เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 3 บทที่ 75 เธอโดนฉันทับอยู่นะ

            ร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมาทำให้ซูเจี่ยนอันขยับตัวไปไหนไม่ได้ คำพูดของเขาเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในสมองเธอ

            ป้อนเขาด้วยตัวเธอ...ใช้ตัวเธอ...ป้อนเขา...

            สมองของซูเจี่ยนอันขาวโพลนไปหมดนานทีเดียวกว่าที่จะเรียกสติกลับคืนมาได้ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากและพูดขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ

            “เอ่อ...ฉันไม่อร่อยหรอกนะแต่ไก่น้ำแดงแล้วก็ปลานึ่งที่ฉันทำอร่อยแน่นอน!”

            เธอยังไม่เข้าใจ?

            ลู่เป๋าเหยียนไม่พูดไม่จาเขายังคงคร่อมทับตัวเธอพลางจ้องมองมาเหมือนเดิม

            ซูเจี่ยนอันไม่กล้าสบตาเขาตรงๆเธอเบนสายตาหนีเขาตลอดเวลา ผ่านไปสักพัก ดูเหมือนเธอจะเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง

            ป้อนเขาด้วยตัวเธอลู่เป๋าเหยียนหมายความว่า...หมายความว่าแบบนั้น...?

            “ตาบ้าโรคจิต!”เธอถลึงตาและผลักเขาออก “ออกไปนะ ฉันจะลงไปข้างล่างแล้ว”

            ที่จริงแล้วสิ่งที่ซูเจี่ยนอันกังวลเมื่อครู่เป็นเรื่องจริงโรคกระเพาะของลู่เป๋าเหยียนอาการกำเริบอีกแล้วเพราะเธอใช้มือผลักเขาตรงท้องพอดีกับตำแหน่งของกระเพาะลู่เป๋าเหยียนจึงขมวดคิ้วอย่างเจ็บปวด

            เธอตกใจ“นายเป็นอะไรไป”

            ลู่เป๋าเหยียนจับมือของเธอออกและยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

            “คุณนายลู่เธอโดนฉันคร่อมทับอยู่แบบนี้ เป็นห่วงตัวเองจะดีกว่า”

            ซูเจี่ยนอันกัดฟันพูดออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ

            “โรคจิตที่สุด!”

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้มแล้วจึงปล่อยปีศาจตัวน้อยของเขาให้เป็นอิสระเขาเปิดลิ้นชักหัวเตียงและหยิบขวดยาสีขาวที่อยู่ในนั้นจากนั้นจึงเทยาออกมาสองเม็ดและกินเข้าไป ซูเจี่ยนอันหยิบขวดขึ้นมาดูเป็นยาโรคกระเพาะอย่างที่เธอคิด

            ไม่ใช่แค่ยาโรคกระเพาะในลิ้นชักของเขายังมียานอนหลับอยู่ด้วย

            “ลู่เป๋าเหยียน”เธอถามอย่างไม่แน่ใจ “นายเป็นโรคนอนไม่หลับ?”

            ลู่เป๋าเหยียนปิดลิ้นชักพลางตอบ

            “นานๆ ที”

            ไม่รอให้ซูเจี่ยนอันพูดอะไรต่อเขาก็คว้ามือเธอ และเดินลงไปยังห้องอาหาร

            ไก่ผัดน้ำแดง ปลานึ่งแกงจืดมะเขือเทศใส่ไข่ กับข้าวสองน้ำแกงหนึ่งที่ส่งไอร้อนๆ อยู่บนโต๊ะอาหารอาหารที่เรียบง่ายดูขัดกับโต๊ะอาหารสุดหรูอยู่บ้าง

            ซูเจี่ยนอันพูดอย่างเกรงใจ“ฉันมีเวลาไม่มาก เลยทำอย่างอื่นไม่ทัน เอ่อ อาหารมื้อนี้ ถือว่าฉันทำเพื่อไถ่โทษแล้วกันนะ”

            ความไม่พอใจที่อัดแน่นภายในใจของลู่เป๋าเหยียนหายไปตั้งนานแล้วแต่พอได้รับการปรนนิบัติจากปีศาจน้อยแบบนี้ เขาก็ขอรับไว้แล้วกัน

            “ใช่สินายลางานให้ฉันทั้งหมดกี่วัน” ซูเจี่ยนอันถาม

            เธอไม่ได้แตะแฟ้มคดี ไม่ได้เข้าห้องชันสูตรมานานเกือบครึ่งเดือนรู้สึกไม่ชินยังไงก็ไม่รู้

            “รอให้งานครบรอบบริษัทผ่านไปก่อนเธอค่อยกลับไปทำงาน” ลู่เป๋าเหยียนตอบ

            “งานครบรอบสิบปีของเครือบริษัทลู่?” ซูเจี่ยนอันคิดตาม

            “แต่ว่า...มันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วยล่ะ”

            ลู่เป๋าเหยียนมองเธออย่างสนใจ

            “ทำไมเธอถึงรู้ว่าเครือลู่ครบรอบสิบปี”

            “...” เอ่อเธอจะบอกเขาได้อย่างไรว่า ตั้งแต่ที่เขาเริ่มก่อตั้งบริษัทเธอก็ติดตามข่าวสารของเครือลู่มาโดยตลอด

            แต่ดูเหมือนทางลู่เป๋าเหยียนเองก็ไม่ได้อยากรู้คำตอบนักเขาจ้องหน้าเธอพลางอธิบาย

            “เธอคือคุณนายลู่เป็นภรรยาของประธานบริษัท ลองคิดดูแล้วกันว่าเธอเกี่ยวข้องกับงานครบรอบในครั้งนี้ยังไง”

            พูดแบบนี้เขาจะบอกว่าเธอคือนางเอกของงาน?

            ลู่เป๋าเหยียนที่เริ่มก่อร่างสร้างตัวจากศูนย์กว่าจะมีเครือลู่ในวันนี้ เขาใช้เวลาและความพยายามมากขนาดไหนคนภายนอกคงยากที่จะจินตนาการ เพราะฉะนั้นงานครบรอบสิบปีในครั้งนี้คงเป็นวันสำคัญสำหรับเขา

            ซูเจี่ยนอันไม่นึกเลยว่าสองปีของการแต่งงานในครั้งนี้เธอจะมีโอกาสอยู่เคียงข้างเขาในวันสำคัญขนาดนี้

            “งั้นมีอะไรให้ฉันช่วยบ้างหรือเปล่าเพราะถึงยังไงฉันก็อยู่บ้านเฉยๆ” เธอถาม

            ลั่วเสี่ยวซีก็อยู่ระหว่างเทรนนิ่งถ้าไม่มีอะไรทำ ซูเจี่ยนอันคงวิ่งไปหาเจียงเส้าข่ายที่โรงพยาบาลแน่นอน

            ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้ว“มะรืนนี้ไปบริษัทกับฉัน”

            ก่อนหน้าที่เธอจะแต่งงานกับเขาเธอเคยขับรถผ่านหน้าบริษัทเขามาก็หลายหน เธอมักจะเงยหน้ามองชั้นบนสุดของตึกพลางจินตนาการถึงภาพของลู่เป๋าเหยียนขณะนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ

            ที่จริงเธออยากจะเดินเข้าไปหาเขาลู่เป๋าเหยียนอยู่ในนั้นคนที่เธอแอบชอบมานานนับสิบปีอยู่ในตึกแห่งนี้แต่ความคิดดังกล่าว ก็มักพ่ายแพ้ให้กับเหตุผลในโลกแห่งความเป็นจริง

            มาวันนี้ลู่เป๋าเหยียนให้เธอตามเขาไปที่นั่นเธอพยายามอย่างมากที่จะไม่แสดงท่าทีตื่นเต้นจนออกนอกหน้า ไม่อย่างนั้นลู่เป๋าเหยียนคงมองออกแน่นอน

            “โอเค!มะรืนนี้ฉันจะไปกับนาย!”

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้ม“งั้นกินข้าวเสร็จ อย่าลืมกินยาล่ะ”

            “โอเค! ฉัน...”อยู่ซูเจี่ยนอันก็นึกขึ้นมาได้ เธอถลึงตาจ้องหน้าลู่เป๋าเหยียน

            “ฮะ?”

            ลู่เป๋าเหยียนตอบเสียงเนิบ“ฉันบอกว่า อย่าลืมกินยาล่ะ”

            ตอนนั้นเองป้าหลิวก็ยกถ้วยยาเข้ามา

            “คุณผู้หญิงค่ะยายังร้อนอยู่ รอสักครู่แล้วค่อยดื่มนะคะ”

            “ค่ะ”ซูเจี่ยนอันตอบสีหน้าเศร้า ขณะที่เธอชั่งใจว่าจะแสดงละครฉาก ‘เผลอปัดมือโดนถ้วยยาหล่นแตก’ ดีหรือไม่ ลู่เป๋าเหยียนกลับยื่นมือมายกถ้วยยาของเธอไปไว้กับตัวเอง

            เขาใช้ช้อนตักยาน้ำสีดำๆขึ้นมา จากนั้นก็เทกลับลงไปคนในชาม ทำแบบนี้ซ้ำๆ จนไอร้อนค่อยๆ ระเหยออกมาไม่นานยาก็เริ่มเย็นตัวลง

            จากนั้นเขาก็เลื่อนถ้วยยามาไว้ตรงหน้าเธอ

            “ได้แล้วดื่มซะ”

            กลิ่นยาฉุนๆ ลอยเข้าจมูกเธอจนรู้สึกได้ถึงรสขมแหลมติดปลายลิ้นทั้งๆที่ยังไม่ได้ดื่ม

            เธอส่ายหน้าพลางมองลู่เป๋าเหยียนด้วยสีหน้าน่าสงสาร

            “ไม่กินไม่ได้เหรอ? มะรืนนี้นายจะให้ฉันทำอะไรฉันยอมทุกอย่างเลย!”

            ลู่เป๋าเหยียนตอบอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด

            “ไม่ได้”

            “ลู่เป๋าเหยียน...”เธอส่งเสียงขอร้อง

            “ดื่มซะ”

            “พี่เป๋าเหยียนคะ...”เธอเริ่มใช้ไม้อ่อน

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้มบาง“เด็กดี กินยาซะนะ”

            “...”

            เห็นเธอทำหน้าเหมือนกำลังจะถูกผลักตกเหวแบบนั้นลู่เป๋าเหยียนจึงปลอบเสียงนุ่ม

            “เด็กดีดื่มเข้าไปรวดเดียว ไม่ขมมากหรอก”

            ซูเจี่ยนอันลังเลแล้วลังเลอีกเธอคิดอย่างสิ้นหวังว่าตนเองคงหนีไม่รอดแล้วสุดท้ายจึงทำหน้าสู้ตายและยกมือบีบจมูก เธออ้าปากกว้างๆ เพื่อดื่มยาน้ำสีดำปิ๊ดปี๋ถ้วยนี้ลงไปรวดเดียว

            รสชาติขมซึมเข้าไปทั่วลิ้นและไหลลงคอไปอย่างรวดเร็ว เมื่อดื่มหมดน้ำตาเธอแทบไหลเธอมองหน้าลู่เป๋าเหยียนอย่างเคืองๆ

            “คนโกหก!”

            ลู่เป๋าเหยียนตักแยมหวานๆที่ป้าหลิวเตรียมไว้

            “อ้าปาก”

            เธออ้าปากสีชมพูระเรื่อของเธอตามที่สั่งลู่เป๋าเหยียนจัดการป้อนแยมให้เธอ รสชาติหวานเจี๊ยบเข้าไปกลบความขมเมื่อครู่จนหมดคิ้วที่ขมวดยุ่งของเธอจึงเริ่มคลายปม

            “ฉันขึ้นไปนอนก่อนมีอะไรก็ไปเรียกแล้วกัน” ลู่เป๋าเหยียนลุกขึ้นเตรียมกลับขึ้นข้างบนซูเจี่ยนอันเรียกเขาไว้ เธออยากถามเขาว่า ยังปวดท้องอยู่หรือเปล่า แต่ก็อ้ำๆ อึ้งๆจนลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้วถาม

            “อยากไปนอนด้วย?”

            ซูเจี่ยนอันทำหน้าเซ็ง“รีบๆ ขึ้นไปเลยนายน่ะ!”

            ยังโรคจิตใส่เธอได้แบบนี้คงไม่ปวดท้องแล้วสินะ

            เธอจัดการนำถ้วยยาและขวดแยมกลับเข้าไปไว้ในครัวจากนั้นจึงเปิดตู้เย็นหาอะไรบางอย่าง

            ในเมื่อตอนบ่ายเธอว่าง อย่างนั้นก็อบขนมกินกับน้ำชาฆ่าเวลาดีกว่า

            แต่แล้วเธอกลับพบว่าในตู้เย็นมีไอศกรีมหลากหลายรสอยู่เต็มไปหมด

            รสสตรอว์เบอร์รี รสวานิลลา...ทั้งหมดใส่ไว้ในถ้วยกระดาษที่ฉลากเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้มั่นใจ ซูเจี่ยนอันจึงหยิบมันออกมาหนึ่งถ้วยและอ่านทุกตัวอักษรบนนั้น

            ‘Abel homemade ice cream’

            เธอเคยบอกกับลู่เป๋าเหยียนว่าสิ่งที่เธอคิดถึงมากที่สุดในอเมริกาก็คือไอศกรีมของร้านไอศกรีมโฮมเมดหน้ามหาวิทยาลัย โดยเฉพาะรสวานิลลาที่เธอชอบมากที่สุด

            เธอบอกเขาก่อนที่เขาจะเดินทางไปทำงานที่นิวยอร์กเขาให้สัญญากับเธอก่อนไปว่า กลับมาแล้วจะมีเซอร์ไพรส์ให้เธอ

            แต่ตอนหลังเพราะข่าวฉาวของเขากับหานรั่วซีรวมถึงเรื่องที่เธอโดนจับตัวไว้ ทำให้พวกเธอทำสงครามเย็นกันอยู่นานจนเธอนึกว่าเขาคงลืมคำสัญญาที่ให้กับเธอไปแล้ว จึงไม่กล้าถามถึงอีก

            แต่การที่จู่ๆ ไอศกรีมโฮมเมดของ Abel ก็มาโผล่ที่บ้านแบบนี้เธอก็อดสงสัยไม่ได้

            เมื่อเอาเรื่องนี้ไปถามลุงสวีจึงได้รับคำตอบ

            “เชฟของ Abel เดินทางจากอเมริกาเพื่อมาทำไอศกรีมที่บ้านให้โดยเฉพาะครับ”

            ซูเจี่ยนอันจ้องลุงสวีไม่วางตาและถามต่อ

            “เชฟคนนั้นมาที่นี่ตอนไหนคะคุณลุงพอจำได้หรือเปล่า”

            “จำได้ครับ”ลุงสวีตอบยิ้มๆ “วันที่ 3 หลังจากที่คุณชายเดินทางกลับมา พูดง่ายๆ คือวันที่คุณผู้หญิงกับคุณชายเดินทางไปที่เมือง G ครับ”

            ตามแผนเดิมลู่เป๋าเหยียนจะต้องอยู่อเมริกาเจ็ดวันถ้าไม่ใช่เพราะเขากลับมาก่อน วันนั้นจะเป็นวันที่เขาเดินทางกลับประเทศตามตาราง

            ไอศกรีมโอมเมดพวกนี้เป็นสิ่งที่ลู่เป๋าเหยียนต้องการเอามาเซอร์ไพรส์เธอ เธอบอกเขาว่าเขาคงไม่สามารถเอาไอศกรีมกลับมาได้สุดท้ายเขาก็เลยพาเชฟกลับมาทำให้เธอกินที่นี่ซะเลย

            ว่าแต่ทำไมเขาถึงไม่บอกเธอสักคำ?

            “คุณชายสั่งไม่ให้พวกเราบอกคุณผู้หญิงครับ”ลุงสวีถอนหายใจ “ช่วงนี้คุณผู้หญิงยังทานไม่ได้คุณชายกลัวว่าคุณผู้หญิงจะอดใจไม่ไหวน่ะครับ”

            ซูเจี่ยนอันถึงกับเซ็งเธอมองไปที่ไอศกรีมตรงหน้า อืม ชักจะอยากกินขึ้นมาแล้วสิหลังจากสู้กับความอยากอาหารไปหนึ่งยก เธอก็กลั้นใจปิดประตูตู้เย็นได้สำเร็จ

            เอาเถอะลู่เป๋าเหยียนรู้จักเธอดี ที่เขาปิดเรื่องนี้กับเธอไว้...นับว่าฉลาด

            แต่เธอในตอนนี้ก็อดดีใจอยู่ลึกๆไม่ได้

            ไอศกรีมพวกนี้ไม่ได้มีราคาแพงแพคเกจเองก็เรียบง่ายออกแนวรักษ์โลก แต่เพราะเธอเคยพูดว่าชอบกินลู่เป๋าเหยียนถึงกับลงทุนจ้างเชฟให้เดินทางมาทำให้เธอโดยเฉพาะ

            เธอรู้มาว่าร้านไอศกรีมเล็กๆแห่งนี้ขายดีมาก แถมเจ้าของก็ยังค่อนข้างหัวโบราณ ลู่เป๋าเหยียนเชิญเขามาที่นี่ได้คงลำบากไม่น้อย

            เพราะฉะนั้นเธอถึงดีใจเสียยิ่งกว่าได้รับเสื้อผ้าเครื่องประดับราคาแพงเสียอีก

            เธอไม่รู้หรอกว่าลู่เป๋าเหยียนคิดอย่างไรกับเธอและไม่แน่ใจด้วยว่าเขาชอบเธอบ้างหรือเปล่า

            แต่เธอมั่นใจอยู่อย่างหนึ่งคือลู่เป๋าเหยียนใส่ใจเธอ ดูแลเธอ และหวังดีกับเธอ

            จากสิ่งเหล่านี้อธิบายได้ว่าอย่างน้อยลู่เป๋าเหยียนก็ไม่ได้รังเกียจเธอใช่หรือเปล่า

            ถ้างั้นเธอจะลองพยายามดูสักตั้งดีไหม?

            พยายามโดยไม่นึกถึงเรื่องการหย่าในอีกสองปีข้างหน้าเขาเองก็บอกว่า สิ่งที่เขาเคยพูดกับหานรั่วซีไม่ใช่คำสัญญาอะไร แบบนี้...เขาก็คงต้องการภรรยาสักคนในชีวิตถูกไหม?

            ถ้าเธอจะขอลองทำให้เขาหลงรักเธอเพื่อให้การแต่งงานครั้งนี้ดำเนินต่อไปพยายามเพื่อให้ตัวเองได้อยู่เคียงข้างเขาไปตลอดจะได้หรือเปล่า

            คิดถึงตรงนี้ซูเจี่ยนอันก็พบว่าฝ่ามือเธอเริ่มชื้นเหงื่อ

            การตัดสินใจครั้งนี้เธอกำลังท้าทายตัวเอง หลายปีมานี้ เธอไม่เคยคิดจะทำเรื่องแบบนี้มาก่อนตอนที่ยังไม่ได้แต่งงานกับเขา หรือเคยอยู่ด้วยกันกับเขาตามลำพังสำหรับเธอแล้วความคิดเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องที่ไม่อาจเอื้อม

            คนที่เคยแอบชอบเขาอย่างเจียมตัวตอนนี้ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะลองเอาชนะใจเขาดูเธอรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังในพริบตา

            เธอกับเขารู้จักกันมาตั้งเด็กถังอวี้หลันเองรักเธอมาก แถมตอนนี้พวกเธอก็แต่งงานกันแล้วเงื่อนไขทั้งหมดทำให้เธอได้เปรียบ

            เพราะฉะนั้นการจีบลู่เป๋าเหยียนสำหรับเธอคงเป็นเรื่องง่ายกว่าใครๆ

            งั้นตกลงตามนี้!

            จากวันนี้เป็นต้นไปใครก็ตามที่กล้าเข้าใกล้ลู่เป๋าเหยียน ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย เธอจะกำจัดทิ้งให้หมด!

            ในอนาคตหากซูเจี่ยนอันย้อนคิดถึงเรื่องในวันนี้และพบว่าเป็นเพราะไอศกรีมแค่หนึ่งแถวที่ทำให้เธอมีพลังและความกล้าหาญมากพอจะเริ่มจีบลู่เป๋าเหยียน เธอคงรู้สึกได้ว่าตัวเองก็เคยผ่านช่วงวัยรุ่นสุดคึกคะนองมาแล้ว

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185