"คือที่สำนักศึกษาพวกเรามีแค่กระบองไม้ นอกจากนั้นยังไม่มีโอสถเสริมปราณให้กิน ไอ้พวกลูกคนบ้านรวยมันบอกว่าพวกเรายากจนไม่มีจะกิน ทำไมต้องมาเรียนวรยุทธ์ที่สำนักศึกษาไป๋ซานเขตเมืองชั้นในด้วย..."
"เพราะแบบนั้นทั้งสองคนจึงโกรธแล้วต่อยตีกับพวกเขาใช่ไหม"
"พี่สาวฟังก่อนพี่สาวฟังก่อน" เฉินซ่านกั๋วแฝดผู้น้องพูดด้วยความรีบร้อน "พวกเราอาจจะโกรธเพราะเื่นี้อยู่บ้าง แต่ที่พวกเราต่อยตีกับเด็กบ้านรวยนั่นจริงๆ ก็เพราะปกป้องศักดิ์ศรีของครอบครัว ไอ้เด็กบ้านรวยแซ่จาง มันพูดว่าพี่สาวเป็นางบำเรอของพี่ชายมัน มันบอกว่าพี่สาวเรียกร้องที่จะแต่งเข้าตระกูลจาง ข้ากับไฮ่ผิงจึงบอกมันไปว่านี่ไม่มีทางเป็เื่จริง แต่มันก็ยังพูดแบบนี้ซ้ำๆ สุดท้ายพอมันพูดว่าแม่ของพวกเราคือผู้หญิงไม่ดีที่ถูกเรียกว่านางโลมไร้ศักดิ์ศรี พอพวกเราสองคนได้ยินแบบนั้น สุดท้ายพวกเราก็เลย..."
เพราะเฉินซ่านกั๋วแฝดผู้น้องไม่ยอมพูดต่อเฉินไฮ่ผิงแฝดผู้พี่จึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงกล้าหาญ "พวกเราก็เลยต้องอัดมันเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของพี่สาวและท่านแม่ ถึงพวกเราจะจำใบหน้าท่านแม่ไม่ได้ก็เถอะ แต่ท่านแม่ก็ไม่ใช่ผู้หญิงไม่ดีใช่ไหมพี่สาว"
อยู่ๆ น้ำตาของหญิงสาวน่ารักผู้มีใบหน้าและร่างกายดุจตุ๊กตากระเบื้องเคลือบก็ไหลริน นางใช้สองมือกอดร่างเด็กชายที่เกือบจะสูงเท่าตัวนางทั้งสองแนบกายจนแน่นจากนั่นนางก็ร่ำไห้อย่างไม่อาย "เ้าพวกเด็กโง่เอ๊ย..."
"พี่สาวท่านร้องไห้ทำไม"
"ท่านหิวเหรอซ่านกั๋วจะไปทำกับข้าวให้ท่านกิน"
"ไม่พี่ไม่ได้หิว" เฉินรุ่ยฟางน้ำเสียงสั่น เธอพยายามหัวเราะ และพูดด้วยน้ำเสียงเสมือนหนึ่งว่าเธอไม่เป็ไร แต่นั่นยิ่งทำให้รับรู้ได้ว่าเธอเ็ป
เวลาผ่านไปสองเด็กชายเข้านอน
เฉินรุ่ยฟางใช้เวลานี้นำเสื้อผ้าของน้องชายสองคนและชุดของเธอมาซัก ด้วยความที่ 'มหานครต้นไม้แห่งชีวิต' คือดินแดนบุกเบิกใหญ่ที่อยู่ทางทิศใต้ ที่นี่จึงมีอากาศที่ค่อนข้างร้อนเสื้อผ้าหากไม่ซักก็จะมีกลิ่นเหม็นได้ง่าย ชุดศิษย์สำนักศึกษานั้นมีราคาแพงมาก ทำให้ครอบครัวเฉินของเธอนั้นซื้อเสื้อผ้าสำหรับใส่เพียงสองชุด โดยมีเสื้อสูทหนึ่งตัวที่ต้องใส่ซ้ำๆ ทุกวัน และซักมันเมื่อถึง่สิ้นสัปดาห์เท่านั้น
ในเวลาดึกเฉินรุ่ยฟางต้องทำหน้าที่นี่แทบทุกวัน ชีวิตของหญิงสาวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบลำบากไม่น้อย
และยิ่งตอนนี้ผ่านมาสามปีแล้วที่พ่อของเธอไม่สามารถทำงานได้ นี่ทำให้ทุกอย่างย่ำแย่ลงไปอีก เงินเก็บทั้งหมดของตระกูลแทบไม่เหลืออีกแล้ว
เฉินรุ่ยฟางปล่อยมือจากผ้าที่ซัก เธอร้องไห้ เธอไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรกับชีวิตของตัวเองดี
...
เช้าวันใหม่
สำนักศึกษาไป๋ซาน
เฉินรุ่ยฟางกับน้องน้องๆ ตื่นแต่เช้าและรีบนั่งรถโดยสารเพื่อที่จะมาที่สำนักศึกษาไป๋ซาน
เ้าแฝดตัวน้อยทั้งสองโบกมือให้พี่สาว กระเป๋าบนหลังของทั้งสองเก่ามาก นอกจากนั้นยังมีกระเป๋าผ้าใส่กล่องอาหารมากินอีก นี่แสดงว่าครอบครัวตระกูลเฉินยากแค้นถึงที่สุดจริงๆ เพราะแม้แต่อาหารก็ไม่สามารถใช้เงินซื้อในสำนักศึกษาได้
เฉินรุ่ยฟางเธอน่ารักและดูโดดเด่น แต่ความสวยงามของเธอนั้นเหมือนดอกไม้ที่ยังไม่เบ่งบานเต็มที่ จึงทำให้เธอไม่ถูกนับเป็หนึ่งในหญิงงามที่สุดของสำนักศึกษาแห่งนี้
เฉินรุ่ยฟางเดินก้มหน้าก้มตาเข้าสำนักศึกษา แต่ในตอนนั้นเองเสียงฮือฮ่าของชายหนุ่มศิษย์สำนักศึกษาก็ดังไม่หยุด ทุกคนแทบจะหยุดเดินและมองไปที่ที่หญิงสาวคนหนึ่งพร้อมๆ กัน
'ถังสือมาน' ก้าวเยื้องกราย เธอทำมือถัดผม
เส้นผมสีแดงเพลิงของเธอที่โบกสะบัดแทบจะกลืนกินชายหนุ่มทุกคน ใบหน้าวิจิตรราวเทพธิดา เมื่อมีปากสีแดงมันวาวพร้อมกับกระโปรงสั้นเต่อ
เหล่าชายหนุ่มสำนักศึกษาที่เยาว์วัย ทุกคนต่างรู้สึกว่า 'ถังสือมาน' คือนางมารร้ายที่กำลังล่อลวงพวกเขาให้คิดถึงเธอแต่ในแง่ที่ไม่ดีงามนัก
คำว่า ชำเรา ขืนใจ และขยี้กาม คือสิ่งที่เหล่าชายหนุ่มอยากถูก 'ถังสือมาน' กระทำ
แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะล่วงเกินเธอ นั่นเพราะ...
"เทพธิดามลทินมากแล้ว ให้ตายเถอะ ทำไมทุกครั้งที่เห็นเทพธิดามลทินชั้นอดคิดเื่บ้าๆ ไม่ได้เลย บ้าจริง ต่อให้ตายชั้นก็อยากจะนอนกับเธอสักคืน"
"นอน นายคิดจะนอนกับเธอ โธ่ไอ้เพื่อนยาก นายควรหัดดูตัวเอง หากนายเป็ยอดเซียนหรือปรมาจารย์ นายค่อยคิดฝันที่จะ 'ถังสือมาน' หากไม่สามารถเป็ทั้งสองอย่างได้ ถ้านายมีภูมิหลังยิ่งใหญ่หรือรวยมากพอนายก็มีโอกาสได้ััเรือนร่างเธอบ้าง ฉันได้ยินเื่บางอย่างของเทพธิดามลทินมา ว่ากันว่าในอดีตเธอเคยอยู่ ณ สำนักศึกษาอันดับหนึ่งของเมืองต้นไม้แห่งชีวิตเรา แต่เธอต้องลาออกจากที่นั่นเพราะอะไรรู้ไหม"
"อะไรงั้นรึไอ้เพื่อนยาก"
"เธอยั่วยวนนายน้อย 'จ้าวกั๋วลี่' จากตระกูลทองคำ จนนายน้อยตระกูลจ้าวเสียคน ว่ากันว่าทั้งสองมีบทรักร้อนฉ่ากันในที่ลับตาภายในสำนักศึกษาอันดับหนึ่ง และเทพธิดามลทินของเราได้ถ่ายภาพฉากรักนั้นไว้เพื่อใช่ข่มขู่ตระกูลจ้าวเพื่อกรรโชกเงินทองและโอกาส นั่นทำให้ตระกูลจ้าวเสียหายมาก"
"เพื่อนยาก เื่นี่จริงเหรอ หญิงงามถังสือมานของเราโหดร้ายแบบนั้นจริงๆ เหรอ"
"จริงสิวะ ว่ากันว่าเพราะเื่นี้เธอจึงถูกกดดันให้ออกจากสำนักศึกษาอันดับหนึ่งพร้อมกับตระกูลจ้าวจ่ายเงินก้อนโตให้เธอหุบปาก ส่วนเื่ความสัมพันธ์กับนายน้อย 'จ้าวกั๋วลี่' ถูกห้ามพูดถึงอีกต่อไป เอ็งรู้เื่นี้ก็เหยียบไว้เลยนะ, เห้อ ไม่รู้ตอนนี้เธอจะร่ำรวยขนาดไหน ความงดงามของเธอช่างเหมือนเทพธิดาปีศาจ"
"บ้าจริง ไอ้เพื่อนยากเื่ที่นายพูดมันเื่จริงใช่ไหม หากเป็เื่ใจใครจะกล้าพูดเื่นี้ ใครๆ ก็รู้ว่าในมหานครแห่งนี้ตระกูลจ้าวยิ่งใหญ่แค่ไหน พวกเขามีคนได้เป็ถึงาุโใน 'ตำหนักพฤกษชาติมิวางวาย' นอกจากนั้นลูกหลานของตระกูลจ้าวหลายคนก็ทำงานให้กับท่านอ๋องผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้ ไม่คิดเลยว่าเทพธิดามลทินจะมีประวัติเช่นนี้ เธอไม่ใช่แค่ล่อลวงหนุ่มๆ เช่นพวกเราในสำนักศึกษาไป๋ซาน แต่ก่อนที่เธอจะมาอยู่ที่นี่เธอก็ใช้เสน่ห์ของเธอเคยกลืนกินหนุ่มๆ ที่เป็ถึงนายน้อยของตระกูลทองคำ ให้ตายเถอะฉันหวังให้ในวันหนึ่งเทพธิดามลทินจะมาล่อลวงฉันบ้างจริงๆ"
"อย่าได้ฝัน ข้ามีข่าวอะไรจะบอก ว่ากันว่าใครหากอยากหลับนอนกับเทพธิดามลทินขอเพียงมี 10 ล้านเหรียญิ เช่นนั้นจึงมีโอกาสได้สานสัมพันธ์ อาของข้าเคยไปเจอเทพธิดามลทินที่บาร์หรูของเหล่าตระกูลบรรดาศักดิ์และผู้บ่มเพาะชั้นสูงที่ชอบไปเที่ยวกันหลายครั้ง"
"นี่เื่จริง"
"เื่จริงสิวะ ใครจะเอาเื่นี้มาพูดเล่นๆ เอ็งคิดว่าใครเห็นเทพธิดามลทิน 'ถังสือมาน' ของเราสักครั้งและจะลืมใบหน้าและเสน่ห์ร้อนแรงอันแสนน่ารัญจวนใจของเธอได้เหรอวะ พูดตรงๆ บิดาคนนี้คนหนึ่งละที่จะไม่ลืมเลือน ทุกวันนี้ฉันยังเก็บภาพเธอไปฝันอยู่เลย" ชายคนนี้พูดจบ เขาอดจ้องมองขาขาวๆ ของถังสือมานที่รอดออกมาจากใต้กระโปรงไม่ได้ ในใจชายคนนี้ได้แต่แผดเสียงอีกนิด อีกนิด เขาหวังว่าจะมีลมเ้าชู้ทำให้กระโปรงสั้นเต่อของ 'ถังสือมาน' โบกสะบัด เขาอยากรู้เหลือเกินว่าใต้กระโปรงสั้นเต่อนั้นซ่อนสิ่งใดเอาไว้ในวันนี้
ถังสือมานเดินผ่านฝูงชน เธอได้ยินคนพูดนินทาเธอ แต่เธอไม่สนใจ ดวงตาของเธอราวกับนางปีศาจผู้เ็าต่อทุกสรรพสิ่ง จนกระทั้ง
"รุ่ยฟาง"
เฉินรุ่ยฟางยกมือโบกให้เทพธิดามลทิน ณ สำนักศึกษา หากในสำนักศึกษาแห่งนี้มีคนพูดว่า ใครคือเพื่อนรักของเทพธิดามลทินถังสือมาน คนคนนั้นต้องเป็เฉินรุ่ยฟางแน่นอน