ตอนที่ 7 ท่านผู้เฒ่าโปรดละเว้น
“บังอาจทำร้ายคน...”เสียงชราดังขึ้นพร้อมกับไม้เท้าเก่าๆจี้ไปที่ข้อมือขวาที่กุมกระบองจนกระบองกระเด็นหลุดจากมือก่อนไม้เท้าจะวกกลับมาเคาะที่ข้อมือซ้ายช่วยเหลือเด็กชายหินอย่างง่ายดายทั้งหมดเกิดรวดเร็วอย่างยิ่งชายฉกรรจ์ประคองข้อมือที่เ็ปถอยไปสองก้าว
“ไอ้แก่บัดซบ ไม่คิดจะแก่ตายแล้วสินะ”ชายฉกรรจ์แผดเสียงด้วยโทสะเติมเปี่ยม ขยับสองมือปล่อยข้างตัวในมือทั้งสองปรากฏมีดสั้นสีดำแหลมคมร่วงลงมาพร้อมพุ่งวาบไปใช้อาวุธมีดหมุนควงอย่างชำนาญตั้งใจสั่งสอนเฒ๋าชราที่ไม่เจียมสังขารให้หลาบจำ ตามแบบฉบับกลุ่มมาเฟียจีน
“อ๊าก...” ชายฉกรรจ์ร้องลั่นอย่างเ็ป เมื่อโดนไม้เท้าเก่าๆที่พลันปรากฏที่กลางหน้าผากราวกับล่องหน ฟาดโดดกลางศีรษะอย่างแรงอีกทั้งไม่ทันตั้งตัว เด็กชายหินอายุเพียงหกขวบกลับอาศัยช่องว่างย่อตัวเตะตัดไปที่ข้อเท้าที่ไม่มั่นคง จนล้มหลายหลังลงไปกระแทกพื้นเสียงดังโครมใหญ่
“อาตี๋น้อย ยังพอใช้ได้อยู่น่า”เฒ่าชราผมขาวหัวร่ออย่างถูกใจเด็กชายหินมากขึ้น
“ไอ้พวกใช้การไม่ได้ ยังไม่ไปจัดการพวกมันอีก”ชายฉกรรจ์ที่เป็หัวหน้าสะบัดหลุดจากการประคองของลูกน้อง ส่งเสียงสั่งการยามนี้ความโกรธได้ครอบงำจนหลุดจากการควบคุมหันไปคว้าปืนที่พกมาด้านหลังออกมาจ่อไปทางเฒ่าชรากับเด็กชายหินด้วยสายตาอาฆาตแค้น
“หยุดมือ...” เสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะเป็เสียงที่เหล่าชายฉกรรจ์รู้จักเป็อย่างดี ทุกคนรีบหยุดมือเหล่าบริวารทั้งสิบวิ่งมายืนแถวเรียงเดียว ก้มหน้ายกมือกุมเป้าตามความเคยชินไม่เว้นแม้แต่ชายฉกรรจ์ที่เป็หัวหน้ากลุ่ม แทบเก็บปืนพกไม่ทันใบหน้าแสดงความเคารพปนหวาดหวั่น
“ท่านประทานสาม...”
ผู้เข้ามาใหม่เป็ถึงประธานสามของกลุ่มตระกูลเว่ย ดูแลรับผิดชอบในบริเวณเขตนี้ตามคำสั่งของตระกูลเว่ยหลัก ความจริงเป็มีอิทธิพลในเขตนี้ยิ่งแม้แต่ตำรวจในเขตนี้และเขตใกล้เคียงยังต้องน้อบน้อบเมื่อพบเจอ
ตระกูลเว่ย เป็หนึ่งในห้าตระกูลหลักที่ร่วมก่อตั้งสมาคมมืดอาชีพที่ได้รับสิทธิทางการค้า เป็อาชีพที่ไม่ค่อยมีผู้คนนิยมทำกันอย่างเปิดเผยอย่างบ่อยพนัน โต๊ะม้า โรงน้ำชา(หอนางโลม) ปล่อยเงินกู้ ลอบสังหาร ต่างๆนับเป็สมาคมใต้ดินที่แข็งแกร่งอย่างมากอีกทั้งความมั่งคั่งของตระกูลเว่ยยังมากมายมหาศาลเด็กรุ่นใหม่ที่ได้รับเลือกในร้อยหลายร้อยปีมานี้ปรากฏไม่ขาด่เนินนานเท่าใดตระกูลเว่ยมีประมุขสาวใหญ่นามมาดามเว่ย อายุล่วงเลยกว่าเจ็ดสิบแล้ว แต่ภายนอกยังดูสวยสดราวเพิ่งสามสิบอย่างมหัศจรรย์ด้วยรูปร่างเย้ายวนที่แฝงพิษร้ายสามารถปกครองคนของตระกูลทั้งหมดโดยไม่มีผู้ใดกล้าขัดขืน ยอกจากประมุขแล้ว ผู้มีอำนาจรองลงมาคือประธานทั้งห้าคน ที่ดูแลห้าเขตทั่วประเทศ
ประธานสามเป็ชายวัยกลางคนรูปร่างอวบหนาสมบูรณ์แต่ไม่ถึงกับอ้วนส่าวมใส่ชุดสูทสีครีม ใบหน้าสี่เหลี่ยมมีแก้มห้อยลงเล็กน้อยดวงตาตี่เล็กแคบกับจมูกใหญ่ทำให้มองดูผ่านๆราวกับยืนหลับตาอยู่ คนผู้นี้เดินเข้ามาห้ามอย่างเร่งร้อนจนพุงสั่นไหวต้องยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ใหลย้อยลงมาหลายครั้ง ทั้งที่บรรยากาศตอนนี้ออกจากเย็นไม่น้อยเลย
“เ้าพวกไม่ได้เื่ เพี๊ยะ... เลี้ยงเสียข้าวสุข เพี๊ยะ... มีตาแต่ไร้แวว เพี๊ยะ...” ประธานสามเร่งเดินไปทางบริวารจากด้านท้ายสุดยกมือตบไปที่ใบหน้าบริวารอย่างแรงจนเืกบปากพร้อมสบถด่าหยาบคายแม้แต่หัวหน้ากลุ่มชายฉกรรจ์ก็ไม่ละเว้น ทั้งยังถูกตบไปสองทีจนแก้มทั้งสองบวมแดงขึ้นมา ยืนกัดฟันปล่อยเืใหลออกมาเป็ทางค่อยบรรเทาโทสะลงได้หลังจากนั้นหันมาคารวะต่อเฒ่าชราผมขาวอย่างน้อบน้อมถึงน้อมที่สุดหากไม่ติดพุงคงเอาศีรษะติดพื้นไปแล้ว
“เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ... ต้องขอให้ท่านผู้เฒ่าโปรดละเว้นด้วย” ประธานสามเงยหน้าขึ้นก่อนตบใบที่ใบหน้าตนเองอย่างแรงสามที ขณะกล่าวยังยิ้มแย้มทั้งที่เืกลบเต็มปากก่อนฟันซีหนึ่งจะร่วงลงมา
เด็กชายหินถึงกับอ้าปากค้างคางตกถึงพื้น ตระลึงงันราวกับกลายเป็หินไป
เฒ่าชราผมขาวยืนดูเหตุการณ์ด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกใดราวกับสิ่งที่เกิดเป็เื่ธรรมดาอย่างยิ่ง ก่อนยกมือขึ้น ทั้งคล้านที่จะกล่าวคำ
“ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ”ประธานสามรีบก้มหัวขึ้นลงอย่างรวดร็วหลายครั้ง พร้อมส่งเสียงดุบริวารไล่เร่งรีบให้ทั้งถอนตัวออกไป ไม่ให้รกลูกตา เหลือเพียงหัวหน้าชายฉกรรจ์ที่ถือกระเป๋าเอกสารให้กับเ้านาย
“อยู่ที่ขอรับ...” เมื่อเฒ่าชราผมขาวยื่นมือออกมาประธานสามราวกับความ้า รีบรับเอาเอกสารเงินกู้ออกมามอบให้
“อืม...” เฒ่าชราผมขาวรับมาดูอยู่ครู่หนึ่ง “อั้วอ่านไม่ออกลื้อไม่ทำเอกสารเป็ภาษาจีนหรือว่ะ”
คำถามของเฒ่าชราทำเอาประธานสามปาดเหงื่อที่ยังใหลมาไม่หมดสิ้นส่วนเด็กชายหินแทบอดหัวร่อไม่ไหวต้องยกมือปิดปากอย่างเร่งรีบ สุดท้ายถูกมารดาดุฉุดดึงตัวกลับไปรวมกับพี่ทั้งสองแล้วไล่กลับเข้าห้องด้านในไปทันทีอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจเท่าไหร่
“อาคัง...ทำไมลิ้อไม่ทำภาษาจีนว่ะ”ประธานสามหันไปตบศีรษะชายฉกรรจ์เื้ัแก้เกี้ยว ก่อนหันมายิ้มมิอาจเอ่ยคำ
“สามล้านช่ายม่าย” เฒ่าชรากล่าวถาม พร้อมฉีกสัญญาออกเป็สองส่วนส่งคืนให้ประธานสามส่วนหนึ่ง
“ขอรับ... ไม่...ไม่... เพียงสองล้านครับท่านผู้เฒ่า”ประธานสามกล่าวลิ้นพันกัน “ ส่วนที่เหลือถือเป็ขอขมาต่อท่านพี่ อาซ้อเฮงขอรับ”
“ไปเบิกที่สมาพันธ์ ไปได้แล้ว” เฒ่าชราผมขาวส่งเหรียญทองเล็กให้ก่อนโบกมือเป็การตัดบทสนทนา
ประธานสามระบายลมยาวๆทีหนึ่ง รีบนำพาบริวารไปอย่างเร่งรีบ ขณะจะพ้นประตูยังหันมาโค้งศีรษะอีกสองครั้งคค่อยจากไปได้“ลาก่อนครับ ลาก่อนครับ”
“ชาง มี มารยาท จิง จิง” เฒ่าชราผมขาวเอามือลูบเคราหัวร่อเบาจนเสียงรถยนต์ทั้งหมดหายไปบนท้องถนนความเงียบงันคืบคลานเข้ามาสู่ตระกูลเฮงอีกครั้ง
................