มารประหัตถ์ฟ้า (จบ)

    บทที่ 152 เส้นทางที่เด่นชัด

    บทที่152 เส้นทางที่เด่นชัด

             

            “อะไรนะ เครื่องบรรณาการจากสามพรรคใหญ่ลดลงไม่ถึงเสี้ยวอย่างนั้นหรือ”

             

            “ขอรับ… ไม่เพียงเท่านี้เครื่องบรรณาการของราชวงศ์แคว้นเว่ยก็ลดลงแทบจะไม่ถึงครึ่งเช่นกัน"

             

            “กำแหงสิ้นดี มันคิดว่าตนเป็นใคร!”

             

            เสียงคำรามดังก้องทั่ววิหารยุทธ์ บุรุษชราสามผู้ใบหน้าบูดบึ้งเดือดดาลถึงขีดสุดวิหารยุทธ์ที่มีหน้าที่เก็บเครื่องบรรณาการจากแผ่นดินใหญ่แดนตะวันตกได้มิเคยขาด สร้างความดีความชอบแลความพึงพอใจแก่มหาเทวะมาโดยตลอดบัดนี้พวกมันกลับน้อยหน้าอีกสามวิหารที่เหลือแล้ว นอกจากของมีค่าจะมิได้ ศิษยานุศิษย์ก็แสดงท่าทีชัดเจนถึงการเอาใจออกห่างแดนตะวันตกที่พวกมันเคยควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แดนตะวันตกที่เปรียบเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของพวกมันได้ถูกผู้อื่นชิงไปแล้ว

             

            บุรุษตาเดียวเอี้ยงเซี่ยโน้มศีรษะกล่าวเสียงสั่น

            “เพราะเจ้าแพทย์ไร้นามคนเดียว นอกจากมันจะปีกกล้าขาแข็งต่อคำสอนแห่งเทวะวจนะแล้วมันยังแสดงจุดยืนเด่นชัดที่จะเป็นปฏิปักษ์กับพวกเรา”

             

            บุรุษชราสามผู้มองหน้ากัน

            “จะเรียนต่อท่านธรรมบาลยุทธ์อย่างไร”

             

            “เพียงแค่มดปลวดตัวเดียวใยจะต้องถึงมือของท่านธรรมบาล”

             

            “พวกเราต้องสั่งสอนมันแน่ แต่ไม่ใช่เวลานี้…นายน้อยออกจากสถานที่เก็บตัวแล้ว ทั้งมีคำสั่งเรียกสามอาวุโสผู้คุมกฎอย่างพวกเราไป”

             

            “เรื่องจอมมารแห่งปฐพีอย่างไรก็สำคัญกว่าเด็กเมื่อวานซืนและเรื่องนี้อาจทำให้วิหารยุทธ์เรากู้หน้าเรียกผลงานมาได้”

             

            บุรุษชราผู้หนึ่งหันมาหาเอี้ยงเซี่ย

            “ความผิดเจ้าที่ไม่สามารถควบคุมดูแลแดนตะวันตกให้เอาไว้ก่อนสิ้นภารกิจจากแม่น้ำร้อยลี้พวกเราค่อยมาสะสาง”

             

            เอี้ยงเซี่ยหลั่งเหงื่อเย็นเยียบเต็มแผ่นหลังมันมองเงาร่างของสามอาวุโสผู้คุมกฎแห่งวิหารยุทธ์จากไป ในใจค่อยลดอาการตื่นตระหนกลงได้เรื่องแดนตะวันตกมันเองก็ต้องการสะสางกับแพทย์ไร้นามเป็นที่สุด แต่เพื่อที่จะรอดจากการลงโทษของสามผู้คุมกฎมันต้องสร้างความดีความชอบในตอนเดินทางไปยังแม่น้ำร้อยลี้ให้จงได้ เพราะข่าวสารเรื่องนี้เป็นคนของมันถ่ายทอดหากปรากฏข้อเท็จจริงที่ต้องใจ ธรรมบาลยุทธ์ที่เคยออกปากว่าจะมอบวาสนาแก่มัน ถึงตอนนั้นเรื่องความผิดพลาดในแดนตะวันตกอาจลดน้อยลง

            “แพทย์ไร้นาม เจ้าบีบให้ข้าต้องลำบากระหว่างข้ากับเจ้าจะต้องเป็นศัตรูมิอาจร่วมโลก!”

             

            เอี้ยงเซี่ยกัดฟันกำหมัดแน่น มันนึกถึงเรื่องราวเมื่อตอนประมือหยั่งเชิงกับแพทย์ไร้นามอยู่เนิ่นนานสุดท้ายก็สลัดความเดือดดาลทิ้ง แล้วไปเตรียมเรือที่จะใช้เดินทางสู่แม่น้ำร้อยลี้ หน้าที่สำคัญนี้ธรรมบาลยุทธ์เป็นผู้ออกคำสั่งให้มันสนับสนุนนายน้อย มันจึงมิอาจปล่อยให้เรื่องราวต้องบกพร่องอีกเป็นครั้งที่สอง

             

            วิหารยุทธ์ครานี้เตรียมตัวเป็นอย่างดีกว่าคราก่อนยอดฝีมือที่ติดสอยห้อยตามมีจำนวนมาก ยอดฝีมือที่เป็นรองเพียงธรรมบาลยุทธ์มีถึงสาม ครั้งก่อนไม่มีสามอาวุโสผู้คุมกฎไปด้วยครั้งนี้พวกมันได้ถูกเรียกตัวแล้ว

             

            ความผิดพลาดครั้งแรกเป็นบทเรียน นายน้อยแห่งวิหารยุทธ์บุตรชายธรรมบาลยุทธ์ผู้นี้จึงนำมาแก้ไขคราแรกมันหุนหันแลเชื่อมั่นในตนเองจนเกินไป พอประสบกับระดับพลังอันนอกรีตของจอมมารอวิ๋นเซี่ยวซุนแล้วความเชื่อมั่นแลมั่นใจในตนเองจึงลดทอน ความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงจึงบังเกิด ซึ่งทำให้มันจิตใจไม่สงบมาหลายวันกว่าจะออกจากการเก็บตัวฝึกวิชาได้จึงใช้ระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น

             

            ไปแม่น้ำร้อยลี้ครานี้ มันจะต้องลบเงามืดในจิตใจให้ได้

             

            จอมมารอวิ๋นเซี่ยวซุนต้องตาย!

             

            การเดินทางจากนิกายเทวะวจนะของคนในวิหารยุทธ์ไม่เอริกเกริกพวกมันต่างแยกย้ายกันเดินทางโดยมีจุดนัดหมายที่ท่าน้ำซีเหอ เอี้ยงเซี่ยกับฉานหลงบุตรชายธรรมบาลยุทธ์เดินทางด้วยเรือสามอาวุโสผู้คุมกฎเดินทางด้วยม้า หลีกพ้นจากสายตาของคนจากวิหารต่างๆ ได้ดียิ่ง วิหารเหล่านี้ในนิกายเทวะวจนะล้วนแข่งขันกันอย่างลับๆเช่นนั้นสิ่งใดจะเป็นผลงานชิ้นโต พวกมันจะต้องรักษาความลับเอาไว้เพื่อให้ฝ่ายตนได้ไขว่คว้าสร้างผลงานก่อนเรื่องเมืองที่ปรากฏอยู่ใต้น้ำของแม่น้ำร้อยลี้ทางตอนเหนือก็เช่นกัน

             

            ยอดฝีมือจากวิหารยุทธ์มุ่งเดินทางค้นหาความเป็นปริศนาของแม่น้ำร้อยลี้อีกหน

             

            “อวิ๋นเซี่ยวซุน ครานี้ข้าไม่พลาดแน่!”

            .

            .

            .

             

            ปู้ชิงเถามองเงาหลังในชุดแพรเงินที่ยืนตะหง่านบนผาสูงจ้องมองผืนปฐพีแดนตะวันตกเบื้องล่าง

            “ดูเหมือนสิ่งที่พวกเราทำจะสร้างความไม่พึงพอใจแก่นิกายเทวะวจนะเป็นอย่างมาก"

             

            ฮุ่ยจวินยังทอดสายตามองผ่านม่านเมฆาสู่เบื้องล่างอยู่อย่างนั้น

            “นิกายเทวะวจนะมีทรัพย์สินเหลือกินเหลือใช้พวกมันได้รับน้อยลงนิดเดียวแต่ชาวบ้านแดนตะวันตกทุกคนกินดีอยู่ดีขึ้น รอยยิ้มแลความสุขส่องถึงคนมากขึ้นสมควรที่พวกมันจะพึงพอใจมากกว่ามิใช่หรือ”

             

            “หากไม่ละโมบ สมควรจะเป็นเช่นนั้น แต่พวกมันล้วนมีปากอยู่ในแสงสว่างแต่ใจอยู่ในที่มืด ไม่เช่นนั้นแผ่นดินยังจะเป็นเช่นนี้”

             

            ฮุ่ยจวินหันมามองปู้ชิงเถา

            “ข้าทำให้ท่านลำบากใจหรือไม่"

             

            “คนอย่างข้ายินดีด้วยซ้ำที่ได้ช่วยชาวบ้านมากกว่ายินยอมให้นิกายเทวะวจนะ…แต่ทว่า”

             

            ฮุ่ยจวินผงกศีรษะอย่างเข้าใจผู้เป็นพี่ใหญ่

            “นิกายเทวะวจนะยังเปรียบเสมือนสมมุติเทพในหัวของผู้คนคนในพรรคของพวกเราจึงหวั่นเกรงว่าจะอยู่มิสุข"

             

            ปู้ชิงเถาผงกศีรษะ

            “มิผิด"

             

            ฮุ่ยจวินจึงกล่าวว่า

            “เพราะเหตุนี้ข้าจึงยังเจียดทรัพย์สินบางส่วนสักการะแก่พวกมันนี่จึงมินับเป็นการแข็งข้อจนเกินไป และเหลือช่องทางออกให้แก่ทุกคน”

             

            ปู้ชิงเถามองฮุ่ยจวิน

            “แต่ความยุ่งยากนั้นจะตกที่เจ้าเพียงผู้เดียวนี่ต่างหากที่พี่ใหญ่เป็นห่วง"

             

            ฮุ่ยจวินยิ้มอย่างไม่เป็นกังวล

            “หากกลัวเกินไป ปณิธานก็มิอาจเดินต่อ…พี่ใหญ่ท่านเห็นหรือไม่ รอยยิ้มของทุกคนสวยงามขนาดไหน นี่เพียงเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของปฐพีแผ่นดินใหญ่ ข้าได้ก้าวขาออกข้างหนึ่งแล้ว ยังจะให้กลัวที่จะก้าวขาอีกข้างหรือยังจะไม่อยากเห็นรอยยิ้มทั่วทั้งปฐพีอยู่หรือ”

             

            ปู้ชิงเถายกกำปั้นทุบอก

            “ข้ากลับเป็นกังวลมิเข้าเรื่อง พอมาคิดดูแล้วรอยยิ้มของทุกคนก็นับเป็นพลังอย่างแท้จริงพลังนี้ต่อให้สู้กับฟ้าก็ยังได้ สำมะหาอะไรเพียงแค่นิกายเทวะวจนะ หากพวกมันคิดจัดการเจ้าจริงๆพี่ใหญ่คนนี้ก็จะยืนหยัดสู้ไปพร้อมกับเจ้า”

             

            “พวกเราประพฤติดี ประชาชนอยู่สุข หากนิกายเทวะวจนะมิต้องการตกเป็นที่ครหาของคนอย่างไรมันก็ยังไม่ทำอะไรข้าง่ายๆ แน่"

             

            “แล้วระหว่างนี้เจ้ามีแผนจะทำสิ่งใดต่อ”

             

            “ตอนนี้เทวะวจนะก็ได้เห็นพลังแห่งประชาชนแล้วการบีบคั้นคนคงจะเบาบางลงบ้าง สิ่งที่พวกเราทำจึงนับเป็นสัญญาณที่ดี แต่หลังจากนี้ย่อมถูกเพ่งเล็งและซักวันหนึ่งต้องตกเป็นเป้าหมาย ทว่าข้าไม่ยอมเป็นเป้านิ่งสำหรับพวกมันอย่างแน่นอนสิ่งที่พวกมันยึดถือคือความแข็งแกร่ง เช่นนั้นข้าจักต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้เพื่อทัดทานสิ่งที่ยึดถือของพวกมัน”

             

            “นิกายเทวะวจนะเต็มไปด้วยพยัคฆ์ซ่อนมังกรชุมยอดฝีมือคับคั่ง ระดับพลังฝีมือยากประเมิน ตัวตนสูงสุดอย่างมหาเทวะเทียนหมิงก็ไม่มีผู้ใดรู้ความสูงต่ำทั่วปฐพีเห็นทีจะมีแต่จอมมารอวิ๋นเซี่ยวซุนที่เคยปะมือ”

             

            กล่าวถึงจอมมารอวิ๋นเซี่ยวซุน ฮุ่ยจวินก็ได้นึกถึงการตายของท่านลุงและฮุ่ยไป๋ลุงข้างบ้านที่หมู่บ้านเถาซานเคยบอกกล่าวต่อมัน ครอบครัวของมันตกตายด้วยน้ำมือของจอมมารผู้นี้พอได้ยินชื่อนี้ที่ไร จิตใจของฮุ่ยจวินก็รู้สึกไม่สงบในทุกที

             

            “น้องเล็กเจ้าเป็นอะไรหรือไม่"

             

            ฮุ่ยจวินสลัดความคิดแลจิตใจที่ไม่สงบ

            “ไม่มีใด ข้าแค่กำลังคิดว่านิกายเทวะวจนะแข็งแกร่งเพราะมีมหาวิถีวจนะเช่นนั้นหากรู้กฎเกณฑ์ชั้นสูงของพวกมัน พวกเราอาจต่อกรกับยอดฝีมือระดับสูงแห่งเทวะวจนะได้"

             

            “รู้เขารู้เรา รบสิบครั้งชนะสิบครั้งสินะ…แต่เจ้ากับข้าก็ล้วนแล้วแต่ไร้จุดชีพจรลมปราณพิเศษ รู้ไปจะมีประโยชน์อันใด"

             

            “รู้กฎเกณฑ์มิจำเป็นต้องฝึกได้ เพียงปรับปรุงกฎเกณฑ์หลอมรวมเข้ากับมหาวิถีเจ็ดดารามิแน่อาจนำพาพวกเราให้ก้าวข้ามวจนะ”

             

            ปู้ชิงเถาปรบมือเสียงดังฉาด

            “จริงด้วย แม้แต่วิถีพลังญาณเจ้ายังสามารถปรับกฎเกณฑ์ให้หลอมรวมกับมหาวิถีเจ็ดดาราเช่นนั้นมหาวิถีวจนะก็อาจมีความเป็นไปได้… เพียงแต่ว่าเราจะหาวิชาหรือคัมภีร์ชั้นสูงของนิกายเทวะวจนะจากที่ใดจะให้บุกไปขโมยที่นิกายเทวะวจนะคงมิใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน"

             

            กล่าวถึงเรื่องนี้ ฮุ่ยจวินก็นึกไปถึงเรื่องราวเมื่อหลายปีก่อนตอนนั้นมันได้พาฮุ่ยไป๋ไปขอความช่วยเหลือจากเทพดาเร้นกาย เพราะตอนนั้นเทพดาเร้นกายปฏิเสธมันจึงแอบขโมยตำราวิชาแพทย์รวมถึงยาสมุนไพรต่างๆ มา และบังเอิญว่าในกองตำราที่มันขโมยมากลับมีคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทรารวมอยู่ด้วยมันมาทราบภายหลังว่าคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์คือสุดยอดเคล็ดวิชาชั้นสูงที่ถูกบัญญัติขึ้นโดยมหาเทวะเทียนหมิงตอนนั้นเกิดเหตุการณ์ชุลมุนและมีบุรุษชุดแพรเงินปริศนามาขโมยไป หากตามหาบุรุษชุดแพรเงินปริศนานั่นได้บางทีมันอาจจะได้รู้กฎเกณฑ์ชั้นสูงเกี่ยวกับมหาวิถีวจนะ

             

            “บุรุษชุดแพรเงิน?”

            ฮุ่ยจวินพึมพำแผ่วเบา พอเอ่ยคำนี้กลับได้คิดว่าตนเองก็กำลังสวมชุดแพรเงินเช่นเดียวกัน

            “มันเป็นใครกัน?”

             

            ได้ยินเสียงพึมพำของน้องร่วมสาบาน ปู้ชิงเถาก็กล่าวถาม

            “มีวิธีแล้วหรือ"

             

            ฮุ่ยจวินส่ายศีรษะ

            “เพียงมีเบาะแส"

             

            “อย่างไร"

             

            “ในอดีตมีคนเคยขโมยคัมภีร์สี่ศักดิ์สิทธิ์เล่มเทวะมุทรามาจากวิหารมุทราซึ่งจนถึงบัดนี้คาดว่าวิหารมุทราหรือแม้แต่นิกายเทวะวจนะก็ยังหาไม่พบ"

             

            “เช่นนี้เอง พวกเราต้องออกควานหาเบาะแสนี้สินะ”

             

            “อาจเป็นวิธีที่เทียบได้กับงมเข็มในมหาสมุทรแต่นี่ยังง่ายกว่าการลอบเข้าไปอ่านในนิกายเทวะวจนะเป็นไหนๆ”

             

            “แล้วเบาะแสสุดท้ายของมันอยู่ที่ใด เจ้ารู้หรือไม่"

             

            นึกถึงบุรุษชุดแพรเงินปริศนาที่ช่วยเหลือพวกตนและเอาคัมภีร์หลบหนีไปมันก็ตอบว่า

            “บุรุษชุดแพรเงินชิงไปและมันหลบหนีสู่เขาเถาหมิงซานเมื่อห้าถึงหกปีที่แล้ว”

             

            “เบาะแสนับหกปี ดูเลือนลางมิน้อย"

             

            “แต่การที่มันยังไม่ถูกนิกายเทวะวจนะค้นพบการหลบอยู่ที่เขาเถาหมิงซานอาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุด”

             

            “ก็จริง เช่นนั้นข้าจะเกณฑ์เหล่าขอทานค้นหาเบาะแส"

             

            “ทำเช่นนั้นจะเป็นที่สนใจของคน และอาจเป็นที่เพ่งเล็งของนิกายเทวะวจนะ…เพียงพวกเราเคลื่อนไหวก็พอแล้ว”

             

            ปู้ชิงเถาผงกศีรษะ

            “เช่นนั้นเอาแบบนี้เถิด แยกกันตามหา ข้าจะเริ่มจากทางใต้ขึ้นตอนกลางส่วนเจ้าไล่จากตอนเหนือลงมาจรดกลาง”

             

            “ใช้ช่วงเวลานี้ฝึกฝนเคล็ดมหาวิถีเจ็ดดาราไปในตัวได้สถานที่ที่เงียบสงบดั่งเขาเถาหมิงซาน แม้ไม่เจอคน ไม่เจอคัมภีร์ แต่อย่างน้อยอาจค้นพบเส้นทางแห่งดวงดาราดวงถัดไปก็เป็นได้”

             

            “อีกนัยหนึ่งก็คือไปเก็บตัวฝึกวิชาสินะ"

             

            “หาคัมภีร์แม้นับเป็นจุดประสงค์หลัก แต่ฝึกวิชาเพิ่มพูนมหาวิถีนั้นนับเป็นผลพลอยได้ที่ประเสริฐเช่นกันขืนยังยุ่งอยู่ที่พรรคคงยากจะมีสมาธิฝึกวิชา”

             

            “จริงดังว่า เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะเริ่มเดินทาง”

             

            หลังจากที่สนทนากันเสร็จสรรพ ทั้งสองก็ต่างแยกจากต่างคนต่างไปสะสางการสำคัญไว้ในพรรค เมื่อยามฟ้าใหม่แลรุ่งอรุณมาเยือน พวกมันค่อยมุ่งสู่เขาเถาหมิงซานตามแผนการของพวกตนทันที

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

             

     

    คล้ายกับเรื่องมารประหัตถ์ฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648