'หมู่บ้านไผ่งาม'
จ้าวเว่ยกับซิ่วอิง สองพ่อลูกกลับมาถึงหมู่บ้านไผ่งามก็เป็เวลาดึกพอสมควร เนื่องจากรถม้าที่ซิ่วอิงขี่มานั้นทำให้เสียเวลาไปมาก ตอนนี้ผู้คนในหมู่บ้านต่างก็เข้าบ้านตนเองกันหมดแล้ว ทำให้บรรยากาศในหมู่บ้านชายป่า เต็มไปด้วยความมืดมิดวังเวง เห็นถนนเพียงลางๆเพราะแสงจันทร์เท่านั้น
เมื่อทั้งสองมาถึงหน้าบ้านตนเอง ด้วยแสงไฟวับแวมส่องออกมาจากในตัวบ้าน ทำให้เห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่หน้าที่ประตูรั้วหน้าบ้าน เมื่อเห็นรถม้าที่ไม่คุ้นตาวิ่งมาหยุดลง ชายคนนั้นก็เอ่ยถามขึ้น
“ ใครนะ..”
“ ท่านลุงอี้.. ข้าเองซิ่วอิง..”
ซิ่วอิงได้ยินเสียงตวาดถามออกมา ก็จำได้ทันทีว่าเป็เสียงอี้หลาง จึงรีบถอดหน้ากากออกแล้วเอ่ยตอบทันที ด้วยเกรงว่าจะเกิดการเข้าใจผิด แล้วะโลงจากรถม้าเดินเข้าไปหา
อี้หลางเมื่อเห็นซิ่วอิงท่าทีแข็งกร้าวก็ผ่อนคลายลงไป แต่ยังไม่ทันที่อี้หลางทันได้กล่าวอันใด จ้าวเว่ยก็ควบม้ามาถึงแล้วะโลงมาอย่างเร็ว
“ จ้าวเว่ย.. เ้ากลับมาแล้ว”
อี้หลางเห็นจ้าวเว่ยเข้ามายืนช้างซิ่วอิงจึงเอ่ยถามขึ้น
“ เป็ข้าเอง.. อี้หลางเหตุใดเ้ามาอยู่ที่นี่ เกิดอะไรขึ้นกับลูกเมียข้า..”
จ้าวเว่ยเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ ที่เห็นสหายมายืนอยู่หน้าบ้านตนเอง
ซิ่วอิงได้ยินบิดากล่าวเช่นนั้น ด้วยความเป็ห่วงแม่กับน้องสาว รีบกางอาณาเขตจิติญญาตรวจสอบภายในบ้านทันที แต่เมื่อตรวจพบว่าท่านแม่กับน้องสาวอยู่ในบ้าน จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ ไม่มีเื่อันใดหรอก.. ข้าเพียงแต่แว่ะมาหาเ้ากับหลานสาวเมื่อก่อนค่ำ แต่ภรรยาเ้าบอกว่าพวกเ้ายังไม่กลับมาจากในเมือง ข้าก็เลยอยู่ดูแลพวกนางแม่ลูกรอเ้ากลับ”
อี้หลางกล่าวอธิบายต่อสองพ่อลูก
“ ขอบใจเ้ามากสหายข้า..” จ้าวเว่ยกล่าวขอบคุณ
“ ขอบคุณท่านลุงอี้เ้าค่ะ..” ซิ่วอิงก็เอ่ยออกมาเช่นกัน
ทันใดนั้นประตูบ้านก็ถูกเปิดออกมา ร่างผอมบาง 2 ร่าง หนึ่งสูงหนึ่งต่ำที่ดูคุ้นตา กำลังเดินออกมาหาพวกเขา เป็นางจ้าวกับเสี่ยวหยวนตัวน้อยนั่นเอง ที่รอสองพ่อลูกกลับมาอย่างกระวนกระวาย
ซิ่วอิงรีบเดินไปหาทั้งคู่ พร้อมกับเอ่ยเสียงสั่นด้วยความรู้สึกผิด
" ท่านแม่.. หยวนเอ๋อ.. พี่สาวกับท่านพ่อกลับมาแล้ว.."
เสี่ยวหยวนตัวน้อย เมื่อเห็นว่าเป็พี่สาวกับท่านพ่อ ก็รีบวิ่งเข้ามาหาอย่างเร็ว
“ ท่านพ่อ พี่สาว.. พวกท่านกลับมาแล้ว..”
“ น้องพี่....”
ซิ่วอิงรีบนั่งคุกเข่าลงข้างนึง พร้อมกับอ้าแขนรับร่างเล็กของน้องสาว กอดแน่นด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้เป็ห่วง แล้วยกตัวเสี่ยวหยวนลอยขึ้นหมุนไปรอบๆ ก่อนจะอุ้มเดินไปที่รถม้า
นางจ้าวก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ที่เห็นสามีกับลูกสาวคนโตกลับมาอย่างปลอดภัย จากนั้นก็ทำหน้าเคร่งเครียดใส่สามี แล้วกล่าวว่า
" ท่านพี่.. ทำไมกลับเอาเวลามืดค่ำเช่นนี้ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นข้ากับลูกจะทำอย่างไร.."
“ แห่ะๆ.. ข้าต้องขอโทษเ้าด้วย พอดีต้องทำอะไรหลายๆอย่าง อีกทั้งข้ายังซื้อม้ากับรถม้ามาด้วย ทำให้ใช้เวลาเดินทางนานไปบ้าง หวังว่าเ้าจะเข้าใจข้ากับอิงเอ๋อร์..”
จ้าวเว่ยเอ่ยกับภรรยาเสียงอ่อย นางจ้าวหันไปมองรถม้าก็เข้าใจ เพราะการเดินทางด้วยรถม้า จึงไม่สามารถเร่งรัดเวลาได้เท่าใดนัก
“ เอาเถอ่ะ พวกท่านพ่อลูกกลับมาปลอดภัยก็ดีแล้ว ..พี่ชายอี้หลางข้าต้องขอบคุณท่านมาก ที่อยู่คอยดูแลข้ากับหยวนเอ๋อ”
นางจ้าวหันไปขอบคุณอี้หลาง
“ ฮ่ะๆๆ.. ครอบครัวของพวกเ้ากับข้านั้น ไม่จำเป็ต้องเกรงใจกันเช่นนี้ ข้ากับจ้าวเว่ยเป็เหมือนพี่น้องกัน.. จ้าวเว่ยกับนังหนูกลับมาแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อนละ..” อี้หลางกล่าวด้วยเสียงอันดัง แล้วขอตัวจากไป
นางจ้าวหันมองไปทางลูกสาวทั้งสองคนที่เล่นกันอยู่บนรถม้า ก่อนจะหันมาไล่เบี้ยกับสามีอีกครั้ง
“ ท่านพี่ ท่านไปเอาเงินจากไหนมาซื้อรถม้ากัน..”
“ ไปคุยกันในบ้านเถอะ.. เดี๋ยวข้าจะเล่าให้เ้าฟังทุกเื่..” จ้าวเว่ยพูดจบก็เดินไปจูงม้าเข้าบ้าน นางจ้าวก็หันไปพูดกับลูกสาวคนโต ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า
" อิงเอ๋อร์.. นี่ก็เลยเวลาอาหารมานานแล้ว หยวนเอ๋อกับแม่รอพวกเ้าอยู่ยังไม่มีใครกินเลย ไปกินข้าวกันเถอะ..”
“ เ้าค่ะท่านแม่.. หยวนเอ๋อน้องหิวแย่หล่ะสิ พี่ต้องขอโทษเ้าด้วย ”
ซิ่วอิงเอ่ยกับน้องสาวตัวน้อย แล้วอุ้มร่างเล็กของน้องสาววางบนที่นั่งบนรถม้า ก่อนจะขึ้นไปนั่งข้างๆน้องสาว แล้วขี่รถม้าเข้าไปในบ้าน
“ ไม่ป็นไรเ้าค่ะพี่สาว.. แต่ว่ารถม้าคันนี้เป็ของใครหรือเ้าคะ..”
เสี่ยวหยวนตัวน้อยพูดเสียงใส พร้อมกับเอียงตัวกอดเอวของพี่สาวไว้แน่น ( จะกลัวตกรถม้าหรือรักพี่สาวมากก็ไม่รู้ได้ )
“ รถม้าคันนี้พี่สาวซื้อมาให้เ้านั่งกับท่านแม่.. ชอบหรือไม่ "
ซิ่วอิงเอ่ยแล้วหอมแก้มเล็กๆของน้องสาวตัวน้อย
“ ชอบเ้าค่ะ พี่สาวน่ารักที่สุดเลยยย..”
เสี่ยวหยวนเอ่ยด้วยความดีใจ ซิ่วอิงขี่รถม้ามาเก็บไว้ข้างบ้าน แล้วอุ้มน้องสาวลงมาพาเดินเข้าไปในบ้าน สาวน้อยก็ถามไม่หยุด แม้กระทั่งตอนที่นั่งล้อมวงกินข้าว
“ พี่สาวในเมืองสนุกมั้ยเ้าคะ.. ข้าอยากไปเที่ยวบ้างจัง”
“ สนุกสิ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่สาวจะพาเ้ากับท่านแม่ไปอยู่ในเมือง”
ซิ่วอิงตอบพร้อมกับรับถ้วยข้าวมาจากมารดา เธอมองกับข้าวบนโต๊ะที่มีสองอย่าง ผัดผักกับเศษเนื้ออันน้อยนิด รวมถึงน้ำซุปใสๆแล้วก็ให้ปวดใจ ครอบครัวนี้ั้แ่ผู้นำครอบครัวาเ็นั้น ช่างยากจนข้นแค้นเป็อย่างยิ่ง
แต่แล้ว..
ก่อนที่ทุกคนจะได้กินเข้าไป ซิ่วอิงก็นึกอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง จึงเรียกผู้เป็บิดาเสียงดัง
“ ท่านพ่อ..”
“ ม่ะ.. มี.. มีอะไรลูก..”
จ้าวเว่ยที่กำลังคีบผักจะส่งเข้าปาก ใเสียงลูกสาวคนโตถึงกับทำตะเกียบหลุดมือ นางจ้าวกับเสี่ยวหยวนตัวน้อยก็หยุดนิ่งเช่นกัน
“ ท่านพ่อลืมอะไรไปหรือปล่าวเ้าคะ..”
ซิ่วอิงยังคาดคั้นต่อ พร้อมกับส่งสายตาไปยังแหวนมิติที่นิ้วของบิดา จ้าวเว่ยมองตามสายตาบุตรสาว แล้วก็ต้องตาโตเมื่อนึกขึ้นมาได้เช่นกัน
นางจ้าวเห็นท่าทางของสองพ่อลูก ก็เอ่ยถามขึ้นว่า
“ มีอะไรกัน.. ท่านพี่ อิงเอ๋อร์..”
“ ฮ่ะๆๆๆ ข้าลืมไปเสียสนิทเลย.. วันนี้ข้าซื้ออาหารมาจากโรงเตี๊ยม จะเอามากินเป็มื้อเย็นกับเ้าและหยวนเอ๋อ แต่กลับลืมเสียได้.. ฮ่ะๆๆ..”
จ้าวเว่ยกล่าวพร้อมกับหัวเราะให้กับความหลงลืมของตนเอง ก่อนจะนำกล่องอาหารที่ซื้อจากโรงเตี๊ยม ออกมาจากแหวนมิติวางลงบนโต๊ะกินข้าว ซิ่วอิงช่วยบิดาแกะกล่องอาหาร พร้อมกับแอบยิ้มอยู่คนเดียว ความจริงเธอก็ลืมไปเช่นกัน เพิ่งนึกได้ตอนเห็นอาหารบนโต๊ะนั่นเอง
ตอนนี้อาหารบนโต๊ะถูกสับเปลี่ยนเป็อาหารเหลาอย่างดี ส่วนอาหารชุดเดิมซิ่วอิงเอาน้ำทิพย์ดาราเจือจางผสมเข้าไป และยกไปให้ม้ากินเสียแล้ว
เสี่ยวหยวนตัวน้อยกับนางจ้าวผู้เป็แม่ ทานอาหารเหลาอย่างเอร็ดอร่อย หากจะบอกว่าในชีวิตจ้าวเหมยนั้น นางไม่เคยกินของดีๆแบบนี้ก็ไม่ผิดนัก
นางจ้าวนั้นเป็หญิงสาวชาวบ้านธรรมดา มาพบกับจ้าวเว่ยตอนที่เขาออกไปทำภารกิจของทหารรับจ้าง รักใคร่ชอบพอกัน จ้าวเว่ยจึงพานางมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ จนมีลูกสาวด้วยกันถึงสองคน ถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้ว่าสามีเป็ใครมาจากไหน
“ ท่านแม่.. วันนี้ข้าขายโอสถของอาจารย์ได้เงินมาเยอะเชียวเ้าค่ะ.. ข้ากับท่านพ่อจึงซื้อจวนในเมืองเอาไว้ พรุ่งนี้พวกเราย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง ข้าจะไม่ให้ท่านแม่กับน้องลำบากอีกแล้ว..”
ซิ่วอิงเอ่ยขึ้นมาหลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อย นางจ้าวได้ยินคำพูดของลูกสาวคนโตก็ถึงกับอึ้งไป ก่อนจะเอ่ยถามเหมือนไม่อยากจะเชื่อ
“ จริงรึอย่างที่อิงเอ๋อร์พูดหรือไม่.. ท่านพี่”
“ จริงแท้แน่นอนภรรยาข้า .. ที่ผ่านมาข้าทำให้เ้าลำบากมามากแล้ว ต่อไปข้าจะดูแลเ้าและทุกคนให้อยู่อย่างสุขสบาย ไม่ต้องลำบากอีกแล้ว..”
จ้าวเว่ยสบตาภรรยาพร้อมกับพูดอย่างหนักแน่น นางจ้าวถึงกับยิ้มให้สามีกับบุตรสาวคนโตทั้งน้ำตา ด้วย 4 ปีที่สามีาเ็สาหัสนั้น นางเหนื่อยยากเืตาแทบกระเด็นเลยทีเดียว
“ ฮือๆ.. หยวนเอ๋อร์ ได้ยินที่พ่อกับพี่สาวเ้าพูดหรือไม่ ต่อไปเ้าจะสบายแล้วละ ”
“ เ้าค่ะท่านแม่.. ลูกดีใจมากเลยจ้าค่ะ..”
“ เอาละๆ ไม่ร้องแล้ว.. ไม่ร้อง.. กินอิ่มแล้วก็นอนพักผ่อนกันเถอะ พรุ่งนี้ยังมีเื่ให้ทำอีกมากมายนัก..”
จ้าวเว่ยเห็นภรรยาคู่ยากร้องไปยิ้มไป แล้วก็ให้นึกเอ็นดูนางเป็อย่างยิ่ง ที่ผ่านมาเขาพานางมาตกระกำลำบากอย่างแท้จริง คืนนั้นหลังจากจัดการเื่ส่วนตัวเรียบร้อย ครอบครัวจ้าวทั้งสามคนนอนหลับกันอย่างมีความสุข
ส่วนซิ่วอิงเมื่อแยกเข้าไปนอนในห้องตัวเอง เธอก็เข้าไปในมิติส่วนตัวทันที นำอาหารที่แบ่งไว้ให้เสี่ยวไป๋และเล่นกับมันอยู่ครู่นึง จากนั้นเธอก็เริ่มฝึกบ่มเพาะลมปราณอีกครั้ง
ตอนนี้ซิ่วอิงอยู่ในระดับยอดยุทธขั้นกลาง คืนนี้เธอตั้งใจจะยกระดับลมปราณของตัวเองเข้าสู่ระดับปราณปฐีให้จงได้ เพราะต่อจากนี้อาจมีเื่ขัดแย้งกับผู้มีอิทธิพลหรือคนตระกูลใหญ่ เธอจึงต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อดูแลครอบครัวตนเองให้ได้
ด้วยโอสถระดับสูงและทรัพยากรอันมากมายในมิติส่วนตัว อีกทั้งเธอมีข้อได้เปรียบเื่ความแตกต่าง ระหว่างเวลาในมิติกับเวลาด้านนอก เวลา 4 ชั่วยามของภายนอกเท่าเธอมีกับ 8 เดือนในมิติ ทำให้ซิ่วอิงบรรลุระดับปฐีขั้นต้นในคืนนั้นนั่นเอง
‘ ปังงงงง ’
‘ อาๆๆ ในที่สุด เราก็ทะลวงเข้าสู่ระดับปฐีขั้นต้นจนได้..’
เช้าวันรุ่งขึ้น อากาศชายป่าเขาเย็นสบาย เหมาะแก่การเดินทางเป็อย่างมาก ครอบครัวจ้าวหลังจากกินอาหารเช้า ข้าวต้มร้อนๆคนละถ้วยก็ช่วยกันเก็บข้าวของ (ซึ่งแทบจะไม่มีอะไรเลยนอกจากเสื้อผ้าติดกายคนละชุด เมื่อวานซิ่วอิงเองก็ลืมนึกถึงเื่นี้ไปสนิท)
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินทาง โดยที่จ้าวเว่ยผู้เป็พ่อขี่ม้านำหน้า ซิ่วอิงวันนี้แต่งชุดจอมยุทธสีดำขลิบทองเช่นเดิม สวมหมวกมีผ้าแพรสีดำปิดบังใบหน้า เป็ผู้ขี่รถม้าที่มีนางจ้าวกับเสี่ยวหยวนนั่งด้านใน ตามหลังตามหลังผู้เป็บิดาไปเรื่อยๆ
ระหว่างทางจ้าวเว่ยแว่ะหาอี้หลางสหายในหมู่บ้าน แล้วเอ่ยว่า
“ สหายอี้.. ข้ากับครอบครัวจะย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองวันนี้ ฝากดูแลบ้านให้ข้าด้วย”
จ้าวเว่ยกล่าวขึ้น ตอนนี้เขายังไม่คิดจะยกบ้านให้ผู้กับใด เนื่องจากอาจมีความจำเป็ต้องใช้ในภายหน้า เพราะนี่เป็ชายป่าเขาหมื่นอสูรชั้นนอก หากจะเข้าไปล่าสัตว์อสูรก็อาจจะใช้บ้านหลังนั้นเป็ที่พัก
“ ข้าเข้าใจแล้ว.. ไปเถอะเอาไว้มีเวลาข้าจะไปเยี่ยม” อี้หลางกล่าวเสียงเบา
ซิ่วอิงที่หาโอกาสตอบแทนบุญคุณของอี้หลาง เธอลงจากรถม้าเดินไปหาเขาและส่งแหวานมิติระดับสูงไปให้ ซึ่งภายในแหวนเธอใส่เงินไว้ 1 แสนเหรียญทองไว้ก่อนหน้านี้ แล้วกล่าวว่า
“ ท่านลุงอี้.. ข้ามีน้ำใจเล็กน้อยมอบให้ท่านห้ามปฏิเสธเด็ดขาด ข้าไปแล้วท่านถึงจะดูด้านในได้.. หากท่านลุงอยากทำงานกับข้าก็ไปหาข้าได้ หรือหากมีปัญหาอะไรก็ไปหาข้ากับท่านพ่อได้เช่นกัน.. ลาก่อนท่านลุงอี้”
“ ลาก่อนพี่ชายอี้”
“ ลาก่อนท่านลุงอี้..”
พอเสียงซิ่วอิงกล่าวจบ นางจ้าวกับเสี่ยวหยวนตัวน้อย ก็ส่งเสียงกล่าวลาจากในรถม้าเช่นกัน
จ้าวเว่ยไม่รอให้สหายได้ทันปฏิเสธ รีบกระตุ้นม้าขี่ออกไปซิ่วอิงก็ขี่รถม้าตามไปทันที ทั้งให้อี้หลางยืนมึนงงกับการกระทำของคนครอบครัวจ้าว ก่อนจะส่งปราณเข้าไปดูในแหวนที่ซิ่วอิงมอบให้ แล้วก็เป็ลมหงายท้องไปทันทีที่เห็นของในแหวน
‘เมืองัฟ้า’
หลังจากออกเดินทางผ่านมาเกือบสองชั่วยาม ครอบครัวจ้าวก็มาถึงเมืองัฟ้า ที่ประตูเมืองมีทหาร 4 นายคอยตรวจตราคนเข้าเมือง แต่เมื่อทหารเห็นจ้าวเว่ยส่งป้ายประจำตัวให้ดู และจ่ายค่าป้ายเข้าเมืองสำหรับนางจ้าว ส่วนเสี่ยวหยวนตัวน้อยไม่ต้อง ซิ่วอิงก็มีป้ายที่ซื้อมาเมื่อวานแล้ว ทหารก็ไม่ได้ตรวจค้นอะไรมาก เพียงแค่เปิดดูในรถม้าเท่านั้น ก่อนจะปล่อยให้ครอบครัวจ้าวเข้าเมืองไปได้
จ้าวเว่ยขี่ม้านำรถม้าของลูกเมียเข้าไปในตัวเมือง ผ่านสมาคมทหารรับจ้างแต่ก็ไม่ได้เข้าไป ครู่นึงก็มาถึงโรงเตี้ยมที่ไกล้กับจวนที่ซิ่วอิงซื้อไว้ เขาก็หยุดเพื่อให้ทุกคนได้ทานอาหาร ก่อนจะถึงจวนที่ซื้อต่อมาจากผู้าุโซู ซึ่งซิ่วอิงตั้งใจทำเป็จวนหลักของตระกูล
“ เอาละ.. ลงมาทานอาหารกันก่อน เดี๋ยวถึงจวนแล้วจะได้ไม่ต้องยุ่งยากเื่อาหารอีก..”
จ้าวเว่ยบังคับม้าให้หยุดที่หน้าโรงเตี๊ยม ะโลงไปแล้วเอ่ยกับบุตรสาว
“ เ้าค่ะท่านพ่อ.. ท่านแม่ หยวนเอ๋อร์ ลงมาทานอาหารกันก่อน ”
ซิ่วอิงพูดพร้อมกับบังคับม้าให้หยุด แล้วลงไปเปิดม่านรถม้าให้แม่กับน้องสาว นางจ้าวเป็คนลงก่อนตามด้วยเสี่ยวหยวนตัวน้อย ก่อนที่จ้าวเว่ยจะพาทั้งคู่เข้าด้านใน
ซิ่วอิงไปหาคนดูแลม้าของโรงเตี๊ยม ให้นำม้าของบิดาและรถม้าไปพักด้านข้าง ก่อนที่จะนำถังน้ำที่ผสมน้ำทิพย์เจือจาง 1 ใน 100 ส่วนให้ม้าทั้งสองดื่มกิน อีกทั้งยังเอาน้ำพรมหญ้าให้พวกมันอีกเล็กน้อย เสร็จเรียบร้อยก็ให้คนดูแลม้าไป 1 เหรียญทอง ก่อนจะเดินเข้าไปไปในโรงเตี้ยม
เธอสังเกตชื่อโรงเตี๊ยมและตราประจำตระกูลด้านหน้า ก็รู้ว่าโรงเตี๊ยมนี้เป็ของตระกลูหลิน 1 ใน 4 ตระกูลใหญ่ของเมืองัฟ้า โรงเตี๊ยมแห่งนี้ได้ถูกก่อสร้างอย่างสวยงามและหรูหราเป็อย่างมาก
แต่แล้ว เมื่อเดินเข้าไปด้านในโรงเตี๊ยม ซิ่วอิงก็ต้องอารมณ์เสียขึ้นมาทันที เมื่อเห็นพ่อแม่และน้องสาวยังยืนอยู่ที่หน้าห้องอาหาร มีผู้ดูแลร้านยืนขวางเอาไว้กำลังเจรจาต่อรองกันอยู่ ซิ่งอิงรีบเดินเข้าไปแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน
“ เ้าขวางแขกไว้มิให้เข้าไปด้านใน.. หมายความว่าอย่างไร..”
เสียงเข้มของซิ่วอิงบวกกับหมวกที่มีผ้าแพรดำคลุมหน้า ทำให้ภาพลักษณ์ภายนอกของเธอน่าเกรงขาม ผู้ดูแลร้านที่ยืนขวางทางอยู่ถึงกับยืนนิ่งงันไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นๆ
“ นะ.. นายท่าน.. เอ่อ.. เพราะโรงเตี๊ยมของเรานั้นต้องจองล่วงหน้าขอรับ.. ไม่ทราบว่าท่านได้จองไว้ล่วงหน้าหรือไม่ขอรับ "
ผู้ดูแลร้านกล่าวขึ้นอย่างนอบน้อมมากขึ้น
" หือ.. มีกฎเช่นนี้ด้วยหรือ..”
ซิ่วอิงถามด้วยเธอไม่เคยรู้มาก่อนมาก่อน นึกว่าโรงเตี๊ยมรังเกียจที่พ่อแม่กับน้องสาวเธอ แต่งกายเหมือนคนบ้านนอก จึงยกเื่กฏขึ้นมาอ้าง
“ มะ..มีขอรับ”
ผู้ดูแลเอ่ยตอบเสียงเบา
“ ข้าไม่ได้จองล่วงหน้า แต่เหรียญตราอันนี้ทำให้ข้าได้โต๊ะหรือไม่"
กล่าวจบซิ่วอิงหยิบเหรียญตราผู้ปรุงโอสถัฟ้ายื่นให้ผู้ดูแลร้านทันที ผู้ดูแลรับเหรียญตราไปดูแล้วมองตาค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
" ดะ ได้ขอรับ.. ข้าน้อยจะรีบเตรียมโต๊ะให้นายท่านเดี๋ยวนี้ขอรับ.."
จากนั้นผู้ดูแลจึงรีบจัดแจงหาโต๊ะว่างให้ซิ่วอิงกับครอบครัวทันที เมื่อได้ที่นั่งเรียบร้อยจากนั้นก็มีพนักงานหญิงเข้ามาต้อนรับ พร้อมกับบอกรายชื่ออาหารที่ขึ้นชื่อของโรงเตี๊ยม ซิ่วอิงจึงให้ทุกคนสั่งของที่อยากกินอย่างเต็มที่
“ ท่านแม่ ท่านอยากกินอะไรก็สั่งเลยเ้าค่ะ.. หยวนเอ๋อร์ เ้าอยากกินอะไรเป็พิเศษหรือไม่..”
“ มีเ้าค่ะพี่สาว.. ข้าจะเอาไก่ทอด หมูตุ๋นน้ำแดง แล้วก็........ ”
เ้าตัวน้อยสั่งคนเดียวไป 5 อย่าง ทำเอาคนอื่นแทบไม่ต้องสั่ง
ครอบครัวจ้าวทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย โดยเฉพาะเสี่ยวหยวนตัวน้อยนั้นกินจนพุงกาง แทบจะกลิ้งออกจากโรงเตี๊ยมเลยทีเดียว หลังจากทานอาหารเรียบร้อย ทั้งหมดก็เดินทางต่อไปยังจวนที่ซื้อมาจากผู้าุโซู ซึ่งซิ่วอิงตั้งใจทำเป็จวนหลักสกุลจ้าวนั่นเอง
‘จวนตระกูลจ้าว’
ผ่านไปไม่นานครอบครัวจ้าวก็มาถึงจวนหลัก ซิ่วอิงบังคับรถม้าตามบิดาเข้าไปด้านในจวน รถม้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูจวน ซิ่วอิงเปิดม่านให้มารดากับน้องสาวลงมาจากรถม้า เมื่อนางจ้าวกับเสี่ยวหยวนตัวน้อยเห็นความกว้างใหญ่ของจวน ก็ถึงกับยืนนิ่งด้วยความใ
“ พี่สาว นี่คือบ้านของเราเหรอเ้าคะ..”
เสี่ยวหยวนเอ่ยถามขึ้น
“ ใช่แล้ว.. ต่อไปนี่คือบ้านของเรา หยวนเอ๋อร์ชอบหรือไม่..”
“ ชอบมากเ้าค่ะพี่สาว.. หยวนเอ๋อร์รักพี่สาวที่สุดเลย..”
“ ท่านแม่เราเข้าไปข้างในกันเถิด.. ท่านแม่กับท่านพ่ออยู่เรือนใหญ่ ส่วนหยวนเอ๋อร์เ้าอยู่เรือนถัดไป พี่สาวก็อยู่เรือนใกล้ๆกับเ้า.. ไปกันเถอะเ้าค่ะยังมีอะไรที่ต้องจัดการอีกเยอะ..”
ซิ่วอิงกล่าวจบก็พาพ่อแม่และน้องสาว เข้าไปในห้องโถงกลางเรือนรับรอง ครู่นึงเถ้าแก่เหอที่มาพักในจวนั้แ่เมื่อวาน ก็พาภรรยาและลูกๆก็เดินเข้ามา ก่อนที่ทุกคนจะคารวะให้กับเ้าของจวน
“ พวกเราคารวะนายท่านกับคุณหนูขอรับ..”
เถ้าแก่เหอพูดพลางนำภรรยากับลูกๆโค้งคารวะพร้อมกัน
“ เถ้าแก่เหอกับครอบครัวไม่ต้องมากพิธีไป.. ข้ากับครอบครัวไม่ใช่เ้าคนนายคนมาจากไหน ต่อไปเราต้องร่วมมือกันทำการค้าอีกมาก.. เชิญนั่งลงก่อน”
จ้าวเว่ยเอ่ยออกมาพร้อมกับนั่งลงตรงเก้าอี้ตัวใหญ่กลางห้อง ก่อนจะหันไปทางซิ่วอิงแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ อิงเอ๋อร์.. เื่ในจวนเ้าจะจัดการอย่างไร ก็ตามแต่เ้า้า”
ซิ่วอิงเมื่อเห็นว่าท่านพ่อให้สิทธิ์ในการจัดการเื่ในจวน ก็เอ่ยขึ้นว่า
“ ท่านลุงเหอตอนนี้ทุกอย่างยังไม่พร้อมดีนัก ท่านกับครอบครัวพักที่เรือนรับรองไปก่อนน่ะเ้าคะ..”
“ ขอรับคุณหนู..”
เถ้าแก่เหอเอ่ยรับคำ
“ เอ่อ.. ท่านลุงอยู่เมืองัฟ้ามานาน ข้ารบกวนท่านพาแม่กับน้องสาวข้าไปหาซื้อเสื้อผ้า และข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวหน่อยนะเ้าคะ.. ข้ากับท่านพ่อยังมีธุระต้องทำอีก ”
ซิ่วอิงเอ่ยออกมา
“ ได้สิคุณหนู เดี๋ยวข้าพาไปข้าวของเครื่องใช้เอง.. ส่วนเสื้อผ้านั้นไม่ต้อง”
เถ้าแก่เหอกล่าวออกมา ทำเอาซิ่วอิงอึ้งไปขั่วขณะ ก่อนที่เขาจะกล่าวต่อ
“ ฮ่ะๆๆ.. คุณหนูลืมไปแล้วหรือว่าข้านั้นขายแพรพรรณ “
“ อ๋อ.. จริงด้วย.. เช่นนั้นท่านแม่กับหยวนเอ๋อร์ เลือกเสื้อผ้าจากเถ้าแก่เหอได้เลยเ้าค่ะ ”
“ ข้ามีเสื้อผ้าสวยๆมากมาย จะขายให้ในราคาทุนก็แล้วกัน ฮ่ะๆๆ”
เถ้าแก่เหอกล่าวด้วยรอยยิ้มดีใจ
“ ขอบคุณเ้าค่ะ.. ท่านแม่นี่คือแหวนมิติระดับต่ำ ถึงไม่มีพลังปราณก็สามารถใช้ได้ เพียงท่านแม่ส่งจิตเข้าไป ข้างในมีเงินอยู่พอให้ท่านแม่กับน้องได้ซื้อของใช้ส่วนตัว.. ท่านแม่กับหยวนเอ๋อไปซื้อของกับท่านลุงเหอ.. ข้านัดกับสหายของท่านพ่อไว้เ้าค่ะ”
กล่าวจบซิ่วอิงก็ส่งแหวนมิติไปให้มารดา นางจ้าวรับแหวนมิติจากมือลูกสาวแล้วเพ่งจิตมองเข้าไปดู เมื่อเห็นเงินจำนวนมากถึง 1,000 เหรียญทอง ก็เอ่ยเสียงสั่น
“ อิงเอ๋อร์.. ทำไมมากอย่างนี้ล่ะ”
“ ไม่มากหรอกเ้าค่ะ.. ท่านแม่อยากจะได้อะไรก็ซื้อมา ของท่านพ่อกับหยวนเอ๋อร์ด้วย ส่วนของลูกไม่ต้องลูกมีมากแล้ว .. ท่านแม่ซื้อข้าวของเครื่องใช้ แล้วก็ซื้ออาหารเย็นนี้ด้วยนะเ้าคะ.. ”
“ อืม.. เอาเถอะ งั้นแม่กับหยวนเอ๋อร์ไปซื้อของก่อนก็แล้วกัน..”
“ เ้าค่ะ.. หยวนเอ่อเ้าอยากได้อะไรก็บอกท่านแม่ได้เลย..”
“ เ้าค่ะพี่สาว.. ข้าจะซื้อเยอะๆเลยยย..”
หยวนเอ๋อร์ตัวน้อยตอบเสียงใส
“ เอาตามที่เ้า้าเลยหยวนเอ่อร์.. ท่านลุงเหอเอารถม้าของข้าไปน่ะ..”
เมื่อตกลงกันเรียบร้อย นางจ้าวก็พาเสี่ยวหยวนน้อยไปขึ้นรถม้า โดยที่เถ้าแก่เหอนั่งด้านหน้าเป็คนบังคับรถม้าออกไปจากจวน ส่วนฮูหยินเหอกับลูกๆก็จะขอตัวกลับห้อง
“ นายท่าน คุณหนู.. ถ้าเช่นนั้นข้ากับลูกๆขอตัวกลับห้องก่อน..”
“ เ้าค่ะ.. ตอนนี้ยังไม่มีอะไรมาก แต่ข้ายังไม่ทราบชื่อพี่สาวกับน้องชายเลย..”
ซิ่วอิงเอ่ยถาม เพราะเพิ่งนึกขึ้นมาได้
“ ข้าจินฮวาเ้าค่ะคุณหนู “ ลูกสาวคนโตวัย 16 ปีเอ่ยแน่ะนำตัว
“ ข้าต้าฟางขอรับคุณหนู..” ลูกชายคนเล็กวัย 10 ขวบแนะนำตัวเองด้วยเสียงฉะฉาน
“ ต่อไปข้าเรียกพี่สาวฮวากับน้องชายฟาง.. น้องชายฟางอายุพอๆกับเสี่ยวหยวน.. ต่อไปก็เป็เพื่อนเล่นกับน้องสาวข้าน่ะ”
“ ขอรับคุณหนู”
เด็กน้อยต้าฟางเอ่ยตอบ พร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความยินดี
“ เอาละพวกท่านไปพักผ่อนก่อนเถอะ.. อ้อ.. เดี๋ยวก่อน.. ตอนนี้ในจวนไม่มีสาวใช้เลยสักคน.. อีกสักครู่จะมีแขกมาที่จวน ข้ารบกวนพี่สาวจินฮวาชงชามาให้ข้าหน่อยน่ะ.. ”
ซิ่วอิงกล่าวอย่างนึกขึ้นมาได้
“ ได้เ้าค่ะคุณหนู..” จินฮวารับคำแล้วพากันออกไปจากห้อง ตรงไปยังห้องพักรับรองแขก
เมื่อทุกคนออกไปหมด ซิ่วอิงจึงนั่งปรึกษาวางแผนงานกับจ้าวเว่ยผู้เป็บิดา โดยเฉพาะเื่ที่เธอ้าให้กลุ่มทหารรับรับจ้างอินทรีเหิน เพื่อนเก่าของบิดามาทำงานให้ตนเอง
.......................................