เสียงขอร้องที่ดังที่สุดในบางครั้งกลับไร้สิ้นซึ่งสำเนียงและการรักใครสักคนอย่างหมดใจอาจหมายถึงการต้องปล่อยมือจากเธอไปชั่วกาลนาน
หลังจากการประชุมสภาหมู่บ้านสิ้นสุดลงความตึงเครียดก็แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณลมหนาวพัดเอาสายหมอกสีขาวหนาทึบพัดผ่านแนวป่าพฤกษาศิลาเอวาถูกกักบริเวณอยู่ภายในเรือนยาตามคำสั่งของเลโอร่าโดยมีทหารพิทักษ์ป่าของซีดริกคอยเฝ้าระวังหนาแน่นอยู่ภายนอก
ในขณะเดียวกันรินที่หลบซ่อนตัวอยู่ในป่าลึกได้รับสารเรียกตัวอย่างเป็ความลับจากนกส่งสารพฤกษาศิลาสารนั้นระบุให้เธอเดินทางไปยัง "เรือนรับรองแขกกลางป่า"ซึ่งเป็กระท่อมหินหลังเก่าที่ใช้ต้อนรับผู้มาเยือนจากต่างแดนซ่อนตัวอยู่ห่างไกลจากเขตที่พักอาศัยของชาวบ้าน
เมื่อรินผลักประตูไม้หนักอึ้งเข้าไปภายในเรือนรับรองเธอพบกับแสงไฟตะเกียงสลัวส่องกระทบใบหน้าของ โจนาธาน และ เลโอร่าที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วเ้าหยกที่เดินตามรินมาหยุดนิ่งและหมอบตัวลงข้างประตูอย่างระแวดระวังรินััได้ถึงกลิ่นอายเวทมนตร์โบราณที่แผ่ออกมาจากร่างของเลโอร่าแต่ในแววตาของผู้นำทั้งสองกลับไม่มีวี่แววของความโกรธเกรี้ยวหรือความเกลียดชังอย่างที่เธอคาดคิด
"นั่งลงก่อนสิ ริน"โจนาธานเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำและสุภาพแขนที่แข็งแรงของผู้นำหมู่บ้านวางอยู่บนโต๊ะไม้กลม
รินขยับไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามแววตาสีเทายังคงสงบนิ่งทว่าระแวดระวังแผงสัญชาตญาณระวังภัย
เลโอร่าจ้องมองรินอย่างลึกซึ้งแววตาสีทองเข้มพรีไนท์ของเธอนองไปด้วยน้ำตากลบเบ้าช้าๆเธอเอื้อมมือมากุมมือที่หยาบกร้านของรินไว้เบาๆ ัันั้นไม่ได้กักขังแต่เต็มไปด้วยความวิงวอนอันปวดร้าว
"ริน...ในฐานะแม่หมอและผู้พิทักษ์ป่า ฉันรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนนี้"เลโอร่าเอ่ยเสียงสั่นเครือ"ฉันััได้ถึงพันธะสายใยิญญาที่ประสานกันระหว่างเธอกับเอวาและฉันรู้ว่าเธอไม่ได้เป็คนร้ายที่ทำลายม่านพลัง แต่ริน...เธอต้องเข้าใจความจริงที่โหดร้ายข้อหนึ่งตัวตนของเธอคือเครื่องจักรสังหารจากสภามืด ตราบใดที่เธออยู่ที่นี่อัญมณีทมิฬในตัวเธอจะเป็เป้าล่อชั้นดีให้มาสเตอร์ซีลอนและคาร์ลอสยกกองทัพอัญมณีดำมาบดขยี้หมู่บ้านของเราจนเป็จุณ"
โจนาธานพยักหน้าเสริมช้าๆสีหน้าเต็มไปด้วยความเ็ป "หมู่บ้านของเราอยู่อย่างสงบสุขมานับร้อยปีแต่ตอนนี้ความสงบนั้นกำลังจะจบลงซีดริกและชนเผ่าพฤกษาเวหาพร้อมที่จะปกป้องเอวาและมอบชีวิตที่ปลอดภัย มีเกียรติยศและมีความสุขในแสงสว่างให้แก่เธอ แต่หากเอวาเลือกที่จะเดินทางร่วมกับเธอ...เธอจะต้องกลายเป็คนบาปที่ถูกเนรเทศ ต้องหลบหนีการไล่ล่าจากทั้งสองฝ่ายไปตลอดชีวิตและในที่สุด... ปลายทางของพวกเธอจะมีเพียงความตายกลางสายฝนลึก"
เลโอร่าน้ำตาร่วงพรูบีบมือรินแน่นขึ้น "ฉันไม่ได้เกลียดชังเธอเลยนะรินขอบคุณที่ช่วยชีวิตเอวามาตลอดสิบหกปี ขอบคุณจากหัวใจของคนเป็แม่...แต่หากเธอรักลูกสาวของฉันจริง ได้โปรดปล่อยมือเธอไปเถอะอย่าให้ความรักของเธอต้องกลายเป็โซ่ตรวนที่ลากเอวาลงนรกเลยนะ ขอร้องล่ะ..."
คำขอร้องอย่างจริงใจและน้ำตาของคนเป็แม่พุ่งแทงทะลุหัวใจของรินจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี
รินนั่งนิ่งแข็งค้างราวกับศิลาที่ไร้ชีวิตคำพูดเ่าั้เป็ความจริงทุกประการที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้เธอเปรียบเทียบตัวเองกับซีดริกอีกครั้ง ซีดริกสามารถมอบเกียรติยศ ครอบครัวและม่านพลังที่ปลอดภัยให้เอวาได้ ขณะที่เธอมีเพียง obsidian daggersและรอยแผลเป็สีเงินแห่งความตายติดตัวการกอดรั้งเอวาไว้ข้างกายมีแต่จะทำร้ายคนที่เธอรักที่สุดให้พังทลายลงไปพร้อมกัน
"ฉัน... เข้าใจแล้วค่ะ"รินกระซิบเสียงแ่แหบพร่า หัวใจของเธอตกดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดของิญญามันเ็ปยิ่งกว่าการถูกแส้หินทมิฬฟาดร้อยหน ยิ่งกว่าการผ่าฝังผลึกแกนพลังงานใดๆ
รินลุกขึ้นช้าๆโค้งคำนับผู้นำทั้งสองอย่างนอบน้อม แววตาสีเทาสลัดสิ้นซึ่งประกายความหวัง"ฉันจะเดินทางออกจากหมู่บ้านคืนนี้และจะไม่กลับมาทำให้เอวาเดือดร้อนอีก"
เลโอร่าปล่อยโฮออกมาเงียบๆพยักหน้ารับ โจนาธานเอ่ยขอบคุณด้วยเสียงหนักอึ้ง
ค่ำคืนนั้นพายุฝนฟ้าคะนองกลับมาตั้งเค้าและเริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้งรินกลับมายังแนวป่าทึบชายขอบเขตอาคมเธอจัดแจงผูกมัดสัมภาระเพียงเล็กน้อยของเธอเช็ด obsidian daggers ให้เรียบร้อยเธอเอื้อมมือลูบหัวเ้าหยกที่นอนครางหงิงอย่างเศร้าสร้อย รินมองไปที่ wrist ของตนเองซึ่งผูกเชือกถัก'เงื่อนผู้พิทักษ์' ของเอวาเอาไว้แน่น เธอไม่ได้แกะมันออกแต่มันกลายเป็สิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงิญญาที่ผุพังของเธอ
รินเงยหน้ามองฟ้ากว้างท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาบดบังใบหน้าเปียกปอนรินเอ่ยคำร้องขอสุดท้ายในใจที่ไร้เสียงต่อผืนป่าโบราณ...ขอให้พฤกษาศิลาช่วยปกป้องเอวาให้อยู่รอดปลอดภัย มีชีวิตที่รุ่งโรจน์ใต้แสงสว่างและขอให้ลบล้างเงาร้ายของเธอออกไปจากความทรงจำของเอวาชั่วนิรันดร์
ร่างสูงสง่าก้าวเดินฝ่าสายฝนเย็นเยียบออกพ้นเขตม่านพลังหมู่บ้านมุ่งหน้าสู่ความมืดมิดของชายแดนป่าตามลำพังทิ้งความรักที่ลึกซึ้งที่สุดไว้เื้ัท่ามกลางเสียงสะอื้นของฟ้าดิน