ตอนที่ 21
จับปลา
“นี่ข้ากลายเป็ผู้ฝึกฝนพลังิญญาแล้วจริงๆหรือนี่”หลังจากลาท่านหมอออกมาจากเมืองเทียนฉี ชุนหยางและจูอิงก็ตัดสินใจจะเดินทางไปยังเมืองกวางจิ้งต่อตามความตั้งใจเดิมของชุนหยางเพียงแต่ระหว่างทางคนที่ดูจะดีอกดีใจที่สุดก็คงจะเป็จูอิงที่เพิ่งได้รับทั้งรูปร่างหน้าตาใหม่ที่ทั้งน่ารักน่าเอ็นดูพร้อมทั้งยังมีพลังิญญาที่หาได้ยากด้วยตัวนางที่เป็อยู่ในตอนนี้ต่อให้หลับตาฝันนางในสมัยก่อนก็ยังไม่กล้าฝันถึงเสียด้วยซ้ำ
“ระวังอย่าใช้พลังิญญามากเกินไปล่ะ”ชุนหยางมองร่างของจูอิงที่กำลังใช้พลังิญญาะโไปตามโขดหินด้วยท่าทียิ้มแย้มร่าเริงเพื่อความปลอดภัยไม่ให้มนตร์เสน่ห์ของทั้งสองไปดึงดูดความสนใจของผู้อื่นเข้าชุนหยางก็เลยกลับมาเดินทางในป่าอีกครั้งเพราะเพียงชุนหยางเผยใบหน้าให้เหล่าหญิงสาวภายในห้องขังของพวกโจรป่าได้เห็นก็มีหญิงสาวในกลุ่มนั้นพยายามมาหาชุนหยางที่ห้องพักคนไข้อยู่บ่อยๆหากไม่ใช่เพราะท่านหมอช่วยไล่ออกไปมีหวังได้วุ่นวายเป็แน่
“ถ้าพลังิญญาของข้าหมดก็ให้พี่เติมให้ก็ได้นี่เ้าคะ”จูอิงได้รับคำเตือนกลับยิ้มหวานออกมาระหว่างกำลังยืนอยู่บนกิ่งไม้สมแล้วที่เป็ร่างกายของผู้ฝึกฝนพลังิญญากิ่งไม้ที่นางในสมัยก่อนใช้เวลาปีนพักใหญ่ถึงจะขึ้นมาได้ยามนี้กลับใช้แรงะโเพียงเล็กน้อยก็ขึ้นมาได้แล้วแถมพลังิญญาในร่างของนางก็ไม่มีท่าทีว่าจะลดลงไปเลยด้วยแต่ถ้านางแกล้งทำเป็พลังิญญาหมดคืนนี้พี่ชุนหยางจะช่วยนางอีกหรือเปล่านะ...
“...”เห็นใบหน้ายิ้มแย้มของจูอิงชุนหยางก็ได้แต่กระแอมกระไอออกมาพอนางพูดแบบนั้นชุนหยางก็นึกถึงเื่เมื่อคืนเหมือนกัน ทั้งๆที่ภายนอกจูอิงดูราวกับเด็กสาวสดใสไร้เดียงสาผู้แสนบริสุทธิ์แท้ๆแต่ยามอยู่บนเตียงนางกลับร้อนแรงแล้วก็มีความ้าสูงมากบางทีนางอาจจะรุนแรงกว่าซูเยว่เซียงอีกกระมังไม่ทราบว่านี่เป็นิสัยแต่เดิมของนางหรือเป็เพราะวิชามารเปลี่ยนแปลงนิสัยของนางไปด้วยกันแน่แต่ถึงอย่างนั้นชุนหยางก็ยังโล่งใจไม่น้อยที่การถ่ายทอดวิชามารสำเร็จลงอย่างปลอดภัย
แต่เดิมชุนหยางก็ทำได้เพียงตั้งทฤษฎีเท่านั้นว่าหากให้ผู้ฝึกฝนวิชามารราคะ2คนดูดซับพลังซึ่งกันและกันก็อาจจะทำให้ทั้งสองสามารถลดผลข้างเคียงของเคล็ดวิชาลงได้เพียงแต่ชุนหยางเองก็ไม่คาดคิดว่ามันจะได้ผลเสียยิ่งกว่าที่ชุนหยางคิดเสียอีกยามชุนหยางใช้เคล็ดวิชาร่วมกับจูอิงพลังิญญาของทั้งสองไม่ได้โดนดึงกันไปมาอย่างที่ชุนหยางคิดแต่พลังของทั้งสองกลับหมุนเวียนร่วมกันอย่างน่าประหลาดและผลลัพธ์ที่ออกมานั้นนอกจากจะทำให้ผลข้างเคียงของเคล็ดวิชามารราคะลดทอนลงแล้วพลังิญญาของชุนหยางก็ยังพัฒนาขึ้นอีกต่างหากจนถึงตอนนี้ชุนหยางเองก็เริ่มสงสัยแล้วว่าระดับพลังิญญาของชุนหยางนั้นอยู่ระดับไหนเมื่อเทียบกับผู้ฝึกฝนพลังิญญาคนอื่นๆถึงจะไม่เท่าพี่ซิงซินที่เป็ศิษย์ของสำนักปราบมารแต่ชุนหยางก็มั่นใจว่าระดับพลังของเขาสูงขึ้นกว่าตอนแรกมากทีเดียว
“พี่ชุนหยาง ข้างหน้ามีแม่น้ำด้วยวันนี้พวกเราไปพักแรมกันตรงนั้นเถอะเ้าค่ะ”ระหว่างชุนหยางกำลังสำรวจพลังิญญาภายในร่างของตัวเองด้วยความสงสัยใคร่รู้อยู่ๆจูอิงที่นำหน้าไประยะหนึ่งก็ะโกลับมาบอกชุนหยางด้วยสีหน้าร่าเริงว่าข้าหน้านั้นมีแม่น้ำกำลังไหลผ่านอยู่แน่นอนว่าการได้พบแม่น้ำก็หมายความว่าพวกนางสามารถจับปลามาเป็อาหารได้ทำให้จูอิงตื่นเต้นดีใจเป็พิเศษเพราะนางได้ลองชิมปลาย่างฝีมือชุนหยางเป็ที่เรียบร้อยแล้วแถมระหว่างอยู่ในเมืองเทียนฉีชุนหยางได้แวะซื้อเครื่องปรุงและเครื่องครัวนิดหน่อยด้วยเงินค่าหัวของพวกโจรป่าทำให้ปลาย่างที่ทำให้จูอิงได้ลองชิมนั้นอร่อยจนจูอิงที่ทำอาหารเป็อยู่แล้วยังต้องยอมแพ้ถึงตอนแรกนางจะยืนยันว่าจะเป็คนทำอาหารให้ชุนหยางกินเองแต่พอได้ชิมฝีมือของชุนหยางเท่านั้นนางก็ยกหน้าที่ทำอาหารให้ชุนหยางแทบจะทันที
“ฮึบ...”จูอิงไม่เหมือนไป๋ซิงซินตรงที่นางสามารถเดินทางกลางป่าได้โดยไม่หลงถึงนางจะแยกจากชุนหยางไปไกลหน่อยก็สามารถหาทางกลับมาหาชุนหยางได้อย่างสบายทำให้จูอิงนำหน้าชุนหยางไปยังริมแม่น้ำก่อนเป็คนแรกระหว่างทางนางเด็ดกิ่งไม้รูปร่างเหมาะมือมากิ่งหนึ่งก่อนจะเด็ดใบไม้ที่ติดมาออกจนหมดก่อนจะใช้กิ่งไม้กิ่งนั้นปาลงไปในแม่น้ำเสียจนน้ำในแม่น้ำแตกกระเซ็นเป็วงกว้าง
ฟุบ...
หลังจากปากิ่งไม้ใส่แม่น้ำจูอิงก็ร่อนตัวลงไปในแม่น้ำก่อนจะดึงกิ่งไม้ที่เสียบทะลุร่างของปลาผู้โชคร้ายขึ้นมาด้วยรอยยิ้มถึงนางจะทำอาหารสู้พี่ชุนหยางไม่ได้แต่อย่างน้อยหน้าที่จับปลานางก็ยังทำได้อยู่แถมตอนนี้นางยังมีพลังิญญาให้ใช้เพียงแค่หากิ่งไม้มาสักกิ่งก็สามารถจับปลาได้อย่างง่ายดายแล้ว
“พี่ชุนหยาง ดูนี่สิข้าจับปลาได้หลายตัวเลย”ยามได้ยินเสียงว่ามีคนเดินตามเข้ามาถึงริมแม่น้ำแล้วจูอิงพลันหันกลับไปหาร่างของชายผู้นั้นก่อนจะชูปลาที่จับมาได้เพื่ออวดความสามารถเพียงแต่ยามหันไปจูอิงกลับพบว่าชายที่เพิ่งจะเดินเข้ามานั้นหาใช่ชุนหยางไม่แต่กลับเป็ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาผู้หนึ่ง
“แม่นาง...เ้ามาทำอะไรกลางป่าเช่นนี้งั้นหรือ”ชายหนุ่มผู้นั้นจ้องมองใบหน้าของจูอิงด้วยท่าทางตื่นตะลึงพริบตานั้นจูอิงถึงเพิ่งจะรู้ตัวว่าหน้ากากของนางได้หลุดลงมาคล้องที่ลำคอของนางั้แ่เมื่อไหร่แล้วก็ไม่ทราบยามจ้องมองสบตากันชายหนุ่มตรงหน้าถึงได้มีท่าทีต้องมนตร์เช่นนั้นสินะ
“ข้า...ข้าแค่มาจับปลาเ้าค่ะ”ถึงเวลาอยู่กับชุนหยางจูอิงจะดูร่าเริงสดใสแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่นนางกลับเปลี่ยนท่าทีเป็หวาดกลัวก่อนจะถอยออกห่างชายคนนั้นอย่างไม่ทันรู้ตัวถึงชุนหยางจะช่วยทายาบนาแของจูอิงแล้วแต่ความรู้สึกหวาดกลัวผู้อื่นก็ยังไม่หายไป
“แม่นางในป่าเช่นนี้อันตรายให้ข้าอยู่เป็เพื่อนเ้าดีหรือไม่”ชายหนุ่มผู้นั้นยามเห็นท่าทีระมัดระวังของจูอิงกลับรู้สึกว่านางน่ารักมากกว่าเดิมเสียอีกใบหน้าอันแสนงดงามราวกับกุหลาบแรกแย้มนั่นทำเอาหัวใจของเขาเต้นโครมครามไปหมดการได้มาพบนางในป่าลึกเช่นนี้คงเป็ชะตาลิขิตเป็แน่
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ ข้า...”จูอิงเห็นท่าทีของอีกฝ่ายกลับรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาเสียเฉยๆแววตาของเขาเหมือนกับแววตาของพวกโจรป่าไม่มีผิด ตอนนี้นางควรจะหลบออกมาก่อน
“แม่นาง เ้ามากับข้าเถอะ” ถึงจูอิงจะปฏิเสธแต่ชายหนุ่มตรงหน้านางกลับไม่ยอมเลิกรายามจูอิงถอยห่างเขากลับเดินลงน้ำเข้ามาหาจูอิงพร้อมทั้งยื่นมือเข้ามาหาในจังหวะนั้นจูอิงััได้ถึงพลังิญญาจากร่างกายของเขาแถมยังมองเห็นดาบเล่มหนึ่งที่เขาพกติดตัวมาด้วยหรือว่าชายคนนี้จะไม่ใช่คนธรรมดา
“นั่นเ้าคิดว่าจะทำอะไร”ระหว่างชายคนนั้นกำลังจะเข้าไปจับตัวจูอิง ชุนหยางก็เดินทางมาถึงริมแม่น้ำเสียก่อนยามเห็นว่าชายคนนั้นมีท่าทีคุกคามจูอิงดวงตาของชุนหยางก็วูบไหวไปด้วยความโกรธทันที
“ไอ้หนู อย่ามายุ่งไม่เข้าเื่”ยามเห็นชุนหยางเข้ามาขวางชายคนนั้นกลับไม่หยุดมือแถมยังยื่นมือเข้าไปคว้าข้อมือจูอิงอีกต่างหากพริบตาที่มันออกปากขู่มันก็ปล่อยพลังิญญาออกมาเพื่อขู่ขวัญชุนหยางไม่ให้เข้ามายุ่งเพียงแต่พลังิญญาของมันกลับไม่ได้มากมายอย่างที่ชุนหยางคิดหากเทียบกับไป๋ซิงซินหรือศิษย์สำนักปราบมารที่ชุนหยางเคยเจอชายคนนี้เทียบไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวของพวกเขาเลย
“นางเป็ผู้หญิงของข้าเ้าไม่มีสิทธิ์มาแตะต้อง”ชุนหยางเห็นชายคนนั้นคว้าจับข้อมือของจูอิงโดยที่นางไม่ยินยอมก็ร่วมลงน้ำเข้าไปขวางชายคนนั้นเอาไว้ทันทีแต่ดูเหมือนชายคนนั้นเองก็ไม่คิดจะยอมให้ชุนหยางเข้ามาขวางอยู่แล้วระหว่างที่ชุนหยางกำลังจะเข้าไปชายคนนั้นก็ยกฝ่ามือขึ้นมาซัดกระแทกเข้าใส่ชุนหยางเพื่อหวังจะสั่งสอนทว่า...
เปรี้ยง!!
ฝ่ามือของชายคนนั้นถูกแขนของชุนหยางหยุดเอาไว้ได้อย่างง่ายดายแถมยังไม่ทำให้ชุนหยางสะทกสะท้านแม้แต่น้อยถึงจะััพลังิญญาจากชุนหยางได้แต่เพราะชุนหยางไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าของสำนักใดทำให้ชายคนนั้นคิดว่าชุนหยางไม่มีวิชาติดตัวเสียอีกพอฝ่ามือตัวเองไร้ผลชายคนนั้นก็เริ่มหน้าซีดขึ้นมาทันที
เปรี้ยง!!
ครั้งนี้เป็ฝ่ายชุนหยางซัดฝ่ามือกลับบ้างแต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ยามฝ่ามือของชุนหยางซัดเข้าใส่ร่างของอีกฝ่ายชายคนนั้นถึงกับโดนซัดกระแทกกับผืนน้ำถอยออกไปไกลเกือบจะจมหายลงไปกลางแม่น้ำหากไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายก็มีพลังิญญาป้องกันตัวคงจมหายลงไปในแม่น้ำแบบไม่มีทางลอยขึ้นมาได้อีกเป็แน่ยามเห็นระดับพลังต่างกันโดยสิ้นเชิงเช่นนี้หากยังคิดสู้ต่อก็คงเป็คนบ้าเสียแล้วยามตั้งหลักได้ชายคนนั้นก็อาศัยแรงดีดตัวขึ้นมาจากผิวน้ำลอยข้ามไปยังแผ่นดินอีกฝั่งก่อนจะหนีหายเขาไปในป่าไม่ใช่แค่ชายคนนั้นเท่านั้นที่ประหลาดใจแม้แต่ชุนหยางเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าฝ่ามือของตนเองจะรุนแรงถึงเพียงนี้ครั้งนี้ไม่ใช่การโจมตีใส่คนธรรมดาแต่เป็การโจมตีใส่ผู้มีพลังิญญาเหมือนกันแต่ถึงอย่างนั้นชุนหยางก็ยังเหนือกว่าถึงเพียงนี้เลยงั้นหรือ
“พี่ชุนหยาง...”ยามเห็นชุนหยางไล่ชายผู้นั้นไปได้แล้วฝ่ายจูอิงพลันรีบเข้าไปกอดร่างของชุนหยางเอาไว้แน่นสำหรับคนที่เคยเป็คนธรรมดามาก่อนตัวตนของผู้ฝึกฝนพลังิญญานั้นเป็ตัวตนที่เหนือกว่าและน่าหวาดกลัวมากสำหรับจูอิงถึงนางเองก็มีส่วนผิดเพราะนางไม่ได้สวมใส่หน้ากากปกปิดใบหน้าของตัวเองเพราะคิดว่ากลางป่าคงไม่มีผู้ใดเข้ามาเห็นใบหน้าของตัวเองได้แต่คนธรรมดาที่มีศีลธรรมมากพอก็คงไม่เข้ามากระชากอีกฝ่ายไปเฉยๆแม้จะโดนมนตร์เสน่ห์เข้าก็ตามมิใช่หรือ
“ไม่เป็ไรแล้วขอรับ”ชุนหยางเองก็ไม่ได้คิดจะตำหนิอะไรจูอิงหรอกเพราะตัวเขาเองก็ปลดหน้ากากลงมาเพราะอยู่กลางป่าเช่นกันยามนี้ชุนหยางทำได้เพียงปลอบใจจูอิงที่เกือบจะโดนผู้ฝึกฝนพลังิญญาแปลกหน้าฉุดไปเสียเฉยๆและโอบกอดร่างของนางเอาไว้อย่างแ่เบาเท่านั้น
“พี่ชุนหยางเมื่อครู่ข้า...เผลอใช้พลังิญญามากเกินไปหน่อย คืนนี้ท่านช่วยฟื้นฟูพลังิญญาให้ข้าได้หรือไม่”โดนชุนหยางโอบกอดเอาไว้จูอิงก็ใจเย็นลงไปได้มาก ถึงตอนนี้จูอิงถึงขั้นแกล้งทำเป็พลังิญญาอ่อนลงและอ้อนให้ชุนหยางเติมพลังิญญาให้ได้เช่นนี้ท่าทางนางจะอาการดีขึ้นแล้วจริงๆ