เสียงกริ่งยังคงดังต่อเนื่อง มันดังกว่าที่เคยเป็มา ราวกับว่ามันกำลังเร่งเร้า กำลังกระตุ้นบางสิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ธันวาหายใจหอบหนัก ความเย็นะเืเริ่มกัดกินร่างของเขาจากข้างใน หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกจากอก เงาของเขา—หรืออะไรก็ตามที่มันเป็—ยังคงคืบคลานเข้ามาใกล้
"พวกเราต้องออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!" กรณ์ะโสุดเสียง มือกระชากลูกบิดประตูอย่างแรง แต่มันไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว "ทำไมมันล็อกเองได้!?"
แพรไหมถอยหลังจนแผ่นหลังติดกับกำแพง มือเธอสั่นระริก ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว "มันไม่ใช่แค่ล็อก...มันไม่้าให้เราหนีไปไหน"
ธันวาอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่น้ำเสียงของเขากลับติดอยู่ในลำคอ ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่กระจกตรงหน้า ภาพสะท้อนของเขาไม่ได้ทำตามที่เขาขยับอีกแล้ว มันกำลัง "มองเขา" ไม่ใช่เพียงแค่เงาสะท้อน แต่เป็ ใครบางคนที่กำลังจ้องมองจากอีกด้านหนึ่ง
"นายต้องกลับมา"
เสียงนั้นกระซิบใกล้หู เย็นเยียบเหมือนน้ำแข็ง ฝ่ามือมองไม่เห็นเอื้อมมาจับไหล่เขา ธันวาสะดุ้งเฮือก รีบก้าวถอยหลัง แต่ร่างของเขากลับเหมือนถูกตรึงไว้กับที่
"ไม่...ไม่นะ" เขาพยายามเปล่งเสียงแต่ไม่มีอะไรเล็ดลอดออกมาจากลำคอ
เงานั้นก้าวออกมาจากกระจกอย่างช้า ๆ มันไม่มีดวงตา ไม่มีปาก ไม่มีใบหน้าที่ชัดเจน แต่รูปร่างของมันเหมือนเขาเป๊ะ มันขยับแขนขึ้น ราวกับกำลังจะเอื้อมมือมาหา
"ถ้านายไม่ใช่ฉัน... แล้วนายคืออะไร?"
คำถามนั้นดังขึ้นในหัวของธันวา ภาพความทรงจำแวบผ่านสมองของเขาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของนักเรียนที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน กลิ่นเื เสียงกรีดร้องในค่ำคืนอันมืดมิด…
ความจริงเริ่มกระจ่าง
เขาเคยอยู่ที่นี่มาก่อน
เขาไม่ควรจะมีตัวตนอยู่อีก
"ไม่จริง..." ธันวากระซิบกับตัวเอง
กรณ์และแพรไหมจ้องมองเขาด้วยความสับสน "ธันวา นายเป็อะไร!?"
เขาไม่รู้ว่าอะไรเป็เื่จริงอีกแล้ว...
เงานั้นเข้าใกล้เขามากขึ้น แขนของมันเอื้อมมาจับมือของธันวาอย่างแ่เบา แต่ัันั้นกลับทำให้รู้สึกหนาวเย็นไปถึงกระดูก
เขามีเพียงสองทางเลือก
จะหนี หรือจะยอมรับมัน?
เสียงกริ่งดังขึ้นเป็ครั้งสุดท้าย…
ก่อนที่ทุกอย่างจะตกอยู่ในความเงียบ ธันวารู้สึกได้ถึงความเย็นะเืที่แทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย เสียงหัวใจของเขาเต้นช้าลง ราวกับว่ามันกำลังถูกควบคุมโดยบางสิ่ง
เงาที่อยู่ตรงหน้าเขา—เงาที่มีรูปร่างเหมือนเขาทุกประการ—เอื้อมมือมาแตะที่หน้าอกของธันวา ัันั้นเย็นเยียบเหมือนน้ำแข็ง แต่มันไม่ใช่แค่ััทางกายภาพ มันกำลังดึงบางสิ่งออกจากตัวเขา!
"ไม่นะ..." ธันวากระซิบ ร่างกายของเขาแข็งทื่อเหมือนถูกตรึงไว้กับที่
กรณ์และแพรไหมมองภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว "ธันวา! นายต้องตื่นสิ!"
"มันกำลังพาเขาไป..." แพรไหมพึมพำ ดวงตาเบิกโพลง
เงาเริ่มซึมเข้าสู่ร่างของธันวาช้า ๆ ิัของเขาเริ่มซีดจาง เส้นเืดำปรากฏขึ้นใต้ิั มันเหมือนกับว่าธันวากำลังจะสูญเสียตัวตนไป...
เสียงกระซิบดังขึ้นรอบตัวเขา "นายเป็ส่วนหนึ่งของที่นี่ นายไม่เคยออกไปไหนเลย"
ความทรงจำแวบผ่านหัวของธันวาอีกครั้ง เขาเห็นภาพของนักเรียนในอดีต ภาพของโรงเรียนใน่เวลาที่มันยังคงเต็มไปด้วยชีวิตชีวา… และภาพของตัวเอง—หรือใครบางคนที่เหมือนเขา—ยืนอยู่ท่ามกลางเด็กนักเรียนเ่าั้
เขารู้แล้ว...
"ฉันเคยอยู่ที่นี่จริง ๆ..."
กรณ์และแพรไหมมองเขาด้วยสีหน้าใ "นายพูดอะไรนะ!?"
"ฉันเคยเป็ส่วนหนึ่งของโรงเรียนนี้มาก่อน..." ธันวากระซิบ "ฉันเป็คนที่ควรจะหายไปั้แ่แรก"
เงาที่กำลังกลืนกินเขาเริ่มรวมเป็หนึ่งเดียวกับร่างของเขา ธันวารู้สึกเหมือนิญญาของเขากำลังแยกออกจากร่าง ความเ็ปแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย แต่เขาไม่สามารถกรีดร้องออกมาได้
เขาต้องเลือก…
จะปล่อยให้มันกลืนกินเขา หรือจะต่อต้านมัน?
"ไม่นะ ธันวา! นายต้องสู้กับมัน!" กรณ์ะโสุดเสียง
แพรไหมพยายามคว้าตัวเขาไว้ แต่ร่างของธันวาเริ่มโปร่งแสง เขากำลังจะหายไป
เสียงกริ่งดังขึ้นเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนที่ทุกอย่างจะตกอยู่ในความเงียบสนิท…
เสียงกริ่งเงียบลงแล้ว แต่ความมืดยังคงปกคลุมทุกสิ่ง ธันวารู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังจางหายไป ความหนาวเยือกแผ่ซ่านเข้าไปถึงแก่นกระดูก ราวกับว่าทุกเซลล์ในร่างของเขากำลังถูกแทนที่ด้วยสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์
กรณ์และแพรไหมพยายามคว้าตัวเขาไว้ แต่สิ่งที่พวกเขาััได้มีเพียงความว่างเปล่า
"ไม่นะ... ธันวา! นายต้องกลับมา!" กรณ์ะโเสียงสั่น มือที่จับแขนของธันวาผ่านทะลุร่างเขาไปเหมือนจับต้องหมอก
ธันวาหันไปมองเพื่อนทั้งสองคน ภาพของพวกเขาเริ่มเลือนรางเหมือนเขาไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกับพวกเขาอีกแล้ว ความรู้สึกกลัวแล่นเข้าจับขั้วหัวใจ
"ฉัน... ฉันกำลังจะหายไปจริง ๆ เหรอ..."
เสียงกระซิบดังก้องในหัวของเขา "นายไม่ได้กำลังหายไป... นายกำลังกลับบ้าน"
เงาดำที่รวมเป็หนึ่งเดียวกับเขากำลังดูดกลืนตัวตนของเขา แต่แล้วเขาก็จำบางสิ่งได้
ธันวาฮึดลมหายใจขึ้นสุดท้าย เขาพยายามข่มความกลัวและเสียงกระซิบที่ดังอยู่ในหัว เขาต้องไม่ยอมแพ้ เขาต้องหาทางออกจากที่นี่ให้ได้!
"ไม่... นี่ไม่ใช่บ้านของฉัน!" ธันวาะโ
เงาดำสะท้านไปชั่วขณะหนึ่ง ราวกับคำพูดของเขาทำให้มันสั่นไหว
กรณ์และแพรไหมจ้องมองภาพตรงหน้า ธันวากำลังสู้กับบางสิ่งที่พวกเขามองไม่เห็น
"ช่วยเขาสิ!" แพรไหมร้องบอกกรณ์
กรณ์เม้มปากแน่น ก่อนจะตัดสินใจดึงบางสิ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ—สมุดบันทึกของวีรัช สมุดเล่มเดียวที่พวกเขาพบในห้องเรียนหมายเลข 206
"ธันวา! นายต้องจำให้ได้ว่านายเป็ใคร!"
กรณ์เปิดสมุดบันทึก หน้ากระดาษที่ซีดจางไปตามกาลเวลาเผยให้เห็นข้อความสุดท้ายที่ถูกเขียนไว้ด้วยหมึกสีแดง "ฉันไม่อยากลืม ฉันต้องออกไปจากที่นี่"
ตาของธันวาเบิกกว้าง
"ฉันไม่ใช่วีรัช..."
"ฉันคือธันวา!"
ร่างของเขาสั่นไหว ความเย็นที่แทรกซึมอยู่ในร่างกายเริ่มจางหาย เงาดำที่ห่อหุ้มตัวเขากรีดร้องอย่างโหยหวน ก่อนที่มันจะกระจายหายไปในอากาศ
ทุกอย่างกลับคืนสู่ความเงียบ
กรณ์และแพรไหมรีบตรงเข้ามาหาเขา
"นายโอเคไหม!?"
ธันวาหายใจหอบหนัก เขารู้สึกเหมือนกลับมาเป็ตัวเองอีกครั้ง แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองรอบตัว… โรงเรียนก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
พวกเขายังคงติดอยู่ที่นี่หรือไม่?