บทที่ 13 เธอเป็ภรรยาของผม เดี๋ยวผมไปส่งเอง
ความเย็นเฉียบของสายน้ำจากฝักบัวที่ไหลลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน ทำให้ลู่จั่นเหยียนตัวสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง อีกทั้งเสียงเย้ยหยันและเสียดสีดังขึ้นข้างหูก็ยิ่งทำให้ความโกรธในอกร้อนระอุขึ้นมา จนไม่อาจข่มกลั้นได้อีกต่อไป
ลู่จั่นเหยียนจึงคว้าข้อมือของเขาแล้วอ้าริมฝีปากซีดเผือดของตัวเองเพื่อกัดนิ้วมือเรียวยาวที่บีบคางเธออย่างแรงราวกับลูกหมาป่าที่กำลังโกรธ
ขณะที่ชายหนุ่มตรงหน้ารู้สึกเจ็บและเผลอชักมือกลับ เธอก็รีบฉวยโอกาสกระชากปกเสื้อเชิ้ตของเขาอย่างแรงและลากให้มายืนอยู่ใต้ฝักบัวด้วยกัน
ฉีส่าวฉิงก็ไม่คาดคิดว่าภรรยาที่เคยเงียบเชียบมาโดยตลอด แต่ตอนนี้กำลังแสดงท่าทีต่อต้านขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้ชุดสูทราคาแพงบนตัวของเขาเปียกน้ำไปจนเกือบหมด
ส่วนทรงผมที่เคยจัดแต่งอย่างประณีตก็ยุ่งเหยิงเพราะเปียกน้ำ ทำให้ดูเซ็กซี่เล็กน้อย แต่ก็ยังไม่เป็ระเบียบสักเท่าไหร่
“ั้แ่ฉันแต่งงานกับคุณมา คุณก็ทรมานฉันมาตลอด! ทำไมล่ะ!? ถ้าเทียบกับคุณที่สกปรกแล้ว ฉันต่างหากที่ดูสะอาดกว่าตั้งเยอะเลย!”
ลู่จั่นเหยียนก็ใกับการกระทำของตัวเองเช่นกัน แต่เพราะความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในใจมากมายเ่าั้ก็ไม่ยอมให้เธอถอยหลังอีกแล้ว
ฉีส่าวฉิงที่กำลังโกรธอยู่แล้ว แต่เมื่อได้ยินเสียงะโของเธอที่พ่นออกมา ดวงตาคมกริบพลันหรี่ลงอย่างอันตราย อีกทั้งคางที่ได้รูปและเย้ายวนก็เผยความเ็าออกมาอย่างน่าแปลกใจ
เธอกำลังบอกว่าเขาสกปรกงั้นเหรอ?
เขาใช้มือใหญ่ของตัวเองกระชากเสื้อผ้าบนตัวเธอและ้าจะฉีกทิ้ง แต่ผ้าที่เปียกโชกกลับเหนียวแน่นจนส่าวฉิงต้องกระชากเพียงกระดุมส่วนบนออก
“งั้นผมก็จะใช้วิธีสกปรกทำให้คุณสกปรกเหมือนกับผม!”
ลู่จั่นเหยียนเข้าใจในทันทีว่าชายหนุ่มตรงหน้า้าจะทำอะไร เธอจึงรีบยกขาขึ้นถีบ แต่กลับถูกมืออีกข้างของเขาจับไว้แน่น จากนั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะของฉีส่าวฉิงที่โกรธจัดตามมา
“ก่อนหน้านี้คุณเชื่อฟังมากไม่ใช่เหรอ? แต่พอดื่มเหล้าเข้าไปกลับกลายเป็แมวป่าซะได้งั้นสิ? ไม่เป็ไรหรอก เพราะแบบนี้ผมยิ่งสนใจมากกว่าเดิมอีก!”
“ฉีส่าวฉิง ไอ้เลว!”
ลู่จั่นเหยียนรู้สึกโกรธจนตัวสั่นไปทั้งหมด แต่เธอก็ไม่สามารถดิ้นหลุดจากการกอดรัดที่เอวไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ทำได้แต่จำยอมรับความดุดันของเขาอย่างไม่เต็มใจ
“ตราบใดที่เรายังไม่ได้หย่ากัน คุณอย่าได้คิดที่จะเหยียบเรือสองแคม!*[1] และอย่าได้คิดที่จะทำให้ผมต้องอับอายด้วย!”
หลังจากที่ฉีส่าวฉิงพูดจบด้วยความโกรธ ทำให้มือที่บีบไหล่ของเธอแน่นก็คลายออกเล็กน้อย แรงบีบที่รุนแรงก่อนหน้านี้ แรงเสียจนเธอแทบจะทนไม่ไหวก็เบาลง
แม้ว่าจะเป็เช่นนั้นก็จริง แต่ลู่จั่นเหยียนก็ยังคงรู้สึกเ็ปอย่างรุนแรงอยู่ดี
หญิงสาวกำลังรู้สึกหนักอึ้งและมึนงงไปหมด อีกทั้งก็ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว แต่จู่ ๆ เปลือกตาอันหนักอึ้งของเธอก็ปิดลงโดยไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป
ฉีส่าวฉิงเห็นภรรยาล้มลงมาอย่างอ่อนแรง ทว่าชุดสูทที่เปียกโชกทำให้เขาขยับตัวได้ลำบากเล็กน้อย แต่ก็ยังสามารถโผเข้ารับร่างบางที่กำลังจะร่วงหล่นเข้ามาในอ้อมกอดได้อย่างรวดเร็ว
“ลู่จั่นเหยียน!?”
เขาััเบา ๆ ที่แก้มซีดเซียวของเธอเพื่อเรียกสติ แต่คิ้วที่คมเข้มก็ขมวดเข้าหากันอย่างอดไม่ได้ อีกทั้งดวงตาคมก็ฉายแววขุ่นเคืองขึ้นมาชั่วครู่
ฉีส่าวฉิงรีบปรับอุณหภูมิน้ำจากฝักบัวทันทีและรีบถอดเสื้อผ้าบางส่วนบนลำตัวของเธอออกเพื่อปล่อยให้น้ำอุ่นได้ไหลผ่านผิวซีดเซียวของเธอ จนกระทั่งในที่สุดก็มีสีชมพูจางระเรื่อขึ้นมาบ้าง เขาจึงรีบอุ้มลู่จั่นเหยียนที่หมดสติกลับเข้าห้องในทันที
ส่าวฉิงรีบเปิดลิ้นชักด้านข้างเตียง และหยิบหลอดยาขี้ผึ้งออกมาจากด้านใน พลันสายตาคมกลับเลื่อนลงตามเอวคอดที่น่าหลงใหลของหญิงสาวที่สลบอยู่ ทำให้ดวงตาที่เต็มไปด้วยความร้อนรนแปรเปลี่ยนเป็ความมืดมนลงทันที
ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงยังคงเปราะบางและไม่อาจต้านทานได้ขนาดนี้นะ?
เขาเม้มริมฝีปากเล็กน้อยพลางใช้นิ้วเรียวยาวและสวยงามของตนเองเคลือบด้วยยาขี้ผึ้งเย็นและบรรจงทาลงไปบนแผลฉีกขาดของเธออย่างเบามือ
แต่ร่างอันบอบบางบนเตียงก็สั่นเทาอย่างอดไม่ได้เพราะถูกกระตุ้นที่แผลบาง เธอขมวดคิ้วและส่งเสียงอื้ออึงออกมาเพียงเล็กน้อย
“อื้อ… เจ็บ…”
ฉีส่าวฉิงขมวดคิ้วแน่นด้วยความอึดอัด แต่มือใหญ่กลับเคลื่อนไหวอย่างแ่เบาที่สุด
หลังจากทายาไปสิบกว่านาทีและรอจนกระทั่งยาขี้ผึ้งซึมลงไปบนผิว ทำให้คิ้วของหญิงสาวตรงหน้าที่เคยขมวดเป็ปมก็คลายลงไปบ้าง
ส่าวฉิงจึงคว้าผ้าห่มมาคลุมร่างของเธอเอาไว้ ก่อนจะเคลื่อนสายตาขึ้นมาที่ใบหน้าของเธอด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนและสับสน
“อย่ามาทำตัวน่าสงสารนะ คุณเป็คนยั่วยวนผมก่อน…”
ลู่จั่นเหยียนตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นเพราะความร้อนจากเครื่องปรับอากาศในห้องที่ทำให้ทั้งตัวเหนียวเหนอะหนะไปหมด เธอจึงใช้มือดึงผ้าห่มเพื่อระบายความร้อนออก แต่ทันทีที่เริ่มขยับร่างกายก็มีความรู้สึกเจ็บแปลบเข้ามาแทรกซึมที่ขาทั้งสองข้างทันที
จากนั้นความทรงจำเมื่อคืนผุดขึ้นมาอย่างเด่นชัด และตอนนี้ที่ใบหน้าของเธอซีดลงเล็กน้อย แต่หัวใจกลับเต้นเร็วขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
เมื่อคืนนี้… เธอและฉีส่าวฉิงมีความสัมพันธ์กันในห้องน้ำ!
[1] 脚踩两只船 เหยียบเรือสองแคม หมายถึง สำนวนที่หมายถึงไม่ยอมปล่อยทางใดทางหนึ่ง แต่รับเอาไว้ทั้งสองทาง