สือจิ่วนั่งอยู่บนเตียงเตาในห้องนอนเตียงที่เธอมีส่วนช่วยพลิกก้อนอิฐดินดิบตากแดด พร้อมเสริมกำลังให้ถานเจ๋อและท่านปู่ด้วยไข่ต้มใบชา[1]เป็ของว่างกินกับน้ำจินอิ๋นฮวา[2]เธอเห็นมันเลื้อยอยู่บนซุ้มทางเข้าบ้านถานจึงเก็บดอกมาตากแห้ง ต้มกรองใส่ขวดกระเบื้องแช่ในบ่อหินหลังบ้านไว้ให้ทุกคนดื่มคลายร้อนแทนชา
เพราะห้องนอนของเธอติดกับห้องครัวอาเจ๋อจึงเจาะช่องให้ควันไฟและเปลวไอร้อนเวลาทำกับข้าวไหลมาตามท่อดิน วันอากาศหนาวก็เสริมด้วยเตาหรือกะละมังไฟสอดในช่องวางไว้ใต้เตียงส่วนปล่องไฟระบายควันถูกเจาะออกด้านข้างของตัวบ้าน เขายืนยันมั่นเหมาะว่าฤดูหนาวนี้เธอกับลูกจะต้องนอนอุ่นที่สุด
ท่านปู่ท่านย่าของเขาตื่นเต้นกับเตียงเตาที่ช่วยกันทำมากชาวบ้านที่เคยเห็นพวกเธอตากอิฐดินตรงลานบ้านบางคนก็ขอเข้ามาดูเตียงเตาด้วยความอยากรู้อยากเห็น และ้าจะมีเตียงแบบนี้บ้างต่างชื่นชมความรอบรู้ของอาเจ๋อ
แต่เฉียนเทาที่ไม่ชอบอาเจ๋อกลับว่าเขาเป็พวกมีความคิดแปลกประหลาดนอนหลับไปสักหน่อยจะถูกไฟเผาหรือไม่ก็เตาะเิตายคาบ้าน เฉียนเทายกตนในฐานะลูกชายผู้ใหญ่บ้านได้พบเจอคนมากมายที่มาพักโรงเตี๊ยมเฟิ่งเผยกลับไม่เคยได้ยินหรือฟังผู้ใดเล่าถึงเตียงเตาสักครั้ง
อาเจ๋อเพียงตอบสั้นๆ“กบก้นบ่อ[3]”
เฉียนเทาโกรธเป็ฟืนเป็ไฟตั้งท่าท้าตีท้าต่อยอาเจ๋อก็ยกกำปั้นเตรียมพร้อม แต่ท่านปู่ถานรีบเข้ามาขวางบอกจะไปร้องเรียนผู้ใหญ่บ้านว่าเขาเป็ฝ่ายมาก่อกวนก่อน
เฉียนเทาจบเหตุการณ์ไว้ด้วยคำคาดโทษว่าเขาจะมาชำระความทีหลัง
นางยืนอยู่ใกล้ได้ยินเสียงอาเจ๋อพูดว่า...รีบมา อย่าให้รอนาน มีงานต้องทำอีกเยอะ
อาเจ๋อตอนนี้ขวัญกล้าเทียมฟ้าเขาไม่กลัวเฉียนเทาแล้วสินะ
“หนาวนี้เหมือนได้นอนอยู่บนผ้าฮีตเตอร์ปูเตียงเลยนะเนี่ยอาจื้อจะได้นอนสบายแล้ว” สือจิ่วเอนหลังลูบท้องคุยกับก้อนแป้งน้อยอายุสามเดือนครึ่งในท้อง
หนึ่งเดือนครึ่งแล้วที่เธอมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่หน้าท้องแบนเริ่มขยายตัวนูนขึ้นเล็กน้อยรูปร่างเคยผอมบางของสือจวี๋ก็ถูกคนบ้านถานขุนด้วยอาหารจนเริ่มมีเนื้อมีหนังขึ้นส่วนเธอที่ตอนนี้ยังไม่มีอะไรให้ทำยามว่างก็เข้าครัวหยิบนั่นทำนี่พอได้ขนมหรือของว่างมากินแก้เหงาปาก
ท่านย่าหลินเกริ่นเื่เด็กในท้องต้องมีบิดาหากวันใดเธอตัดเฉิงหยางปิงได้หมดใจก็ขอให้มองหลานชายนาง
ความใกล้ชิดระหว่างพวกเรา ท่านย่าคงเริ่มเห็นเค้าลางว่าเธอกำลังให้ความหวังหลานชายนางสินะ
แต่ผลของการทำดีไม่อาจถูกตอบแทนด้วยความรักเสมอไป
เธอยังอยากยืนหยัดด้วยตัวเองให้ถึงที่สุดก่อนอาเจ๋อควรมีโอกาสแต่งงานกับผู้หญิงไร้คำครหาต่อท้ายชื่อแบบเธอ
ยุคปัจจุบันอาจไม่แปลกรัก...เลิก...หย่า เป็หม้ายลูกติดก็สามารถแต่งสามีใหม่ได้ แต่ยุคโบราณ ให้เธอโดนชาวบ้านนินทาคนเดียวน่ะพอแล้ว
วันนี้สือจิ่วถือตะกร้าหนึ่งใบออกจากบ้านตามอาเจ๋อกับท่านปู่ไปดูที่นาเกือบยี่สิบหมู่[4]ของตัวเองที่อยู่ติดกับที่นาเกือบสามสิบหมู่ของพวกเขา
เกือบทุกบ้านในไท่โหยวมีที่นาเป็ของตัวเองสองปีก่อนหน้าสือจวี๋จะแต่งงาน สุขภาพร่างกายท่านพ่อไม่ดีเท่าไร เขาจึงปล่อยที่นาให้บ้านถานเช่าแลกกับข้าวสารไว้ทำกิน
สือจิ่วมองที่นาของตัวเองรู้สึกอิ่มฟูในใจเธอจะพลิกฟื้นที่ดินผืนนี้ไว้ทำกินเลี้ยงตัวเองกับลูก ในหัวมีพืชผักผลไม้ที่อยากจะปลูกผุดขึ้นมากมาย
เด็กกำพร้าไม่มีสิทธิ์เลือกขนมที่อยากกินได้มากนักทำให้เธอฝันอยากเปิดร้านขนมเป็ของตัวเองถึงไม่มีหน้าร้านขอให้มีออร์เดอร์ออนไลน์ก็ยังดี ่เรียนมหา’ลัย ด้วยเตาอบไฟฟ้าสมบัติชิ้นแรกทำให้เธอมีเงินเก็บลงเรียนทำขนมเพิ่มเติมหลายคอร์ส
ปิ่นหยกของสือจวี๋ขายได้แปดสิบเหวิน[5]เทียบไม่ได้เลยกับสินส่วนตัวเ้าสาวที่ถูกแม่สามียึดไป ตลาดเปิดคราวหน้าเธอจะขอไปกับอาเจ๋อเพื่อซื้อผ้ามาเตรียมตัดชุดและทำผ้านวมห่อตัวอาจื้อ
เงินจำนวนน้อยนี้แบ่งให้ท่านปู่ท่านย่าเื่ที่เธอรบกวนเื่อาหารพวกเขาก็ไม่ยินดีรับ หนำซ้ำยังให้ข้าวสารมาเพิ่ม เช่นนั้นเงินเหลือจากซื้อผ้าเธอจะใช้ชื้อวัตถุดิบจำเป็อื่นๆมาไว้ทำกับข้าว คนท้องร่างกายยังเคลื่อนไหวได้ดีจนกว่าจะท้องแก่ ่นี้แหละจะได้ลดภาระการฝากท้องกับบ้านถานสักพัก
“ให้เรามีเงินสักหน่อยค่อยจ้างคนมาไถดินรบกวนท่านน้าท่านปู่บ่อยไปแม่ก็เกรงใจ ไว้มีเงินเก็บมากๆค่อยซื้อวัวควายเป็ของเราเอง รอเ้าโตเดินได้แม่จะเริ่มปลูกข้าว นาตรงนั้นมีแอ่งน้ำขังเราแบ่งลงดอกบัวไว้คงดี เกสรชงน้ำ ส่วนอื่นๆ ทำกับข้าวทำขนมได้หมด ปลูกแล้วปล่อยเทวดาเลี้ยงไปก่อนเ้าว่าดีไหม”
สือจิ่วลูบท้องคุยกับลูกไม่เคยลิ้มรสการมีสามีก็มีลูกเป็ของตัวเอง ช่างเป็ทางลัดที่เยี่ยมจริงๆ
ตอนอยู่ศูนย์เยาวชนเธอเคยเลี้ยงน้องๆช่วยครู จึงไม่ยากเลยกับการเลี้ยงเด็กทารก ความลำบากจะเริ่มมาตอนเด็กโตขึ้นสักหน่อยความยากระหว่างเลี้ยงเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายก็ต่างกัน
ว่าแต่อาจื้อของเธอจะเป็เ้าหนูหรือยัยหนูนะ...
สือจิ่วปล่อยสองปู่หลานไว้กับนาของพวกเขาเธอะโบอกจะไปเดินแถวแนวป่าสักหนึ่งก้านธูปดับจะกลับมาเพราะหลงใหลโลกเวทมนตร์ของหนังเื่แฮร์รี่ฯ เธอเคยลงเรียนคอร์สสั้นที่สอนทำชาปรุงเครื่องดื่ม การใช้สมุนไพรทั้งจีนและเทศ ถุงหอมไล่แมลงที่ทำขึ้นใหม่ก็อาศัยความรู้นี้แหละมารวมกับสิ่งที่สือจวี๋เคยทำ
ว่าไปแล้วเหมือนชีวิตก่อนหน้านั้นเตรียมพร้อมให้เธอมาเจอเหตุการณ์ทะลุมิติอย่างไรอย่างนั้น
ถึงพอมีพื้นฐานแต่เธอก็ยังอยากได้หนังสือตำราสมุนไพรอยู่ดีเพราะไท่โหยวไม่มีอินเทอร์เน็ตให้สืบค้นข้อมูลให้ถูกต้องแม่นยำอาศัยเพียงความทรงจำคงไม่ได้
เพราะสนใจเื่พืชผักและต้นไม้ในตะกร้าของสือจิ่วตอนนี้มีเจินจูไช่[6]อยู่กำใหญ่เธอเจอต้นอบเชยหลายต้น หมายตาไว้แล้วคราวหน้าจะเอาเสียมเล็กมาขุด เมื่อสิบกว่านาทีก่อนก็เพิ่งเจอต้นโกจิเบอร์รี่[7]จึงเก็บลูกสุกมากำมือใหญ่เอาไปตากที่บ้าน ใจจริงอยากจะเก็บให้มากแต่จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าคนท้องกินมากไม่ดี และตอนนี้เธอยืนอยู่ใต้ต้นหยางเหมย[8]ที่ลูกกำลังแดงเต็มต้น
์เถอะ...เปรี้ยวปากขึ้นมาเลยเชียว
เพราะหอบของพะรุงพะรังกลับไปที่นา จึงถูกอาเจ๋อเอ็ดเอาเบาๆ เธอเคี้ยวลูกหยางเหมยจนน้ำฉ่ำสีสดหยดเลอะอกเสื้อ
“พอเถอะ กินเยอะจะเสาะท้อง” เขาชิมดูรสออกจะเปรี้ยวเข็ดฟัน
ซื้อกินมันไม่สะใจเท่าเก็บกินจากต้นออกลูกดกขนาดนั้นต้องล่อตาล่อใจชาวบ้านหรือนกหนูบ้างละ เธออยากเก็บไปตากแล้วอบแห้งจัง
“เ้าชิมนี่ ลูกโกจิ..” หญิงสาวหยิบผลสีแดงส้มจ่อที่ปากอาเจ๋อ แล้วต้องชะงักมือสองคนยืนสบตาแทบไม่กะพริบ
“โกจิ...”
เธอเผลอพูดอะไรออกไป!
“โก่วฉีจึไง...สงสัยกินมากลิ้นเลยพันกัน เ้ากินสิ”หญิงสาวรีบยัดโกจิเบอร์รี่ลูกนั้นเข้าปากอาเจ๋อหลงลืมไปว่าตอนนี้มีท่านปู่ถานยืนมองพวกเธออยู่
“เปรี้ยว” ถานเจ๋อทำหน้าเหยเก แต่ก็ทนกินแล้วคายเมล็ดออกมา
“เืลมจะได้สูบฉีด”
“เืลมข้าสูบฉีดเพราะห่วงพี่นี่แหละ กลับเถอะตากลมแดดนานพี่จะไม่สบาย ข้าห่วงอาจื้อ”
สือจิ่วทำหน้ามุ่ย เธอตอบแทนความห่วงใยของอาเจ๋อด้วยการบอกคราวหน้าให้เขาแบกเสียมตามเธอไปด้วยทุกต้นที่เธอหมายตาจะถูกย้ายไปปลูกที่บ้านสวนครัวแปลงน้อยคงเริ่มจากต้นไม้พวกนี้แหละ
[1] ไข่ไก่(9 ฟอง)ต้มกับใบชา(3 ช้อนชา)อบเชย(4 ก้าน) โป๊ยกั๊ก(4 ดอก)ด้วยไฟแรงพอสุกตักไข่แช่น้ำให้เย็นสักหน่อยแล้วใช้ช้อนหรือด้ามมีดเคาะเปลือกไข่ต้มแตกพอเป็รอยร้าวเอาไข่ลงไปต้มใหม่ เร่งไฟให้แรงจนเดือดแล้วค่อยหรี่ไฟอ่อนไว้ 1-3ชั่วโมงหมั่นเติมน้ำให้ท่วมไข่เพื่อเครื่องเทศจะได้ซึมเข้าไปในไข่ทั่วทั้งใบขั้นตอนต้มไฟอ่อนนี้สามารถเติมเกลือได้เล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ และจะทำให้ปอกเปลือกไข่ง่ายขึ้น
[2] สายน้ำผึ้ง ดอกมีรสหวานเย็น ใช้ดอกสดหรือดอกแห้งชงดื่มแทนชามีสรรพคุณเป็ยาอายุวัฒนะ ทำให้กระปรี้กระเปร่า ระบายความร้อนและพิษไข้ในร่างกาย มักเป็หนึ่งในส่วนผสมของเครื่องดื่มสมุนไพรจีนที่มีรสเย็นเช่นต้มรวมกับเก็กฮวย ลูกพุด สาลี่ รากบัว เฉาก๊วย หล่อฮังก๊วยฯลฯเรียกรวมกันว่าเหลียงฉาหรือจับเลี้ยงในภาษาจีนแต้จิ๋ว
[3] สำนวนไทยคือกบในกะลาครอบ บ่อน้ำขุด เวลาแหงนมองจากก้นบ่อขึ้นมาจะเห็นสิ่งภายนอกได้แค่แคบๆ
[4] หน่วยวัดที่ดินจีน 1 ไร่ไทยเท่ากับ 2.4 หมู่ ที่ดินเสี่ยวจิ่วมีประมาณ 8.33 ไร่
[5]ค่าเงินจีนสมัยโบราณ ในนิยายเื่นี้อิงค่าเงินที่ 100 เหวินหรือหนึ่งพวงเหรียญทองแดง = 1 ตำลึงเงิน,10 ตำลึงเงิน = 1 ตำลึงทอง
[6] เรียกแตกต่างกันตามแต่ละท้องถิ่น ในบ้านเราเรียกจิงจูฉ่ายตามคนจีนแต้จิ๋วที่นิยมกินถือเป็พืชข้างทางขึ้นได้ทั่วไปแถวทุ่งนา เนินเขา ในอดีตไม่นิยมนำมาทำอาหารใช้เป็ตัวเพิ่มรสชาติแบบเดียวกับขิงกระเทียมหรือต้นหอม
[7] โก่วฉีจึหรือเราคุ้นกันในชื่อเรียกเก๋ากี้
[8] หยางเหมยหรือยัมเบอร์รี่ แว็กซ์เบอร์รี่ ผลสุกมีสีแดงเข้มไปถึงม่วงผลฉ่ำน้ำ มีรสหวานอมเปรี้ยว กินสด คั้นเป็น้ำผลไม้อบแห้งและหมักเป็เครื่องดื่มได้