ลึกๆ แล้วทิงเสวี่ยยังอดกังวลไม่ได้ว่าหลินฉางจื้อจะไม่ตั้งใจเรียนหนังสือจริงๆ และคงเรียนให้จบมัธยมต้นไปแบบขอไปที
อันที่จริงหลินฉางจื้อเป็นเด็กหัวไวและฉลาดมาก เพียงแต่เขาไม่ยอมใช้ความฉลาดนั้นไปกับการเรียน ถ้าเพียงแค่เขายอมทุ่มเทพลังงานให้กับการเรียนสักครึ่งหนึ่ง รับรองว่าผลการเรียนจะต้องดีวันดีคืนอย่างแน่นอน
หลินฉางจื้อเป็นลูกชายคนเดียวของหลินหงเจี้ยน สองสามีภรรยาจึงฝากความหวังไว้กับลูกคนนี้มาก
ไม่กี่ปีหลังจากหลินฉางจื้อลืมตาดูโลก นโยบายวางแผนครอบครัวเริ่มเข้มงวดขึ้น แต่กระนั้นก็ยังมีหลายครอบครัวที่ยอมเสี่ยงแอบมีลูกคนที่สอง พ่อแม่ของหลินฉางจื้อเองก็เช่นกัน พวกเขายอมเสียค่าปรับเพียงเพื่อหวังจะมีลูกอีกคน ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายก็ได้ทั้งนั้น ขอแค่ให้บ้านมีเด็กสองคนจะได้ครึกครื้น และที่สำคัญคือพี่น้องจะได้เป็นเพื่อนคู่คิด คอยดูแลกันและกันในยามแก่เฒ่า
ทว่าโชคชะตาไม่เข้าข้าง ตอนที่แม่ของหลินฉางจื้อคลอดเขา เธอคลอดยากจนเสียเลือดมาก ทำให้สุขภาพทรุดโทรมลง หลังจากนั้นไม่ว่าจะพยายามบำรุงแค่ไหนก็ไม่มีข่าวดีอีกเลย นานวันเข้าสองสามีภรรยาจึงต้องจำใจล้มเลิกความตั้งใจ และทุ่มเทความรักความคาดหวังทั้งหมดไปที่หลินฉางจื้อเพียงคนเดียว
คำพูดที่ทั้งปลอบทั้งขู่ของเด็กหญิงทำให้หลินฉางจื้อนิ่งเงียบไปนาน เมื่อเห็นเขาไม่ตอบรับ ทิงเสวี่ยก็ยื่นมือไปบิดแก้มยุ้ยๆ นั่นอย่างหมั่นเขี้ยว
“นี่ เจ้าหลานชาย... ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้ เข้าหูบ้างหรือเปล่า?”
“โอ๊ยๆ! อาเล็ก... ได้ยินแล้วครับๆ ผมเป็นหลานชายแท้ๆ ของอานะ มือหนักชะมัดเลย” หลินฉางจื้อแกล้งทำท่าเจ็บปวดเกินจริง
ทิงเสวี่ยบิดซ้ำอีกที “ในเมื่อได้ยินแล้ว ฉันก็จะรอดูผลงานของนาย เชื่อเถอะว่าถ้านายกล้าไปพูดกับพ่อแม่ว่าจะเรียนแค่จบ ม.ต้น รับรองว่าไม้กวาดได้หักคาก้นนายแน่”
“เชื่อครับ เชื่อแล้ว...” หลินฉางจื้อรีบรับคำ เขาเองย่อมไม่กล้าบอกพ่อแม่ตรงๆ ว่าไม่อยากเรียน เพราะรู้ดีว่าพวกท่านหวังให้เขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ขนาดไหน
หลินฉางจื้อเล่นอยู่ที่บ้านทิงเสวี่ยอีกพักใหญ่ก็เตรียมตัวกลับ ก่อนกลับยังมาชวนทิงเสวี่ยไปจับจักจั่นตอนกลางคืนอีก แต่ทิงเสวี่ยจำต้องปฏิเสธไป เพราะพรุ่งนี้พ่อต้องไปขายซาลาเปาที่ตลาดนัด คืนนี้เธอกับพ่อคงมีงานยุ่งมาก
......
เมื่อหลินกั๋วผิงกลับมาจากข้างนอก สายตาก็ปะทะเข้ากับถังพลาสติกสองใบที่บรรจุซีอิ๊วกับน้ำส้มสายชูจนเต็มวางหราอยู่กลางห้องโถง
“เสียวเสวี่ย ทำไมซื้อซีอิ๊วกับน้ำส้มสายชูมาเยอะแยะขนาดนี้ล่ะลูก? นี่ลูกถือกลับมาเองเหรอ?”
ทิงเสวี่ยตอบเสียงใส “หนูว่าจะดองแตงกวาดองค่ะพ่อ ตอนแรกก็จะถือมาเองแหละ แต่ระหว่างทางเจอฉางจื้อ เขาเลยช่วยถือกลับมาให้”
ทันทีที่ได้ยินลูกสาวบอกว่าจะ 'ดองแตงกวา' แววตาของหลินกั๋วผิงก็ไหววูบด้วยความโศกเศร้า
วินาทีนั้น... ภาพของแม่ก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำ
ช่วงเวลานี้ของเมื่อปีที่แล้ว แม่ของเขากำลังง่วนอยู่กับการเตรียมไหดองแตงกวาอยู่พอดี... และผักดองฝีมือแม่นั้น รสชาติเป็นเลิศหาใครเทียบไม่ได้จริงๆ
“เสียวเสวี่ย... พ่อว่าอย่าทำเลย ถ้าทำเสียขึ้นมาจะเสียดายของเปล่าๆ” หลินกั๋วผิงเอ่ยทัดทาน เขาไม่มั่นใจว่าลูกสาวจะทำสำเร็จ
การดองผักไม่เหมือนการทำซาลาเปา ซาลาเปาแค่เตรียมไส้เตรียมแป้งให้ดี ต่อให้ห่อไม่สวยยังไงก็นึ่งกินได้ แต่การดองผักมีความเสี่ยงสูง ถ้าทำผิดสูตรเพียงนิดเดียว ไม่นานผักก็จะเน่าเสีย กลายเป็นต้องทิ้งทั้งแตงกวา ทั้งเครื่องปรุงราคาแพงอย่างซีอิ๊วและน้ำส้มสายชูไปเปล่าๆ
หลินกั๋วผิงรู้ดีว่าสูตรผักดองของแม่เป็นเคล็ดลับประจำตระกูล พี่สาวทั้งสองคนอย่างหลินชุ่ยหงกับหลินชุ่ยอิงเคยมาเรียน หรือแม้กระทั่งหลิวกุ้ยหลาน แม่ของทิงเสวี่ยเองก็เคยมาฝึกทำ แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครจับเคล็ดลับได้เลย ผักดองที่พวกเธอทำรสชาติแค่พอทานได้ แต่เก็บไว้ได้ไม่นานก็เสีย
ต่างจากแตงกวาที่ย่าหลินดอง นอกจากรสชาติจะกลมกล่อมเข้าเนื้อแล้ว ยังเก็บรักษาได้นานข้ามปีโดยไม่ต้องง้อตู้เย็น
ทิงเสวี่ยเห็นพ่อมีสีหน้ากังวลจึงขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและมั่นใจ “พ่อคะ หนูทำได้จริงๆ นะคะ ถ้าครั้งนี้ไม่สำเร็จ หนูจะลองทำใหม่จนกว่าจะได้ ถ้าทำสำเร็จ... ฝีมือของย่าก็จะไม่หายไปไหนไงคะ”
เด็กสาวอธิบายต่อ “อีกหน่อยพ่อต้องไปเปิดร้านซาลาเปาในเมือง ร้านเราจะมีแค่ซาลาเปาอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีเครื่องเคียงไว้กินแก้เลี่ยนด้วย ถ้ามีผักดองสูตรเด็ดของย่ามาช่วยเสริม มันจะกลายเป็นจุดขายให้ร้านเราได้นะคะ”
หลินกั๋วผิงพิจารณาเหตุผลของลูกสาวแล้วก็จำต้องพยักหน้ายอมรับ “เอาเถอะ ในเมื่อลูกอยากลองก็ลองดู แต่ลำพังลูกคนเดียวคงทำไม่ไหวหรอก ตัวแค่นี้... เดี๋ยวพ่อช่วย”
“ต้องให้พ่อช่วยอยู่แล้วล่ะค่ะ แต่เรื่องสูตรพ่อไม่ต้องห่วงนะ ตั้งแต่จำความได้ หนูเกาะติดอยู่ข้างเตาตอนย่าทำตลอด ทุกขั้นตอนหนูจำได้ขึ้นใจเลย!”
เรื่องความจำหลินกั๋วผิงไม่เคยสงสัย เขารู้ดีว่าลูกสาวของเขาฉลาดเป็นกรด
......
หลังจากมื้อเย็น พ่อลูกช่วยกันเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำซาลาเปาขายในวันรุ่งขึ้น แป้งหมักไว้เรียบร้อยแล้ว เหลือแค่เตรียมไส้ให้เสร็จสรรพ พรุ่งนี้เช้ามืดตื่นมาห่อแล้วนึ่งก็พร้อมขาย
กว่าจะจัดการทุกอย่างเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยไปถึงสี่ทุ่มกว่า
ทิงเสวี่ยรีบล้างหน้าล้างตาเตรียมเข้านอน แต่ทว่าคืนนี้อากาศร้อนอบอ้าวเป็นบ้า ห้องนอนก็เล็กและอุดอู้ แถมที่บ้านไม่มีพัดลมไฟฟ้า จะให้นอนพัดมือทั้งคืนก็คงไม่ไหว
“คืนนี้ไปนอนที่แคร่หน้าบ้านกันเถอะ”
หลินกั๋วผิงย่อมไม่วางใจให้ลูกสาวไปนอนตากน้ำค้างคนเดียวแน่ สองพ่อลูกจึงหอบเสื่อคนละผืนออกไปปูที่ลานบ้าน
เบื้องบนคือผืนฟ้ากำมะหยี่สีดำสนิท กว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ดารดาษไปด้วยดวงดาวนับล้านที่กะพริบวิบวับราวกับดวงตาซุกซน เสียงจิ้งหรีดเรไรกรีดปีกประชันเสียงแว่วมาเป็นระยะ ราวกับบทเพลงแห่งพงไพรขับกล่อมยามค่ำคืน
การนอนตากลมธรรมชาติข้างนอกนั้นเย็นสบายดี... แต่มันก็เหมือนเป็นการเปิดโต๊ะจีนเชิญชวนเหล่าฝูงยุงให้มาลิ้มลองอาหารอันโอชะเช่นกัน
เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้ามืด ทิงเสวี่ยพบว่าตามแขนขาของเธอเต็มไปด้วยตุ่มแดงเล็กๆ ทั่วไปหมด นั่นคือของฝากที่เจ้ายุงร้ายทิ้งไว้ต่างหน้า
ฟ้าเพิ่งจะสาง ทิงเสวี่ยก็ลุกขึ้นมาช่วยพ่อห่อซาลาเปา เมื่อนึ่งเสร็จ หลินกั๋วผิงก็รีบกินข้าวเช้าลวกๆ แล้วขนของไปตลาดนัดทันที
พอลับหลังพ่อ ทิงเสวี่ยกินรองท้องนิดหน่อยแล้วก็ไม่ได้กลับไปนอนต่อ เธอลงมือเก็บกวาดบ้าน ซักผ้ากองโต แล้วจึงเริ่มภารกิจสำคัญ... 'การดองผัก'
เธอเริ่มจากล้างแตงกวาและพริกสดให้สะอาดเอี่ยม หั่นเป็นท่อนขนาดพอดีคำ แล้วนำไปบีบน้ำออกจนแห้งสนิท ก่อนจะบรรจงเรียงใส่ลงในไห
เมื่อใส่ผักลงไหแล้ว ทิงเสวี่ยโรยเกลือตามลงไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นจึงหันไปจัดการกับส่วนผสมของเหลว
เนื่องจากเธอยังเด็กและเรี่ยวแรงน้อย จะให้ยกหม้อหนักๆ ทีเดียวคงไม่ไหว เธอจึงต้องแบ่งทำทีละขั้นตอนอย่างใจเย็น
เริ่มจากเคี่ยวซีอิ๊วให้เดือด แล้วพักไว้ จากนั้นค่อยมาเคี่ยวน้ำส้มสายชู ในขั้นตอนนี้เธอใส่น้ำตาลทรายขาวลงไปในปริมาณที่พอเหมาะ รอจนเดือดแล้วก็พักไว้ให้เย็นสนิทเหมือนซีอิ๊ว
ทิงเสวี่ยจำคำสอนของย่าได้แม่นยำ... สาเหตุที่คนส่วนใหญ่ดองแตงกวาแล้วเก็บไว้ได้ไม่นาน เป็นเพราะไฟในการเคี่ยวเครื่องปรุงไม่ถึงที่ น้ำในตัวแตงกวาบีบออกไม่หมด และเกลือที่ใส่ไม่ถูกสัดส่วน
ระดับความร้อน สัดส่วน และปริมาณน้ำ คือสามหัวใจหลักที่จะชี้ชะตาว่าแตงกวาดองไหไหนจะเป็นของดีหรือของเน่า ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้เด็ดขาด
เด็กหญิงรวบรวมสมาธิ ทำตามความทรงจำในอดีต ผนวกกับประสบการณ์ลองผิดลองถูกจากชาติก่อน เพื่อเริ่มการดองผักครั้งแรกในชาตินี้อย่างพิถีพิถัน
เธอสูดหายใจลึก มองดูไหตรงหน้าด้วยแววตามุ่งมั่น
ต้องสำเร็จ... งานนี้ต้องสำเร็จให้ได้!