ตอนที่วิ่งหนีมาผมเอาแต่วิ่งหน้าตั้งโดยไม่ได้สนใจจำทางเลย ทำให้ตอนนี้ผมเดินวนไปมาอยู่ในป่า จนต้องทำสัญลักษณ์ไว้ที่ต้นไม้ จะได้ไม่หลงอีก ส่วนระบบนำทางมันก็สิ้นสุดการนำทางั้แ่มาถึงบ้านคุณนงค์แล้ว
“ป่าแถวนี้โคตรเงียบ ไม่มีคนมาทำสวนทำไร่กันบ้างเหรอวะ รกร้างมาก” ผมหักกิ่งไม้ขนาดเท่าไม้พลองลูกเสือมาอันนึงเพื่อใช้หวดหญ้าถางป่านำทางเดิน ถ้างูโผล่มาผมก็กะว่าจะเอาไม้นี้ตีให้ไส้แตกไปเลย
“นั่นไง เจอคลองแล้ว รอดแล้วโว้ย” กว่าผมจะออกมาจากป่าดงดิบนั่นได้ก็กินเวลาไปมาก นี่ก็บ่ายคล้อยแล้ว
ผมตัดสินใจว่าจะเดินลัดเลาะไปตามริมคลอง เพราะบ้านผีคุณนงค์ตั้งอยู่ริมคลอง นั่นคือจุดสังเกตเดียวที่ผมจำได้
“นี่มันหมู่บ้านอะไรวะ ทำไมคนที่นี่เขาสร้างบ้านเรือนไทยกันหมดทุกหลัง แถมยังเงียบเชียบ ดูเหมือนไม่มีคนอยู่กันสักหลัง หรือว่าจะกลัวผีคุณนงค์กันจนย้ายออกไปหมด ขนาดทางเข้ายังรกร้างเลย”
ฟิ้วว~ เสียงลมพัดผ่านหูผมไปด้านหลัง เสียงนั่นทำให้ร่างกายผมต้องหันกลับไปดูโดยอัตโนมัติ
มีคุณลุงคนหนึ่งใส่เสื้อสีน้ำตาลเก่าๆสวมหมวกงอบแบบชาวนา ลุงคนนั้นกำลังพายเรือใกล้เข้ามาทางผม ผมคิดทันทีว่า นี่แหละทางรอดของผม ไม่รอช้าผมรีบะโเรียกคุณลุงทันที
“ลุงครับ คุณลุง ช่วยผมด้วยครับ”
เหมือนลุงเขาจะได้ยิน คุณลุงหันหัวเรือเข้ามาจอดเทียบท่าริมตลิ่งที่ผมยืนอยู่
“คุณลุงครับ ผมหลงทาง ผมจอดรถทิ้งไว้แถวบ้านคุณนงค์ คุณลุงพอจะรู้จักไหมครับ”
“รู้จัก”
“ผมขอรบกวนติดเรือไปด้วยคนได้ไหมครับ” โชคดีแล้วเรา มีคนไปส่ง ไปกันสองคนผีคงไม่หลอก
“ขึ้นมาสิไอ้หนุ่ม” เสียงของชายชราตอบผมโดยไม่เงยหน้ามามองผมสักนิด คุณลุงยื่นมือที่เหี่ยวย่นออกมาให้ผมจับเพื่อช่วยพยุงผมขึ้นเรือ
ผมขึ้นไปแล้วก็จัดการหาที่นั่ง
“นั่งหันหน้าไปทางนู้นนะไอ้หนุ่ม ทางนี้แดดมันแรง” คุณลุงที่นั่งอยู่ท้ายเรือเห็นผมกำลังจะนั่งลงโดยหันหน้าไปทางคุณลุง คุณลุงจึงเอ่ยเตือนผมด้วยความหวังดี
“ครับๆ” ผมตอบแล้วรีบหย่อนก้นลงอย่างไว
“คุณลุงบ้านอยู่แถวนี้เหรอครับ” ผมถามคำถามโง่ๆออกไปแค่เพราะอยากจะชวนคุยเพื่อให้บรรยากาศไม่อึดอัด
“อืม แล้วเอ็งล่ะ มาทำอะไรแถวนี้” แหงล่ะ คุณลุงรู้ว่าผมไม่ใช่คนที่นี่ เพราะผมหลงทางนี่
“ผมมาส่งของครับ เอ่อ คุณลุงรู้จักคุณนงค์ใช่ไหมครับ เขา..เขาตายแล้วใช่ไหมครับ”
“…..” คุณลุงไม่ตอบ มีแต่ความเงียบตอบกลับมากับเสียงไม้พายที่แหวกน้ำเป็คลื่น
“แล้วไปเจออะไรมาล่ะ” คุณลุงที่ไม่ตอบแต่กลับถามผมกลับ
“ผีครับ”
“แล้วเขาทำร้ายเอ็งรึป่าวล่ะ”
“ป่าวครับ แค่เขาหลอกให้ผมกลัว”
“งั้นเอ็งอย่าไปกลัวพวกผีเลย ผีไม่น่ากลัวหรอก พวกผีก็ได้แค่ทำให้เอ็งในั่นแหละ ถ้าจะกลัว กลัวคนดีกว่า”
อืม มันก็ใช่ ผมคิดถึงคนหลอกลวงพวกนั้นขึ้นมาทันที ทั้งลูกค้าที่เคยสั่งอาหารแล้วไม่จ่ายเงิน ทั้งบริษัทที่ให้ผมมาทำงานแปลกๆโดยไม่บอกรายละเอียดกับผม
“ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยเชื่อเื่ผีเลยนะครับ จนมาเจอกับตาตัวเองวันนี้แหละครับ”
“เอาล่ะ ใกล้ถึงแล้วไอ้หนุ่ม บ้านนั้นล่ะ”
ผมหันไปมองตามสิ่งที่ลุงบอก แถวนี้มีบ้านอยู่หลังเดียว ชัดเจน
“ใช่ครับคุณลุง หลังนี้แหละ ขอบคุณมากนะครับคุณ…ละ ลุง”
ผมหันหน้ากลับไปมองคุณลุงเพื่อจะกล่าวขอบคุณสักหน่อย ภาพที่ผมเห็นผมถึงกับต้องขยี้ตาตัวเอง แต่ผมแน่ใจว่าผมไม่ได้ตาฝาด ถึงแม้จะย้อนแสงแต่ผมเห็นคุณลุง…ไม่มีหน้า! ผมหันหน้ากลับอย่างไวแล้วคิดว่าจะทำยังไงกับสถานการณ์ตอนนี้ดี
ถ้าแหกปากร้อง ลุงแกจะเอาไม้พายตีหัวให้ตายตามแกไปไหมวะ หรือจะโดดน้ำหนีดี เอาวะ ทนให้ขึ้นฝั่งก่อนละกัน
“ถึงล่ะ ให้ข้าช่วยไหมไอ้หนุ่ม” คุณลุงถามพร้อมกับยื่นมือมาให้ผมจับ
“ไม่เป็ไรครับ ขะ ขะขอบคุณมากครับ ผะ ผม โผมไปก่อนนะครับ”
ผมพูดตะกุกตะกักก่อนจะก้าวลงจากเรืออย่างทุลักทุเล ในใจพยายามข่มความกลัวไว้แล้วไม่หันไปมองคุณลุงแม้แต่วินาทีเดียว
“ทำได้แล้วนี่ไอ้หนุ่ม เห็นไหมข้าบอกแล้วว่าผีไม่น่ากลัวหรอก ฮ่าๆๆ” คุณลุงพูดและหัวเราะไล่หลังผมที่รีบเดินก้มหน้างุดๆจากไป
พอคิดว่าเดินจากคุณลุงมาพอสมควร ผมจึงรีบวิ่งสี่คูณร้อยไปที่รถอย่างเร็วที่สุด
“ไอ้แดงลูกพ่อ ไปลูก รีบไปให้ไวเลย” ผมคุยกับรถอย่างลนๆราวกับคนโง่ก่อนจะรีบขับฝ่าป่าออกมาทางเก่า
ในที่สุดออกสู่ถนนใหญ่ ผมสูดหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปบริษัททันที
“เดี๋ยวเราจะได้เห็นดีกัน”