นายใหญ่แห่งตลาดมืด
หมอภูติหรี่ตามองเหตุการณ์เบื้องหน้าอย่างสงบนิ่ง. ที่จริงเขาเคยได้ยินข่าวลือมาว่าเ้าตลาดมืดกำลังป่วยหนักด้วยพิษร้ายเรื้อรังมาหลายเดือน, อาการสาหัสใกล้สิ้นลมเต็มที. การปรากฏตัวของนายใหญ่ในค่ำคืนนี้ย่อมไม่ใช่เื่บังเอิญ. ชายวัยกลางคนในชุดคลุมดำขลิบทองไอแห้งๆ สองสามครั้งก่อนจะเปล่งเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจออกมา “หมอภูติ… ข้าอยากได้ยาล้างไขกระดูกล้างพิษของเ้าข้าให้50000ตำลึงทอง” มือผอมซีดของเขายกขึ้นชี้ไปยังหมอภูติทีละน้อย. ดวงตาของผู้คนโดยรอบเต็มไปด้วยความคาดหวัง, พวกเขาเองก็อยากรู้ว่าโอสถวิเศษนี้จะสามารถช่วยชีวิตนายใหญ่ได้จริงหรือไม่
หมอภูติพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะหยิบขวดยาล้างไขกระดูกล้างพิษออกมาจากหีบ. เขาก้าวเข้าไปใกล้นายใหญ่ตลาดมืดโดยไม่แสดงท่าทีหวาดหวั่น. บรรยากาศโดยรอบเงียบงัน, ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจที่สะกดกลั้นด้วยความตึงเครียด. ลูกน้องคนสนิทของนายใหญ่รายหนึ่งขยับเข้ามาหมายจะตรวจสอบขวดยา, แต่หมอเฒ่าที่ยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของนายใหญ่ยกมือห้ามไว้. หมอเฒ่าผู้นั้นจ้องหมอภูติด้วยสายตาระแวดระวังพลางเอ่ยถามว่า “โอสถนี้… ท่านแน่ใจหรือว่าจะรักษานายข้าได้?” น้ำเสียงของเขาแม้แฝงความหวังแต่ก็ยังสั่นเครือเล็กน้อย
หมอภูติไม่ตอบด้วยคำพูดยืดยาว. เขาเพียงเปิดจุกขวดอย่างมั่นใจ, แล้วหยิบเม็ดยาสีฟ้าอ่อนนั้นออกมาและวางลงบนฝ่ามือของนายใหญ่พลางกล่าวเรียบๆ “ชีวิตของท่านจะปลอดภัย หากท่านกินเม็ดยานี้ลงไปเดี๋ยวนี้”
นายใหญ่ไม่รอช้า, เขามองเม็ดยาในมือเพียงครู่ก่อนจะกลืนมันลงไป, โดยมีคนสนิทยื่นถ้วยน้ำชาให้เขาดื่มตาม. บรรยากาศรอบด้านตึงเครียดราวกับเวลาหยุดนิ่ง, ทุกสายตาจับจ้องไปยังร่างผอมแห้งบนเก้าอี้ไม้. ทันใดนั้นใบหน้าของนายใหญ่พลันบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป, มือกุมหน้าอกแน่นร่างกระตุกเกร็งจนลูกน้องรอบข้างใ “นายท่าน!” เสียงอุทานดังขึ้นด้วยความตระหนก. ทว่าหมอภูติยังคงยืนนิ่ง, ดวงตาภายใต้หน้ากากจับจ้องดูอาการของผู้กินยาโดยไม่กะพริบตา. เขารู้อยู่แล้วว่าก่อนพิษร้ายจะถูกขับออกจากร่าง, ผู้ที่กินโอสถนี้จำต้องทนทุกข์กับความเ็ปอยู่่หนึ่ง
ผ่านไปเพียงครู่เดียว, นายใหญ่ก็สำรอกออกมาเป็ลิ่มเืสีดำคลุ้งส่งกลิ่นคาว. พิษร้ายที่หมักหมมในร่างถูกขับออกมาพร้อมโลหิตนั้น. หลังจากนั้นสีหน้าของนายใหญ่ก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป, จากที่เคยซีดขาวไร้ชีวิตก็กลับมีเืฝาดขึ้นมาทีละน้อย. ดวงตาที่เคยหม่นหมองพลันแจ่มใสดั่งคนปกติ. เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเฮือกใหญ่คล้ายคนที่เพิ่งรอดพ้นจากประตูผี. ผู้คนที่ยืนมุงดูอยู่ต่างก็ส่งเสียงอื้ออึงด้วยความประหลาดใจและยินดี “นายใหญ่หายแล้ว! พิษหมดสิ้นแล้ว!” หลายคนพึมพำออกมาอย่างเหลือเชื่อ. สายตาของทุกคู่ล้วนหันไปมองหมอภูติราวกับเห็นเทพเซียนจุติลงมา
นายใหญ่ตลาดมืดลูบอกตัวเองแ่เบาเมื่อความเ็ปมลายหายไป. เขาจ้องมองหมอภูติด้วยสายตาเปลี่ยนไป, ตระหนักดีว่าทั่วทั้งยุทธภพคงมีเพียงโอสถวิเศษของบุรุษลึกลับตรงหน้าเท่านั้นที่สามารถช่วยชีวิตเขาไว้ได้ในยามคับขันเช่นนี้. เ้าตลาดมืดกระแอมไอสองครั้งเป็การส่งสัญญาณให้บริวารโดยรอบสงบเสียงลง, จากนั้นจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความขอบคุณและนอบน้อมว่า “บุญคุณครั้งนี้… ข้าติดหนี้ชีวิตเ้าไว้” เขาค่อยๆ พยุงร่างลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ขณะที่เรี่ยวแรงกำลังคืนมาในทุกอณู. “นับแต่นี้ไป หมอภูติคือผู้มีเกียรติแห่งตลาดมืด, ห้ามผู้ใดล่วงเกินหรือลบหลู่เด็ดขาด!” สิ้นคำประกาศของนายใหญ่, บรรดาลูกสมุนรอบกายเขาก็ขานรับพร้อมเพรียง. เหล่านักเลงและมือสังหารที่รายล้อมต่างโค้งคำนับให้หมอภูติอย่างพร้อมเพรียงด้วยความยำเกรง
นายใหญ่เหลือบมองลูกน้องคนสนิทที่ยืนอยู่ใกล้ๆ “จัดหาที่สำหรับตั้งร้านประจำให้หมอภูติ และมอบเหรียญสิทธิพิเศษสูงสุดของตลาดมืดแก่เขา” เขาออกคำสั่งเสียงดังฟังชัด. ชายฉกรรจ์คนนั้นโค้งคำนับรับคำทันที. หมอภูติจึงประสานมือโค้งคำนับกลับด้วยความสุภาพ “ขอบคุณนายท่านที่เมตตา” น้ำเสียงที่ลอดผ่านหน้ากากยังคงนุ่มลึกชวนพิศวง. นายใหญ่เผยยิ้มบางๆ ก่อนจะกล่าวว่า “นี่เป็เพียงสิ่งเล็กน้อยที่ข้าตอบแทน. เ้าได้ช่วยชีวิตข้าไว้, ย่อมสมควรได้รับสิ่งนี้” จากนั้นเ้าตลาดมืดก็ผายมือให้ลูกน้องพยุงตนออกจากที่นั่น. ฝูงชนต่างหลีกทางและก้มศีรษะขณะขบวนของนายใหญ่เคลื่อนผ่าน
หลังเหตุการณ์น่าอัศจรรย์นี้, ผู้คนยังคงมุงดูหมอภูติด้วยความตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น. ครั้นเมื่อนายใหญ่ผละจากไปแล้ว, หลายคนก็กรูกลับเข้ามาหาหมอภูติอีกครั้งด้วยความกระตือรือร้น หวังจะได้ซื้อโอสถวิเศษที่ยังเหลืออยู่อีกสองชนิด. ทั้งยาแห่งความเยาว์วัยและยาเพิ่มพลังในพริบตาล้วนเป็ที่้าอย่างยิ่งยวด. มีการยื่นข้อเสนอราคาสูงลิ่วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในค่ำคืนของตลาดมืด. หมอภูติพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งจึงตกลงขายโอสถที่เหลือให้แก่ผู้ที่เสนอราคาสูงสุด40000ตำลึงทองแต่ละชนิด. ไม่นานขวดแก้วแต่ละใบก็ว่างเปล่า, แลกมาด้วยห่อผ้าและถุงหนังบรรจุตั่งเงินจำนวนมาก.
หลี่ิที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากแอบถอนใจอย่างโล่งอก เป้าหมายการหาเงินทุนของเขาสำเร็จลุล่วงลงแล้วในคืนนี้
ก่อนที่ราตรีจะจบสิ้น, หมอภูติปิดฝากล่องไม้แล้วสะพายมันกลับขึ้นหลังอย่างรวดเร็ว. บรรดาผู้ที่พลาดโอกาสซื้อโอสถวิเศษต่างมองตามด้วยความเสียดาย. บางคนะโถามด้วยความหวังว่า “ท่านหมอภูติ, ท่านจะกลับมาอีกเมื่อใด?” หมอภูติหยุดยืนหันกลับมามองฝูงชนชั่วครู่, เห็นใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความเลื่อมใสและเกรงขาม. “คราวหน้าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม, เราคงได้พบกัน” เขากล่าวทิ้งท้ายเสียงแ่เบาเป็ปริศนา. จากนั้นร่างในชุดดำก็ทะยานวูบขึ้นสู่หลังคาอาคาร, ก่อนจะละลับหายไปกับเงามืดของรัตติกาล. ผู้คนต่างอุทานด้วยความตกตะลึงในวิชาตัวเบาที่รวดเร็วปานวิหคเหินหาว. หลายคนพยายามมองตามแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาร่างของหมอภูติอีกต่อไป
หลี่ิในคราบหมอภูติทะยานไปตามหลังคาเรือนและตรอกแคบอย่างคล่องแคล่วว่องไว. ภายใต้แสงจันทร์เสี้ยวบาง, เขามุ่งหน้ากลับสู่เรือนลับของตนโดยเร็ว. ทว่าในความมืดเื้ั, ยังมีเงาลึกลับหลายสายคอยจับตาติดตามมาอย่างเงียบเชียบ. ผู้คนน่าสงสัยเ่าั้คือสายลับของฝ่ายศัตรูที่แฝงตัวเข้ามาในตลาดมืดเพื่อสอดแนมข่าวสาร. หลังได้เห็นความสามารถและโอสถวิเศษของหมอภูติ, พวกมันก็เกิดความระแวงสงสัยใคร่รู้ในตัวตนที่แท้จริงของชายลึกลับผู้นี้. คนหนึ่งกระซิบ “ไม่แน่ว่าอาจเป็มันผู้นั้นก็ได้” อีกคนพยักหน้า “เราต้องสืบหาความจริงเื่หมอภูติให้จงได้” สิ้นคำ, เงาร่างเ่าั้ก็เร่งฝีเท้าติดตามหมอภูติไปหมายจะเปิดโปงความลับให้ได้
หลี่ิรู้ตัวดีว่ากำลังถูกสะกดรอยตาม. เขาแค่นยิ้มจางๆ ใต้หน้ากากโดยไม่คิดจะเหลียวหลัง แม้จะถูกตามมาจนถึงเขตป่ารอบนอกเรือนลับของตน. แต่เมื่อเข้าสู่ขอบเขตอาคมของค่ายกลล่องหนที่วางไว้, เหล่าสายลับเ่าั้ก็พลันสูญเสียร่องรอยของเป้าหมายไปโดยสิ้นเชิง. ร่างของหมอภูติเลือนหายไปในอากาศราวกับกลายเป็ส่วนหนึ่งของสายหมอกยามค่ำคืน. พวกสายลับมองไปรอบๆ อย่างงุนงง, พวกมันหาทางเข้าไปยังเรือนลับไม่พบ. บ้างก็เดินวนเวียนอยู่กับที่ด้วยความสับสน, ราวกับถูกขังอยู่ในเขาวงกตมายาแห่งราตรีกาล
เมื่อมั่นใจว่าศัตรูไม่อาจติดตามเข้ามาได้, หลี่ิก็ปลดหน้ากากลงและถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก. แม้ราตรีกาลยังไม่ทันสิ้นสุด, แต่ภารกิจในคืนนี้ของเขาก็เสร็จสิ้นลงด้วยดี. ชายหนุ่มก้าวกลับเข้าไปในเรือนลับอันเป็สถานที่แสนปลอดภัยของตนอีกครั้ง, โดยมีม่านค่ายกลล่องหนคอยคุ้มกันปกป้องโดยรอบอย่างแ่า. เขาวางหีบไม้ลงบนโต๊ะแล้วเปิดออกตรวจสอบทรัพย์สมบัติที่ได้รับมา พลางครุ่นคิดถึงก้าวย่างต่อไปบนเส้นทางแห่งการล้างแค้นและผจญภัยในยุทธภพอันแสนอันตราย. ภายนอกเรือนลับนั้น, สายลมยามค่ำคืนยังคงพัดต้องยอดไม้ใบหญ้าเสียดสีกันแ่เบา. ทว่าไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า, ภายในความมืดมิดแห่งหุบเขาอันเงียบงันนี้ มีเงาร่างของหมอภูติผู้ลึกลับซ่อนกายอยู่พร้อมกับความลับมากมายที่ยังรอวันเปิดเผย…