ากระแทกพื้นลานประลองทันที ตุบ! ไม่มีใครรู้ว่าชิงหลงนั้นได้ใช้เวทย์ "ตรึงวิญญาณ" ออกมาขณะที่จ้าวหลินหลงเคลื่อนไหวทุกคนก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจ้าวหลินหลงถึงหยุดล้มหน้ากระแทกพื้นทั้งๆที่พุ่งออกไปแล้ว
"อะ..เจ้าไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ มันทำให้เจ้าสะดุดล้มหน้าแหกเลยเห็นไหม" ชิงหลงพูดหยอกล้อออกไป เมื่อจ้าวหลินหลงลุกขึ้นยืนขึ้นมาก็พบว่าหน้าผากของเขาปูดออกมา ทำให้เกิดเสียงหัวเราะไปทั่วสนามประลอง
"เจ้าทำอะไรกับข้า บอกมาเดี๋ยวนี้"ชิงหลงทำหน้า งุนงงกับคำกล่าวของจ้าวหลินหลง
"ทำอะไร? ข้าก็ยืนเฉยๆไม่ได้ทำอะไรนิ เจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ"
"ถ้าไม่ใช่เจ้าแล้วใครจะทำ"
"เจ้ากล่าวใส่ร้ายข้า ไม่กลัวสวรรค์ลงทัณฑ์เจ้ารึไง"
"ข้าใส่ร้ายเจ้า สวรรค์ลงทัณฑ์ ฮ่าๆ ฮ่าๆ"
ชิงหลง ยิ้มเมื่อเห็นจ้าวหลินหลงหัวเราะ ก่อนจะขยับปากเล็กน้อย ร่ายเวทย์ "ทัณฑ์สายฟ้า"เปรี้ยงง!! เปรี้ยงง!! เปรี้ยงง!! สายฟ้าฟาดลงมาที่ร่างของจ้าวหลินหลง 3 ครั้ง ก่อนจะหยุดลง พร้อมกับเสียงหัวเราะที่หายไป
ทั่วร่างของจ้าวหลินหลง เต็มไปด้วยรอยไหม้ของสายฟ้าที่ฟาดลงมาโดยไม่ทราบสาเหตุ จากนั้นก็ล้มลงกระแทกพื้น กลิ่นเหม็นไหม้ของเนื้อและเสื้อผ้ากระจายไปทั่ว ร่างกระตุกตลอดเวลา มีควันออกมาจากปาก แม้แต่กรรมการตัดสิน เฉินต้าหลัว ยังไม่ทราบว่าเกิดสายฟ้าได้ยังไง ไม่มีใครสามารถอธิบายได้ เฉินต้าหลัวได้สติกลับมาก่อนจะรีบเข้าไปตรวจดูอาการของจ้าวหลินหลง พร้อมกับถอนหายใจออกมา
"เฮ้อ...นับว่าเป็นความโชคดีของเจ้าที่ไม่บาดบาดเจ็บรุนแรง"
เฉินต้าหลัวหันไปทาง ชิงหลงก่อนจะกล่าวถามว่า "เจ้าเป็นคนทำสินะ" ชิงหลงทำเป็นไม่เข้าใจก่อนจะกล่าวตอบว่า "ท่านพูดเรื่องอะไร ข้าไม่รู้เรื่อง?"ก่อนจะเดินลงจากเวทีการประลองไป
"นี่มันยังน้อยไปด้วยซ้ำที่เจ้าได้รับ มันเทียบกับข้าไม่ได้เลย ตั้งแต่ที่ข้าเกิดมา" ชิงหลงคิดในใจ "พวกเราไปกันเถอะ ท่านพ่อท่านแม่ ลูกรู้สึกหิวแล้วล่ะ"เฉินต้าหลัว มั่นใจว่า ชิงหลงเป็นคนทำ แต่ก็ไม่สามารถกล่าวออกมาได้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทำให้การประลอง รุ่นเยาว์ต้องยุติลงโดยปริยาย โดยไม่มีการแข่งขันรอบที่ 2 อันดับการประลองก็ยังเหมือนเดิม
"นี่มัน..เกิดอะไรขึ้น!? ท่านพอจะทราบรึเปล่าท่านอาวุโส เฉินต้าหลัว" หยวนไท่จื่อรีบกล่าวถามทันทีเมื่อผู้อาวุโสเฉินต้าหลัวเดินมา
"ข้าก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ที่คนไร้พลังปราณจะทำแบบนี้ได้ แต่ข้าก็พอจะมั่นใจได้ว่า ทั้งหมดเป็นฝีมือของเด็กนั่น ไม่ผิดแน่นอน ถึงแม้จะไม่รู้ว่า เด็กนั่นทำได้ยังไงก็ตาม"
"ผู้อาวุโสเฉิน เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง แต่ข้ารู้สึกสงสัยเกี่ยวกับการประลองที่จ้าวหลินหลงเป็นคนเลือกเองมากกว่า"
"อืม..เรื่องนี้ข้าก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่รู้สึกว่าจ้าวหลินหลงจะรู้จักเด็กที่ชื่อ ชิงหลงมาก่อน เหมือนเคยอยู่กับตระกูลจ้าวด้วย"
"เอ๊ะ! แต่ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยนะว่าตระกูลจ้าวเคยรู้จักกับตระกูลชิงมาก่อน" หยวนไท่จื่อกล่าวแย้งทันที
"เจ้าก็ลองไปสืบหาข้อมูลจากตระกูลจ้าวดูว่ามีเรื่องอะไรที่พวกเขาปิดบังไว้หรือเปล่า อีกอย่างข้าจะไปค้นหาข้อมูลดูว่าเจ้าเด็กนั่นทำได้ยังไงทั้งที่ไม่มีพลังปราณ"
"ถ้ามีอะไรคืบหน้าข้าจะไปพบท่านผู้อาวุโสเพื่อแจ้งข้อมูลให้ทราบ ข้าขอตัวลา"หยวนไท่จื่อเดินไปพบกับบุตรสาวตน ก่อนจะเดินทางกลับจวญเจ้าเมืองหมอกนภาทันที
โรงเตี๊ยมใบหลิวเป็นโรงเตี๊ยมที่ขึ้นชื่อในเรื่อง สุราเลิศรสกับอาหารเลิศหรู ของเมืองหมอกนภา ทางด้านชื่อเสียงนั้นไม่ยิ่งหย่อนไปจากโรงเตี๊ยมขึ้นชื่อจากเมืองหลวงเลยแม้แต่น้อย ผู้คนสัญจรผ่านทางไปมาต่างก็กล่าวชื่นชมไม่ขาดสายโดยมี เถ้าแก่เนี๊ย หลู่หรงอี้ เป็นเจ้าของกิจการที่โต๊ะอาหารโต๊ะหนึ่งติดระเบียงข้างสระน้ำ มีเด็กน้อยน่ารัก กำลังนั่งกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย มีพ่อกับแม่นั่งอยู่ข้างๆ
"เจ้ากินช้าๆก็ได้ไม่มีใครมาแย่งเจ้ากินหรอก"
ชิงหยูเยว่กล่าวออกมาด้วยท่าทางเหนื่อยใจ แต่เมื่อเห็นบุตรชายตนมีความสุขก็ได้แต่ยิ้มและเฝ้ามองเท่านั้น
ชิงฮุยหลงตอนนี้ก็ใจเย็นลงมาบ้างแล้ว เมื่อเห็นบุตรชายตนไม่เป็นอะไร และอยากถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่กล้าถาม จึงได้แต่เก็บเงียบไว้ในใจ คิดเพียงแค่ว่า ซักวันบุตรชายเขาจะเล่าให้ฟังด้วยตัวเอง
เพล้ง!! "คะ..คุณหนูท่านเป็นเป็นอย่างไรบ้าง?"
" อึก! ไม่เป็นไร ข้ายังไหวอยู่ เอายาที่ท่านหมอมาให้ข้าที"
"ได้เจ้าค่ะ" หญิงสาวรีบค้นหายาจากกล่องเล็กๆใบหนึ่ง แล้วหยิบเม็ดยาออกมายื่นส่งให้
"นี่เจ้าค่ะ ยาที่ท่านหมอให้ไว้ยามฉุกเฉิน"
ชิงหลง เหลือบไปมองที่เด็กสาวคนนั้น ก็พบว่า ใบหน้านั้นขาวซีด ท่าทางเจ็บปวดทรมาน แต่ก็กัดฟันอดทนเอาไว้
ชิงหลงชื่นชมในความอดทนของเธอ จึงลุกเดินออกจากโต๊ะอาหารของตน เดินไปทางเด็กคนนั้น ซึ่งอายุน่าจะน้อยกว่าชิงหลงอยู่ 1 ถึง 2 ปี ก่อนจะกล่าวว่า
"ต้องการให้ช่วยอะไรไหม?"