เมื่อรับแบล็คการ์ดมา ก็เห็นรหัสบนบัตรคือ 086
หลินหานเก็บแบล็คการ์ดเข้ากระเป๋า การทำธุรกรรมครั้งนี้ถือว่าปิดดีลได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็เื่ราคาหรือทัศนคติบริการ หลินหานก็พอใจมากทีเดียว
“ถ้าอย่างนั้นคุณหลินครับ ให้ผมเดินไปส่งนะครับ?”
ผู้จัดการหลิวเอ่ยอย่างนอบน้อม สำหรับลูกค้ารายใหญ่อันลึกลับเช่นนี้ เขาย่อมยินดีที่จะรักษาความสัมพันธ์อันดีไว้ต่อไป
แต่หลินหานกลับเอ่ยขึ้นว่า “ไม่รีบครับ ผมยังอยากจะซื้อของอีกนิดหน่อย”
“หือ?” ั์ตาของผู้จัดการหลิวพลันทอประกาย รีบเอ่ยทันควัน “คุณหลินอยากได้อะไรครับ ผมช่วยเลือกให้ได้นะครับ”
“หนังสือทักษะกับม้วนเวทมนตร์ครับ!”
เป้าหมายของหลินหานชัดเจนมาก ตอนนี้มีเพียงหนังสือทักษะเท่านั้นที่จะช่วยพัฒนาความแข็งแกร่งให้เขาได้อย่างเป็รูปธรรมที่สุด และวิธีหาซื้อหนังสือทักษะที่เร็วที่สุด ก็คือการซื้อจากตลาดการค้าแห่งนี้!
แถมม้วนเวทมนตร์ยังผนึกเวทมนตร์ที่พร้อมปลดปล่อยได้ตลอดเวลาเอาไว้ด้วย นับว่าสะดวกสบายมากทีเดียว
“คุณหลินรอสักครู่นะครับ”
ผู้จัดการหลิวเดินออกจากห้องไป และไม่กี่อึดใจ เขาก็ถือแคตตาล็อกเล่มหนึ่งเดินกลับเข้ามา
“คุณหลินครับ ตอนนี้หนังสือทักษะและม้วนเวทมนตร์ที่มีอยู่ในตลาดการค้าของพวกเราถูกรวบรวมไว้ในนี้หมดแล้ว คุณลองดูนะครับว่า้าชิ้นไหนบ้าง”
หลินหานรับสมุดแคตตาล็อกมาเปิดดู หนังสือทักษะในนี้ส่วนใหญ่เป็ระดับสูงลงมา ซึ่งตรงตามความตั้งใจของเขาเป๊ะ ต่อให้เขาซื้อหนังสือทักษะระดับสูงกว่านี้มา ก็เป็แค่การสิ้นเปลืองเงินทองโดยใช่เหตุ
“แคตตาล็อกเล่มนี้ พวกคุณยังมีฉบับสำรองอีกไหมครับ?”
เมื่อได้ยินหลินหานถามเช่นนั้น ผู้จัดการหลิวก็จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร จึงตอบไปว่า “ยังมีอยู่อีกพอสมควรครับ”
“งั้นก็ดีครับ”
พอได้รับคำตอบ หลินหานก็เริ่มฉีกสมุดแคตตาล็อกทีละหน้า ๆ !
ผู้จัดการหลิวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองภาพตรงหน้าแล้วยิ่งงงเป็ไก่ตาแตก แต่เพราะอีกฝ่ายเป็ลูกค้ารายใหญ่ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร เขาก็ต้องสะกดอารมณ์อดทนไว้ก่อน
ผ่านไปไม่นาน สมุดแคตตาล็อกก็ถูกฉีกจนขาดยับเยิน หลินหานยื่นกระดาษปีกหนาที่ฉีกออกมาส่งให้ผู้จัดการหลิว พร้อมกับพูดว่า
“รายการที่ผมฉีกออกมาทั้งหมดนี้ เอาหมดเลยครับ!”
...
“คุณหลินรอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมสั่งให้คนไปขนมาให้เดี๋ยวนี้เลย”
ผู้จัดการหลิวถึงกับเหวอไปพักใหญ่ แต่ก็ดึงสติกลับมารับคำได้อย่างรวดเร็ว!
เขายกโทรศัพท์ขึ้นมา ถ่ายรูปรายการในแคตตาล็อกแล้วส่งลงไปในกลุ่มแชตของพนักงานทันที
“ทุกคนวางมือจากงานที่ทำอยู่เดี๋ยวนี้ซะ แล้วไปเอาหนังสือทักษะกับม้วนเวทมนตร์พวกนี้มาให้หมด ผม้าเดี๋ยวนี้ ด่วน!”
ผ่านไปไม่นาน ชายคนหนึ่งก็เข็นรถคันเล็ก ๆ เข้ามา กล่าวอย่างนอบน้อมว่า “ผู้จัดการครับ นี่คือม้วนเวทมนตร์ทั้งหมดที่คุณ้าครับ”
“เช็กดูดีแล้วใช่ไหมว่าไม่ได้ตกหล่น?”
“ไม่มีตกหล่นแน่นอนครับ!”
ผู้จัดการหลิวโบกมือเป็สัญญาณให้อีกฝ่ายถอยออกไปได้
“คุณหลินครับ คุณอยากจะตรวจเช็กจำนวนก่อนไหมครับ?”
หลินหานโบกมือ แสดงออกว่าไม่จำเป็เลย ตลาดการค้าระดับนี้ไม่มีความจำเป็ต้องมานั่งทำเื่จุกจิกแบบนี้หรอก
“ถ้าอย่างนั้นตกลงตามนี้นะครับ ยอดรวมของหนังสือทักษะพวกนี้อยู่ที่หนึ่งร้อยสองล้านเหรียญ แต่เพราะคุณเป็ลูกค้ารายใหญ่ของพวกเรา ผมคิดแค่หนึ่งร้อยล้านเหรียญพอครับ”
“ตกลงครับ”
หลินหานหยิบแบล็คการ์ดที่ผู้จัดการหลิวเพิ่งมอบให้เมื่อครู่ออกมา ไม่นานเงินหนึ่งร้อยล้านเหรียญก็ถูกรูดจ่ายไป
หลังจากหลินหานจัดเก็บม้วนเวทมนตร์เข้ากระเป๋าเรียบร้อยแล้ว เขาก็เตรียมตัวออกจากที่นี่ ผู้จัดการหลิวเห็นดังนั้นก็รีบเดินตามออกมาส่ง
ตอนที่เดินผ่านโซนด้านนอก หลินหานได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากในห้องบางห้อง แม้แต่ในโถงทางเดินก็เริ่มเกิดความวุ่นวาย
“เมื่อกี้แกเพิ่งบอกฉันเองนะว่าม้วนเวทมนตร์อันนี้ยังมีอยู่ แล้วตอนนี้ดันมาบอกว่าไม่มีแล้วเนี่ยนะ!? ่นี้ตลาดการค้าของพวกแกจะสามหาวเกินไปแล้วมั้ง นี่คิดจะปั่นหัวลูกค้าหรือไง? ฉันให้เกียรติพวกแกมากเกินไปใช่ไหม ถึงคิดว่าคนอื่นต้องง้อซื้อของที่นี่ที่เดียวน่ะ!?”
เมื่อได้ยินเสียงด่าทอโวยวาย หลินหานก็เข้าใจสถานการณ์ได้ทันที สาเหตุคงหนีไม่พ้นการที่หนังสือทักษะถูกเขากวาดซื้อไปจนเกลี้ยงสต็อก ส่งผลให้บรรดาลูกค้าคนอื่น ๆ ไม่มีของให้ซื้อนั่นเอง
บรรดาพนักงานต้อนรับต่างพากันส่งยิ้มเจื่อนพร้อมเอ่ยขอโทษขอโพย “ต้องขออภัยลูกค้าทุกท่านด้วยจริง ๆ ครับ ทางเราเองก็คาดเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าไม่ได้ เื่นี้ถือเป็ความบกพร่องของทางเรา หวังว่าทุกท่านจะไม่ถือสานะครับ”
“ไม่ถือสางั้นเหรอ? คำขอโทษประโยคเดียวมันชดเชยเวลาที่พวกฉันเสียไปได้หรือไง!?”
ต่อให้พนักงานต้อนรับของตลาดการค้าจะลดตัวถ่อมตนลงจนถึงที่สุดแล้ว แต่คนพวกนี้ก็ยังไม่ยอมจบง่าย ๆ
“เงียบกันหน่อย!”
ในตอนนั้นเอง ผู้จัดการหลิวที่ยืนอยู่ข้างกายหลินหานก็ะโลั่นขึ้นมา
เมื่อได้ยินเสียงของผู้จัดการหลิว บรรดาพนักงานต้อนรับเ่าั้ก็เหมือนเห็นพระมาโปรด ต่างพากันหันมองมาเป็ตาเดียว
“แกเป็ใครวะ? ทำไม ตลาดการค้าแห่งนี้ใช้กิริยาแบบนี้พูดกับลูกค้าหรือไง?”
บรรดาลูกค้าเองก็ไม่ได้ให้เกียรติเลยสักนิด ในสายตาของพวกเขา เื่นี้ชัดเจนว่าคนของตลาดการค้าเป็ฝ่ายผิดก่อน ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เกรงกลัวเลย
“พนักงานของเราได้ชี้แจงให้พวกคุณทราบชัดเจนแล้ว ในเมื่อมีคนชิงตัดหน้าซื้อไปก่อน ของหมดก็คือหมด ต่อให้พวกคุณโวยวายอยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์”
ขณะที่ผู้จัดการหลิวพูด เขาก็แผ่แรงกดดันออกมาด้วย “ผมพูดชัดเจนแล้ว ถ้าใครคิดจะก่อเื่ที่นี่ ก็อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจ โบราณว่าปรองดองไว้นำมาซึ่งโชคลาภ แต่ถ้าพวกคุณยังคิดจะโวยวายต่อไป ก็ลองดูว่าพวกคุณมีความสามารถพอจะรับมือผมไหวไหม”
“ปรมาจารย์ประเมินสมบัติคลาส 4!?”
ฝูงชนต่างจำระดับพลังของผู้จัดการหลิวได้ทันที แม้จะเป็อาชีพสายประเมินสมบัติ แต่ก็เป็ถึงยอดฝีมือคลาส 4 ตัวจริงเสียงจริง
นี่ไม่ใช่เื่ของความต่างทางสายอาชีพแล้ว แต่เป็ความแตกต่างของพลังที่แท้จริงต่างหาก!
ผู้คนที่คิดจะก่อเื่รีบสงบปากสงบคำลงในวินาทีนั้น ส่วนผู้จัดการหลิวหันมามองหลินหานแล้วยิ้มพลางกล่าวว่า “คุณหลินอย่าถือสาเลยนะครับ สถานที่แบบนี้ในแต่ละวันมักจะมีพวกมาก่อเื่อยู่เรื่อย ๆ อยู่แล้ว บางครั้งเลยจำเป็ต้องใช้วิธีข่มขู่ตามความเหมาะสมน่ะครับ”
หลินหานไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
ทั้งสองคนค่อย ๆ เดินออกไปจากตลาดการค้าด้วยกัน
“งั้นผมส่งคุณหลินแค่นี้นะครับ ถ้าวันข้างหน้าคุณหลินมีอะไรอยากจะขายหรืออยากจะซื้อ โปรดติดต่อผมได้เลย ราคาที่นี่รับรองว่ายุติธรรมที่สุดในประเทศแน่นอนครับ นี่ครับ แบล็คการ์ดของคุณหลิน”
หลินหานรับแบล็คการ์ดมา กล่าวลาผู้จัดการหลิวตามมารยาท แล้วจึงเดินออกจากตลาดการค้าไป
...
“ลูกพี่ ผมสะกดรอยตามไอ้เด็กหลินหานนั่นเข้าไปในตลาดการค้ามาครับ ถึงจะไม่รู้ว่ามันซื้ออะไรไปบ้าง แต่ตอนออกมา ผู้จัดการหลิวของตลาดการค้าถึงกับเดินออกมาส่งมันด้วยตัวเองเลยครับ”
“แถมผู้จัดการหลิวยังนอบน้อมกับหลินหานมาก ที่สำคัญที่สุดคือผู้จัดการหลิวมอบแบล็คการ์ดของที่นั่นให้หลินหานด้วยครับ”
“แบล็คการ์ดใบนั้น สิทธิประโยชน์น่าจะพอ ๆ กับแบล็คการ์ดของท่านประธานสมาคมสามอสรพิษพวกเราเลยครับ ดูท่าความมั่งคั่งของหลินหานน่าจะสูงลิ่วเอาการ”
ตู้ซานบรรยายรายละเอียดสิ่งที่ตนเองพบเห็นจากการสะกดรอยตามหลินหานให้ฟังอย่างถี่ถ้วน และคนที่อยู่ตรงหน้าเขา ก็คือชายหัวโล้นที่เคยขวางหลินหานไว้ที่โถงเปลี่ยนอาชีพนั่นเอง
หลังจากหลินหานเดินจากไป ชายหัวโล้นก็สั่งให้ตู้ซานสะกดรอยตามหลินหานทันที อาชีพของตู้ซานคือโจรขโมย ซึ่งเป็อาชีพที่มีทักษะพรางตัวซ่อนกลิ่นอายสูงมาก เหมาะแก่การสะกดรอยตามคนอื่นเป็อย่างยิ่ง
“แกพูดเื่จริงเหรอ?” ชายหัวโล้นถามย้ำอีกครั้ง
สายตาตู้ซานแน่วแน่ ยืนยันอย่างมั่นใจ “สิ่งที่ผมพูดเป็ความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีคำโกหกเลยสักคำครับ ผมสงสัยว่าภูมิหลังของหลินหานจะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน ดูได้จากทัศนคติที่ผู้จัดการหลิวมีต่อเขาก็รู้แล้วครับ”