02
เย็นวันต่อมา ภายในร้านเล็ก ๆ ป้ายหน้าร้านถูกเปลี่ยนเป็ ‘Close’ มอร์แกนกำลังเคลียร์บาร์กาแฟ วุ่นกับการล้างแก้วและอุปกรณ์ชงกาแฟต่าง ๆ เธอเงยหน้าขึ้นก่อนจะสะดุ้งใที่จู่ ๆ มีลูกค้าคนหนึ่งยืนอยู่ภายในร้านอย่างเงียบเชียบ จนตัวเธอเผลอทำแก้วตกแตก
นี่มันลางร้าย... วันนี้ยุ่งทั้งวันแทบไม่ได้พักแล้วยังจะถูกหักเงินเพราะทำแก้วแตกอีก มอร์แกนเก็บกวาดเศษแก้ว พร้อมพูดกับลูกค้าที่มาเยือน
“วันนี้ร้านปิดแล้วนะคะ..อะ โอ๊ย” ด้วยความใจร้อนและไม่ระวังทำให้เศษแก้วบาด เธอรีบลุกขึ้นไปล้างมือและคว้าทิชชูห้ามเืพร้อมเงยหน้าสบตาเข้ากับหญิงสาวในชุดกระโปรงขาวบางดูเปียกชื้น ผิวขาวซีด ผมยาวแดงตัดกับดวงตา เป็ครั้งแรกที่มอร์แกนได้เห็นคนที่มีั์ตาสีเขียวมรกต ราวกับตัวเธอถูกแช่แข็ง สะกดไว้ด้วยสีตาหายากคู่นั้น ดูลึกลับ ยิ่งมองยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังเดินวนในเขาวงกตซึ่งโอบล้อมไปด้วยป่าสน
มอร์แกนรีบสะบัดแล้วคิดและเดินไปหลังร้านเพื่อนำผ้าขนหนูมาวางให้อีกฝ่ายใช้บนเคาน์เตอร์บาร์
“เธอต้องหนาวมากแน่” อีกฝ่ายยืนทำท่าเก้ ๆ กัง ๆ เห็นแบบนั้นเธอจึงหันกลับไปยังบาร์อีกฝั่งพร้อมหยิบกระปุกชาเพื่อชงให้อีกฝ่ายได้ดื่มอบอุ่นร่างกาย
"..."
“ถึงร้านจะปิดแล้ว...แต่ฉันชงชาร้อนให้คุณได้นะ คุณดื่มไหม” เธอไม่ตอบคำถาม และเมื่อมอร์แกนหันหลังกลับไป เธอได้พบมิเชลที่ยืนอยู่แทน หล่อนหายไปพร้อมกับผ้าขนหนู และทิ้งรอยคราบน้ำไว้บางส่วน
“ฉันรู้สึกอยากดื่มเบียร์มากกว่าชานะ”
“แน่ล่ะ รอแป๊บนะฉันยังเคลียร์ของไม่เรียบร้อย” เธอบอกมิเชลพร้อมกับทิ้งทิชชูเปื้อนเื
"ก่อนอื่นเธอควรทำแผลก่อน" มิเชลว่าพลางเดินไปเปิดตู้เก็บของหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาวางบนเคาน์เตอร์
"เฮ้ นิดหน่อยเอง ไม่เป็ไรหรอก" มิเชลเปิดกล่องพยาบาลพร้อมทั้งดึงมือมอร์แกนมาทำแผลให้
“เมื่อกี้เธอคุยกับใคร” มิเชลโพล่งขึ้นขณะติดปลาสเตอร์
“หืม”
“ชาร้อน...”
“…”
“ฉันรู้น่า อย่าทำไขสือ”
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่เธอไม่เห็นใคร...ใช่มั้ย”
“อื้อไม่เห็นน่ะสิ เธอทำฉันขนลุกนะ”
“หึหึ...ที่นี่มีผีมั้ย” มอร์แกนหัวเราะและกระซิบถาม มิเชลส่ายหน้ายิ้ม ๆ
“ก็ไม่แน่นะ”
“อย่าพูดให้ฉันกลัวสิ!”
นาน ๆ ครั้งที่มอร์แกนจะได้หัวเราะและยิ้มออกมาอย่างเป็ธรรมชาติ เธอรู้สึกโชคดีที่ได้รู้จักมิเชลในเมืองเหงาแห่งนี้ อุ่นใจเมื่อได้รับความใส่ใจจากใครสักคนบ้าง ถึงแม้บางครั้งจะรู้สึกแปลกประหลาดไปหน่อย แต่นั่นก็ในความหมายที่ดี
มอร์แกนพาตัวเองมายังสะพานรถไฟอีกครั้ง... เดินเล่นเลียบริมแม่น้ำไปจุดเดิมกับที่เธอเห็นสาวเ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงในตอนนั้น พื้นที่โดยรอบมีหิมะปกคลุมเป็หย่อม ๆ เธอตัดสินใจไปนั่งตรงโขดหินใกล้ ๆ พลางคิดว่าผู้หญิงที่เธอเห็นอาจเป็ผีในจินตนาการของเธอเอง สายตาของมอร์แกนเหม่อมองสายน้ำไหล เอื่อยเฉื่อยเลื่อนลอย ขณะที่ในหัวฉายภาพมากมายยุ่งเหยิงไร้ระเบียบ เธอไม่ได้คิดถึงสิ่งใดมันเพียงแค่ผุดขึ้นมา หายไป ผุดขึ้นมา และหายไปอีก เป็เช่นนั้นไม่หยุด เธอปล่อยเวลาผ่านเลยไปอย่างไม่รู้ตัวจนฟ้าเริ่มมืดลง ทันทีที่เธอตั้งท่าจะลุกขึ้นกลับที่พัก มีเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น
"หลงทางงั้นเหรอ?" มอร์แกนมองเ้าของผมแดงในชุดเดรสตัวบางสีขาว หล่อนยืนอยู่ในน้ำสูงถึงเข่า เ้าตัวดูไม่สะทกสะท้านต่อความหนาวเหน็บ เธอไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าคนตรงหน้ายืนอยู่ั้แ่เมื่อไหร่ ทั้งที่เธอจ้องทิวทัศน์ไม่วางตาแท้ ๆ
"ฉันไม่ได้หลง"
"ไม่มีใครไม่หลงหรอกน่า... ฉันยังหลงอยู่บ่อย ๆ เลย" หล่อนหัวเราะคิกคัก ส่วนฉันขมวดคิ้วอย่างงุนงง
"งั้นเธอก็หลงทางอยู่น่ะสิ เธอมาจากที่ไหนล่ะ?"
"บ้าน"
"แล้วบ้านเธอน่ะ อยู่ที่ไหน"
"อย่างเธอไม่รู้หรอกน่า" มอร์แกนชักจะหงุดหงิดกับความยียวนกวนใจของหล่อน ทั้งที่ควรจะดีใจที่ได้เจอกับคนที่ตามหา... เอ๊ะ 'คน' ใช่มั้ยนะ? ช่างเถอะ ๆ เธอปัดความคิดออกก่อนจะถามไขความสงสัย
"งั้นเธอเป็ผี หรือคน?"
"เดี๋ยวเถอะ!! ฉันไม่ได้เป็ผีสักหน่อย"
"งั้นก็คน... สรุปมาจากไหน"
"ไม่ใช่"
"ไม่ใช่ อะไร?"
"ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง"
"ถ้าอย่างนั้นฉันคงช่วยเธอไม่ได้ บาย..." เธอเย้าหยอกคนตรงหน้า
"จ...จินเจอร์"
"ชื่อเธอเหรอ?" หล่อนพยักหน้าหงึกหงักตอบรับ มอร์แกนคลี่ยิ้มมุมปาก เป็ชื่อที่เหมาะดีแฮะ
"ฉันมอร์แกน.."
"..."
"เอาเถอะ ไม่ว่าเธอจะเป็อะไรก็ตาม ขอบใจที่มาให้เห็นแต่ฉันคงต้องไปแล้ว... อ้อ แล้วฉันก็ไม่ได้หลงด้วยนะ อย่าตามฉันมาละ"
"เธอนั่นแหละ! หลงทาง ฉันเลยกลับบ้านไม่ได้" หล่อนะโใส่ฉันเสียงดังด้วยใบหน้าแดงก่ำ "แล้วฉันก็ไม่ได้ตามเธอด้วย แต่เธอนั่นแหละเอาแต่ตามฉัน อย่างตอนนี้ที่เธออยู่ที่นี่ก็เพราะอยากเจอฉันไม่ใช่รึไง"
"นี่! ฉันไปเกี่ยวอะไรกับการที่เธอกลับบ้านไม่ได้กัน และฉันก็แค่สงสัยว่าเธอมีอยู่จริงหรือฉันตาฝาดไปเองเลยลองมาดูที่นี่ต่างหาก"
“ฉันจะไปมีจริงได้ยังไงกัน!”
"พูดบ้าอะไรของเธอเนี่ย..."
"แต่เธอเห็นฉัน งั้นฉันต้องมีตัวตนอยู่สิ!" หล่อนกรีดร้องสุดเสียงด้วยความสับสนไม่ต่างจากมอร์แกน เธอหัวหมุนกับคำพูดนั้น ร่างกายเริ่มแข็งทื่อ หนาวเย็น
ไม่ทันได้ตอบโต้...
เพียงพริบตาจินเจอร์ก็หายไปราวกับไม่มีอยู่จริง มอร์แกนได้แต่ยืนอึ้ง รู้ตัวอีกทีตัวเธอก็อยู่ในน้ำเปียกโชกไปแล้วครึ่งตัว
"มอร์แกนนน!!" เธอหันมองไปตามเสียงะโของมิเชล เห็นเ้าตัวกำลังวิ่งหน้าตื่น ดูลนลานชอบกล อุณหภูมิบนร่างเธอลดต่ำลงภาพคนตรงหน้าค่อย ๆ ดับวูบไป นั่นเป็สิ่งสุดท้ายที่เธอจำได้
Elara's Talk #เธอในป่าสน
ไปพูดคุยกันได้ที่ @Elara_1996
ขอบคุณทุกคนที่เข้าอ่านจนถึงตอนนี้นะคะ เื่นี้เป็งานที่เราตั้งใจจะถ่ายทอดความรู้สึกกัดกินจากภายในของตัวเอง เราดีใจที่ได้บอกเล่าเื่ราว ความในใจบางอย่างผ่านตัวละครมอร์แกน หวังว่าทุกคนจะชอบนะ