ทะลุมิติมาเป็นแพทย์หญิงตัวร้ายพร้อมลูกชายอัจฉริยะ【จบ】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 68 ส่งกลับไปยังเรือนพัก

            กู้ชิงเฉิงขมวดคิ้วแน่นในนิยายต้นฉบับไม่มีหมอเทวดาแซ่กู้เช่นนาง ทั้งยังไม่มีหอชิงอวี่ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีหอชุนเจียงด้วยเช่นกันดูเหมือนว่าหลายสิ่งหลายอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปเสียแล้ว

            “องค์รัชทายาทกำลังถูกคนตระกูลอวี๋ตามล่าอยู่ไม่กลัวหรือว่าหากตัวตนเปิดเผยแล้วจะนำมาซึ่งปัญหาที่ไม่จำเป็น?” เนี่ยชิงเฟิงยิ้มออกมา ทว่าบนใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือเรื่องที่เขากับกู้ชิงเฉิงหารือกันนั้นยังไม่มีใครรู้นอกจากพวกเขา

            “หากถูกเปิดโปงก็ดี จะได้จับเต่าในไหเสีย” โม่อวี้เฉินยิ้มพลางกล่าวอย่างใจเย็นท่าทางของเขาดูไม่สนใจสิ่งใด

            เนี่ยชิงเฟิงกับกู้ชิงเฉิงมองหน้ากันต่างประหลาดใจเล็กน้อย ทว่าไม่นานก็ตั้งสติได้ในเมื่อโม่อวี้เฉินก็คิดเช่นเดียวกัน เช่นนั้นพวกเขาก็ควรปรึกษาหารือกันอย่างถี่ถ้วนเสียหน่อย

            หลังจากนั้นกู้ชิงเฉิงจึงเล่าแผนการของตนให้ฟังโม่อวี้เฉินเห็นด้วยและไม่คัดค้านเลยแม้แต่น้อย

            “แต่เราจะต้องแสดงละครให้สมบทบาทเสียหน่อย” โม่อวี้เฉินยิ้มพลางกล่าว“เพราะคนของตระกูลอวี๋ไม่ใช่คนโง่”

            ก่อนหน้านี้ตลอดทางพวกเขาล้วนซ่อนเร้นร่องรอย แต่พอมาถึงที่นี่กลับประกาศให้รู้ทั่วแบบนี้มันกับดักชัดๆ

            “อืม ถึงแม้จะรู้ว่าเป็นกับดัก แต่พวกเขาก็ต้องมา” กู้ชิงเฉิงหรี่ตาลง“หากพวกเขาเตรียมตัวมาพร้อมหอชิงอวี่ก็อาจได้รับความเสียหายอย่างหนัก” 

            โม่อวี้เฉินก็เข้าใจดีด้วยเหตุนี้เขาจึงมาที่หอชุนเจียง แต่หากมีแผนการที่สมบูรณ์เขาจะไม่ยอมให้ตนเองสูญเสียแม้แต่น้อย

            เนี่ยชิงเฟิงกลับไม่ใส่ใจ“ถ้าสามารถกลืนตระกูลอวี๋ได้ความเสียหายเพียงเล็กน้อยนี้ก็ไม่นับว่าอะไร”

            ทว่ากู้ชิงเฉิงและโม่อวี้เฉินกลับส่ายหน้าพร้อมกัน“ไม่ง่ายถึงเพียงนั้นหรอก”

            ตระกูลอวี๋นี้ไม่ใช่คนที่พวกเขาจะล้มได้ง่ายๆอย่างมากก็ทำได้เพียงให้ตระกูลอวี๋ได้รับความเสียหายแต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ความเสียหายเล็กน้อยเท่านั้นดูเหมือนจะไม่คุ้มค่ากับการที่พวกเขาต้องทุ่มเทกำลังมากมายถึงเพียงนี้ 

            ในขณะนั้นโม่อวี้เฉินโน้มตัวลงกระซิบข้างหูกู้ชิงเฉิงว่า “หอชิงอวี่เป็นของเจ้าใช่หรือไม่?”

            “ไม่ใช่ว่าท่านรู้เรื่องนี้มานานแล้วหรือเพคะ” กู้ชิงเฉิงหรี่ตาลงหากไม่ใช่เพราะว่าโม่อวี้เฉินรู้เรื่องนี้อยู่แล้วเขาจะร่วมมือกับรุ่ยอ๋องตามติดนางอย่างไม่ลดละได้อย่างไร

            ดวงตาของโม่อวี้เฉินทอประกายเจิดจ้าขึ้นหลายส่วนตอนนี้เขาไม่ได้มองเนี่ยชิงเฟิงด้วยความไม่เป็นมิตรมากนัก ท้ายที่สุดแล้วเนี่ยชิงเฟิงก็เป็นเพียงคนที่ทำงานให้กู้ชิงเฉิง เช่นเดียวกับหยวนจิ่วจะเอามาเปรียบเทียบกับเขาได้อย่างไร ดังนั้นอารมณ์ของเขาจึงดีขึ้นมาก เขาจึงหรี่ตาลงพร้อมกับรอยยิ้ม

            หากคนในเมืองหลวงเห็นองค์รัชทายาทยิ้มอย่างอบอุ่นถึงเพียงนี้อาจถึงกับตะลึงจนลูกตาถลนก็เป็นได้

            กู้ชิงเฉิงขมวดคิ้วเมื่อมองท่าทางของโม่อวี้เฉินแล้ว ก่อนหน้านี้เขาน่าจะยังไม่รู้เรื่องกระมังนางจึงอดไม่ได้ที่จะเหลือบตามองเขาอย่างขุ่นเคือง แต่โม่อวี้เฉินกลับไม่ใส่ใจเพียงแค่ยักไหล่เท่านั้น

            เนี่ยชิงเฟิงเห็นท่าทางของทั้งสองจึงรีบหลบสายตาไปโดยไม่รู้ตัว เขารู้ว่าไม่ว่าจะคิดมากแค่ไหน ตนเองก็ไม่คู่ควร

            เมื่อเนี่ยชิงเฟิงเงยหน้ามองกู้จิ่งเซวียนกู้จิ่งเซวียนเองก็ดูเหมือนจะไม่ใส่ใจเลย ก็ถูกแล้วเพราะกู้จิ่งเซวียนเป็นบุตรชายแท้ๆ ของโม่อวี้เฉิน

            “ท่านอาเนี่ย ท่านนำสมบัติอะไรออกมาอีกหรือขอรับ?” กู้จิ่งเซวียนกะพริบดวงตาโตพลางยิ้มแย้ม “ครั้งนี้ให้ข้าช่วยท่านตั้งราคาให้สูงที่สุดดีหรือไม่?”

            “ครั้งนี้คุณชายจะเข้าร่วมไม่ได้นะขอรับ” เนี่ยชิงเฟิงส่ายหน้าพลางปรับสีหน้าเป็นจริงจัง แล้วหันไปมองกู้ชิงเฉิง “นายหญิงข้าจะให้คนไปส่งคุณชายน้อยที่เรือนพักนะขอรับ”

            เพราะการเผชิญหน้ากับตระกูลอวี๋นั้นอันตรายมากพวกเขาจะให้กู้จิ่งเซวียนมาเสี่ยงอันตรายด้วยไม่ได้

            “ท่านแม่ ข้าไม่ไปนะขอรับ” กู้จิ่งเซวียนมีสีหน้าไม่พอใจ

            “อืม ชิงเฟิงกล่าวได้มีเหตุผล เจ้าจัดคนส่งเซวียนเอ๋อร์ไปที่เรือนพักเถิด”กู้ชิงเฉิงพยักหน้า ก่อนจะหันไปมองกู้จิ่งเซวียน 

            “เซวียนเอ๋อร์ เจ้าจงเชื่อฟังแม่จะให้หูเอ้อร์ไปอยู่เป็นเพื่อนเจ้าที่เรือนพักที่หลังเรือนพักมีโอสถสวรรค์พันปีอยู่เจ้าไปเก็บมาให้แม่เพื่อรักษาโรคขาของรุ่ยอ๋องดีหรือไม่?” กู้ชิงเฉิงพูดพลางส่งสายตาให้เนี่ยชิงเฟิง

            “ขาของรุ่ยอ๋องต้องการสมุนไพรวิเศษพวกนั้นด้วยหรือขอรับ? ที่นั่นมีเพียงคุณชายน้อยเท่านั้นที่เข้าไปได้ แต่ก็อันตรายมาก” เนี่ยชิงเฟิงหรี่ตาลง

            กู้จิ่งเซวียนได้ยินดังนั้นใบหน้าเล็กๆ ก็แดงระเรื่อ “จะกลัวอะไร ไปก็ไป”

            โม่อวี้เฉินชะงักไปเล็กน้อยที่จริงแล้วเขาอยากจะห้ามไว้ แต่เมื่อคิดถึงการเผชิญหน้ากับตระกูลอวี๋ตรงๆมันอันตรายจริงๆ เขาจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ไม่ได้พูดอะไร

            เนี่ยชิงเฟิงจึงจัดการเรื่องราวต่างๆลงไปทันที แน่นอน เขาได้กำชับหูเอ้อร์ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต้องดูแลคุณชายน้อยให้ดี และห้ามเข้าไปในหลังภูเขาโดยเด็ดขาดเขาเองก็รู้ดีว่าที่นั่นอันตรายถึงเพียงใด

            หลังจากส่งกู้จิ่งเซวียนไปแล้วหลายคนก็เริ่มหารือกันถึงวิธีรับมือตระกูลอวี๋ จนกระทั่งฟ้าสางจึงแยกย้ายกันไป

            ครั้งนี้ตระกูลอวี๋ก็ทุ่มสุดตัวเช่นกัน

            สถานที่ประมูลของหอชิงอวี่นั้นหรูหราอลังการกินพื้นที่กว้างขวาง สามารถรองรับผู้คนได้มากกว่าหนึ่งพันคนแน่นอนว่าผู้ที่สามารถเข้ามาในที่แห่งนี้ได้ ล้วนเป็นผู้มั่งคั่งและสูงศักดิ์

            สมบัติที่ประมูลในที่แห่งนี้มีจำกัดแต่กลับมีกิจกรรมหลากหลายรูปแบบที่ทำให้ผู้คนต้องตื่นตาตื่นใจกิจกรรมเหล่านี้ดึงดูดผู้คนจำนวนมากให้มาเยี่ยมชม

            กู้ชิงเฉิงโม่อวี้เฉิน และรุ่ยอ๋อง ต่างก็ปะปนอยู่ในหมู่แขก

            รุ่ยอ๋องมองเห็นคุณชายสามของตระกูลสาขาตระกูลอวี๋นั่นก็คือ ‘อวี๋ชิงเหวิน’ ในทันที

            คุณชายสามผู้นี้ผู้นี้มีความสามารถโดดเด่นแต่ตำแหน่งของเขาในตระกูลอวี๋ก็ยังไม่อาจเทียบกับอวี๋ชิงเฟิงได้จึงไม่กล้าแสดงความสามารถออกมามากนัก

            ครั้งนี้เขามุ่งหน้าตามโม่อวี้เฉินและคณะมา เพราะตระกูลอวี๋ให้คำมั่นกับเขาว่าหากครั้งนี้เขาสามารถกำจัดองค์รัชทายาทได้ ก็จะให้เขาเป็นหัวหน้าตระกูลคนต่อไปนี่เป็นสิ่งล่อตาล่อใจยิ่งนัก ไม่มีใครสามารถต้านทานได้เลย

            สิ่งล้ำค่าชิ้นแรกที่นำออกมาประมูลก็คือยาอายุวัฒนะเช่นเคย การประมูลยาอายุวัฒนะครั้งหนึ่งมีเพียงสิบเม็ดเท่านั้นไม่ว่าผู้เข้าร่วมประมูลจะมีทรัพย์สินมหาศาลเพียงใดแต่ละคนก็สามารถประมูลยาได้เพียงหนึ่งเม็ดเท่านั้น ส่วนเม็ดที่สองถือว่าไร้วาสนา

            “ยาอายุวัฒนะเม็ดที่หนึ่ง ราคาเริ่มต้น หนึ่งตำลึง” ผู้ดำเนินประมูลยืนอยู่บนเวทีถือครอบแก้วหลิวหลีที่ครอบยาอายุวัฒนะเม็ดหนึ่ง เขากวาดสายตามองลงไปเบื้องล่างเต็มไปด้วยหัวคนดำทะมึน

            “หนึ่งร้อยตำลึงเงิน” มีคนเสนอราคาขึ้นมาทันทีไม่ใช่เรื่องแปลกยาอายุวัฒนะเม็ดนี้ในท้ายที่สุดแล้วราคาสามารถพุ่งขึ้นไปถึงหลายหมื่นตำลึงเงินได้

            “เจ้ามียาอายุวัฒนะมากมายถึงเพียงนั้น หากนำออกมาประมูลก็ทำเงินได้มหาศาล”รุ่ยอ๋องพลันหันไปมองกู้ชิงเฉิงเขาได้ยินมาว่าคนของอันหยวนถังทุกคนมียาอายุวัฒนะสำรองไว้คนละเม็ดนี่มันจะรวยเกินไปแล้วกระมัง

            “ท่านอ๋องไม่เข้าใจหรอกเพคะ ของมีค่าย่อมหายาก” กู้ชิงเฉิงกลับยิ้มเล็กน้อย“หากทุกคนมีติดตัว ก็จะไม่ล้ำค่าอีกต่อไป” อันหยวนถังสามารถให้ทุกคนมีติดตัวได้แต่ภายนอกนั้นไม่

            “แม่ค้าหน้าเลือด...” รุ่ยอ๋องส่ายหน้าอย่างจนใจ“ของที่ใช้รักษาโรคช่วยชีวิตคน เจ้าก็ยังนำมาประมูลอีกหรือ”

            “สิ่งนี้ไม่ถูกต้องนักเพคะ” กู้ชิงเฉิงยังคงยิ้มตาหยี“ผู้ที่มาที่นี่ ไม่ได้มาเพื่อขอรับการรักษา” หากต้องการขอรับการรักษาก็ไปที่อันหยวนถังได้ นางจะนำยาออกมาให้เอง

            รุ่ยอ๋องหรี่ตาลงพลางพยักหน้าตอบรับเขาเข้าใจหลักการนี้ดี และยิ่งรู้สึกว่ากู้ชิงเฉิงเป็นแม่ค้าหน้าเลือดมากขึ้นไปอีก

            อวี๋ชิงเหวินไม่ได้เคลื่อนไหวเพียงแต่นั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น เขาน่าจะรู้ตำแหน่งของกู้ชิงเฉิง โม่อวี้เฉินและรุ่ยอ๋องแล้ว แต่กลับเก็บอารมณ์ได้ดี ไม่เหลือบมองมาทางนี้แม้แต่น้อย

            กู้ชิงเฉิงตั้งใจให้เนี่ยชิงเฟิงจัดหาที่นั่งที่โดดเด่นให้แก่นางและโม่อวี้เฉินรวมถึงรุ่ยอ๋อง ก็เพื่อล่อให้อวี๋ชิงเหวินติดกับ

            “เก้าพันหนึ่งร้อยตำลึง” เฟิงฮ่วนยกป้ายขึ้นในขณะนั้นแน่นอนว่าเขาเป็นตัวแทนของโม่อวี้เฉิน

            อวี๋ชิงเหวินหรี่ตาลงและเริ่มเสนอราคา “เก้าพันหนึ่งร้อยหนึ่งตำลึง”เขาเสนอราคาเพิ่มขึ้นเพียงหนึ่งตำลึงเท่านั้น  เขาจงใจทำเช่นนั้นเพราะเขาไม่รู้ความสัมพันธ์ระหว่างกู้ชิงเฉิงกับหอชิงอวี่จึงคิดว่านางมาเพื่อประมูลยาอายุวัฒนะ เพราะอันหยวนถังเป็นโรงหมอจึงจำเป็นต้องมียาอายุวัฒนะ

            ผู้คนที่อยู่ข้างๆเริ่มกระซิบกระซาบกัน พวกเขาไม่คิดว่าตระกูลอวี๋จะเพิ่มเพียงหนึ่งตำลึงเท่านั้นช่างน่าตื่นตาตื่นใจเสียจริง

            เฟิงฮ่วนยกป้ายขึ้นอีกครั้งโดยเพิ่มหนึ่งพันตำลึง จากนั้นอวี๋ชิงเหวินก็เพิ่มอีกหนึ่งตำลึง

            ตระกูลอวี๋มั่งคั่งร่ำรวยย่อมไม่ขาดแคลนเงินทองแต่เขามาที่นี่ก็เพื่อสร้างความขุ่นเคืองและเพื่อต่อต้านโม่อวี้เฉิน

            ในช่วงเวลาต่อมาทุกครั้งที่เฟิงฮ่วนยกป้ายขึ้นก็จะเพิ่มหนึ่งพันตำลึงและทุกครั้งที่อวี๋ชิงเหวินยกป้ายขึ้นก็จะเพิ่มหนึ่งตำลึงจนกระทั่งยาอายุวัฒนะเม็ดนี้มีราคาสูงลิ่ว

            “ห้าหมื่นห้าพันหนึ่งร้อยสิบเอ็ดตำลึง” ผู้ดำเนินการประมูลยกค้อนขึ้นและกวาดสายตามองทุกคนนี่คือราคาที่อวี๋ชิงเหวินเพิ่งจะเพิ่มอีกหนึ่งตำลึง สำหรับตัวเลขนี้ทุกคนไม่กล้าที่จะเสนอราคาแข่งอีกต่อไป

            เดิมทีเฟิงฮ่วนก็ยกป้ายขึ้นอยู่ตลอดแต่ยามนี้ก็เงียบลง เขานั่งนิ่งราวกับไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้นทำให้สีหน้าของอวี๋ชิงเหวินพลันมืดครึ้มลงเขาตระหนักได้ในทันทีว่าตนเองถูกหลอกลวงเสียแล้ว

            เมื่อเขามองขึ้นไปก็ปะทะเข้ากับดวงตาที่เยือกเย็นและเฉยเมยทว่ากลับเปล่งประกายระยิบระยับของใครบางคน เขานิ่งงันไปชั่วขณะ

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นแพทย์หญิงตัวร้ายพร้อมลูกชายอัจฉริยะ【จบ】 ที่คุณอ่าน