ในขณะที่หลี่เยว่ซินกำลังยุ่งอยู่กับการช่วยเพื่อนทบทวนตำราอยู่นั้น จางเฉินอวี้ก็เริ่มศึกษาชีวิตความเป็อยู่ของผู้คนยุคนี้อย่างจริงจัง โดยมีผู้ช่วยเป็ลูกสมุนทั้งสามคือโจวเฟยเทียน โจวเฟยหยาง และหวังเจียวมิ่ง ไม่ว่าจะเป็หลังเลิกเรียนหรือวันหยุด ทั้งสามก็จะมารวมตัวกันที่บ้านของเขาอยู่เป็ประจำ
“พี่อวี้ วันนี้พี่ทำของอร่อยอะไรให้พวกเรากินครับ” โจวเฟยเทียนถามพร้อมกับเดินทำจมูกฟุดฟิดเข้ามาในบ้าน
“เฟยเทียน นายทำท่าทางได้เหมือนเ้าซูซูเลยนะ” โจวเฟยหยางว่าพี่ชายตัวเอง
“พี่หยาง หนูว่าเ้าซูซูอาจจะมีประสาทรับกลิ่นไม่ดีเท่าพี่เทียนก็ได้นะคะ” จะเป็เสียงใครไปไม่ได้ต้องเป็หวังเจียวมิ่งอย่างแน่นอน แต่โจวเฟยเทียนก็ไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของหวังเจียวมิ่งเลย พวกเขาก็พูดและเล่นกันแบบนี้ั้แ่เด็กอยู่แล้ว อีกทั้งเฟยเทียนและเฟยหยางก็รักเจียวมิ่งราวน้องสาวแท้ๆ
“วันนี้ฉันลองทำซาลาเปาไส้ครีมน่ะ มีคนสอนสูตรนี้ให้ฉันมา ฉันว่ามันอร่อยดี พวกเธอลองชิมดูสิ” จางเฉินอวี้นำซาลาเปาที่เพิ่งนึ่งเสร็จใส่จานออกมาให้พวกเขาลองชิม
“อร่อยมากครับ/ค่ะ” พวกเขาประสานเสียงตอบ
“พี่อวี้ ฝีมือขนาดนี้พี่คิดจะเปิดร้านบ้างไหมครับ” โจวเฟยหยาง ถามขึ้นมา
“ฉันปรึกษากันแล้ว คิดว่าอีกไม่นานคงเปิดร้านขายอาหารน่ะ แต่จะขายอะไรบ้างค่อยคุยรายละเอียดกันอีกที” จางเฉินอวี้ ตอบคำถามน้องๆ
“พี่อวี้ ที่ว่าปรึกษากันแล้วนี่พี่ปรึกษากับใคร” โจวเฟยเทียน ถามด้วยความสงสัย
“พี่เทียน พี่นี่ไม่ได้เื่เลยนะ พี่ดูหน้าตาพี่อวี้ตอนนี้สิ หน้าพี่เค้ามีความสุขมาก ความรักเปล่งประกายออกมาจากดวงตาขนาดนั้น พี่ยังไม่เข้าใจอะไรอีกล่ะคะ” หวังเจียวมิ่ง ทำน้ำเสียงเบื่อหน่าย ก่อนจะหันไปหาจางเฉินอวี้
“ใช่พี่สาวคนสวยที่มาหาพี่อวี้เมื่อคราวก่อนไหมคะ หนูเคยเห็นพี่เขามาเคาะประตูเรียกพี่อวี้อยู่หลายครั้ง ตอนนั้นไม่มีคนมาเปิดประตูให้ แต่สักพักหนูก็เห็นพี่สาวคนสวยเปิดประตูเดินเข้าไปในบ้านพี่อวี้แล้ว” หวังเจียวมิ่งนึกถึงวันนั้นที่เห็นหญิงสาวหน้าตาสวยมายืนเรียกและเคาะประตูอยู่หน้าบ้านชายหนุ่มด้วยท่าทางกระวนกระวาย ทีแรกเธอจะเดินเข้ามาบอกว่าบ้านนี้ไม่มีคนอยู่ แต่คุณย่าของเธอห้ามเอาไว้
“อือ” จางเฉินอวี้ยิ้มมุมปาก “มิ่งมิ่ง ก็คิดว่าพี่สาวเขาสวยเหมือนกันหรือ”
“ไม่สวยบาดใจ ออกแนวสวยใสน่ารักค่ะ ดูสุภาพ ใจดี” หวังเจียวมิ่งตอบพร้อมกับทำท่านึก
“พี่อวี้” โจวเฟยเทียนยิ้มเ้าเล่ห์ “ผมชักอยากเจอพี่สะใภ้คนสวยแล้วล่ะสิ”
“เฟยเทียนนายจะเรียกพี่สะใภ้ไม่ได้ เดี๋ยวพี่สาวจะเสียหาย พี่อวี้กับพี่สาวยังไม่ได้แต่งงานกันนะ” โจวเฟยหยางตำหนิพี่ชาย “พี่อวี้ พี่สาวเป็คนสอนพี่ทำซาลาเปาสูตรนี้หรือครับ แสดงว่าพี่สาวต้องเป็คนที่ทำอาหารเก่งอย่างแน่นอน เพราะซาลาเปาสูตรนี้ผมยังไม่เคยเห็นที่ไหนทำขายเลยนะครับ ถ้าในอนาคตพวกพี่เปิดร้าน ผมว่าต้องมีลูกค้ามากินมากมายเลยล่ะ ถ้างั้น...ผมขอมาเป็ผู้ช่วยได้ไหมครับ ให้ผมมาช่วยพี่เก็บโต๊ะ ล้างจาน หรือทำความสะอาดก็ได้” โจวเฟยหยางรีบขอร้องชายหนุ่ม เหตุผลก็เป็เพราะโจวเฟยหยางก็ชื่นชอบการทำอาหาร และมีความใฝ่ฝันอยากมีกิจการและร้านอาหารเล็กๆ ของตนเองเช่นกัน
“ฉันยังไม่แน่ใจสักเท่าไหร่ แต่เดี๋ยวสัปดาห์นี้ถ้าเธอมา ฉันจะลองถามให้ และจะแนะนำให้พวกเธอรู้จักพี่สาวเอาไว้ด้วยนะ แต่ตอนนี้เราออกไปเดินเล่นรอบเมืองกันดีกว่า พวกเธอพร้อมแล้วหรือยัง”
ทั้งสี่คนเดินเล่นรอบเมือง โดยมี 3 สมุนสุดป่วนเป็ผู้แนะนำว่าในเมืองมีสถานที่สำคัญที่ใดบ้าง มีอะไรเป็ที่นิยม ผู้คนแต่ละ่วัยชอบไปพักผ่อนที่ไหน เมื่อจางเฉินอวี้ได้ฟังก็จะจดจำและกลับบ้านไปจดลงสมุดบันทึกเก็บไว้ ยามว่างก็ซื้อหนังสือมาอ่านเพิ่มเติม เขายังต้องศึกษาเื่ราวต่างๆ อีกมาก เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็ประโยชน์ในการดำรงชีวิตของเขา
สมุนทั้ง 3 ให้ข้อมูลกับชายหนุ่มอย่างไม่นึกสงสัย เพราะโดยปกติเ้าของร่างเดิมเป็คนค่อนข้างเก็บตัว ไม่ค่อยออกจากบ้านอยู่แล้ว ยังดีที่สมุนทั้ง 3 เป็คนอุปนิสัยดี พูดคุยสนุกสนาน จึงทำให้สถานการณ์ของจางเฉินอวี้ดีขึ้น ไม่ได้รู้สึกอัดอัดเวลาสนทนากับพวกเด็กๆ
..................................…………………………………..
“เสี่ยวเหม่ย มู่ชงฉันมีเื่หนึ่งที่ยังไม่ได้บอกพวกเธอ” หลี่เยว่ซิน พูดกับเพื่อนด้วยสีหน้าจริงจัง
“เยว่ซิน เธอมีอะไรทำไมทำหน้าจริงจังอย่างนั้น” หลินเสี่ยวเหม่ยถามด้วยความเป็ห่วง กลัวว่าจะมีเื่ร้ายอะไรกับเพื่อนของตัวเอง
“คือ...ฉันยังไม่ได้บอกพวกเธอว่าฉันมีคนรักแล้ว เขามีบ้านพักอยู่ในเมือง เขาเคยมีกิจการของครอบครัวแต่ตอนนี้ไม่ได้ทำต่อ เพราะพ่อกับแม่ของเขาจากไปแล้ว เขาจึงหยุดพักไว้ก่อน” เธอหยุดมองหน้าเพื่อนสักครู่แล้วพูดต่อ “ฉันกับเขาปรึกษากันว่าปีหน้าจะแต่งงานและจะเปิดร้านขายอาหารกันโดยปรับปรุงจากบ้านพักของเขา”
“ที่เธอบอกว่าเธอจะยังอยู่ที่เมืองนี้ต่อ ก็ด้วยเหตุผลนี้สินะ” มู่ชงถามออกไป ตอนนี้ในใจมู่ชงไม่ได้คิดอะไรกับหลี่เยว่ซินแล้ว เขามีเพียงความเป็เพื่อนและความหวังดีให้กับเธอเท่านั้น
“ใช่แล้วล่ะ ฉันกับเขาคบกันมาได้สักพักหนึ่งแล้ว เพียงแต่ยังไม่กล้าบอกพวกเธอ วันหยุดนี้พวกเราเข้าเมืองกันไหม ฉันอยากแนะนำเขาให้พวกเธอรู้จัก” หลี่เยว่ซินชวนพวกเขาด้วยท่าทางกระตือรือร้น
“ฉันไม่เคยเห็นเธอแสดงท่าทางอย่างนี้มาก่อนเลยนะเยว่ซิน ตกลงฉันจะเข้าเมืองไปกับเธอด้วย แล้วเธอล่ะมู่ชง จะไปด้วยไหม” หลินเสี่ยวเหม่ยถามมู่ชงต่อ
มู่ชงพยักหน้าตอบรับ ซึ่งทั้งคู่ไม่แปลกใจกับท่าทางของมู่ชง เพราะแต่ไหนแต่ไรมู่ชงก็เป็คนพูดน้อยอย่างนี้อยู่แล้ว ทั้งสามนัดแนะเวลาเดินทางกัน ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปพักผ่อน