“ขอโทษนะ ผมทำให้คุณตกใจหรือเปล่า?”
นับตั้งแต่พบกันครั้งแรกนี่เป็นครั้งแรกที่ชีชีได้เห็นความตื่นตระหนกในดวงตาของหม่าหลง
ภาพจำที่เธอมีต่อผู้ชายคนนี้คือเขามักจะสงบนิ่งไม่ไหวติงต่อให้ขุนเขาถล่มลงมาตรงหน้าไม่สามารถมองเห็นอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ผ่านใบหน้าของเขาได้ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ในการควบคุมของเขามาโดยตลอด
“เอ่อ... ไม่ถึงกับตกใจหรอกค่ะ เพียงแต่ว่า...”
“ผมรู้ ด้วยสถานะของผมในตอนนี้การพูดเรื่องพวกนี้ออกไปมันฟังดูเหมือนเรื่องตลก คุณจะไม่เชื่อก็เป็นเรื่องธรรมดา”
ชีชี“...”
“ฐานะของผมในตอนนี้ไม่สะดวกที่จะมาพบคุณบ่อยนัก
รอให้เรื่องทางบ้านของผมจัดการเรียบร้อยก่อนแล้วเราค่อยมาหารือกันถึงก้าวต่อไป
ถึงเวลานั้นหากคุณรู้สึกว่าการอยู่กับลู่เหย่ดีกว่าอยู่กับผม
ผมจะไม่บังคับฝืนใจเลยและ... และยังจะอวยพรให้พวกคุณด้วย
แต่ไม่ว่าเมื่อไรก็ตามหากคุณต้องได้รับความขัดเคืองใจ คุณสามารถมาหาผมได้เสมอ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตผมก็จะปกป้องคุณให้ได้”
พูดจบหม่าหลงก็ไม่รอคำตอบจากชีชี ร่างของเขาก็ลับหายเข้าไปในป่าข้างทาง
ชีชียืนอึ้งอยู่ตรงนั้นเป็นเวลานาน
ตัวเธอเองก็เป็นคนที่ทะลุมิติมา
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคำพูดของชีหมิงเยว่ หรือสิ่งที่หม่าหลงเพิ่งกล่าวออกมาเธอล้วนเชื่อทั้งสิ้น
ในเมื่อชีหมิงเยว่กลับมาเพื่อล้างแค้นก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจกันอีก ตาต่อตาฟันต่อฟันไปเลยก็สิ้นเรื่อง
ทว่าหม่าหลงคนนี้กลับกลายเป็นพวกคลั่งรักเสียได้นี่สิที่ดูจะจัดการยากไปสักหน่อย
หากตอนนี้ชีชีไม่ได้อยู่ในสถานะที่แต่งงานแล้วบางทีเธออาจจะพิจารณาลองสานสัมพันธ์กับเขาดูจริงๆ
แต่เธอได้แต่งงานกับลู่เหย่ไปแล้ว
แม้ว่าชีวิตสมรสครั้งนี้จะมีปัญหาอยู่บ้างแต่เธอก็ไม่ได้คิดที่จะมีชู้หรือนอกใจ
อีกทั้งฝั่งของหม่าหลงเองก็มีความไม่แน่นอนอยู่มากเกินไป
ตอนนี้เพิ่งจะเป็นปี1970กว่าพายุร้ายครั้งนี้จะผ่านพ้นไป อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาอีกถึงหกปี
แน่นอนว่าหม่าหลงอาจจะอาศัยความช่วยเหลือจากระบบจนสามารถจบชีวิตในคอกวัวได้เร็วขึ้น และพาครอบครัวทะยานขึ้นสู่ความรุ่งโรจน์
แต่นั่นมันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วยล่ะ?
อย่าว่าแต่ชีชีไม่มีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมเลยต่อให้มี...แล้วเธอจะเต็มใจกลับไปกินน้ำพริกถ้วยเก่าหรือไม่นั้นยังต้องว่ากันอีกที
เพียงแต่ท่าทางรักมั่นปักใจของหม่าหลงนั้นทำให้คนรู้สึกตื้นตันใจจริงๆพล็อตเรื่องประเภทรักเพียงคุณทุกภพทุกชาติไปแบบนี้เปลี่ยนเป็นผู้หญิงคนไหนมาเจอก็คงต้านทานไม่ไหวใช่ไหมล่ะ?
“เหอะๆ ดูสิว่าจิตใจฉันมั่นคงแค่ไหน ขนาดนี้แล้วยังไม่หวั่นไหวเลย”
ชีชีรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองเล็กน้อย
ส่วนลู่เหย่จะเป็นคนดีที่ฝากผีฝากไข้ได้หรือไม่เรื่องนี้ยังคงต้องพิจารณากันต่อไป
หากเขายังคงโหยหาเจ้าเชือกถักสีแดงเส้นนั้นอยู่ทั้งสองคนก็คงไปกันไม่รอดจริงๆ
ถึงจะเป็นอย่างนั้นชีชีก็ไม่จำเป็นต้องเลือกหม่าหลงเสมอไปนี่นา
เธอสลัดเรื่องไร้สาระพวกนี้ออกจากสมองก่อนจะปั่นจักรยานไปซื้อเนื้อที่ตัวตำบล หากไปช้ากว่านี้คงถูกแย่งไปหมดแน่
สหกรณ์รัฐยังคงเบียดเสียดยัดเยียดเหมือนเช่นเคยราวกับว่าของข้างในนั้นแจกฟรี ทุกคนต่างพากันยื้อแย่งสุดชีวิต
ชีชีไม่มีวันยอมแลกหยาดเหงื่อท่วมตัวเพื่อให้ได้เนื้อมาสักชิ้นแน่การที่เธอออกมาเดินเล่นนี้ก็แค่ทำเป็นพิธีเท่านั้น
เธอไม่ได้เข้าไปในสหกรณ์รัฐเลยแม้แต่นิดเดียวแต่กลับข้ามสะพานหินโค้งเล็กๆ เลี้ยวผ่านตรอกซอกซอยไม่กี่แห่งจนมาถึงตลาดมืดที่ใหญ่ที่สุดของตำบล
เดิมทีชีชีตั้งใจไว้ว่าหากวันใดที่ขาดแคลนเงินทอง เธอจะนำของจากในมิติออกมาขาย
แต่ตอนนี้เธอไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินจึงไม่มีความจำเป็นต้องเสี่ยงขนาดนั้น
เพราะอย่างไรเสียหากถูกจับได้จะถูกตัดสินว่าเป็นพวกเก็งกำไรและทำลายระบบเศรษฐกิจโทษหนักสุดอาจถึงขั้นถูกยิงเป้าได้เลยทีเดียว
เธอนี่แหละคือผู้ทะลุมิติที่มีอุดมการณ์และมีความทะเยอทะยานที่แท้จริงจะไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนทำไมกัน?
หลังจากเดินวนอยู่รอบหนึ่งชีชีก็หยิบเนื้อหมูสามชั้นหนักห้าชั่งออกมาจากพื้นที่มิติ พร้อมด้วยข้าวสารแป้งขาว และแป้งบัควีท
นอกจากนี้ยังหยิบข้าวซ้อมมือและแป้งข้าวโพดออกมาด้วย
การกินแต่ธัญพืชละเอียดอย่างเดียวจะทำให้คนอื่นเอาไปนินทาได้การกินธัญพืชหยาบในสัดส่วนที่เหมาะสมยังช่วยรักษาสมดุลทางโภชนาการได้อีกด้วย
เรื่องนี้ชีชีคิดได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
เมื่อเธอหิ้วข้าวของพะรุงพะรังกลับมาถึงเขตบ้านพักทหารก็บังเอิญสวนกับป้าหวังเข้าพอดี
“ไอ้หยา สหายเสี่ยวชี นี่เธอไปสหกรณ์รัฐมาเหรอจ๊ะ?”
พูดพลางมือก็ขยับเข้ามาหมายจะรื้อดูในถุงของชีชีเพื่อดูว่าข้างในบรรจุอะไรไว้
ชีชีเบี่ยงที่จับจักรยานหลบมือของหล่อน“ค่ะ ไปซื้อพวกเสบียงอาหารมานิดหน่อย”
“ชีวิตคู่ของคนหนุ่มสาวนี่มันดีจริงๆ เลยนะ อยากกินอะไรก็กินได้ตามใจชอบลองรอให้มีลูกในอนาคตก่อนสิ จะไม่คล่องตัวแบบนี้หรอกนะจ๊ะ”
“รอให้มีลูกก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะค่ะ”
“อย่าหาว่าป้าสอนเลยนะ เป็นผู้หญิงต้องรู้จักประหยัดมัธยัสถ์มีเงินนิดหน่อยแล้วใช่ว่าจะใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายตามใจชอบได้
วันข้างหน้าพวกเธอก็ต้องมีลูกพอลูกโตขึ้นก็ต้องเข้าโรงเรียน หางานทำ แต่งเมียมีเรื่องให้ต้องใช้เงินอีกตั้งเยอะแยะ
ตอนนี้ใช้จ่ายมือเติบถึงตอนนั้นได้นั่งหน้ามืดแน่ๆ”
“ป้าหวังคะ ฉันต้องรีบกลับบ้านแล้วล่ะค่ะ ไว้วันหน้าว่างๆค่อยมาคุยเป็นเพื่อนป้านะคะ”
ชีชีไม่มีอารมณ์จะมาฟังหล่อนสั่งสอนจึงรีบปั่นจักรยานออกไปทันที
ป้าหวังยืนมองตามหลังพลางเบ้ปากกลอกตาใส่“ไม่ฟังคำคนแก่ ระวังเถอะ จะตกที่นั่งลำบากในภายหลังคอยดูไปก็แล้วกัน”
ชีชีเป็นคนที่ทะลุมิติมาจากโลกในอีกหลายสิบปีให้หลังเธอไม่มีความยึดติดในเรื่องการมีลูกเลยแม้แต่น้อย
หากเป็นไปได้เธอยอมที่จะไม่มีลูกด้วยซ้ำชีวิตที่มีเพียงคนสองคนรักกันไปจนแก่เฒ่านั้นช่างประเสริฐเป็นที่สุด
ยามแก่ตัวลงก็เดินจูงมือกันไปพลางนั่งตากแดดที่หน้าลานบ้านพลาง
ไม่ดีกว่าการต้องมานั่งปวดหัวกับลูกตัวแสบหรอกหรือ?
แต่เรื่องนี้คาดว่าลู่เหย่คงไม่เห็นด้วย
ถ้าเปลี่ยนเป็นหม่าหลงก็อาจพอเป็นไปได้เพราะอย่างไรเขาก็เป็นคนที่เกิดใหม่มาจากโลกอนาคตเหมือนกัน
ค่านิยมเรื่องความบริสุทธิ์ของผู้หญิงของเขาไม่รุนแรงนักและคงไม่มีความยึดติดในเรื่องลูกลึกซึ้งเกินไป
คิดมาถึงตรงนี้ชีชีก็พลันชะงักไปครู่หนึ่งทำไมจู่ๆ ถึงคิดเรื่องที่จะครองรักจนแก่เฒ่ากับลู่เหย่ขึ้นมาได้ล่ะ?
เรื่องเชือกถักสีแดงของเขายังไม่ได้รับการคลี่คลายเลยทั้งสองคนจะอยู่ด้วยกันได้นานแค่ไหนยังไม่แน่ชัด
หากวันหนึ่งผู้หญิงคนนั้นมาปรากฏตัวที่หน้าประตูต่อให้เธอจะมีลูกสักสิบหรือแปดคน ก็คงรักษาใจของลู่เหย่ไว้ไม่ได้
ในชาติที่แล้วเธอไม่รู้ว่าได้อ่านนิยายมามากเท่าไรที่พอแสงจันทร์ขาว [*] ปรากฏตัวขึ้น พระเอกก็เป็นอันต้องพ่ายแพ้ราบคาบทุกราย
เธอไม่อยากเป็นเมียหลวงที่จมปลักอยู่กับความเศร้าหรอกนะ
เรื่องความรักนี้ใครจริงจังก่อน คนนั้นแพ้
มื้อเที่ยงลู่เหย่ไม่อยู่บ้านชีชีจึงเข้าไปกินเนื้อย่างบาร์บีคิวในพื้นที่มิติ
พวกไม้เสียบต่างๆถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว เครื่องปรุงรสบาร์บีคิวก็มีพร้อม
ตั้งเตาย่างเสร็จก็เริ่มลงมือทันทีพร้อมกับจิบเบียร์เย็นเจี๊ยบตามไปด้วย
ชีวิตเล็กๆแบบนี้ ต่อให้เอาตำแหน่งเซียนมาแลกก็ไม่ยอม
หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้วชีชีก็อาบน้ำในมิติ เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้านเมื่อมั่นใจว่าไม่มีกลิ่นติดตัวแล้วจึงค่อยออกมา
จากนั้นก็นอนพักผ่อนตอนกลางวันอย่างเต็มอิ่ม
ช่วงบ่ายเธอจึงออกไปสำรวจอาณาเขตของเธอที่ดินร้างสิบกว่าหมู่นั้นถูกเธอปลูกข้าวสาลี ข้าวเจ้า และถั่วเหลืองเอาไว้
รอให้ถึงฤดูเก็บเกี่ยวเมื่อได้กินข้าวสวยและแป้งขาวจากหยาดเหงื่อตัวเองแล้วก็คงไม่มีใครกล้ามานินทาอะไรได้อีก
ถั่วเหลืองเองก็เป็นของดีไม่เพียงแต่ให้ผลผลิตสูง แต่ยังสามารถนำมาสกัดน้ำมัน ทำน้ำเต้าหู้เต้าหู้ทรงเครื่อง และเต้าหู้สารพัดชนิด แค่คิดก็มีความสุขแล้ว
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาชีชียังประดิษฐ์เครื่องตัดหญ้าแบบมือหมุนขึ้นมาอีกหนึ่งเครื่องซึ่งทำงานได้เร็วกว่าการใช้มือถอนโดยตรงมากนัก
เมื่อเห็นชีชีเข็นเครื่องจักรหน้าตาประหลาดออกจากบ้านป้าหวังผู้ชอบสอดรู้สอดเห็นก็รีบปรี่เข้ามาหา
“สหายเสี่ยวชี นี่เธอประดิษฐ์คิดค้นอะไรขึ้นมาใหม่อีกแล้วล่ะ? ทางเบื้องบนเขาให้เงินรางวัลมาบ้างหรือเปล่า?”
ชีชีอดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่หล่อนวงใหญ่“นี่ฉันทำเอาไว้ใช้เองค่ะ เบื้องบนจะมาให้เงินรางวัลอะไรกัน?”
ป้าหวังทำเหมือนมองไม่เห็นอาการรำคาญนั้นยังคงเดินตามหลังมาพลางจ้องมองเครื่องจักรเขม็ง
พอเห็นเครื่องจักรเคลื่อนผ่านร่องสวนเพียงครู่เดียววัชพืชก็หายไปหมดสิ้น หล่อนก็เริ่มเต้นแร้งเต้นกาตะโกนลั่น“ตายจริง! ยอดเยี่ยมไปเลยมีเครื่องนี้เข้าไปก็เบาแรงไปมากเลยนะเนี่ย”
“ก็พอใช้ได้ค่ะ เร็วกว่าใช้มือถอนนิดหน่อย”
ชีชีไม่อยากจะเสวนากับหล่อนนักจึงตอบกลับไปอย่างส่งๆ
“สหายเสี่ยวชี เธออายที่จะรายงานเรื่องนี้ขึ้นไปใช่ไหมจ๊ะ? เอาอย่างนี้ไหม เดี๋ยวป้าช่วยไปบอกพวกท่านผู้นำให้เองยังไงก็ต้องได้เงินรางวัลมาบ้างแหละน่า”
“ฉันได้เงินรางวัลมาเขาก็ไม่ได้แบ่งให้ป้านี่คะแล้วป้าจะกระตือรือร้นไปทำไมกัน?”
ชีชีรู้สึกปวดตุบๆที่ขมับ รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้หวังดีแน่ๆ
หรือว่าคนที่ชีหมิงเยว่ติดสินบนไว้จะเป็นยัยป้าคนนี้กันนะ?
เชิงอรรถ
[*]แสงจันทร์ขาว เป็นศัพท์สแลงจีนที่หมายถึงรักแรกในความทรงจำที่บริสุทธิ์และเอื้อมไม่ถึง