ชายาของข้าเป็นนางมารอันดับหนึ่ง

    บทที่ 102 ห้ากลุ่มอิทธิพลในโลกใต้ดิน

            บทที่102

            ห้ากลุ่มอิทธิพลในโลกใต้ดิน

            ในโลกใต้ดินของนครหลวงเหยียนจิงยามราตรีนั้นคล้ายจะกลบทุกความเคลื่อนไหวของเงามืดแต่มิอาจปิดบังอิทธิพลที่แฝงฝังลึกอยู่ใต้ผืนหิน ถนน และผนังกำแพงโบราณ

            ณดินแดนศูนย์กลางแห่งอำนาจของแผ่นดินนี้หาใช่เพียงเหล่าขุนนางกับขุนศึกที่เป็นผู้ครอบครองทุกสิ่ง

            หากแต่ยังมีอีกหนึ่งโลกซ้อนอยู่เบื้องหลัง...โลกของความลับโลกของคำสั่งฆ่า โลกของผลประโยชน์ที่ไร้ขอบเขตศีลธรรม

            นั่นคือ “โลกใต้ดินของนครหลวงเหยียนจิง”

            ในโลกใบนี้มีกลุ่มอิทธิพลเถื่อนนับไม่ถ้วนที่แฝงตัวอยู่ในทุกตรอกซอกซอยรับหน้าที่ดำเนินการในสิ่งที่ไม่สามารถเปิดเผยต่อผู้คนทั่วไปไม่ว่าจะเป็นการค้าของเถื่อน ค้ามนุษย์ คำสั่งสังหาร การลอบวางเพลิงหรือแม้กระทั่งการขนส่งข่าวกรองระหว่างพรรคพวกของผู้มีอำนาจ

            กลุ่มหมาป่าดำ ของ ซูจิ่งซานก็เป็นหนึ่งในนั้น

            ทว่าหากเทียบกับเครือข่ายอำนาจทั้งหมดกลุ่มหมาป่าดำ...ก็เป็นเพียงแค่เงาของเงาเท่านั้น

            พวกเขาควบคุมพื้นที่เพียงไม่กี่สายถนนทางตะวันตกของนครเป็นเพียงกลุ่มขนาดเล็กที่ยังต้องยืนอยู่ใต้ร่มเงาของกลุ่มอิทธิพลใหญ่อีกชั้นหนึ่ง

            ในโลกใต้ดินของนครหลวงแห่งนี้ มีห้ากลุ่มอิทธิพลใหญ่ ที่เปรียบเสมือนเจ้าแห่งเงามืดพวกมันแบ่งแยกอาณาเขตครอบครองพื้นที่ต่าง ๆ ของนครหลวงไว้เรียบร้อยและให้สิทธิแก่กลุ่มย่อยที่อยู่ใต้บัญชาตนใช้พื้นที่เหล่านั้นในการหาเลี้ยงชีพแลกกับ “ผลประโยชน์” และ “ความจงรักภักดี”

            กลุ่มหมาป่าดำก็เป็นหนึ่งในนั้น อยู่ใต้ร่มธงของกลุ่มอิทธิพลใหญ่ที่มีนามว่า… กลุ่มธารโลหิตมังกร
     ผู้นำกลุ่ม: หลงคัง  ยอดฝีมือที่ก้าวพ้นขอบเขตขั้นเก้า สู่ระดับ ‘ปารมาจารย์’ ที่แม้แต่ขุนนางบางคนยังไม่กล้าเอ่ยนามต่อหน้

            ส่วนอีกสี่กลุ่มอิทธิพลใหญ่อันแสนทรงพลังได้แก่:

            กลุ่มซ่อนเงา ผู้นำ: อินเยว่   

            กลุ่มพันธมิตรหน้ากากขาว ผู้นำ:ไป๋อวี้ซาน  

            กลุ่มเถาวัลย์ดำ ผู้นำ:ฮูหยินเถาวัลย์  

            กลุ่มอสรพิษเงา ผู้นำ: ซือเหยียน 

            เหล่าผู้นำทั้งห้า...ต่างเป็นยอดฝีมือระดับ 

            “เหนือขั้นเก้า”ทุกคน ต่างลึกลับและต่างมีเงาของตระกูลขุนนางชั้นสูงหนุนหลังทั้งสิ้น

            ทั้งห้ากลุ่มอิทธิพลใต้ดินแห่งนครหลวงเหยียนจิงต่างก็มีเขตอิทธิพลและเส้นทางทำมาหากินที่แบ่งแยกกันอย่างชัดเจนแม้อาจมีขนาดกลุ่มหรือกำลังภายในแตกต่างกันบ้าง ทว่า…หากเอ่ยถึงคำว่า ‘อำนาจในเงามืด’ ไม่มีผู้ใดกล้าปฏิเสธว่าห้ากลุ่มนี้คือเงื้อมมือแห่งความมืดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง

            เบื้องหลังของพวกมันล้วนมีตระกูลขุนนางใหญ่คอยหนุนหลังทั้งสิ้นและนั่นเองคือสิ่งที่ทำให้พวกมันสามารถตั้งหลักอย่างมั่นคงขยายรากเง้าและแผ่ซ่านอำนาจไปทั่วทุกตรอกซอกซอยของเมืองหลวงโดยไม่ต้องหวั่นเกรงแม้แต่แสงตะวันของราชสำนัก

            หลังจากที่อ่านข้อมูลทั้งหมดจบลงไป๋ซือเหนียงวางกระดาษในมือลงบนโต๊ะช้า ๆ

            ดวงตาคู่งามยังคงสงบนิ่งทว่าแฝงไว้ด้วยแรงสั่นสะเทือนบางอย่างก่อนที่นางจะหันไปยังซูจิ่งซานซึ่งกำลังนั่งนิ่งรอฟังคำสั่งอยู่เบื้องหน้า

            เสียงของไป๋ซือเหนียงดังขึ้นชัดเจนแม้น้ำเสียงจะอ่อนโยนเหมือนดอกไม้แรกแย้ม แต่ถ้อยคำกลับหนักแน่นราวคมดาบ

            “ต่อไป...เจ้าช่วยไปสืบให้ข้าหน่อยว่าในห้ากลุ่มอิทธิพลใหญ่พวกนั้น—ใช้เส้นทางใดในการขนส่งของออกจากเมือง”

            ซูจิ่งซานเงยหน้าขึ้นทันทีสีหน้าของเขาเปลี่ยนเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วต่ำ

            “ท่าน...คิดจะปล้นของพวกมันหรือ?”

            ไป๋ซือเหนียงยกมุมปากขึ้นน้อย ๆราวกับไม่ยี่หระต่อคำถาม ก่อนจะพยักหน้าอย่างสงบ แล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม

            “ของพวกนั้นน่ะ...หากต้องให้กลุ่มใต้ดินคอยคุ้มกันย่อมไม่ใช่ของสะอาดอะไร ของหนีภาษีบ้าง… ของผิดกฎราชสำนักบ้าง…หรือแม้แต่สินค้าต้องห้ามที่เกี่ยวพันกับตระกูลขุนนางบางตระกูลโดยตรง”

            นางนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะกล่าวด้วยดวงตาเย็นล้ำ

            “ถ้าเราต้องการ‘สั่นคลอน’ ห้ากลุ่มอิทธิพลเหล่านั้นทางหนึ่งที่ทำได้…คือเริ่มจากการทำลายสายส่งเหล่านี้ อย่าลืมว่า ‘ผลประโยชน์’ เป็นรากหลักของทุกขุมอำนาจในเงามืดหากเราตัดรากมันเสีย เถาวัลย์ย่อมเหี่ยวเฉา”

            ซูจิ่งซานรับฟังโดยไม่เอ่ยแย้งเขายกมือขึ้นประสานคารวะเบา ๆ

            “เข้าใจแล้วขอรับข้าจะรีบจัดการเรื่องนี้ทันที”

            ไป๋ซือเหนียงพยักหน้าอย่างพึงใจก่อนจะเอื้อมหยิบถ้วยชาขึ้นจิบช้า ๆ

            น้ำชาร้อนซึมซาบริมฝีปาก...ทว่าอารมณ์ของนางกลับเยือกเย็นยิ่งกว่าลมหนาวยามเหมันต์

            ซูจิ่งซานพยักหน้ารับคำก่อนจะเดินออกจากบ้านพักพร้อมกับจี้หานอย่างเงียบงันเมื่อเงาร่างของทั้งสองลับสายตาไปแล้วภายในบ้านพักจึงหลงเหลือเพียงแค่สองบุคคลเสี่ยวหนิงและไป๋ซือเหนียง

            บรรยากาศพลันเงียบสงบลงอีกครั้งมีเพียงเสียงลมแผ่วเบาที่ลอดผ่านช่องหน้าต่าง

            เสี่ยวหนิงหันไปมองนายหญิงของตนก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากแต่แฝงความกังวลอยู่ในที“นายหญิง...คนพวกนั้นไว้ใจได้มากเพียงใดเจ้าคะ?”

            คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเพราะซูจิ่งซานกับจี้หาน ต่างจากนางและเสี่ยวฮวา พวกเขาไม่ได้ถูกควบคุมด้วย"หนอนปรสิตคุมวิญญาณ" นั่นหมายความว่าทั้งคู่ยังคงมีเสรีภาพในเจตจำนงและย่อมมีโอกาสที่จะ "หักหลัง" ได้ทุกเมื่อ

            ความกังวลนั้นจึงไม่ใช่เรื่องเกินเลย

            ไป๋ซือเหนียงไม่ได้ตอบกลับในทันทีนางยกถ้วยชาขึ้นแนบริมฝีปาก ดื่มอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะวางถ้วยลงบนโต๊ะไม้ช้า ๆแล้วเผยรอยยิ้มบางบนใบหน้า

            “พวกนั้นไม่กล้าหรอก...”นางกล่าวเรียบ ๆ “แม้จะไม่ได้ถูกควบคุมโดยหนอนปรสิตแต่ก็ไม่กล้าทรยศข้าแน่นอน”

            แววตาของนางมั่นคงเยือกเย็นประหนึ่งหญิงสาวที่กำหนดเส้นทางชีวิตผู้อื่นได้เพียงปลายนิ้ว เสี่ยวหนิงมองดวงหน้านิ่งสงบของนายหญิงตนเองก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อ แม้จะยังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่นางก็ไม่คิดจะซักไซ้

            และเมื่อเปลี่ยนเรื่องสนทนาเสียงของเสี่ยวหนิงก็ดังขึ้นอีกครั้ง

            “กลุ่มหมาป่าดำล่มสลายไปแล้ว...”นางกล่าว “เกรงว่าเถ้าแก่เหอ...นางคงใกล้ถึงคราวร้องขอความช่วยเหลือจากตระกูลเบื้องหลังแล้วเจ้าค่ะ”

            ไป๋ซือเหนียงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหยิบถ้วยชาขึ้นอีกครั้ง นางจิบเบา ๆ อย่างสงบ แล้ววางถ้วยลง

            “พวกเรายังมีมือเท้าน้อยเกินไป...ไม่สามารถจับตามองได้ทั่วถึง”

            สายตาของนางเหม่อมองไปไกลในความเงียบก่อนจะกล่าวต่อ “เพราะแบบนั้น ข้ามีแผนอยู่”

            ทันทีที่สิ้นเสียงนางก็โน้มตัวไปด้านหน้า หยิบพู่กันจุ่มหมึก แล้วค่อย ๆ เขียนบางอย่างลงบนกระดาษ

            เสียงปลายพู่กันลากบนผิวกระดาษดังแผ่วๆ

            หลังจากนั้นไม่นานนางก็ยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้กับเสี่ยวหนิง

            “ทำตามนี้”

            เสี่ยวหนิงรับมาอย่างนอบน้อมสายตากวาดมองข้อความที่บรรจงเขียนอย่างรวดเร็ว จากนั้นนางก็พับกระดาษเก็บไว้จำเนื้อหาได้อย่างแม่นยำ แล้วพยักหน้าแน่น

    “เจ้าค่ะ!”

    คล้ายกับเรื่องชายาของข้าเป็นนางมารอันดับหนึ่ง ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592