ในขณะที่ไลท์กำลังขับกริมรีปเปอร์อยู่จู่ๆก็มีเรือยนต์ลำหนึ่งตีคู่มา
เป็เรือยนต์ขนาดพอๆกับกริมรีปเปอร์ มีลายสายน้ำด้านข้างเรือยนต์
ทันใดนั้นก็มีกลุ่มคนกว่าสิบคนเดินมาที่ข้างเรือ
ไลก้า เดซี่และเวโรนิก้าที่กำลังฝึกซ้อมกันอยู่ก็มองไปยังผู้มาเยือนด้วยแววตาสงสัย
“ สวัสดี ฉันชื่อฮาววี่ย์พวกเราเป็กลุ่มนักผจญภัยสายธารยินดีที่ได้รู้จัก ” เป็หญิงสาวอายุประมาณยี่สิบกลางๆพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
ฮาววี่ย์เป็ผู้หญิงที่มีรูปร่างดีใบหน้างดงามและดูเหมือนว่าเธอจะเป็ที่ชื่นชอบของผู้ชายในกลุ่มนักผจญภัยสายธาร
“ แล้วพวกเธอมีธุระอะไร? ” เดซี่ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ พวกเราก็แค่อยากจะทักทายพวกแกเฉยๆ พวกแกโชคดีแค่ไหนแล้วที่ได้มาคุยกับพวกเราน่ะ ” ชายหนุ่มสวมแว่นะโด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
เดซี่และคนอื่นๆที่ได้ยินก็พากันขมวดคิ้ว
“ สเวนฉันบอกแล้วไงว่าอย่าไปพูดจาแบบนั้นฉันไม่ชอบ ” ฮาววี่ย์ะโด้วยความไม่พอใจ
“ ชิ! ” สเวนไม่พอใจที่ถูกฮาววี่ย์ขัด แต่ในฐานะคนที่ตามจีบเธอจึงได้แต่ยอมแพ้อย่างไม่เต็มใจ
“ ฮ่าๆที่แท้ก็แพ้ผู้หญิงนิหว่า ” ไลก้าเย้ยหยันขึ้น
“ พูดอย่างนี้อยากมีเื่ใช่ไหม? ” สเวนมองไปยังไลก้าและะโขึ้นด้วยความไม่พอใจ
“ ก็มาสิคิดว่าฉันจะกลัวหรอ ” ไลก้าหัวเราะพร้อมกับชี้หอกไปทางฝั่งของสเวน
“ รอให้ถึงเมืองยูซ่าก่อนเถอะฉันจะสั่งสอนแกเอง ” สเวนกัดฟันพูด
“ แล้วฉันจะรอ ” ไลก้าหัวเราะก่อนที่จะจากไป
เดซี่ส่ายหน้าและพูดขึ้นว่า “ ไม่ต้องไปสนใจเ้าหมอนั้นหรอก ”
ฮาววี่ย์พยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ
“ ฉันขอแนะนำตัวก่อนนะ ฉันชื่อว่าเดซี่ ส่วนพี่สาวข้างๆฉันชื่อเวโรนิก้า พวกเราเองก็เป็นักผจญภัยเหมือนกัน ” เดซี่แนะนำตัว
“ สวัสดีๆ ยินดีที่ได้รู้จักนะเดซี่และเวโรนิก้า ” ฮาววี่ย์ทักทายอย่างสนิทสนม
“ แล้วพวกเธอจะเข้าร่วมงานประลองฝีมือที่เมืองยูซ่าหรอ? ” เดซี่ถาม
“ ใช่แล้วละแม้ว่าฉันจะไม่ได้เก่งกาจอะไรเพียงแค่อยากจะร่วมงานประลองเฉยๆ ” ฮาววี่ย์ตอบจากนั้นก็ถามต่อว่า “ พวกเธอก็ด้วยหรอ? ”
“ ใช่แล้วล่ะหัวหน้าของพวกเราบังคับให้พวกเราลงไปเพื่อฝึกฝนน่ะ ” เดซี่ตอบ
“ หัวหน้า? ” ฮาววี่ย์สงสัย
“ ใช่ตอนนี้กำลังขับเรือยนต์อยู่น่ะ ” เดซี่ตอบ
“พวกเธอคงต้องแข็งแกร่งแน่ๆเลยหัวหน้าถึงให้พวกเธอลงไปแข่งได้ ” ฮาววี่ย์พูดขึ้น
“ ก็ไม่เท่าไรหรอก ” เดซี่ส่ายหน้า
“ พวกกระจอกก็ควรเจียมตัวไว้บ้างแน่จริงก็ไปเรียกหัวหน้าของพวกแกมาคุยสิ ” สเวนพูดออกมาอย่างเหยียดหยาม
เดซี่และเวโรนิก้าคิ้วกระตุก
เดซี่ดึงเส้นผมของตัวเองออกมาและใช้ลมปราณทำให้เส้นผมแข็งตัวกลายเป็เข็มและดีดใส่สเวนทันที
อ๊ากกกกกกก
สเวนกรีดร้องและลงนอนกับพื้นด้วยความเ็ป
“ ฮาววี่ย์เธอควรดูลูกน้องของตัวเองให้ดีๆ ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน ” เดซี่ที่ยิ้มแย้มกลายเป็เ็าพร้อมกับปล่อยจิตสังหารออกมา
ฮาววี่ย์และคนอื่นๆที่ถูกจิตสังหารของเดซี่ก็พากันตัวสั่น พวกเธอนึกไม่ถึงเลยว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆแบบเดซี่จะมีจิตสังหารที่รุนแรงแบบนี้ การที่จะมีจิตสังหารที่รุนแรงแบบนี้ได้จะต้องฆ่าคนมาแล้วกี่คนกัน
“ แก! แกกล้าทำร้ายฉันงั้นหรอ ” สเวนกัดฟันดึงเส้นผมของเดซี่ทิ้งและยืนขึ้นมาชี้หน้าด่า
“ แล้วนายจะทำไม? หรือนายจะมาสู้กันฉัน ” เดซี่เย้ยหยัน
“ แน่จริงก็บอกมาสิว่าพวกแกอยู่กลุ่มนักผจญภัยอะไรเมื่อถึงเมืองยูซ่าฉันจะให้พี่ชายของฉันเป็คนจัดการพวกแก ” สเวนะโด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด พี่ชายของคือสโคลเฟียสเขาเป็ถึงนักผจญภัยระดับAที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง
“ แล้วทำไมฉันต้องบอกแกด้วย? ฉันเองก็อยากจะรอดูว่าพวกแกจะจัดการพวกฉันยังไง ” เดซี่หัวเราะสบายๆ เธอไม่อยากบอกชื่อกลุ่มนักผจญภัยของเธอ ไม่งั้นเ้าหมอนี้คงได้หนีหายไปแน่
“ ได้ฉันจะทำให้พวกแกเสียใจเอง ” สเวนะโด้วยน้ำเสียงเดือดดาล
“ แล้วฉันจะรอ ” เดซี่ยิ้ม
สเวนกัดฟันเดินกลับเข้าไปในเรือยนต์ ส่วนคนอื่นๆก็เดินตามไปเหลือเพียงแคฮาววี่ย์ที่ยืนอยู่คนเดียว
หลังจากที่เข้ามาด้านในเรือยนต์แล้วสเวนก็หยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาและติดต่ไปหาพี่ชายของตัวเองทันที
“ ว่าไงน้องรัก ” สโคลเฟียส
“ พี่ต้องล้างแค้นให้ฉัน! ” สเวนะโด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
“ ใครทำอะไรแกงั้นหรอ? ” สโคลเฟียสถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า
“ ไอบ้าที่ไหนก็ไม่รู้พี่ แต่พวกมันจะไปที่งานประลองเมืองยูซ่าเพราะงั้นพี่ต้องจัดการให้ฉันนะ ” สเวนพูดขึ้น
“ เมืองยูซ่าใช่ไหม ได้เดี๋ยวพี่จะรีบไปที่นั้นทันที ” สโคลเฟียสพูดจบก็วางสายไปทันที
“ พวกแกจะต้องเสียใจที่ทำกับฉันคนนี้ ” สเวนที่เต็มไปด้วยความแค้นะโอย่างเ็า
[ ด้านนอก ]
“ ฉันขอโทษแทนสเวนด้วย ” ฮาววี่ย์ยิ้มอย่างขมขื่น
“ ไม่เป็ไรหรอกฉันไม่ได้ให้ค่ากับคนแบบนั้นสักหน่อย ” เดซี่ส่ายหน้า
“ งั้นไว้เจอกันที่เมืองยูซ่านะเดซี่และเวโรนิก้า ” ฮาววี่ย์พูดพลางโบกมือลา
“ แล้วเจอกันฮาววี่ย์ ” เดซี่และเวโรนิก้าเองก็โบกมือลา
จากนั้นเรือยนต์ของกลุ่มนักผจญภัยสารธารก็ขับห่างออกไป
ไลท์ที่มองดูเหตุการณ์จากห้องควบคุมก็ยิ้มขึ้นเล็กน้อยและก็เร่งความเร็วทันที
ไม่นานก็ผ่านไปสองวัน
พวกไลท์ก็มาถึงเมืองยูซ่า
เมืองยูซ่าเป็เมืองใหญ่ มีประชากรในเมืองไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านคน สถานที่สำคัญในเมืองยูซ่าก็คือโคลอสเซียม
เวลานี้ท่าจอดเรือยนต์ของเมืองยูซ่าเต็มไปด้วยเรือยนต์จำนวนมาก เพราะเหลือเวลาอีกสิบวันก่อนที่งานประลองฝีมือจะเริ่มขึ้น
หลังจากที่จอดเรือยนต์แล้วไลท์ก็พาทุกคนไปเช่าที่พักในโรงแรมก่อน เพราะ่งานเทศกาลโรงแรมจะถูกจองเต็มอย่างรวดเร็ว
ตลอดทางเดินพวกไลท์สังเกตว่าเมืองนี้ดูมีชีวิตชีวาอย่างมาก ผู้คนจำนวนมากพากันตั้งร้านขายของตลอดทั้งแนว นอกจากนี้ยังมีคนจำนวนมากที่เดินถืออาวุธไปมา
“ ดูเหมือนว่าจะมีผู้เข้าแข่งขันกันเป็จำนวนมากเลยนะ ” เวโรนิก้าพูดขึ้นหลังจากที่เห็นทั้งจอมเวทย์และนักผจญภัยเดินไปมาตามท้องถนน
“ ก็แบบนี้สิถึงจะสนุก ” ไลก้ายิ้มร่า
“ ใช่ๆถ้าหากเจอแต่พวกอ่อนแอแล้วมันจะไปวัดอะไรได้ ” เดซี่หัวเราะ
หลังจากที่ทั้งกลุ่มพูดคุยไปพา พวกเขาก็เดินมาถึงโรงแรมแชงค์ปุเรีย ซึ่งเป็โรงแรมหรูอันดับต้นๆของเมืองยูซ่า
หลังจากที่จองที่พักแล้วก็เหมือนเดิมไลท์อนุญาตให้ทุกคนไปเที่ยวพักผ่อนตามสบาย
“ จริงสิก่อนที่จะไปเที่ยวเล่นก็ไปสมัครเข้าร่วมงานประลองก่อน เห็นว่าต้องมีการคัดเลือกก่อนถึงจะให้เข้าไปแข่งวันจริงได้แล้วก็อีกเื่ห้ามใส่ชุดคลุมของเราลงแข่ง ฉันอยากให้พวกเราปกปิดกลุ่มของพวกเราไว้ ”ไลท์พูดขึ้น
ทุกคนตอบรับและมุ่งหน้าไปสมัครเข้าร่วมงานประลอง
ไลท์เองก็ออกไปเดินเล่นและไปนั่งพักที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง
ร้านกาแฟแห่งนี้เป็ร้านเล็กๆบรรยากาศสบายๆและไม่ค่อยมีผู้คน
หลังจากที่สั่งกาแฟสูตรพิเศษไปแล้วไลท์ก็นั่งชมบรรยากาศภายในเมืองยูซ่าจากในร้าน
“ เป็เมืองที่ดูวุ่นวายจริงๆ ขออย่าให้มีเื่อะไรเกิดขึ้นเหมือนกับตอนงานเทศกาลอาหารที่เมืองคาร์ซัสแล้วกัน ” ไลท์ดื่มกาแฟพร้อมกับยิ้มออกมา เนื่องจากใกล้งานเทศกาลทำให้บรรยากาศในเมืองดูวุ่นวายกว่าปกติ เหล่ายอดฝีมือต่างก็มุ่งหน้ามาที่เมืองยูซ่ากันเป็จำนวนมาก
“ จริงสิกินกาแฟเสร็จแล้วไปดูโคลอสเซียมดีกว่า ”
โคลอสเซียมเป็สถานที่ขึ้นชื่อของเมืองยูซ่าและยังเป็สถานที่จัดประลองฝีมือในงานเทศกาลอีกด้วย โคลอสเซียมกินพื้นที่กว่าสองร้อยไร่และยังมีที่นั่งให้ผู้ชมมากกว่าสามแสนที่นั่ง
‘ จริงสิถ้าหากฉันใช้ตัวตนของนักผจญภัยระดับSจะได้ห้องพิเศษไหมนะ ’ ไลท์ครุ่นคิดแต่สำหรับเขาจะนั่งตรงไหนก็เหมือนกัน
หลังจากที่กินกาแฟเสร็จแล้วไลท์ก็เดินไปที่โคลอสเซียมแต่เขายิ่งเดินไปก็ยิ่งพบว่าผู้คนจำนวนมากกว่าพันคนมายืนอยู่ที่หน้าโคลอสเซียมพร้อมกับต่อแถวสมัครอะไรบางอย่าง
‘ ที่แท้ที่สมัครการแข่งขันก็อยู่ที่โคลอสเซียมนี้เอง ’ ไลท์คิดออกทันที
ตอนนี้โคลอสเซียมได้ปิดการแข่งขันลงไปเพื่อใช้เป็พื้นที่ในการทดสอบคนที่จะเข้าร่วมงานประลอง
ไลท์ไม่ได้คิดที่จะสมัครอยู่แล้วเขาจึงเดินไปหาพนักงานในเครื่องแบบของโคลอสเซียมคนหนึ่ง
“ นี้นายคิดจะแซงคิวงั้นหรอ? ” พนักงานพูดด้วยน้ำเสียงเ็า ส่วนคนอื่นๆก็มองมาที่ไลท์ด้วยความไม่พอใจ
“ เปล่าฉันแค่อยากให้นายไปเรียกผู้จัดการมาหาฉันหน่อย ” ไลท์พูดพร้อมกับยื่นบัตรนักผจญภัยให้กับพนักงาน เพราะเขาชื่อว่าถ้าหากพูดปากเปล่าล่ะก็คงได้โดนด่าแน่ๆ
พนักงานหยิบบัตรสมาชิกมาอ่านอย่างไม่ใส่ใจจนกระทั้งเห็นแรงค์S ก็หยุดชะงักและอ่านใหม่อีกรอบ
“ เชี่ย!! ” พนักงานอุทานออกมาพร้อมกับรีบมองมาที่ไลท์ด้วยแววตาหวาดกลัว
“ กรุณารอสักครู่ครับท่าน ” พนักงานคืนบัตรนักผจญภัยให้กับไลท์และรีบวิ่งไปด้านในทันที ทิ้งความสงสัยให้กับผู้คนโดยรอบว่าชายหนุ่มคนนี้เป็ใครกันแน่ถึงกับทำให้พนักงานรีบไปตามผู้จัดการมา
ผ่านไปสักพักไลท์ก็เห็นชายวัยกลางคนในชุดหรูหราวิ่งมาพร้อมกับพนักงานคนเดิม
“ นี้ครับท่านทอสโมย่า ” พนักงานพูดพร้อมกับเดินมาหาไลท์
ทอสโมย่าเป็ชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนเล็กน้อย สวมชุดคลุมสีน้ำเงินเข้ม ความแข็งแกร่งของเขาอยู่ในระดับA
เมื่อทอสโมย่าเห็นไลท์แล้วดวงตาของเขาก็เปร่งประกายทันที ในฐานะนักผจญภัยระดับSหน้าใหม่ ทอสโมย่าได้อ่านหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับไลท์และรู้สึกว่าไลท์เป็จะต้องเป็ชายหนุ่มที่อนาคตไกลอย่างแน่นอน
เนื่องจากตัวตนระดับSมีประมาณสองถึงสามร้อยคนบนโลก ซึ่งส่วนมากจะเป็คนของสภาจอมเวทย์และนักผจญภัย ส่วนที่เหลือก็เป็หัวหน้ากิลด์จอมเวทย์หรือพวกที่หลบซ่อนตัวจากโลก บุคคลเหล่านี้คือบุคคลที่อยู่ฝ่ายแสงสว่าง
ส่วนฝ่ายแห่งความมืดไม่มีใครรู้ว่ามีตัวตนระดับSมากเท่าไหร่เพราะพวกมันหลบซ่อนและปกปิดตัวเองอย่างดี เพราะฉะนั้นแล้วตัวตนระดับSจึงเป็บุคคลที่ควรค่าแก่การให้ความเคารพและนับถือ เพราะพวกเขาต้องคอยรับมือกับพวกความมืดรวมไปถึงเผ่าพันธ์ุปีศาจอีด้วย
และยิ่งอายุของไลท์ยังไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำแต่มาถึงระดับSแล้ว อนาคตถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาดไลท์จะต้องกลายเป็ตัวตนระดับSSแน่นอน การที่จะทำความรู้จักและสนิทสนมกับบุคคลระดับนี้ทอสโมย่ายอมไม่มีทางพลาดแน่นอน
“ สวัสดีครับท่าน กระผมทอสโมย่าเป็ผู้จัดการโคลอสเซียมแห่งนี้ ” ทอสโมย่าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงยินดี
“ ผมไลท์ ” ไลท์แนะนำตัวสั้นๆ
“ เป็เกียรติอย่างยิ่งที่ท่านไลท์เดินทางมาที่โคลอสเซียมของพวกเรา เช่นนั้นพวกเราไปด้านในกันเถอะ ” ทอสโมย่าพูดขึ้นพร้อมกับพาไลท์เข้าไปด้านในโคลอสเซียม
“ คุณไลท์มาชมงานประลองของพวกเราใช่ไหมครับ ” ทอสโมย่าถามขึ้น
“ ใช่แล้วล่ะ จริงสิคุณทอสโมย่าพอมีห้องส่วนตัวให้ผมสักห้องไหม? ” ไลท์ถามขึ้น
“ แน่นอนอยู่แล้วครับท่านไลท์ ตัวตนระดับสูงหรือแขกพิเศษย่อมมีห้องส่วนตัวเป็ธรรมดา นอกจากนี้ห้องส่วนตัวของเรามีไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยห้อง ” ทอสโมย่าพูดก็พาไลท์ไปดูตัวอย่างของห้องส่วนตัว
ภายในห้องส่วนตัวมีขนาดไม่ไดใหญ่จนเกินไปและก็ไม่ได้เล็กจนอึดอัด สามารถจุคนได้มากกว่าสามสิบคนภายในห้อง
ส่วนวัสดุที่ใช้ในการตกแต่งห้องดูหรูหราและสวยงามอย่างมาก ด้านในสุดเป็กระจกใสสามารถมองไปยังสนามประลองได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ด้านข้างก็มีเครื่องฉายภาพถ่ายทอดสดติดเอาไว้ให้เห็นมุมมองของการต่อสู้บนสนามได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ซึ่งตอนนี้บนสนามประลองมีผู้เข้าสมัครกำลังทดสอบฝีมือกันเป็จำนวนมาก
“ ผมขอนั่งดูพวกเขาทดสอบฝีมือได้ไหม? ” ไลท์พูดขึ้น
“ แน่นอนครับท่านไลท์ ” ทอสโมย่าไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปฏิเสธ จากนั้นเขาก็เรียกพนักงานมาจัดการห้องของไลท์ทันที
ไม่นานทอสโมย่าก็พาพนักงานสาวสวยผมสีขาวคนหนึ่งมาด้วย
“ ท่านไลท์นี้คือเวสครูส เธอจะเป็คนดูแลท่านไลท์หลังจากนี้ครับ ” ทอสโมย่าพูดขึ้น
ไลท์เองก็รู้ว่า่นี้ทอสโมย่าต้องวุ่นวายหลายๆอย่างการที่เขาออกมารับด้วยตัวเองก็นับว่าเป็การไว้หน้าเขาแล้ว
“ เข้าใจแล้วครับ ” ไลท์ตอบสบายๆอีกอย่างเขาก็ไม่ใช่คนที่เื่มากอีกด้วย แถมยังได้สาวงามมาคอยดูแลแบบนี้จะไม่ถูกใจได้อย่างไร
หลังจากที่ทอสโมย่าเดินออกจากห้องไป ไลท์ก็เดินมาหยุดอยู่ที่หน้ากระจกพร้อมกับมองลงไปดูการคัดเลือกด้านล่าง
“ ท่านไลท์้าอะไรโปรดบอกดิฉันได้เลยนะค่ะ ” เวสครูสพูดพลางยืนด้านหลังของไลท์
เวลานี้เวสครูสดูประหม่ามาก เพราะคนที่อยู่ด้านหน้าของเธอคือหนึ่งในตัวตนระดับS แม้ว่าการที่เธอได้มารับใช้เขาก็ถือว่าเป็เื่ที่ดีแต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกเครียดเหมือนกันเพราะถ้าหากเธอทำอะไรผิดพลาดล่ะก็เกรงว่าคงโดนไล่ออกแน่
“ เอาของกินที่ขึ้นชื่อของที่นี้มาแล้วกัน ” ไลท์พูด
เวสครูสรับคำสั่งก่อนที่จะไปสั่งอาหารให้กับไลท์
ไลท์มองดูการทดสอบด้านล่างด้วยความสนใจ
ไลท์รู้มาว่าการทดสอบมีเวลาทั้งหมดสามวัน ซึ่งวันแรกจะเป็การเอาชนะผู้คุมสอบ โดยส่วนมากผู้คุมสอบก็คือนักสู้ภายในโคลอสเซียมเอง ส่วนมากจะอยู่ในระดับBแต่ก็ยังพอมีระดับAอยู่บ้าง
“ ไหนดูซิ๊ว่ามีคนไหนน่าสนใจบ้าง ”