002 การตัดสินใจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงชีวิต
ศรวัณมองสาวน้อยตรงหน้าใหม่อีกครั้ง ใบหน้ารูปหัวใจดวงตากลมโตล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอน จมูกและปากนิดหน่อยชวนมองไม่น้อย เห็นแล้วต้องมองซ้ำแต่เท่าที่จำได้เด็กหญิงมณีมณฑ์เป็เด็กน้อยขี้โรคผอมกะหร่องกะแหร่งแต่คนตรงหน้าให้ดูเท่าไหร่กลับไม่คุ้นตาเลยสักนิด
สงสัยว่าเขาจะจากบ้านไปนานเกินไปยายเด็กขี้โรคที่ตามติดเหมือนกับตังเมแกะไม่ออกคอยร้องเรียกจะเอาโน่นนี่อยู่ตลอดเวลา ทำให้ปวดหัวเวียนเกล้าและรำคาญจนอยากจะกระทืบให้จมดินอยู่บ่อยครั้งเปลี่ยนตัวเองเป็สาวน้อยที่น่ารักไปแล้วศรวัณเพ่งพิศและมองดูอย่างพินิจพิเคราะห์แทบไม่ให้ส่วนใดบนหน้าสวยและกายสาวหลุดรอดไปเลยแม่แต่น้อย
รูปกาย...ถ้าเป็เมื่อก่อนแม่เด็กขี้โรคจะต้องมีแขนขาเล็กและเก้งก้าง มีแต่หนังหุ้มกระดูกแต่ในตอนนี้กลับบอบบางแต่ดูกลมกลึงและอวบอิ่มไปหมดทั้งตัว
ใบหน้า...ที่จำได้แก้มตอบซีดเหมือนกระดาษ เรียกว่าเห็นแล้วหงุดหงิดรำคาญใจมากดวงตาก็ลึกโป๋เหมือนจะถลนออกมานอกเบ้า ปากก็ซีดแตกระแหง แต่คนตรงหน้ากลับชวนมองที่สำคัญคือ…
ประกายในดวงตากลมโตคู่นั้นสะกิดต่อมความจำของเขาให้ตื่นขึ้นมาในทันใดดวงตาที่มันเปิดเผยให้เห็นถึงความซื่อสัตย์จงรักและภักดีที่มีต่อเขาไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะวันนี้หรืออดีตที่ผ่านมามันทำให้เขารู้สึกอิ่มเอมในหัวใจอย่างไม่เคยเป็มาก่อนเลย
“ผึ้ง...”
“ค่ะพี่สอง ผึ้งเอง” มณีมณฑ์พยักหน้ารับด้วยความดีใจเมื่อเห็นว่าศรวัณจำตัวเองได้
“ไม่น่าเชื่อเลย ผึ้งจะโตเป็สาวโตขึ้นและสวยจนพี่จำไม่ได้เชียวนะเรา” ศรวัณถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นุ่มทุ้มเหมือนจะหยอกเย้าอยู่ในทีั์ตาเป็ประกายวาววับและเริงรื่นอย่างชอบใจ เมื่อเข้าใจความหมายในดวงตากลมโตได้
ชายหนุ่มรู้สึกกระชุ่มกระชวยเหมือนกับปลากระดี่ได้น้ำแม้จะชอบผู้หญิงหุ่นอวบอัดที่จับแล้วเต็มไม้เต็มมือ แต่การที่มีสาวน้อยวัยใสและน่ารักมาให้ความสนใจก็ดีไม่น้อยทีเดียว เขาไม่ได้เ้าชู้นะ แต่ผู้ชายถ้าผู้หญิงเชิญชวนให้ท่าขนาดนี้ถ้าไม่รับมากินมันคงจะโง่จนควายเรียกพี่แล้วล่ะ
“น้องเป็ใครหรือคะสอง”นิศามณีถามเสียงแข็ง อากาศร้อนทำให้หงุดหงิดไม่พอยังต้องเจอกับเด็กหน้าไม่อาย กลางวันแสกๆยังส่งสายตายั่วยวนให้ท่าคู่หมั้นจอมเ้าชู้ของเธอโดยไม่สนใจอะไรเลยน่าเกลียดจริงเชียว นี่ถ้าอยู่กันสองต่อสองเธอคงจะตบให้หน้าบวมแล้วล่ะ
นิศามณีขบกัดฟันข่มโทสะและพยายามซุกซ่อนแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและร้ายกาจเอาไว้อย่างมิดชิดต่อหน้าศรวัณ เธอคือสาวสวย อ่อนหวานอ่อนโยนและเรียบร้อย เป็คนเข้มแข็งแต่ยามที่อยู่ต่อหน้าหญิงคนใดที่พร้อมจะแย่งชิงคู่หมั้นไปจากอกเธอก็พร้อมที่จะแปลงกายเป็นางมารร้ายในทันทีเช่นกัน ในเมื่อตัดสินใจปล่อยศรวัณไม่ได้ก็ต้องทำให้ชายหนุ่มเลือกเธออยู่เคียงข้าง...คนเดียวเท่านั้น
“เด็กข้างบ้านชื่อผึ้ง” ศรวัณไม่ได้บอกเพิ่มว่าเมื่อก่อนมณีมณฑ์ตามติดแสดงความเป็เ้าข้าวเ้าของเขาจนออกนอกหน้าเขาให้ความสนใจผู้หญิงคนไหน เข้าใกล้ใครหญิงสาวก็จะหาเื่หาราว ใช้อาการป่วยของตนเองให้เป็ประโยชน์ตอนแรกๆ เขาก็ใจอ่อนนะ แต่พอนานวันเข้าก็เริ่มอิดหนาระอาใจและรำคาญ เมื่อจบม.6เลยเลือกที่จะขอบิดามารดาไปเรียนต่อเมืองนอกเพื่อให้พ้นสถานการณ์ที่ทำให้ชวนลำบากใจ
“แล้วน้องมายืนขวางทางเราทำไมคะ”นิศามณีแสร้งถามอย่างไม่เข้าใจขณะปรายสายตามองสาวน้อยที่พอศรวัณเรียกชื่อถูกก็มีสีหน้าระรื่นแช่มชื่นขึ้นมาทันทีอย่างดูถูกเหยียดหยามคิ้วเข้มได้รูปเลิกขึ้นเล็กน้อย ขณะแสยะปากออก ก่อนจะสอดมือกอดแขนแกร่ง วางมือบางให้สาวผึ้งเห็นเพชรที่สะท้อนแสงพระอาทิตย์บนนิ้วเรียวยาวเพื่อบอกให้น้องสาวนอกไส้ของศรวัณรู้ว่าผู้ชายตรงหน้ามีเ้าของแล้ว
“ทำไมสองไม่แนะนำให้มุกรู้จักน้องละคะคงจะดีไม่น้อย ถ้ามุกมีเพื่อนพาไปไหนมาไหนด้วยในขณะที่สองก็ไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ อีกอย่าง...” นิศามณีเอนตัวอิงแอบแนบไปกับต้นไหล่กว้าง
“น้องผึ้งน่ารักดีนะคะถ้าได้มาเป็เพื่อนเ้าสาว...ก็คงจะดีไม่น้อย”
สิ่งที่ได้รับรู้ทำให้มณีมณฑ์เข่าอ่อนจนแทบจะทรุดกองลงตรงนั้นสายตาที่มองไปยังศรวัณกับผู้หญิงที่ชื่อว่ามุกจากที่มีสองคนกลับแปลเปลี่ยนเป็หลายคนและลอยไปมามีลมพุ่งมาจากทุกทิศทุกทางจนในหูอื้ออึ้ง มือและเท้าเย็นจัด แม้กระทั่งร่างกายก็เย็นะเืราวถูกน้ำแข็งเกาะในทรวงอัดแน่นไปด้วยแก๊สทำให้หายใจไม่ออก ก่อนร่างเล็กบอบบางจะอ่อนระทวยลงเหมือนกับใบไม้ที่มันปลิดปลิวลงจากต้น
“ว้าย! คุณผึ้ง” แน่งน้อยอุทานเสียงหลง หันรีหันขวางอย่างไม่รู้จะทำยังไงดีก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าจะต้องรับร่างของนายสาวไว้ไม่ให้ล้มก็รีบถลาไปรับร่างของมณีมณฑ์ แต่เพราะคนป่วยทิ้งน้ำหนักตัวลงมาอย่างเต็มที่แม้แน่งน้อยจะอ้วนพี แต่ก็ยังรับน้ำหนักนายสาวเอาไว้ไม่ได้
“ผึ้ง!” ศรวัณคว้าร่างเล็กไว้ได้ทันก่อนที่มณีมณฑ์จะล้มกองบนพื้นที่ร้อนจัดเขาสอดแขนระหว่างข้อพับและแผ่นหลัง ยกร่างบอบบางขึ้นเหมือนกับว่ามันไม่มีน้ำหนักขึ้น
“เปิดประตูรถให้ผมหน่อยมุก”ศรวัณร้องบอกคู่หมั้นเสียงเหมือนจะตวาดด้วยความเป็ห่วงแม่สาวน้อยที่มาปลุกความ้าในกายให้ลุกเป็ไฟขนาดย่อมได้ไม่น้อย
นิศามณีขบเม้มกลีบปากขนแบนราบเรียบแม้ไม่ชอบใจแต่เมื่อเห็นคนตรงไร้สติ เธอก็จำต้องให้ความช่วยเหลือเป็การเร่งด่วนร่างโปร่งบางถลาไปที่รถเปิดออกพร้อมควานหาอะไรที่พอจะนำมาใช้พัดวีลมให้ผึ้งฟื้นจากอาการเป็ลมอย่างเร็วที่สุด
มือเล็กเรียวควานหาข้าวของที่จะสามารถช่วยเหลือผู้หญิงที่กำลังจะเข้ามาป่วนและแย่งชิงคู่หมั้นไปจากอกจนพบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กจากกระเป๋าใส่ประจำกายพร้อมน้ำแร่สะอาดที่มีอยู่ครึ่งขวดถูกนำมาเทใส่และกดซับบนวงหน้าขาวซึ่งซีดเผือดเหมือนกับกระดาษกดซับสลับผัดวีลมให้อย่างเบามือ
“ท่าทางอาการไม่ดีขึ้นเลยค่ะสองเอาไงดีคะ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้าที่คิดว่าตอนนี้คงจะแดงก่ำเพราะความร้อนที่ทวีสาดเข้าหาจนระบบภายในร่างกายแทบจะสุกไหม้
“พาผึ้งเข้าไปในบ้านก่อนดีกว่า”ศรวัณเสนอทางเลือก
“ดีเหมือนกันคะมุกเองก็ร้อนจนคิดว่าจะเป็ลมไปอีกคนเหมือนกันทำไมเมืองไทยมันถึงร้อนอย่างนี้ก็ไม่รู้” นิศามณีตอบรับและบ่นตาม
“มุกไปยืนรอผมใต้ร่มไม้นะผมจะพาผึ้งไปส่งบ้านก่อน แล้วจะออกมารับ” ศรวัณตัดสินใจแม้จะยินดีกับการได้เจอสาวน้อยแสนสวยเข้ามาทักทายทอดสะพานให้แต่การเดินทางอันยาวนานจากอังกฤษมาถึงเมืองไทยบวกกับอากาศที่ร้อนจัดก็ทำให้เขาปรับตัวไม่ทันอากาศที่ร้อนจัด ทำให้อึดอัดและปวดศีรษะขึ้นมาเหมือนกัน
“ได้ค่ะ เร็วๆ นะคะสอง”นิศามณีแม้ไม่อยากจะปล่อยให้ศรวัณหายไปกับผึ้ง แต่ก็ขัดขวางไม่ได้เช่นกันเธอรีบวิ่งไปที่ใต้ร่มไม้ใหญ่ พลางยกขึ้นมาพัดวีลมเข้าหากายเผื่อผ่อนคลายร้อนทั้งกายและร้อนใจที่ทำยังไงมันก็ไม่หายตราบเท่าที่ยังไม่ได้เห็นศรวัณมายืนเคียงข้าง
มณีมณฑ์ขบกัดฟันบนริมฝีปากเธอนั่งซึมด้วยไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรเลยนับั้แ่วันนั้นที่เป็ลมจวบจนถึงวันนี้ก็ปาไปเกือบจะเดือนแล้วที่เธอได้แต่แอบมองศรวัณผ่านประตูบ้านของตัวเองบ่อยครั้งที่เธอแอบหนีมารดาไปดักรอชายหนุ่ม
แต่เมื่อได้เจอ...ในหูกลับมีแต่คำพูดของผู้หญิงคนนั้นดังก้องอยู่แม้ศรวัณจะยิ้มให้และยังส่งสัญญาณบอกคอยก่อนนะ ไม่นานจะกลับมาหาแต่เป็การรอคอยที่ไร้จุดหมาย เพราะชายหนุ่มอยู่กับคู่หมั้นคู่หมายที่ตกลงจะแต่งงานด้วยและยังออกไปทำธุระตามประสาคนที่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกัน
มณีมณฑ์ยกมือขึ้นจับอกเมื่อรู้สึกว่ามีเข็มนับร้อยนับพันเล่มกระหน่ำทิ่มตำจนเจ็บไปหมดความเย็นเกาะกุมทั่วร่าง เหงื่อผุดขึ้นจนเต็มใบหน้าฟันขาวขบกัดริมฝีปากที่ในวันนี้แห้งแตกระแหง ในดวงตากลมโตหวานอมโศกมีน้ำตาคลออยู่
เพียงแค่คิดว่าจะต้องสูญเสียผู้ชายที่รักให้กับผู้หญิงคนอื่นอย่าถึงขนาดนั้นเลย เพียงแค่ได้เห็นว่ามีหญิงสาวที่ไม่ใช่เธออยู่ในอ้อมแขนของศรวัณเธอก็เ็ปเหมือนใจถูกไฟเผาแล้ว มณีมณฑ์สะอื้นฮักมือเล็กกำหมัดทุบไปบนเตียงนอนแรงๆ
ไม่! จะยอมให้พี่สองแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้แต่จะขัดขวางยังไงล่ะ
เป็คำถามวนเวียนอยู่ในหัวมณีมณฑ์ั้แ่ได้รู้ว่าศรวัณจะแต่งงานแล้ว
ข้าวปลาก็กินไม่ได้แม้กระทั่งยามนอนในสมองก็ยังไม่หยุดทำงานครุ่นคิดถึงวิธีขัดขวางไม่ให้สองคนนั้นได้แต่งงานกันจนร่างกายซูบผอม
ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองแต่สายตายามที่ศรวัณมองผ่านกระจกรถมา บอกว่าเขาก็มีใจให้เธอ เขารักเธอ แต่เสียดายว่าเจอกันช้าไปผิดที่ผู้หญิงคนนั้นด้วย คอยควบคุมทุกฝีก้าว จนพี่สองปลีกตัวมาหาเธอไม่ได้ศรวัณคงกำลังรอให้เธอทำบางสิ่งบางอย่างเผื่อขัดขวางไม่ให้เกิดพิธีแต่งงานจากนั้นเขาและเธอก็จะได้รักกันและครองคู่กัน ใช่!มันจะต้องเป็แบบนั้นแน่นอน
มณีมณฑ์หมกมุ่นอยู่กับความคิดความเชื่อของตัวเองจนลืมนึกถึงเหตุผลความเป็ไปได้และความเป็จริงสมองเธอหมุนเป็เกลียวเหมือนลูกข่าง หลายต่อหลายแผนการที่คิดขึ้นมาได้ ดูเหมือนจะดีแต่ยังติดขัดและยังนำมาใช้ไม่ได้
ชีวิตจริงไม่เหมือนกับละครที่นางอิจฉาจ้องแต่จะจับพระเอกลงทุนวางแผนมากมายเพื่อให้ได้พระเอกมาเป็ของตัวเองทำแม้กระทั่งวางยาเพื่อจะให้ได้ตัว หลอกให้นางเอกมาพบจะได้เข้าใจผิดจนยกเลิกงานหมั้นหรืองานแต่ง ก่อนพระเอกจะตามง้อและพิสูจน์ความจริงว่าไม่ได้เป็อย่างที่เห็นหลังปรับความเข้าใจกันได้ ก็ตกลงแต่งงานกันอย่างสายฟ้าแลบ ท่ามกลางความยินดีของคนที่รักทั้งคู่ส่วนตัวร้ายก็จะโดนมรสุมชีวิต ไม่เป็ที่้าของใครกลายเป็ที่รังเกียจของผู้คน ที่หากเธอคิดทำจริง...จะต้องแเีจนใครจับพิรุธไม่ได้
ยิ่งคิดภายในใจของมณีมณฑ์ก็ร้อนรนเหมือนกับถูกไฟริษยากัดกินจนนั่งไม่ติดหญิงสาวลุกจากเก้าอี้ เดินวนไปเวียนมาพร้อมกับกัดแทะเล็บตัวเองไม่ยอมหยุดสลับยกมือขึ้นลูบไล้ลำคอระหงก่อนที่ร่างเล็กบางจะย้อนกลับมานั่งบนเก้าอี้ด้วยลมหายใจหอบแรงที่มันพ่นออกจากจมูกและปาก
“โว้ย! ทำไมถึงคิดไม่ออก”
หญิงสาวขยี้ผมบนศีรษะจนเส้นผมที่ยุ่งอยู่แล้วยุ่งเหยิงปรกใบหน้าบวกกับดวงตาลึกโป๋และใบหน้าซีดเซียวเพราะการอดตาหลับขับตานอนเฝ้าแต่ครุ่นคิดถึงการทำลายพิธีวิวาห์ของศรวัณจึงทำให้เห็นเป็เหมือนกับผีก็ไม่ปาน
ฝ่ามือเล็กเย็นจัดแต่กลับมีเหงื่อซึมออกมาจนเต็มกำหมัดแน่นก่อนที่มือข้างหนึ่งจะยกขึ้นเพื่อให้ฟันกัดแทะเหมือนกับหนูแทะเมล็ดทานตะวันบ้างเคลื่อนลงมาถูกแขนเรียว สองเท้าขยับถูไถกับพื้นพรมนุ่ม
ก่อนประกายในดวงตาเศร้าหมองจะเปล่งประกายขึ้นทันควันเมื่อคิดถึงแผนการบางอย่างที่น่าใช้ชะลอการแต่งงานของศรวัณและนิศามณีได้
หญิงสาวยิ้มกริ่ม ขณะมองลอดผ่านหน้าต่างบ้านไปยังบ้านที่อยู่ติดกันระยะทางห่างไกลไม่ได้เป็อุปสรรคในการมองของมณีมณฑ์แม้แต่น้อยเธอเห็นตัวมารที่ขัดขวางความสุขของตัวเองกำลังนั่งอ่านหนังสือจิบน้ำส้มเย็นเพียงลำพังกลางสวนดอกไม้สวยเพียงลำพังอย่างสบายใจ
“เธอเสร็จฉันแน่ยายมุกมีตำหนิงานนี้พี่สองต้องเป็ของฉัน”
ประกายในดวงตากลมโตมุ่งหมายมาดร้ายและแข็งกร้าวยังจะมีรอยยิ้มอย่างสาแก่ใจที่ผุดขึ้นบนใบหน้า ในสมองมีแต่ความคิดร้ายๆผิดกับรูปกายที่อรชนอ้อนแอ้นน่าทะนุถนอม
มณีมณฑ์ยิ้มหวาน ก่อนจะผิวปากเป็เพลงรักหวานซึ้งร่างเล็กลุกวิ่งเข้าไปในห้องนอน เป็ครั้งแรกในรอบหลายวันที่เธอคิดถึงน้ำเย็นที่ราดรดกายอาหารอร่อยๆ ฝีมือแม่สุดที่รักและเตียงนอนนุ่มๆ ที่จะฝังกายลงทุกค่ำคืนหวังว่าวันหนึ่งจะมีคนที่รักมานอนเคียงข้าง เมื่อถึงวันนั้นเธอคงจะสุขใจเป็อย่างยิ่งแต่ตอนนี้ต้องรอไปก่อน ต้องจัดการธุระสำคัญให้สำเร็จเสียก่อน