มือน้อยข้างขวาวางลงบนเม้าส์เลื่อนหารายชื่อของฉันบนหน้าเว็บไซต์ของมหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งด้วยหัวใจดวงน้อยที่เต้นรัวไม่เป็จังหวะตื่นเต้นยิ่งกว่าวันที่ฉันเดินเข้าห้องสอบก็คือการลุ้นว่าฉันจะได้เป็หนึ่งในนักเรียนที่สามารถสอบชิงทุนเข้าไปเรียนฟรีที่มหาลัยนี้ได้หรือไม่
'ลำดับที่ 22 นางสาวลัลน์ลลิต ฤทธิโชติพันธ์ คณะบริหารธุรกิจ สาขาบัญชี' ปลายนิ้วที่ััลงบนเม้าส์สั่นไหวเล็กน้อยเมื่อสายตาเลื่อนมาหยุดที่ชื่อของตัวเอง น้ำตาสีใสไหลรินออกจากดวงตาคู่กลมอย่างไม่รู้ตัว ฉันรีบลุกจากเก้าอี้ วิ่งลงมาจากชั้นบนของบ้านไม้หลังเล็กมุ่งหน้าไปยังครัวที่อบอวลด้วยกลิ่นกับข้าว สองขาหยุดยืนนิ่งมองแผ่นหลังของหญิงสาววัยกลางคนที่กำลังยืนทำกับข้าวซึ่งเป็กิจวัตรประจำวันที่เธอนั้นมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ยุ่งอยู่กับการทำอาหารให้กับทุกคนภายในบ้าน
"แม่ครูคะ" น้ำเสียงที่เปล่งออกไปมีทั้งความตื้นตันและสะอื้นปนกัน แม่ครูหันมาพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นเสมอ
"เป็ยังไงบ้างลูก สอบผ่านมั๊ย?" ท่านวางตะหลิวในมือก่อนเดินมากอดฉันแน่น มือข้างหนึ่งที่ลูบลงบนท้ายทอยทุกครั้งเมื่อเห็นฉันร้องไห้
"ไม่เป็ไรนะลูก ต่อให้หนูสอบเข้าที่นั่นไม่ได้แม่ก็จะพยายามหาเงินให้หนูเข้าไปเรียนที่มหาลัยนั้นให้ได้ ลัลน์ไม่ต้องเป็กังวล อย่าร้องไห้เลยนะ" น้ำเสียงอบอุ่นด้วยความเข้าใจว่าฉันคงร้องไห้ด้วยความเสียใจ
"แม่ครูคะ หนูสอบได้ค่ะ หนูได้ทุนของมหาลัยนั้นแล้วค่ะ…" ฉันบอกท่านทั้งน้ำตาและรอยยิ้มในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น
"ลัลน์จะต้องย้ายไปอยู่ที่หอแถวมหาลัยด้วยหรอลูก?" หลังจากที่กอดแสดงความดีใจกันอยู่พักใหญ่ฉันก็พาแม่ครูขึ้นมาบนห้องนอนเพื่อให้แม่ครูช่วยเลือกหอพักใกล้ๆ กับมหาลัยเพราะว่าบ้านหลังที่ฉันอาศัยอยู่ตอนนี้ห่างไกลจากมหาลัยมากเดินทางก็ไม่ค่อยสะดวก แต่ที่ฉันเลือกสอบเข้าที่นี้ก็เพื่ออนาคตที่ดีที่หวังว่าซักวันหนึ่งฉันจะนำความรู้ที่ได้มาทำงานหาเงินเลี้ยงดูแม่ครูและเด็กๆ ที่บ้านหลังนี้ ทุกคนจะได้ไม่ลำบากนั่งรอเงินบริจาคที่อาจจะไม่ได้มากพอให้พวกเรากินอยู่กันได้แบบเต็มอิ่ม
"แม่ครูไม่ต้องเป็ห่วงลัลน์นะคะ ลัลน์สัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดี แล้วจะกลับมาหาแม่ครูกับพวกน้องๆ ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ หรือว่าวันไหนที่ไม่มีเรียน ลัลน์ก็จะกลับมาช่วยแม่ครูดูแลน้องๆ นะคะ" น้ำเสียงสั่นเครือจากการพยายามกลั้นน้ำตาไว้ข้างในเพื่อไม่ให้หญิงสาววัยกลางคนตรงหน้าเป็ห่วง เเพราะนี้จะเป็ครั้งแรกที่ฉันได้เดินออกไปจากบ้านหลังนี้ไม่ใช่แค่การไปเรียนแล้วกลับมานอนที่บ้านเหมือนทุกครั้ง แต่เป็การไปอยู่ในที่ห่างไกลที่กลับมาได้แค่อาทิตย์ละครั้งหรือบางทีก็อาจจะไม่มีเวลาได้กลับมา
แม่ครูพยักหน้าอยากเข้าใจก่อนจะช่วยฉันเลือกหอพักบนหน้าเว็บไซต์ใกล้ๆ กับมหาลัย พอได้ห้องแล้วท่านก็เดินลงไปข้างล่างเพื่อเตรียมอาหารกลางวันให้กับทุกคนในบ้านต่อ
ตู้เสื้อผ้าที่ถูกเปิดออกด้วยมือน้อยๆ ที่สั่นเทา ดวงตาคู่กลมมองไปยังเสื้อผ้าภายในตู้ด้วยสายตาเศร้าสลดไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งฉันจะต้องมานั่งเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าแล้วเดินออกไปจากบ้านหลังนี้ บ้านหลังที่ฉันอยู่มาั้แ่เด็กๆ บ้านที่มีทั้งความอบอุ่น รอยยิ้มของทุกคนในบ้าน โดยเฉพาะความรักที่ฉันได้รับจากแม่ครูทั้งที่ท่านไม่ใช่แม่แท้ๆ ของฉัน
ใช่! ฉันคือเด็กกำพร้าโตขึ้นมาในบ้านอุ่นรัก ซึ่งเป็บ้านรับเลี้ยงเด็กกำพร้าในซอยเล็กๆ อยู่ชานเมือง ั้แ่จำความได้ฉันก็มีแค่แม่ครูที่เป็ญาติผู้ใหญ่คนเดียวที่ฉันรู้จัก แม่ครูบอกว่าฉันถูกพ่อแม่ที่แท้จริงนำมาวางทิ้งไว้ตรงประตูรั้วหน้าบ้าน พอตื่นมาตอนเช้าแม่ครูที่ออกไปยืนรอใส่บาตรทุกวันก็เจอเข้ากับฉันที่อยู่ในตระกร้าเสื้อผ้าสีชมพู ซึ่งตอนนี้ตระกร้าใบนั้นก็คือใบที่ฉันนำมาวางไว้ในห้องเพื่อเป็เครื่องช่วยเตือนใจว่าครั้งหนึ่งฉันเคยนอนอยู่ในนั้นตลอดทั้งคืนโดยที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวห่อหุ้มผิวบางในร่างของฉันตอนเป็ที่ทารกเท่านั้น