ผู้ร่วงหล่น

    บทที่ 69 สมาคมต้นไม้ 3 ยอด.

    สิ่งที่แจ๊คเจอหลังจากที่สามารถเข้ามาภายในรากต้นไม้ในเสี้ยววินาทีก่อนที่รากไม้จะสามารถฟื้นฟูตัวเอง การที่สามารถเข้าไปในเสี้ยววินาทีน่าระทึกใจมากถ้าลังเลเสี้ยววินาทีเดียวแจ๊คคงกลายเป็นสารอาหารรากไม้จากการที่ถูกบด

    สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของแจ๊คคือทางเดินทอดยาวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด กำแพง พื้นและทางเดินมันขยับเขยื้อนได้ทำให้แจ๊ครู้สึกกลัวอย่างมาก

    ทำให้มองดูทางเดินเหมือนกับอยู่ในกระเพาะของสิ่งมีชีวิต

    ถ้าแจ๊คไม่ได้เห็นด้านนอกว่าเป็นรากไม้คงไม่กล้าเข้ามาได้ถึงขนาดนี้แม้ว่าแจ๊คจะไม่ได้เดินแต่ทางเดินมันขยับเองทำให้แจ๊คไปหน้าของโดยอัตโนมัติ

    แจ๊คระมัดระวังอยู่สักพักใหญ่ก่อนจะรู้สึกว่าในนี้ไม่มีอันตรายจึงเบาใจแต่ยังไม่วางใจทั้งหมด

    “ดีเหมือนกันมีบันไดเลื่อนให้”

    แจ๊คไม่สามารถทำอะไรต่อได้ แจ๊คได้ลองโจมตีกำแพงดูปรากฏตัวมันแข็งราวกับเพชรและทางด้านหลังก็มืดมิดจนมองอะไรไม่เห็นจึงได้เดิมหน้าต่อไป

    แจ๊คนั่งพักผ่อนจากบาดแผลของกรงเล็บหมีเพื่อเก็บแรงเอาเพราะไม่รู้ว่าจะมีอะไรที่อันตรายรออยู่ข้างหน้าไหม

    ...........................

    ทางด้านในป่าแห่งความเงียบ

    จอมนักรบและจอมเวทที่เห็นว่าโคลนที่ก่อตัวขึ้นมาเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจ สีหน้าของทุกคนขาวซีดขึ้นมาสิ่งที่พวกเราแลกไปในการฆ่ายักษ์ตนนี้คือเลือดสด ๆของคนที่เป็นพี่น้องและญาติจำนวนเป็นล้าน

    ผลปรากฏว่าไม่สามารถจำยักตนนี้ได้อย่างสมบูรณ์

    โคลนได้กัดกินทุกคนอย่างอร่อยราวกับว่าหิวโหยมากนานนับหลายพันปี ทุกคนที่อยู่ด้านล่างขยับตัวไม่ได้สิ่งที่ทำได้คือภาวนาให้โคลนได้กินคนอื่นแทนตนเอง

    จอมนักรบและจอมเวทมองหน้ากันก่อนพูดขึ้นมา

    “ฉันว่าโคลนนั้นน่าจะอ่อนแอพวกเราช่วยกันกำจัดพวกมันไม่งั้นไม่สามารถออกจากป่าแห่งความเงียบได้”

    “ใช้ มันไม่คุ้มค่าที่จะเอาชีวิตมาทิ้งอย่างไร้ค่าที่นี้”

    จอมนักรบและจอมเวทมองหน้ากันสิ่งที่พวกเขาพูดมาแค่ให้กำลังใจของตนเองเท่านั้น การเป็นจอมนักรบหรือจอมเวทต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า100ปี

    ด้วยประสบการณ์การต่อสู้และความเจ้าเล่ห์ทำให้ทุกคนไม่อยากจะตายแม้ว่าเงินรางวัลจะเยอะแต่มันไม่เยอะเท่ากับชีวิตของตนเอง

    โคลนพวกนี้ได้ดูดซับการโจมตีจากที่เห็นสิ่งที่จะฆ่าโคลนเหล่านี้ได้คือการโจมตีทางวิญญาณหรือพลังจิต

    แต่การโจมตีทางวิญญาณคนที่จะฝึกฝนคือนักเวทธาตุมืดแต่ธาตุมืดถูกระงับจากศาสนาแห่งแสงจึงทำให้คนที่ฝึกฝนน้อยมาก ๆ พลังจิตนี้ไม่ต้องพูดขึ้นในดวงดาวแห่งนี้คนที่มีหนังสือจิตวิญญาณคืออาณาจักรทั้ง4และศาสนาแห่งแสงทว่าหนังสือจิตวิญญาณของดวงดาวแห่งนี้มันระดับแค่พื้นฐานเท่านั้น

    พูดไปว่าจะกำจัดโคลนแต่ไม่มีใครโจมตีก่อนเพราะว่าโคลนนี้ให้ความรู้สึกที่อันตรายกว่ายักษ์มาก 

    ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหวได้โจมตีไป จอมเวทได้ร่ายเวทมนตร์ทันที

    “หอกน้ำแข็ง”

    วงแหวนเวทปรากฏขึ้นมาในอากาศก่อนที่จะมีหอกสีฟ้าในความรู้สึกหนาวเย็นไปถึงกระดูกและพุ่งไปโจมตีโคลนด้านล่าง

    แสงสีฟ้าพุ่งไปด้วยความรวดเร็ว อากาศได้มีหิมะร่วงหล่นทำให้รู้ถึงความหนาวเย็นของหอกน้ำแข็ง

    ครืน ครืน ฟิ้ว เปรี้ยง

    หอกน้ำแข็งพุ่งชนกับโคลนก่อนจะเกิดการระเบิดขึ้นมา

    บูมมมมมมมมมม

    โคลนในระยะ 1กิโลเมตรได้กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งทั้งหมด จอมนักรบและจอมเวทลุ้นกันว่าสามารถฆ่าโคลนพวกนี้ได้ไหม

    เวลาผ่านไปโคลนไม่ได้ขยับตัวราวกับเป็นประติมากรรมน้ำแข็งตั้งแต่แรก จอมนักรบคนหนึ่งได้ทดสอบดู

    “ดาบสายฟ้า”

    จอมนักรบได้จับดาบของตนเองก่อนจะมีสายฟ้าสีเหลืองปรากฏขึ้นในตัวดาบและได้ฟันออกมา

    สายฟ้าสีเหลืองได้พุ่งอย่างรวดเร็วก่อนจะไปทำลายประติมากรรมน้ำแข็งทั้งหลาย

    ฟิ้ว ฟิ้ว เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง

    ประติมากรรมน้ำแข็งได้ถูกทำลายอย่างง่ายดายรวมถึงผู้คนที่ไม่สามารถขยับตัวได้ด้วย ผู้คนที่อยู่ห่างจากระยะการโจมตีของหอกน้ำแข็งและดาบสายฟ้ามองเห็นว่าสามารถฆ่าโคลนพวกนี้ได้ถ้าพวกเขาขยับตัวได้

    สิ่งที่เป็นปัญหาคือโคลนที่เหลือหยุดการกลืนกินผู้คนด้านล่างและสายตานับสิบบนร่างกายของโคลนได้จ้องมองไปที่จอมนักรบและจอมเวททั้งหลายบนอากาศ

    จอมนักรบและจอมเวทไม่สนใจว่าพวกมันได้จ้องมองพวกตนอยู่สิ่งที่สนใจคือพวกเขาสามารถฆ่าพวกมันได้ กำลังใจกลับเข้ามาในตัวก่อนจะพูดกันว่า

    “จอมเวทน้ำแข็งเหล็ก เสทิ เจ้าแช่แข็งพวกมันแล้วพวกเราจะฆ่าพวกมันเอง”

    จอมเวทที่ใช้เวทหอกน้ำแข็งคือจอมเวทน้ำแข็งเหล็ก เสทิ ที่ได้รับชื่อว่าน้ำแข็งเหล็กเพราะว่าเสทิสามารถทำให้น้ำธรรมดาหนักและแข็งราวกับเหล็กได้ น้ำในมือของคนอื่นอาจจะเป็นของไร้ค่าทว่าถ้าอยู่ในมือของเสทิ เสทิสามารถทำให้น้ำธรรมดากลายเป็นกระสูนปืนได้

    เสทิมองคนที่พูดก่อนจะตอบกลับ

    “จอมนักรบผ่าสายฟ้า ไรโร ทำตามที่ตกลงกันเอาไว้”

    จอมนักรบที่โจมตีด้วยดาบสายฟ้าคือ ไรโร ที่ได้รับชื่อว่าผ่าสายฟ้าเพราะว่าไรโรฝึกฝนธาตุสายฟ้าแล้วอยากจะฟันดาบให้รวดเร็วเหมือนดังสายฟ้าที่ฟาดมายังพื้นโลก จึงได้ไปที่ป่าสายฟ้าเพื่อเอาแร่สายฟ้ามาดูดซับพลังสายฟ้าในแร่ การดูดซับพลังสายฟ้าจากแร่สายฟ้าสร้างความทรมานมากสายฟ้าที่อยู่ในแร่สายฟ้าคือความโกรธของสวรรค์มันจึงมีพลังในการทำลายล้างสูงมากทว่าไรโรยังสามารถดูดซับและนำมาใช้ได้ การฟันดาบของไรโรจึงรวดเร็วดุจดังสายฟ้าฟาด

    พวกจอมนักรบและจอมเวทได้ตกลงกันเสร็จ เสทิจึงได้โจมตีเป็นวงกว้าง

    “เขตแดนแช่แข็ง”

    ปรากฏวงแหวนที่ใหญ่กว่าครั้งก่อนขึ้นมาใต้เท้าเสทิก่อนจะกลายมาเป็นหิมะเล็ก ๆในอากาศสักพักหนึ่งหิมะได้ปรากฏขึ้นเต็มอากาศทำให้พื้นที่โดยรอบเข้าสู่ฤดูหนาวทันที

    ……………..

    บนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่เมฆได้มีร่างผู้คนนั่งในอากาศ คนนี้คือหู่เสวียที่จ้องมองพวกจอมนักรบและจอมเวทอยู่

    “ช่างโง่เขลาจริง ๆถ้าปล่อยให้พวกโคลนกลืนกินคนที่อยู่ด้านล่างอาจจะที่โอกาสรอดเพราะว่ามีเลือดเนื้อเพียงพอสำหรับอีก 1000 ปีถ้าไม่มีใครมาก่อกวนหรือทำลายป่าแห่งความเงียบ”

    หู่เสวียไม่ได้สนใจพวกข้างล่างมากนักสิ่งที่สนใจคือแจ๊คมากกว่าเพราะศูนย์วิจัยที่แจ๊คเข้าไปคือศูนย์วิจัยของสมาคมต้นไม้ 3 ยอด สมาคมต้นไม้ 3 ยอดคือสมาคมของเทพแดนสวรรค์

    สมาคมนี้ก่อตั้งโดยการรวมตัวกันของเทวดาที่มีปีก 9 ข้างหรือ18ปีก  3 คนที่ก่อตั้งขึ้นมาจากสงคราม

    สมาคมต้นไม้ 3 ยอดคือสมาคมระดับ 9 ดาวแม้แต่ช่วงที่รุ่งโรจน์ที่สุดของหู่เสวียยังไม่กล้ามีเรื่องกับสมาคมต้นไม้ 3 ยอดแม้ว่าสมาคมนี้จะยิ่งใหญ่ทว่าไม่ได้ชั่วร้ายจึงไม่ต้องเป็นห่วงไอบ้านี้ที่เข้าไปด้านในอย่างมาแค่ติดอยู่ในศูนย์วิจัยสมาคมต้นไม้ 3 ยอดไปอีก 10 ปี

    ช่วงเวลา10ปีนั้นไม่ได้เป็นอะไรมากสำหรับหู่เสวีย หู่เสวียคิดแผนที่ออกตามหาสมุนไพรบางอย่างในดวงดาวเคอเซอร์เพื่อเตรียมพร้อมที่จะปรุงเป็นยา

    ยาที่หู่เสวียคิดจะปรุงคือ ยาแปลงปีศาจ ส่วนผสมที่หายากที่สุดของยาแปลงปีศาจคือเลือดของปีศาจระกับสูงหรือเท่ากับราชันปีศาจทว่าข้อนี้ตัดออกไปได้เพราะเลือดของไอบ้านี้เป็นเลือดมีชีวิตจึงไม่มีปัญหา

    หู่เสวียยังไม่ได้ออกค้นหาสมุนไพรทันใดสิ่งที่ทำได้ตอนคือดูว่าจุดจบของคนที่มาไล่ล่าไอบ้านี้และทิศทางการเคลื่อนไหวของป่าแห่งความเงียบ

    ……………….

    หิมะได้ตกลงมายังพื้นดินทำให้พื้นดินกลายเป็นน้ำแข็งทว่าสิ่งที่ไม่น่าเชื่อได้ปรากฏขึ้นมา ปากนับสิบบนร่างโคลนได้เปิดออกเผยให้เห็นฟันแหลมคมที่น่ากลัวนับไม่ถ้วน

    สิ่งที่น่ากลัวของโคลนคือไม่ใช้ฟันแต่ทว่าคือมือที่ออกมาจากปากของโคลน มือมีรูปร่างสีดำและแดงได้พุ่งขึ้นไปกระทบกับวงแหวนเวท

    ครืน ครืน เปรี้ยง ตูม

    มือสีดำแดงได้พุ่งอย่างรวดเร็วจนเห็นแค่แสงสีดำอมแดง วงแหวนเวทของเสทิได้แตกกระจาย เสทิได้รับผลสะท้อนกลับจึงไม่สามารถทรงตัวในลอยได้

    ตูม

    เสทิตกลงบนพื้นด้านล่าง พื้นดินที่ถูกแช่แข็งได้ละลายตัวลงจนกลับมาเป็นเหมือนเดิม เสทิได้กระอักเลือดและพยายามที่จะลอยตัวขึ้นไปทว่าได้มีแสงสีดำอมแดงพุ่งอย่างรวดเร็วเข้ากับหัวของเสทิ เสทิได้กางบาเรียเวทมนต์ 5 ขั้นทว่าราวกับว่าบาเรียเวทมนต์เป็นกระจกและแสงสีดำอมแดงเป็นค้อนที่ทุบไปยังกระจก

    เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง

    เสทิพยายามจะเทเลพอร์ตตัวเองหลบหนีทว่าการสะท้อนทำให้ไม่สามารถใช้พลังเวทมนต์ได้ที่สามารถสร้างบาเรียเวทมนต์ 5 ขั้นเป็นเพราะแหวนป้องกันของเสทิ 

    เสทิได้กูร้องขึ้นพร้อมกับยกมือเพื่อกันแสงสีดำอมแดงทว่า

    ตูม

    หัวของเสทิได้ระเบิด สมอง หัวกะโหลก ลูกตาแตกกระจายเป็นชิ้น ๆ จอมนักรบและจอมเวทที่ลอยอยู่บนอากาศมองศพของเสทิก่อนเหงื่อไหลออกมาเต็มใบหน้า

    จอมนักรบไม่สามารถตอบสนองได้ทันจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นมา สิ่งที่พวกจอมนักรบได้ยินคือมีเสียงดังขึ้นมา 7ครั้งติดต่อกันก่อนหัวของเสทิระเบิดเป็นชิ้น ๆ  ส่วนจอมเวทมองเห็นทั้งหมดทว่าการตอบสนองของร่างกายนั้นช้ามากจึงไม่สามารถช่วยเสทิได้

    เพราะจอมเวทมีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งทว่าไม่ได้ฝึกฝนร่างกายจึงมีร่างกายที่อ่อนแอ ผิดกับจอมนักรบที่ฝึกฝนร่างกายทว่าพลังวิญญาณอ่อนกว่าจอมเวทมาก

    เพราะเหตุผลนี้จึงทำให้การโจมตีทางวิญญาณของธาตุมืดถึงเป็นสิ่งต้องห้าม

    ในระหว่างที่พวกเขาตกใจกับการตายของเสทิ โคลนด้านล่างได้เปิดปากของตนออกก่อนจะมีแสงพุ่งเข้าหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว

    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    “ช่วยด้วยยยยยยยยยยยยยยยยย”

    เมือไม่กี่นาทีก่อนพวกเขายังฆ่าลูกหลานหรือพี่น้องอย่างโหดเหี้ยมอำมหิตเพื่อรักษาชีวิตรอดทว่าตอนนี้พวกเขาได้ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมที่ยิ่งกว่า

    ............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................