ขอเพียงรักนี้นิรันดร

    บทที่ 13...3/3

              ธามิณีสวดมนต์ก่อนนอนเพียงแค่อยากให้วันนี้ไม่ฝันถึงสิ่งที่น่ากลัวนั้นตอนนี้เธอจำได้ขึ้นใจแล้วว่าตัวเองจะตายอย่างไรแต่ก่อนถึงเวลานั้นเธอจะขอใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในนาที ทุกวันทุกปีหากเธอโชคดีถึงขนาดนั้น หญิงสาวหลับตาลงพลางดึงผ้าห่มมาถึงคอ

              ในม่านหมอกนั้นซ่อนอะไรอยู่นี่เธอกำลังฝันอยู่อีกแล้วใช่ไหม แต่คราวนี้เธออยู่ภายในห้องที่ว่างเปล่าอากาศบางเบาจนหายใจไม่ค่อยสะดวก เธอคงต้องออกไปจากห้องนี้เสียก่อน หญิงสาวลุกขึ้นจากพื้นที่นั่งอยู่แล้วเดินไปยังประตูห้องที่มีเพียงบานเดียวเธอยื่นมือออกไปจับลูกบิดแล้วหมุนก่อนจะดันประตูออกไป ภายนอกทำไมเหมือนเนินเขาที่มีบันไดล่ะแต่พอมองไปทางอื่น เธอกลับพบว่าเป็นหน้าผาทั้งสองด้านถ้าไม่กลับไปที่ห้องคงต้องเดินต่อไปก่อนที่จะหายใจไม่ออกเธอเดินไปตามบันไดดินที่เรียบ เดินง่าย ไม่ลื่นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปพบกับประตูอีกบาน

              ทำไมเธอถึงรู้สึกคุ้นๆนะ...

              ธามิณีมองไปข้างหลังกลับเห็นกลุ่มควันที่ลอยฟุ้งทำให้ต้องตัดสินใจเปิดประตูบานนั้นออกไปมันไม่ได้ล็อคอีกแล้ว เธอรีบวิ่งออกไปจากประตูบานนั้นเพื่อพบกับลานโล่งที่พอเงยหน้าก็เห็นท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวพร่างพรายเธอหายใจจนเต็มปอดรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่รีบออกมาจากห้อง ก่อนที่มันจะเต็มไปด้วยควันแต่แล้วนี่มันเสียงอะไรนะ ธามิณีพยายามฟังอย่างตั้งใจ

     

    ...ไม่มีรักครั้งไหน รักมากแค่ไหน ยิ่งใหญ่เกินที่ให้เธอ

    เหนื่อยแค่ไหนไม่ท้อ ทนได้เสมอ ขอให้เธอ มีความสุข

    ให้เจ้าเดินก้าวไป ไม่น้อยหน้าใครใคร แม้รู้ว่าในสักวันหนึ่ง

    ต้องมีใครสักคน รักเธอ ขอให้เขาเป็นคนดี

    ไม่ทำให้เธอเสียใจ รักเธอ อย่างที่ฉันรักเธอ...

    เพลง ดาวดวงน้อย ศิลปิน เสือ ธนพล อินทฤธิ์

             

            นี่มันเพลงที่พ่อเคยเปิดให้เธอฟังบ่อยๆนี่นา!

              ธามิณีหันมองไปรอบตัวอย่างมีความหวังหลายวันมานี้เธอเห็นพ่อกับแม่ในความฝันใช่ไหมนะ แต่มันเหมือนจริงมาก นั่นไงพ่อกับแม่นั่งรอเธออยู่ที่ห้องนั่งเล่นหญิงสาววิ่งไปหาด้วยความดีใจไม่ว่าตอนนี้จะเป็นความฝันหรืออะไรก็ช่างขอแค่เธอได้เติมเต็มความรู้สึกของความคิดถึงก็พอแล้วธามิณีวิ่งไปหาพ่อกับแม่ที่ห่างแค่ไม่กี่ก้าว หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความดีใจริมฝีปากยิ้มกว้าง ดวงตามองเพียงปลายทางที่เธอรอคอยมาตลอดแต่ละก้าวช่างเต็มไปด้วยความสมหวัง จนกระทั่ง

              “อย่าไป!”

              ธามิณีชะงักแล้วมองไปรอบตัวแต่ไม่เห็นใคร ขาทั้งสองข้างของเธอยังก้าวต่อไปจนกระทั่งพื้นที่เหยียบกำลังว่างเปล่า พ่อกับแม่ที่ห่างไปไม่กี่ก้าวหายวับ

              เกิดอะไรขึ้น!?!

              ความว่างเปล่าใต้ฝ่าเท้าทำให้ธามิณีได้คำตอบว่าตัวเองอยู่ที่ไหนเธอกรี๊ดออกไปสุดเสียงแต่ร่างของเธอราวกับลอยนิ่งแล้วพลันอ้อมแขนของใครบางคนก็มาโอบกอดเอวของเธอไว้พร้อมๆกับเกิดเงาดำพุ่งเข้ามาจู่โจมแต่แสงสีม่วงก็ฟาดใส่จนกระทั่งเงาดำนั้นหายไปในพริบตาเพื่อก่อตัวขึ้นมาใหม่หญิงสาวมองไปยังใบหน้าเย็นชาที่คุ้นเคย

              “ศนิ...คุณมาได้ยังไง”

              “กอดฉันไว้แน่นๆอย่าปล่อยเด็ดขาด!” ศนิสั่งพร้อมๆ กับฟาดพลังใส่เงาดำนั้นอีกครั้งเกิดเป็นแสงเจิดจ้าไปทั้งท้องฟ้าที่มีเพียงเขากับธามิณีที่มองเห็นเท่านั้น

              ธามิณีกอดศนิเอาไว้แน่นด้วยอ้อมแขนทั้งสองข้างพร้อมๆกับสิ่งรอบตัวราวกับเหมือนรถไฟเหาะ เธอรู้สึกเหมือนร่างถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออกอ้อมแขนของศนิกอดร่างของธามิณีไว้เพื่อลดแรงต้านของการวาร์ปในครั้งนี้แม้จะเพียงไม่กี่วินาที

            เกือบไปแล้ว...

            หากเขาช้าไปเพียงเสี้ยววินาทีธามิณีคงตกตึกตาย หัวใจของเขาเต้นแรงจนรู้สึกได้ความกลัวว่าจะช่วยชีวิตธามิณีไม่ทันเป็นอย่างนี้เอง ตอนที่เห็นว่าเธอกำลังจะร่วงลงไป

            เขาเพิ่งรู้ตัวว่า...ยังไม่พร้อมที่จะเสียธามิณีไป

     

     

            ขอเพียงรักนี้นิรันดร จำหน่ายในรูปแบบ E-Book แล้วนะคะที่เว็บ MEB หมวด นิยายรัก โบว์จะลงนิยายให้อ่านประมาณ 65% ของเรื่องราวทั้งหมดหรือประมาณบทที่ 16 แล้วสิ้นสุดการลงนิยายนะคะ

            ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ

            อัมราน_บรรพตี

    คล้ายกับเรื่องขอเพียงรักนี้นิรันดร ที่คุณอ่าน