Thinking of 22
Yume Talk
“เลือกมาสิ จะให้ใช้มีด แก้ว กรรไกร หรือให้ะโจากที่สูง ๆ อ้อ ให้ผูก....” สิ่งที่น้องพูดออกมาอย่างเหม่อลอยนั้นทำเอาทุกคนในห้องใ ทั้งพ่อแม่ผม คนรับใช้ที่อยู่ในห้อง พ่อของน้อง หรือแม้กระทั่งผม ส่วนภรรยาใหม่ของพ่อน้องกับมีทีท่านิ่งเฉย ผมรั้งน้องเข้ากอดและพูดเรียกสติ ผมกลัว กลัวว่าน้องจะทำแบบนั้นอีก น้องนิ่งไปและนิ่งจนผมกลัว
“ยู พาน้องขึ้นไปพักก่อนลูก พาน้องขึ้นไปพักนะ” แม่ผมเอ่ยเตือนน้ำเสียงสั่นสะอื้นข้าง ๆ มีพ่อผมกอดอยู่
“ผมจะพาน้องกลับแล้วครับ ส่วนพวกคุณ ผมจะฟ้อง...”
“ไม่ได้นะ! ลูกฉันดีกว่ายัยเด็กนี่ทำไมคุณไม่เลือกลูกฉัน”
“เพราะผมรักฝันไม่ใช่ลูกคุณ หยุดทำแบบนี้ซะถ้ายังอยากมีบ้านอยู่ แม่ครับผมพาน้องกลับก่อนนะครับถึงแล้วผมจะโทรหา” ผมบอกแม่ก่อนจะประคองฝันให้เดินมาขึ้นรถ ตลอดทางที่กลับคอนโดน้องเอาแต่นั่งเหม่อมองนอกรถ ไม่คุยไม่ถามไม่อะไรกับใครเลย ผมเองก็ได้แต่มองอย่างเป็ห่วง มือกดส่งข้อความหาฝุ่นและเล่าเื่วันนี้ให้ฟังคร่าว ๆ พอรู้เื่ อีกฝ่ายส่งข้อความกลับมาว่าให้เจอกันที่คอนโดเลย เพราะน้องเหม่อเกินไปผมจึงรั้งให้เข้ามานั่งซบไหล่ตัวเองมือข้างที่ว่างก็ลูบไหล่มนเบา ๆ อย่างน้อย ๆ น้องก็รับรู้ว่าผมยังอยู่ข้าง ๆ น้อง แต่ใจผมวูบโหวงเมื่อถึงห้องแล้วน้องยังนิ่งและเหม่อ ผมประคองน้องให้ไปนั่งบนเตียงนอน หาผ้าชุบน้ำเย็นมาเช็ดตัวให้น้องหวังให้สบายตัวขึ้น และนั่งกอดน้องอยู่เงียบ ๆ เกือบครึ่งชั่วโมง ฝุ่นวิ่งเข้ามาในห้องเหงื่อเกาะเต็มไปหน้า ฝุ่นเดินมาทรุดนั่งตรงหน้าน้องสาวตัวเองผมจึงขยับออกห่างเล็กน้อย มือสั่นเทาของฝุ่นเอื้อมไปแตะแก้มผู้เป็น้องสาวเบา ๆ ราวกับว่าถ้าแตะแรงกว่านี้เกรงว่าน้องจะแตกสลายไป...
“ฝัน ฝันครับคุยกับพี่ฝุ่นหน่อยได้ไหม ฝัน”
“เหนื่อย เหนื่อยมาก ๆ เลย” น้องสะอื้นร้องไห้ตัวโยนเมื่อเจอกับพี่ชายตัวเอง ฝุ่นรวบร่างเล็กเข้าไปกอดไว้แน่น ผมเลือกที่จะปล่อยให้สองพี่น้องได้คุยกัน เมื่อออกมารอที่ห้องรับแขก คุณเมฆเลขาคนสนิทก็รายงานเื่ที่บ้านพร้อมกับรับงานใหม่ไปนั่นคือฟ้องผู้หญิงคนนั้น คนที่กล่าวหาแฟนผม
“บอสอยากได้ชุดมาไว้ที่ห้องพักนายหญิงสักสองสามชุดไหมครับ” คุณเมฆถาม
“ครับ รบกวนคุณเมฆด้วยนะครับ”
“ด้วยความยินดีครับบอส งั้นมื้อเย็นผมจะสั่งเข้ามาให้เลยนะครับ” ผมพยักหน้ารับคล้อยหลังเลขาออกจากห้องผมเอนหลังพิงกับโซฟา หลับตาลงด้วยความอ่อนล้า ความเ็ปที่น้องได้เจอ ผมอยากจะรับมาไว้กับตัวเองทั้งหมด ผมไม่อยากให้น้องต้องเ็ปกับเื่ราวแบบนั้นอีกแล้ว ขอโทษนะฝันที่พี่เจอเราช้าและไม่กล้าเข้าหาเรา พี่ไม่เคยรู้เลยว่าเราต้องเจออะไรมาบ้าง พี่ขอโทษนะครับ
“พี่ยู”
“ครับ?” ผมขานรับ พร้อมกับลุกนั่งเมื่อมีคนเรียก ฝุ่นเดินออกมาแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม ใบหน้าเคร่งเครียดของฝุ่นทำให้ผมรู้สึกไม่คุ้นเอาเสียเลย
“น้องไปเจอพ่อมาใช่ไหม...”
“ใช่ พี่ขอโทษที่พาน้องไป”
“ไม่เป็ไรพี่ ไม่ต้องขอโทษหรอก ให้เขาได้รู้บ้างว่าเขากำลังฆ่าคนคนหนึ่งให้ตายทั้งเป็”
“ฝุ่น เื่น้อง เื่ของฝันเล่าให้พี่ฟังได้ไหม” ผมอยากรู้เื่ของน้องมากกว่าที่รู้มา อยากรู้เพื่อที่จะได้ดูแลน้อง
“พี่รู้เื่ไหนไปแล้วบ้าง” ฝุ่นถามกลับ
“หลังจากแม่เราเสียเราก็ออกมาอยู่ข้างนอก รู้ว่าน้องไม่กลับไป ไม่ติดต่อคนที่นั่นและรู้แค่ว่าพยายามทำร้ายตัวเอง...”
“เื่ราวก่อนแม่เสียผมก็ไม่รู้ว่ามันเป็ยังไงรู้แค่ว่าน้องอยู่ในเหตุการณ์พร้อมกับผู้หญิงคนนั้น พอแม่เสีย เขาก็พาผู้หญิงคนนั้นและลูกผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในบ้าน แรก ๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไรแต่พอเรารู้ว่าผู้หญิงคนนั้นชอบเอาของเก่าที่คุณย่าเก็บสะสมไปขายเอาไปให้ชู้ เธอก็เริ่มตีพวกเรา เธอไม่ค่อยอะไรกับผมเพราะพ่อคอยช่วยพูด ผมเพิ่งมารู้ก่อนออกจากบ้านว่าเวลาที่ผมไม่อยู่น้องจะถูกทำร้ายร่างกาย ถูกตบตี บางทีก็ถูกขัง วันไหนผมออกไปเล่นกับเพื่อนวันนั้นน้องจะไม่ได้ทานข้าว ที่รู้เพราะแม่บ้านทนไม่ไหวห่วงน้องเลยมาเล่าให้ผมฟัง พอผมเอาไปเล่าให้พ่อฟังเขาก็บอกว่าน้องควรเจอแบบนั้น น้องไม่ดีน้องดื้อ แต่ไม่เลยน้องไม่เคยดื้อน้องน่ารัก น้องเป็เด็กดี...” ฝุ่นเล่าเื่ราวในอดีตที่แสนเ็ปให้ผมฟัง ไม่มีเสียงสะอื้นแต่หยดน้ำตาไหลผ่านแก้มยามที่น้องชายตัวโตก้มหน้ามองพื้น
“พอนานเข้าผู้หญิงคนนั้นก็ได้ใจ ตีน้องต่อหน้าผม ผมทนเห็นน้องถูกทำร้ายไม่ได้จึงเข้าไปช่วยน้อง แต่พ่อมาเห็นและด่าว่าน้องว่าทำให้ผมต้องเจ็บตัว...ทั้งที่ความเป็จริง ผมไม่เจ็บเลยถ้าเทียบกับความเ็ปที่น้องต้องเจอและเก็บไว้ในใจคนเดียว วันนั้นพ่อโมโหไล่น้องออกจากบ้าน แล้วยังไล่น้องให้ไปตาย ผมจำได้ ความรู้สึกเกลียดพ่อตอนนั้นผมยังรู้สึกได้...”
“...”
“ผมพาน้องออกมาอยู่ที่คอนโด เป็่ที่น้า น้องสาวที่เป็ลูกพี่ลูกน้องของแม่ประกาศขายคอนโดแห่งนี้พอรู้ว่าพวกเราเจออะไรท่านก็ใจดีให้เข้ามาอยู่ที่นี่พร้อมกับยกให้เราสองพี่น้อง เราลำบากมากเลยนะ่ที่ออกมาอยู่ที่นี่แรก ๆ กว่าคุณทนายจะจัดการเื่ต่าง ๆ ได้ก็นานหลายเดือน พอออกมาอยู่ที่นี่ฝันก็อาการแย่ลง จมอยู่กับประโยคนั้นของพ่อ วันนั้น น้อง น้องคงทนไม่ไหวน้องจะใช้กรรไกรปักคอตัวเอง ฮึก ถ้าวันนั้นผมเข้าไปหาน้องช้า...”
“เก่งแล้ว ฝุ่นเก่งมากแล้ว ไม่เป็ไรแล้วนะ “ผมขยับเข้าไปกอดปลอบฝุ่น ฝุ่นเก่งมากที่ผ่านเื่ราวพวกนั้นมาได้ เก่งมากจริง ๆ
“ต่อไป จะมีพี่ มีพ่อมีแม่พี่เข้ามาเป็ครอบครัวของฝุ่นและฝันแล้วนะ พี่เป็พี่เราแล้วนะฝุ่น รวมถึงอิจิด้วย เรามีพวกพี่แล้วนะ”
“ฮึก ผมรักน้อง ผมไม่อยากให้น้องเจอเื่แบบนั้นแล้ว”
“เราจะผ่านมันไปด้วยกันนะฝุ่น”
“น้องเข้ารักษาตัวอยู่นาน ผมเองก็ไม่กล้าจะไปไหน นอนก็ไม่เคยหลับสนิทกลัวน้องจะทำแบบนั้นอีก ผมอยู่ไม่ได้จริง ๆ ถ้าไม่มีน้อง ฝันคือครอบครัวของผม คือสิ่งเดียวที่ผมเหลืออยู่พี่ ผมมีแค่น้อง”
“พี่รู้ ๆ พี่รู้ครับ” ผมกอดปลอบน้องชาย อยู่นาน เมื่อฝุ่นสงบลง เราจึงเข้าไปเก็บของมีคมและของอันตรายออกจากห้องฝัน คนตัวเล็กหลับอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ ข้าง ๆ มีเครื่องพ่นไอน้ำอโรม่ากำลังทำงาน เครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานอยู่อย่างเงียบเชียบแต่ความเย็นกลับแผ่กระจายไปทั่วทั้งห้อง ห้องนอนที่ตกแต่งไปด้วยสีฟ้าพาสเทล ทั้งชุดที่นอน สีผนังห้อง ผ้าม่าน หรือแม้กระทั่งตุ๊กตาที่อยู่บนเตียง สิ่งอื่นที่มีสีสันมากมายนั้นคงไม่พ้นมุมหมอนรองคอที่อยู่มุมห้อง เมื่อเราทั้งสองมั่นใจว่าเก็บของอันตรายหมดแล้ว ฝุ่นก็ขอออกไปล้างหน้าล้างตาส่วนผมเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำน้อง เมื่อออกมาก็เจอกับคุณเลขาที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องนอน คงไม่กล้าเดินเข้ามาในห้องนั่นแหละ
“คุณเมฆบอกทุกคนแยกย้ายไปพักได้เลยนะครับ ่นี้งานไม่ค่อยเยอะแล้ว”
“ครับบอส”
“แล้วก็่นี้ผมไม่เข้าไปตรวจงานที่อื่นนะครับ ให้ทุกคนกระจายไปดูแทนผมตามบริษัทและห้าง ถ้ามีเอกสารด่วนให้เอามาให้ผมที่บริษัทน้อง”
“รับทราบครับบอส หากบอส้าอะไรเพิ่มเติมแจ้งผมได้เลยนะครับ”
“ขอบคุณครับ คุณเมฆไปพักได้แล้ว”
“ครับบอส”
กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกยกเข้าไปยังโซนห้องแต่งตัว เสื้อผ้าทั้งชุดทำงานชุดนอนชุดอยู่บ้านถูกจัดเรียงขึ้นตู้อย่างเป็ระเบียบคละไปกับชุดของคนที่หลับอยู่บนเตียง
“อือ...” เสียงครางขัดใจดังขึ้นเมื่อผมก้าวขึ้นเตียงและสอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มยกท่อนแขนรั้งน้องเข้ามากอดแนบอก
“หิวหรือยัง” ผมเลือกที่จะถามออกไปเสียงนุ่ม คนตัวเล็กพยายามผลักแขนผมออกห่าง แต่ผมกลับไม่ยอมให้คนตัวเล็กได้ห่างจากกายเลยสักนิด หัวใจผม ผมเองก็จะกอดไว้แน่น ๆ เช่นเดียวกัน
“ฝันครับหิวหรือยัง”
“ยัง...”
“แต่เมื่อกี้ฝุ่นบอกว่าหิวนะ ฝุ่นเหมือนจะรอทานข้าวด้วยเลยนะ”
“ฝุ่นหิวเหรอ?” น้องทวนถามเสียงแ่
“ครับ ฝุ่นบอกว่าหิว”
“งั้นหิวก็ได้ ฝุ่นจะได้ทานข้าว”
“เก่งมากครับ” อาหารที่เลขาผมซื้อมาล้วนเป็ของโปรดของฝัน ช่างเป็นายหญิงขวัญใจลูกน้องผมจังเลยนะ ไม่ว่าจะเลขาไปจนถึงคนขับรถ ทุกคนชอบและเอ็นดูน้องมาก บางรายลากลับบ้านก็มีของมาฝากด้วย ก็อย่างว่านั่นแหละน้องน่ารักคนที่เจอก็คงจะรักและเอ็นดูคงไม่แปลก
กว่าจะทานข้าวเสร็จ น้องก็งอนไปหลายรอบเพราะน้องไม่ยอมทานข้าวผมเลยต้องบังคับแกมขู่เข็ญนิดหน่อยถึงยอมทาน เมื่อทานเสร็จน้องก็หายเข้าไปในห้องนอน ฝุ่นอาสาเก็บจานและทำความสะอาดโดยที่เ้าของห้องไล่ผมให้ไปอยู่กับฝัน พอเข้าห้องนอนไปก็ไม่เจอร่างเล็กแล้ว ที่ห้องน้ำก็ไม่มี
“ฝุ่น! ฝันอยู่ไหน”
“หาในห้องลับยัง?” ฝุ่นที่กำลังล้างจานอยู่หันกลับมามองพร้อมกับเอ่ยถามเสียงเข้ม
“อยู่ตรงไหน”
“ประตูในห้องนั่นแหละ”
“พี่เข้าไปได้ใช่ไหม” ผมถามย้ำ
“น่าจะนะ เปิดแอร์ให้ฝันด้วยนะพี่รายนั้นไม่ชอบเปิดแอร์” เมื่อได้คำตอบผมไม่รีรอรีบเข้าไปหาน้องที่ห้องลับ มือยื่นไปเปิดประตูเบา ๆ ก่อนจะสอดส่องสายตามองหาคนตัวเล็ก ในห้องมีเพียงแสงสลัวที่ส่องมาจากข้างนอก ผมยื่นมือไปหยิบรีโมทแอร์มาเปิด เมื่อััได้ถึงไอร้อนภายในห้อง พอเปิดไฟก็เจอกับร่างเล็กที่นอนคุดคู้อยู่ที่ฟูกนอนกลางห้อง รอบ ๆ เต็มไปด้วยหมอนรองคอ หลากหลายสีสัน มองดูแล้วกะทางสายตาคร่าว ๆ ก็มากกว่าห้าร้อยแน่ ๆ น้องลุกนั่งพลางมองผมด้วยสายตาวาวโรจน์ ผมตีหน้ามึนมองข้ามสายตาของน้องแล้วเดินเข้าไปใกล้คนตัวเล็กโผเข้ากอดน้องแล้วรั้งให้นอนลงบนฟูกนอน
“ปล่อย” น้องสั่งเสียงเข้มทั้งยังดิ้นขลุกขลักไปมา น่ามันเขี้ยวเสียจริงเด็กดื้อของผม
“อยากกอด” ผมตอบทั้งยังรั้งน้องให้หันมาทางตัวเอง ใบหน้าเล็กซุกซบบนแผ่นอกพอดี ผมกดริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียนเบา ๆ และย้ำ ๆ อยู่แบบนั้น
“ฝัน หนูเป็ครอบครัวของพี่แล้วนะ อย่าหายไปจากพี่นะครับ”
“...”
“พี่รักหนูนะ”
“...”
“อายไหม ที่เราไม่ได้จบนอกเหมือนคนอื่น เราไม่ได้รวย ไม่ได้มีหน้าตาทางสังคม” น้องเอ่ยถามเสียงแ่เบา
“ไม่เลย แค่เป็หนูพี่ก็ไม่อายแล้ว”
“ถ้าคุณเปลี่ยนใจจะแต่งงานกับคนอื่นบอกเราเลยนะ เราไม่ว่าอะไรหรอก”
“อย่ามาไล่พี่ให้ไปหาคนอื่น พี่เลือกของพี่แล้วั้แ่ต้นอย่าพูดกับพี่แบบนี้อีก” เริ่มจะโกรธน้องแล้วล่ะ ดูสิ ชอบพูดชอบผลักผมไปให้คนอื่นตลอดเลย น่าตีนักเชียว
“ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง บอกพี่ได้ไหมครับ?” ผมเริ่มถามหลังจากที่เราทั้งสองเงียบกันไปสักพักใหญ่ แต่มั่นใจว่าน้องยังไม่หลับเพราะน้องใช้ปลายนิ้วเล็กไล้ทีเอวผมไปมา ส่วนผมก็นอนกอดน้องไว้เช่นเดิมโดยที่ท่อนขาเล็กนั้นกำลังยกพาดต้นขาผมไว้ราวกับกำลังกอดหมอนข้าง
“มัน มันหน่วง ๆ อยากร้องไห้ มันเจ็บในใจไปหมดเลย”
“งั้นหนูอยากเล่าอะไรให้พี่ฟังไหมครับ” น้องพยักหน้า
“งั้นหนูเล่าให้พี่ฟังนะครับ พี่จะรับฟังเื่ราวในใจหนูเอง”
“ตอนเด็ก เราไม่เคยถูกกอดจากคนเป็พ่อเลย เราได้แต่มองดูพ่อกอดฝุ่น แม่เอาแต่บอกว่าเพราะพ่อกับฝุ่นเป็ผู้ชายเลยสนิทกัน แต่พอโตขึ้นเราถึงได้รู้ว่าเขาไม่เคยรักเราเลย เราได้ยินเขากับแม่เราทะเลาะกัน เขาบอกว่าเกลียดเรา เกลียดที่เราเกิดมาหน้าเหมือนแม่ เกลียดที่เราเกิดมา เขาบอกว่าเขาอยากได้แค่ฝุ่น เขาไล่ทั้งแม่และเราให้ไปตาย แต่เพราะแม่ทน ทนด้วยความเ็ป...”
“เราจำไม่ได้ว่าแม่เสียเพราะอะไร แต่เวลาพยายามนึกถึงเราจะเจ็บมาก ๆ เลยเจ็บที่อก ฝุ่นเลยบอกว่าไม่ต้องนึกถึง จากนั้นฝุ่นก็พาออกจากที่บ้านอยู่ที่คอนโด เราก็ใช้ชีวิตโดยที่ไม่มีเขามาโดยตลอด”
“เราไม่ชอบและไม่พอใจมาก ๆ ที่จู่ ๆ ก็ถูกบังคับให้หมั้นกับคุณ เราไม่พอใจ เราโกรธ...”
“พี่กับหนูเคยเจอกันนะ” ผมเริ่มเล่าเื่ของตัวเองบ้าง เมื่อเริ่มรู้สึกว่าน้องกำลังอารมณ์ไม่ดี ฝ่ามือที่ลูบผมน้องเลื่อนไปประคองแก้มเล็กไว้ เชยคางให้แหงนขึ้นมาสบตากับผม ผมผลักให้น้องนอนหงายและขยับเข้าไปคร่อมร่างน้องไว้พร้อมกับเลื่อนใบหน้าให้เสมอกัน
“ตอนเด็ก ๆ เราเจอกันบ่อยมาก ๆ เลย ไปเที่ยวเล่นก็บ่อยแล้วก็มี่ที่เราห่างกันไปหนูเองก็คงจะลืม...”
“...”
“แต่พี่ไม่ลืม เมื่อเริ่มเข้ามาทำงานแม่ก็คุยเื่หมั้นทีแรกพี่ก็ไม่ยอมหรอกแต่พอว่าเป็หนู กำแพงทุกอย่างมันก็พังลง คงไม่ต้องบอกว่าพี่แอบรักเ้าเด็กดื้อของพี่มาั้แ่เด็ก ๆ แล้ว”
“พี่แอบมองหนูตั้งนาน กระทั่งที่ต้องไปเรียนต่อและกลับมาก็ติดต่อหนูไม่ได้ แต่พอเจอก็ไม่กล้าที่จะเข้ามาทักทายหรือทำความรู้จัก มันเขินน่ะ ดีหน่อยที่คุณเมฆให้คนตามดูแลหนูเลยรายงานตลอด”
“นานแล้วเหรอ?”
“เื่ไหนเหรอครับ”
“ที่ว่าตาม แล้วก็ชอบ...”
“ตามดูแล จะห้าปีแล้วมั้ง แต่ชอบน่ะไม่ได้ชอบ พี่รักเรา...” ท้ายประโยคผมก้มหน้ากระซิบข้างหูน้องเบา ๆ คนตัวเล็กแก้มแดงอย่างน่ามันเขี้ยว จึงอดที่จะกดริมฝีปากลงบนแก้มเนียนไม่ได้ พอได้กลิ่นกายน้องผมก็อยากทำมากกว่านี้ คิดแบบนั้นมือก็ประคองแก้มน้องให้หันมาทางผมและทาบทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากเล็กเบา ๆ ผมจูบเล็มริมฝีปากเล็กอย่างเชื่องช้าและอ่อนนุ่ม จูบโดยที่ไม่ได้หยาบโลนแต่พอน้องยกท่อนแขนโอบรอบคอและเผยริมฝีปากให้ได้จูบอย่างแนบชิดมากขึ้น ผมก็เริ่มคิดเข้าข้างตัวเอง บดเบียดร่างกายเข้าหาคนตัวเล็กและเริ่มจูบอย่างเร่าร้อน เสียงจูบดังคละเคล้ากับเสียงเครื่องปรับอากาศ เรียวลิ้นเล็กเกี่ยวตวัดกับลิ้นผมอย่างน่ารัก เสียงหอบหายใจถี่ของน้องทำให้ร่างกายผมร้อนรุ่มไปหมด ให้ตายสิ!! ผมอยากจะกินน้องทั้งตัวแล้ว
“ทะ ทำไม” น้องถามอย่างไม่เข้าใจเมื่อผมผละจูบออกเล็กน้อย
“ถ้าจูบต่อ หนูคงร้องไห้ เพราะพี่จะไม่หยุดแค่จูบ”
“แต่เราอยากจูบ...” น้องทำหน้างอแง
“ถ้าหยุดไม่ได้ล่ะ...” ผมถามกลับ ยกมือขึ้นเกลี่ยเส้นผมออกจากกรอบหน้าหวาน
“ก็...”
“...”
“ไม่ต้องหยุด”
======
ขอบคุณทั้งไต้ฝันและไต้ฝุ่นที่ผ่านรื่องราวพวกนั้นมาได้ ขอบคุณที่ผ่านมาเจอพวกเรา...
ปล.ใกล้หมดโควต้าอัพแล้วนะคะ