ตอนที่ 29 : หมู่บ้านที่ถูกทำลาย
ภายในป่าที่มีเเสงจันทร์เเละแสงไฟจากหมู่บ้านของกลุ่มโจรเพิร์กสาดเข้ามาให้เเสงสว่าง ผมกำลังยืนประจันหน้ากับเซริส นักหมัดสาวที่ครั้งหนึ่งผมเคยโค่นได้มาเเล้ว กับโจรอีกคนที่จับเลเซียไว้เป็นตัวประกัน
“นายนี่เดาทางไม่ยากเลยนะ คิดจริงๆ เหรอว่าจะสู้กับสิ่งที่เพิ่งเห็นได้”เซริสกล่าว เธอฉีกยิ้มของผู้ที่อยู่เหนือกว่า
“ก็ไม่ได้คิดหรอก จนกระทั่งเธอโผล่มานี่แหละ!”ผมว่า พลางง้างคันธนูที่ถือไว้อยู่เเล้วขึ้นเล็ง ลูกธนูเวทมนต์พลันปรากฏเเละยิงออกไปด้วยความเร็วเข้ากลางหน้าผากของโจรที่จับเลเซีย
เซริสถึงกับผงะตกใจจนเซถอย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเร็วเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น
––นี่ล่ะข้อดีของการอัพสกิลทักษะซะหมด อืม เรียกว่ามีดีมีเสียอาจจะดีกว่า
เลเซียเมื่อถูกปล่อยก็ชักดาบเเละวิ่งเข้าใส่เซริสทันที เเต่เซริสที่เหนือกว่าก็เอี้ยวหลบกระบวนท่าได้อย่างว่าง่ายก่อนปัดดาบเธอด้วยเกราะเเขน เซริสหมุนตัวเข้าคลุกวงในเเละจับข้อมือเธอบิดจนเลเซียร้องเจ็บเเละปล่อยดาบ ก่อนปิดเกมด้วยหมัดขวาทรงพลังชกอัดเข้าช่วงท้องของเลเซียเต็มเเรงจนร่างบางลอยลิ่วก่อนตกกลิ้งกระเด็นไปกับพื้นดิน
“ฮึ่ม!”คราวนี้ผมตัดสินใจเเล้ว ถ้าฆ่าเธอได้ทุกอย่างก็จะจบ จะไม่มีคนรู้ความลับ จะไม่มีใครมาขู่ผมได้อีก!
–––ตูมมม!!!
ชั่วขณะที่ผมกำลังวิ่งเข้าไปและเปลี่ยนจากธนูเป็นดาบนั้น อยู่ๆ เสียงระเบิดตูมใหญ่ก็ดังขึ้นข้างหลัง ผมกับเซริสเเละเลเซียถึงกับหันไปมองเป็นตาเดียว
“เกิดอะไรขึ้น!?”ผมอุทานออกมาอย่างลืมตัว เห็นเปลวเพลิงพวยพุ่งขึ้นมาเหนือผืนป่าห่างออกไปไกลเเทบสุดสายตา และนั่นมันก็ทิศของเมืองอินนิท!
“ฉันจะบอกให้นายรู้ไว้นะบาร็อค ฉันไม่ใช่ศัตรูที่นายควรมากังวลด้วยหรอก”เซริสเอ่ย สีหน้าเธอหวั่นวิตกไม่เเพ้ผมกับเลเซีย
“สะ สองคนนั้น..”เลเซียเอ่ยตะกุกตะกัก เธอเป็นห่วงนาเทียร์กับเอลฟาที่อยู่บ้านกันสองคน
“เวรเอ้ย!”ผมสบถ เก็บอาวุธเเละรีบวิ่งมาประคองเลเซีย หันมาอีกทีก็พบว่าเซริสที่ยืนอยู่ก่อนหน้าหายไปแล้ว
“รีบกลับกันเถอะ!”
กว่าผมจะควบม้ากลับมาถึงบ้านก็หลายชั่วโมง ใช้ยารักษาพลังกายที่ซื้อมากับม้าไปจนหมด
เลเซียรีบลงจากม้าเเละผลักประตูบ้านเข้าไปข้างใน ก่อนจะโผเข้ากอดนาเทียร์เเละเอลฟาที่ยังปลอดภัยดี
“เกิดอะไรขึ้น!?”ผมถาม
“ฉันก็ไม่รู้ เเต่เสียงเหมือนที่เมืองมีคนต่อสู้กัน”นาเทียร์ตอบ เธอกับเอลฟาดูตื่นตัวและพร้อมจะรับมือถ้ามีอะไรเกิดขึ้น
“ฉันจะไปดูสักหน่อย”ผมว่า ที่แน่ใจตอนนี้คือไม่ใช่กลุ่มของเซริสเเน่ที่ก่อเรื่อง เเละผมคงปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ถ้าไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลย
“ฉันก็จะไปด้วย”เลเซียเอ่ย นาเทียร์กับเอลฟาก็เลยว่าตามกัน
“พวกฉันช่วยนายได้น่า”เลเซียพูดเสริมเมื่อเห็นผมลังเล
“ก็ได้ แต่เอลฟาฉันไม่ให้ออกไปสู้นะ เธอน่าจะอยู่รักษาคนเจ็บได้”ผมสั่ง ระดับของเธอคงปล่อยให้ไปสู้กับใครไม่ได้แน่นอน และเธอเองก็ดูจะเข้าใจในข้อนี้
ภายในเมืองอินนิทกำลังวุ่นวาย กว่าผมกับสองสาวจะฝ่าด่านป้องกันที่ไม่เคยเห็นมาก่อนทางประตูทิศที่ผมเข้าประจำมาได้ก็ใช้เวลานานโข
ได้ยินผ่านๆ คือเมืองถูกกลุ่มปริศนาโจมตีทางทิศตะวันออก พวกมันไล่ฆ่าชาวบ้าน เผาไร่น่า ทำลายทุกสิ่งอย่าง นักผจญภัยหลายคนรวมตัวกันช่วยกองกำลังทหารของเมืองที่มีอยู่ไม่มากเเละต้องคุ้มกันเมืองเป็นหลักจนออกไปสู้เองไม่ได้
พวกเราพักม้าไว้ตรงลานพักกลางเมืองก่อนเปลี่ยนมาวิ่งเท้า ในมือผมถือดาบยาว ใจเต้นระส่ำ รู้สึกกดดันกว่าทุกครั้งที่ต่อสู้เมื่อเห็นคนเจ็บถูกหามผ่านประตูเมืองเข้ามา
“บาร็อค! นึกว่าเจ้าจะไม่มาซะเเล้ว!”ลุงทารันตะโกนขึ้น ขณะขนย้ายผู้บาดเจ็บ
“เธออยู่ตรงเต็นท์พยาบาลนี่แหละเอลฟา”ผมเอ่ย
“ระวังตัวด้วยนะทุกคน”เอลฟากล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ก่อนจะวิ่งเข้าไปในเต็นท์ที่ทารันเป็นคนดูแล และใช้เวทมนต์ขั้นพื้นฐานของเธอช่วยรักษาอาการเบื้องต้น
“ไปฆ่าพวกมัน! ล้างเเค้นให้กับชาวบ้าน!”เสียงนักผจญภัยคนหนึ่งตะโกนขึ้น ก่อนจะพากันวิ่งออกไปนอกประตูเมือง
––ด้านนอกประตู พื้นที่กว้างขนาดใหญ่ที่สามารถมองออกไปไกลสุดตา บ้านเรือนน้อยใหญ่ตั้งกระจัดกระจาย มีไร่นาสวยงาม กังหันลมที่พัดตามลมดูผ่อนคลาย สายน้ำของเเม่น้ำไหลเป็นสายที่มีปลาเล็กใหญ่ว่ายฉิวดูเพลิดเพลิน
บัดนี้กังหันลมที่ว่ามีไฟลุกท่วมเเละใกล้แตกหักลงเต็มที บ้านเรือนถูกเผาไหม้ เสียงกรีดร้องของชาวบ้านดังเเว่วมาตามสายลมขัดกับเสียงคมดาบที่ดังปะทะกันอย่างดุเดือดไม่มีทีท่าทุเลาลง
ผมมองภาพทะเลเพลิงตรงหน้าด้วยอาการตัวสั่น ชาวบ้านที่เพิ่งช่วยปราบมิโนทอร์ให้ รอยยิ้มเหล่านั้น ผลไม้ที่ได้มายังกินไม่หมดกันด้วยซ้ำ เเต่คนเหล่านั้นกลับต้องมาตายโดยที่ไม่ได้ทำความผิดอะไร
“ต่อให้พวกมันเป็นปิศาจเหมือนกันฉันก็จะฆ่าพวกมัน!”ผมประกาศกร้าว ก่อนจะนำวิ่งออกไปตามทางของหมู่บ้าน ตามตรอกและพื้นที่ของไร่น่ากลายเป็นพื้นที่สังหาร กลุ่มของมันในชุดคลุมสีดำเข้มกำลังกวัดแกว่งคมดาบต่อสู้กับนักผจญภัยของเมืองอินนิท
ผมวิ่งปราดเดียวเข้าไป เงื้อมดาบและแทงเข้ากลางใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมดำของมันดึงสึบ! และกระแทกร่างนั้นลงกับพื้นก่อนชักดาบยาวออกจากหัวมัน ผมกระชากผ้าปิดหน้ามันออก ก่อนจะเห็นว่าคนเหล่านี้เป็นมนุษย์!
“ดูท่าจะไม่ใช่ปิศาจฝ่ายเดียวแล้วสินะที่ชอบรุกรานคนอื่น”ผมแสยะยิ้ม ลุกขึ้นมายืน
“ถ้าพวกเธอไม่อยากฆ่าเผ่าพันธุ์เดียวกันจะกลับบ้านไปก็ได้นะ แต่ฉันจะอยู่ต่อ จนกว่าจะเห็นพวกมันคนสุดท้ายถูกฆ่าตาย”ผมเอ่ย มองนาเทียร์กับเลเซียที่ดูตื่นกลัวท่าทีของผม
“ฉันก็จะล้างแค้นให้กับชาวบ้านที่ช่วยเหลือฉันเหมือนกัน!”เลเซียพูดด้วยความมั่นใจ น้ำเสียงเจือแววเศร้าที่ต้องเห็นชาวบ้านดีๆ ต้องมาจบชีวิตลง
“อย่าประมาทล่ะ” ผมเตือน ขณะกวาดสายตามองสถานการณ์รอบๆ
“พวกฉันต่างหากต้องพูดคำนั้น”นาเทียร์ตอบกลับ ก่อนจะใช้ดาบยาวรับคมหอกที่แทงเข้ามา เลเซียที่อยู่ใกล้กันพุ่งเข้าหาและแทงดาบยาวเข้าข้างลำตัวของศัตรูที่พุ่งเข้ามาแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง
เมื่อเห็นพวกเธอช่วยเหลือกันแบบนี้ผมก็อุ่นใจ เลยขอไล่ฆ่าด้วยความเร็วของตัวเองน่าจะทำให้ศึกนี้จบลงเร็วขึ้น แถมยังอยากหาตัวการของมันด้วย ถ้าเกิดว่าเจอล่ะก็
(จบตอน)