เมื่อราชโองการออกมา ให้หลิวเหมยช่วยไปส่งเสบียงและอยู่ตรวจเช็คจัดการสิ่งของเครื่องใช้ในค่ายที่ขาดเหลือให้เรียบร้อย ทั้งอยู่ช่วยทำงานกิจการภายในค่ายเป็เวลา 2 ปี เท่ากับเวลาที่แม่ทัพน้อยเลิกไว้ทุกข์และยอมแต่งภรรยาได้แล้ว ทุกอย่างล้วนง่ายดายสำหรับนาง หลิวเหมยนำหลงเปียวติดตามไปด้วยเพร้อมเหล่าองครักษ์ประจำกายอีก 10 คน สาวใช้อีก 4 คน ขนข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวมากมายติดตามขบวนเสบียงที่มีทหารคุ้มกันหลายร้อยนาย
การเดินทางไกลใช้เวลาไม่นานเพราะหลิวเหมยไม่อิดออดในการเดินทางเร่งการเดินทางให้ไวขึ้นด้วยซ้ำ ด้วยคิดถึงฮั่วอี่และอยากไปเจอเขาไวๆ
ฝ่ายหลงเปียวนั้นติดตามคุณหนูของตนมานานั้แ่เขาอายุ 15 ปี จนตอนนี้เขาอายุจะ 25 ปีแล้ว คุณหนูของเขาอายุ 18 ปีเท่ากับแม่ทัพน้อยฮั่วอี่ นางหลงรักฮั่วอี่เพราะเขาบังเอิญผ่านมาช่วยนางตอนตกน้ำในสระน้ำอายุ 13 ปี ในงานเลี้ยงของจวนใหญ่แห่งหนึ่ง แค่เพราะเขาคลาดสายตาเพียงนิดเดียวคุณหนูก็ตกน้ำจนคุณชายฮั่วอี่มาช่วย เขาเกือบทำให้คุณหนูตาย จึงอยากอยู่รับใช้ไม่ไปไหนและไม่ยอมแต่งงานมีภรรยา ด้วยหลงรักคุณหนูของตนไม่คิดเปลี่ยนใจ
เมื่อเดินทางมาถึงค่ายทหารชายแดนในตอนใกล้ตะวันตกดิน หลิวเหมยรีบไปเข้าพบฮั่วอี่ทั้งที่เป็เพียงรองแม่ทัพในค่ายกลับไม่ไปคารวะแม่ทัพใหญ่ที่ดูแลค่ายนี้ จนหลายคนมองหน้ากันอย่างงงงวย แต่พวกเขาต่างรู้ว่าคุณหนูจวนเ้ากรมพิธีการมีนิสัยเอาแต่ใจ โมโหร้ายอย่างไร จึงไม่มีใครกล้าทัดทานปล่อยให้นางไปเจอ่านรองแม่ทัพเอง เหล่าทหารชั้นผู้น้อยทุกคนมองหน้ากันแล้วอมยิ้มเมื่อนางลงจากรถม้าเดินเข้าไปในกระโจมของรองแม่ทัพหลังจากถามพวกเขาแล้ว ทุกคนล้วนรู้ว่านางแอบชอบท่านรองแม่ทัพจึงจงใจให้ไปเจอท่านแม่ทัพในตอนพลบค่ำนางจะได้รู้ว่าต้องต่อกรกับอะไร
"อ๊าาา ท่านพี่ อ๊าาา"
ตั๊บๆๆๆซี๊ด อ๊าาาาตั๊บๆๆๆ
เสียงครวญครางดังมาจากในกระโจมและเสียงดังของเนื้อกระทบเนื้อไม่หยุด ในตอนที่หลิวเหมยก้าวมาหยุดตรงหน้าทางเข้าที่ไม่มีคนเฝ้าเลยสักคน ทหาร 2 คนเมื่อกี้เป็คนเฝ้าหน้ากระโจมของรองแม่ทัพเป็ประจำ จึงรู้ว่าพลบค่ำท่านแม่ทัพมีภารกิจทำลูกทุกวัน จึงไม่อยู่รบกวนแค่ห้ามผู้อื่นเข้าไปในเขตกระโจมเท่านั้น จึงเดินเตร็ดเตร่จนเจอขบวนรถม้าคุณหนูหลิวเหมยเข้ามาพอดี เมื่อถูกถามด้วยน้ำเสียงดูถูกกระโชกโฮกฮากทหารน้อยๆ เช่นพวกเขา ในเมื่อคุณหนูหลิวเหมย้าพบรองแม่ทัพก่อนแม่ทัพใหญ่จึงแก้เผ็ดนางให้ไปเจอภาพบาดตาซะเลย
"ซี๊ดด อ๊าา ข้าใกล้แล้วเสี่ยวอิง อ๊าาา ซี๊ดดด เสียวเหลือเกิน อ๊าาาาา"
"อ๊าาา ท่านพี่ อ๊๊าาา"
ตั๊บๆๆ ตั๊บๆๆๆ
สิ้นเสียงร้องครวญครางทุกอย่างก็เงียบลงมีเพียงเสียงกระแทกแรงๆ อีกไม่กี่ครั้ง หลิวเหมยยืนนิ่งตัวแข็งค้างอยู่อึดใจหนึ่ง ก่อนตัดสินใจก้าวเท้าเดินเข้าไป
"คารวะท่านรองแม่ทัพ ข้าหลิวเหมยนำเสบียงอาหาร ข้าวของเครื่องใช้มาส่งที่ชายแดนเ้าค่ะ จึงมากล่าวทักทายท่าน ไม่ทราบว่ารบกวนท่านหรือไม่ "
หลิวเหมยก้มหน้าลงเล็กน้อยพูดพลางชำเลืองมองร่างสองร่างที่กอดก่ายเกยกันบนเตียงอย่างอ่อนล้า เหงื่อผุดเต็มลำตัวและใบหน้าของท่านรองแม่ทัพ มีเพียงผ้าห่มผืนบางคลุมท่อนล่างของทั้งสองคนที่ยังเชื่อมประสานกันเป็แน่ ่บนโชว์อกอวบอิ่มอล่างฉ่างของสาวใช้อุ่นเตียงผู้นั้น
ฮั่วอี่ตาปรือหันมามองทางด้านหลังของตนก็เห็นหลิวเหมยจึงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนแสยะยิ้มร้าย เป็เพราะนางทำให้ไป๋ชิงตกหน้าผาตาย ก่อนหน้านี้เขาให้คนตามสืบหาคนร้ายที่ลอบทำร้ายไป๋ชิงก่อนตกหน้าผาจึงรู้ว่าเป็คนของนางที่สั่งการมา ในเมื่อนางมาหาเขาก็จงเตรียมรับการแก้แค้นนี้จากเขาแล้วกัน
"ไม่รบกวนอันใด เ้าจะมาร่วมวงด้วยก็ได้ ข้าไม่ถือ"
ฮั่วอี่พูดพลางขยับตัวลุกขึ้นโชว์เรือนร่างเปลือยเปล่าต่อหน้านาง หยิบเสื้อผ้าให้เสี่ยวอิงและสวมเสื้อคลุมผืนบางให้ตนเอง
"เสี่ยวอิงไปล้างเนื้อล้างตัว แล้วทานอาหารก่อนเถอะ เย็นนี้ค่อยมาหาข้าพร้อมชิงชิง ข้ามีธุระต้องคุยกับนาง ไว้ข้าส่งคนไปตาม"
ฮั่วอี่้าพูดคุยกับหลิวเหมย ้ารู้ว่านางมาที่นี่เพื่ออะไร จึงให้เสี่ยวอิงออกไปก่อน
"เ้าค่ะท่านพี่ ข้าจะไปอาบน้ำทานอาหารให้เรียบร้อยรอท่านเรียกหานะเ้าค่ะ"
พูดจบเสี่ยวอิงก็ย่อตัวให้คุณหนูเหมยแล้วเดินจากไป
"เ้าแค่มากล่าวทักทายเพียงแค่นั้นจริงหรือ ไม่รู้หรือว่าข้าทำอันใดอยู่เมื่อกี้ ไม่ได้ยินเสียงครางของภรรยาตัวน้อยข้าหรือ"
"ท่านเรียกสาวใช้อุ่นเตียงว่าภรรยาได้อย่างไรเ้าคะ นางเป็แค่นางบำเรอ ท่านเชิดชูนางเกินไปแล้ว"
หลิวเหมยอดทนอดกลั้นไม่ไหวจึงเผลอแว๊ดเสียงแหลมขึ้นมา ที่ฮั่วอี่เรียกผู้อื่นว่าภรรยา
"ข้าร่วมรักกับนางแทบทุกวัน นางดูแลเอาอกเอาใจข้า ข้าพึงใจนาง ก็เรียกนางภรรยา ยังมีเหลืออีก 9 คน ข้านอนกับนางทุกคน นางก็คือภรรยาข้า เ้าจะเสียงดังไปทำไม เ้ากับข้าไม่ได้เป็อะไรกัน แล้วเลิกยุ่งวุ่นวายกับข้าสักที ข้ามีหญิงงามมากมายปรนนิบัติไม่มีเวลาว่างจะใส่ใจผู้อื่น เ้าควรไปทำความเคารพท่านแม่ทัพใหญ่มากกว่ามาหารองแม่ทัพเช่นข้านะคุณหนูหลิว เ้าไม่รู้มารยาทหรือว่าต้องให้เกียรติผู้าุโ"
หลิวเหมยได้ยินฮั่วอี่กล่าวเช่นนั้นก็กำมือแน่นเม้มปากสั่น เขารับผู้หญิงอื่นมากมายเป็ภรรยาแต่ไม่ยอมรับนางคนเดียวเนี่ยนะ
"ท่านไม่รู้หรือว่าข้าคิดเช่นไรกับท่าน ทำไมท่านถึงทำร้ายจิตใจข้าเช่นนี้"
"ข้ารู้ว่าเ้าคิดเช่นไรและเป็คนเช่นไร ข้าจึงไม่อยากใส่ใจเ้า นิสัยเช่นเ้าใครจะทนได้ เอาแต่ใจก็เท่านั้น แถมจิตใจเ้ายังเลวร้ายกว่านิสัยอีก"
"นี่ท่านจะเกินไปแล้วนะ"
หลิวเหมยพูดพลางเดินไปทุบอกของฮั่วอี่อย่างแรง จนฮั่วอี่ต้องจับแขนนางไว้แล้วรวบเอวนางเข้าหาตัว
"เ้าไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับข้า เพราะเราไม่ได้เป็อะไรกัน หากเ้าอยากยุ่งกับข้านักข้าจะสนองให้ แต่เ้าก็เป็เพียงนางบำเรอข้าเท่านั้น ยินดีหรือไม่"
ฮั่วอี่พูดพลางก้มหน้าลงไซ้ซอกคอหลิวเหมยอย่างรุนแรงจนนางดิ้นพล่าน ทั้งเขินอายทั้งขนลุกไปหมดตามมาด้วยความเสียวซ่านที่นางไม่รู้จัก
"หากข้ายอมเป็ของท่าน ท่านจะเรียกข้าว่าภรรยาหรือไม่"
"หากข้าพึงพอใจ ก็อาจจะเรียกเ้าว่าภรรยา หากเ้าแค่นอนกับข้าแต่ทำตัวแย่ๆ ข้าก็แค่นอนกับเ้าเหมือนนางโลมเท่านั้นคงไม่เรียกเ้าภรรยาหรอก เพียงเพราะหลับนอนด้วยกัน"
ฮั่วอี่เงยหน้าขึ้นมาพูดและจ้องมองนางนิ่ง แม้นางจะดูงดงามไม่น้อย แต่จิตใจต่ำช้ากล้าลอบสังหารว่าที่ภรรยาเขา เขาก็จะทำให้นางอับอาย อยู่ไม่สู้ตาย เป็เพียงนางบำเรอของเขาแต่ไม่ให้เกียรตินางเกินผู้ใดแน่ ทำให้นางช้ำใจที่เห็นเขามีหญิงมากมายห้อมล้อมไม่ขาดจนนางดูไร้ค่าไปเลย ทรมานให้นางตรอมใจอย่างช้าๆ
"หากเ้ายินดีปรนนิบัติข้า เย็นนี้ให้คนของเ้ามาบอกข้าได้ แต่หากข้าไม่ว่างมีภรรยาตัวน้อยปรนนิบัติอยู่คงไม่สะดวกพบเ้า"
"ข้ายินดีปรนนิบัติท่าน"
หลิวเหมยรีบพูดรับคำทันทีก่อนเขาจะเปลี่ยนใจ ในใจนางคิดไว้แล้ว แค่เขายอมหลับนอนกับนางจนตั้งท้องก็พอ เื่อื่นค่อยว่ากัน เพราะที่นางมาชายแดนคราวนี้เพื่อทำให้หญิงหน้าไม่อายเ่าั้ท้องไม่ได้