ตอนที่ 21
เริ่มต้นการค้าขาย (21)
ชายชราด้านหน้าของจูเฟยที่ปรากฏกายขึ้นมาอย่างเป็ปริศนาได้ก้มหน้าของตนเองลงมาหานาง
“ เ้ากำลังโมโหอันใดอยู่งั้นรึยัยหนู ” อีกฝ่ายถามนางด้วยรอยยิ้ม
มันยิ่งทำให้ตัวของจูเฟยนั้นประหลาดใจเป็อย่างมาก ชายชราผู้นี้แปลกยิ่งนักเข้ามาภายในพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่นแล้วยังทำหน้าตายิ้มแย้มเช่นนี้ นางเอ่ยถามอีกฝ่ายก็ไม่ได้ตอบอะไรแถมยังถามกลับมาด้วย
“ ว่าอย่างไรเ้าโมโหอันใดอยู่.. ” ชายชราด้านหน้าถามย้ำ
จูเฟยที่กำลังขมวดคิ้วมุ่นนางได้ใช้มือของตนเองชี้ตรงไปที่บริเวณริมลำธาร จากนั้นนางก็ได้พาชายชราผู้นี้เดินตรงไปบริเวณที่นางใช้เพาะปลูกพืชสมุนไพรต้นพฤกษาน้ำ
เมื่อไปถึงชายชราผู้นั้นก็ได้ยกมือของตนเองขึ้นมาลูกปลายคางที่ไร้หนวดเครา ดวงตาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นมองไปที่บริเวณผิวน้ำและก็เหลียวมองกลับไปที่บริเวณต้นพฤกษาน้ำ อีกฝ่ายสามารถล่วงรู้เหตุการณ์ทั้งหมดได้อย่างรวดเร็วหลังจากที่มองทั้งสองสิ่งเพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น
ใบหน้าที่ฉายความอบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้มพยักขึ้นลงราวกับว่าตัวเองนั้นรู้บางอย่าง ท่าทางของชายชราผู้นี้มันทำให้จูเฟยที่กำลังยืนอยู่ข้างๆยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่
สรุปแล้วตอนนี้นางก็ยังไม่ได้รู้ตัวตนของอีกฝ่ายว่าเป็ผู้ใดกันแน่
“ สรุปแล้วท่านเป็ผู้ใดกัน ” คราวนี้เป็ถึงทีที่เด็กน้อยได้ถามย้ำ
แต่ชายชราที่สวมใส่อาภรณ์สีดำอันแสนเรียบง่ายผู้นั้นก็ตอบกลับโดยการหันกลับมาส่งรอยยิ้มอันอบอุ่นให้กับจูเฟย ก่อนที่ตัวของเขาจะทำบางอย่างหันกลับไปมองที่บริเวณผิวน้ำ
และอยู่ๆจูเฟยก็ััได้ถึงความรู้สึกบางอย่างบรรยากาศนอกกายมันเริ่มเย็นเฉียบลง ดวงตากลมโตของนางจ้องมองชายชราที่อยู่ด้านหน้าอย่างไม่กระพริบ อาภรณ์สีดำของชายชราผู้นั้นเริ่มขยับเพราะสายลมที่อยู่ๆก็ก่อตัวขึ้นรอบบริเวณ
จูเฟยไม่เคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อนดวงตากลมโตยิ่งเบิกกว้างขึ้น
และแล้วมือของชายชราผู้นั้นก็ได้ยกขึ้นมา มีบางอย่างกำเนิดขึ้นพลังิญญาแผ่ซ่านออกมาแล้วเริ่มถักทอกลายเป็ค่ายกลสีเขียว
ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างปากล่างปากบนอ้าค้างอยู่เช่นนั้น จูเฟยประหลาดใจเป็อย่างมากที่ได้เห็นสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของนาง นางมาจากโลกยุคใหม่การได้พบเจอสิ่งที่เรียกว่าพลังิญญามันเป็สิ่งที่อยู่เหนือสามัญสํานึก
ก่อนหน้านี้นางจะได้ยินจากท่านยายหวังและท่านแม่ของนางเกี่ยวกับเื่พลังิญญาและผู้ฝึกยุทธ์ที่สามารถทำให้ที่ดินผืนนี้ปลูกพืชเจริญเติบโตได้รวดเร็วแต่ว่านางก็ไม่เคยได้พบมากับตา
นี่เป็ครั้งแรกที่นางได้พบเจอกับตาของตนเอง ค่ายกลที่ถูกสร้างขึ้นมาด้ายถักทอรวมกันจากพลังิญญาที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของชายชราด้านหน้าของนาง
ตอนนี้จูเฟยจ้องมองสิ่งที่อยู่ด้านหน้าของนางอย่างตาไม่กระพริบ แน่นอนว่ามันเป็สิ่งที่นางแทบจะไม่อยากเชื่อสายตาของตนเอง
มันราวกับเวทมนต์ที่นางเคยเห็นภายในภาพยนตร์หรือว่าหนังในยุคของนาง ด้านหน้าคือวงแหวนค่ายกลสีขาวที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนับถูกสร้างขึ้นมา
ชายชราผู้นั้นหลังจากที่ถักทอพลังิญญาให้กลายเป็ค่ายกลได้เสร็จเรียบร้อยแล้วเขาได้ััมือของตนเองออกไปด้านหน้า
สิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้วก็คือค่ายกลมุ่งตรงออกไปแล้วขยายตัวออกปกคลุมไปทั่วทั้งผิวน้ำบริเวณที่นางใช้เพาะปลูกสมุนไพรพฤกษาน้ำ
จูเฟยจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างตาไม่กระพริบ แต่ว่าหลังจากที่ค่ายกลชนิดนั้นประทับลงไปบนผิวน้ำมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มันทำให้นางประหลาดใจ นางได้จินตนาการเอาไว้ว่ามันควรจะมีการโจมตีหรือว่าบางอย่างที่แสนจะวิเศษปรากฏขึ้นมา
เด็กน้อยที่ยืนมองสิ่งที่อยู่ด้านหน้าดวงตาของนางเริ่มหรี่เล็กลงและก็เหลียวมองไปที่ชายชราที่อยู่ด้านข้าง
“ อันใดกันพวกหลอกลวงผู้อื่นงั้นรึ. ” นางพึมพำออกมาเบาๆ
ถ้อยคำที่ออกจากปากของเด็กผู้นี้มันทำให้ชายชราผู้นั้นถึงกับหัวเราะดังลั่นออกมา “ ฮ่าๆๆๆ ”
เมื่อได้เห็นชายชราด้านหน้าหัวเราะออกมาจูเฟยจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่ละสายตา เขากำลังด่าอีกฝ่ายอยู่นะทำไมถึงหัวเราะกันล่ะ
การที่นางพูดว่าคนผู้นี้เป็คนหลอกลวงมันก็เพราะว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ จริงอยู่ที่นางจะเห็นวงแหวนของอีกฝ่ายมาปรากฏขึ้นมาจริงๆแต่ว่ามันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ เ้าบอกข้าเป็คนหลอกลวงงั้นเลย ” ชายชราก้มใบหน้าของตนเองต่ำลงมาหานางอีกครั้ง
จูเฟยทำท่าทางยืดอกแล้วก็สะบัดหน้าไปอีกทางก่อนจะพูด “ ก็ใช่น่ะสิ..ถ้าท่านไม่ใช่คนหลอกลวงแล้วจะเป็ผู้ใดเมื่อครู่ไม่เห็นมีอันใดปรากฏออกมาเลย ”
“ ยัยหนูนี่!! พูดจาฉะฉานแตกต่างจากเด็กวัยเดียวกันเสียจริง... ถ้าเช่นนั้นเ้าดูนั่น ” ชายชราผู้นั้นได้ชี้นิ้วของตนเองมุ่งตรงไปยังผิวน้ำบริเวณที่จูเฟยได้ใช้เพาะปลูกพืชสมุนไพร
จูเฟยพี่กำลังสะบัดหน้าหนีไปอีกทางนางได้ปลายหางตากลับมามอง สิ่งที่นางเห็นนั่นคือ มันมีปลาตัวนึงกำลังว่ายเข้ามาในบริเวณนั้นพอดิบพอดี
แต่ว่าหัวของมันก็ชนเข้ากับบางอย่างที่ใสๆจนตัวของมันต้องไหว้ถอยหลังออกไปจากบริเวณนั้น สิ่งที่จูเฟยได้พบเจอมันทำให้ตัวของนางยิ่งตื่นตระหนกเข้าไปใหญ่
นางมั่นใจว่านางเห็นไม่ผิดปลาตัวนั้นมันชนเข้ากับบางอย่างอย่างเต็มๆ หลังจากนั้นมันก็ได้ไหว้ถอยหลังออกไป มันชั่งน่าประหลาด..
แต่ด้วยความฉลาดเฉลียวของเด็กน้อยผู้นี้นางก็ล่วงรู้ได้ทันทีเลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นด้านหน้าของนางมันอาจจะเป็สิ่งที่ชายชราผู้นี้ลงมือกระทำไปก่อนหน้านี้ก็ได้
นางหันไปมองหาชายชราผู้นั้นอย่างทันควัน
“ ท่าน!!! สร้างรั้วให้ข้า ”
“ โอ้ว!!! เ้าฉลาดมากเลยนะรู้ได้เพียงแค่การมองแค่ครั้งเดียว ” ชายชราผู้นั้นเอ่ยปากชมด้วยรอยยิ้ม
การที่จูเฟยสามารถล่วงรู้เื่นั้นได้มันเป็เพราะว่าตัวนางคาดเดาล้วนๆ แต่ว่าการคาดเดาของนางก็ยังยึดกับหลักการและเหตุผลรวมไปถึงการคิดวิเคราะห์ต่างๆ
“ กระทำได้เยี่ยงไรกัน?? ” ดวงตาของนางเปล่งประกายขึ้นมาทันที มันคือพลังวิเศษที่มีอยู่ภายในโลกยุคนี้แน่นอนว่านางนั้นต้องให้ความสนใจกับมันเพราะมันอาจจะได้เป็ประโยชน์กับนางในอนาคต
ชายชราที่สวมใส่อาภรณ์สีดำอันแสนเรียบง่ายย่อกายของตนเองลงให้อยู่ในระดับเดียวกับจูเฟย เพียงเท่านี้เด็กน้อยก็ไม่ต้องเงยหน้ามองเขาอีกแล้ว จูเฟยนางสามารถมองอีกฝ่ายด้วยระดับสายตาปกติ
ตอนนี้ดวงตาของนางอย่างเปล่งประกายราวกับได้พบเจอของเล่นชิ้นใหม่
“ ยัยหนูเ้าไม่รู้จักพลังิญญางั้นรึ?? ” ชายชราด้านหน้าเอ่ยถาม
“ รู้จักเ้าค่ะ!! ” นางตอบอย่างหนักแน่นพร้อมกับพยักหน้าขึ้นลง
“ นั่นแหละสิ่งที่ข้าใช้เรียกว่าพลังิญญา ”
“ รู้เ้าค่ะ!! แต่ข้าถามว่ามันต้องทำอย่างไรถึงทำได้เช่นนั้น ”
“ ยัยหนูผู้นี้แปลกคนยิ่งนัก ” อีกฝ่ายกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
จูเฟยถึงกับเอียงคอสงสัย นางไม่ได้แปลกคนสักหน่อยแต่ว่าอีกฝ่ายต่างหากที่แปลก นางถามไปอีกฝ่ายไม่ตอบและยังถามกลับไปอีก
“ แปลกเยี่ยงไร ท่านนั่นแหละแปลก ” นางสวนกลับไป
“ ฮ่าๆๆๆ ” ชายชราผู้นั้นส่งเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง จูเฟยก็ได้แต่มองชายชราด้านหน้าที่ส่งเสียงหัวเราะอย่างสะใจไปสักพัก
“ เ้าอยากจะฝึกฝนวิชายุทธ์งั้นรึ ”
เมื่ออีกฝ่ายถามดวงตาของเด็กน้อยก็เปล่งประกายขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าของนางรีบขยับขึ้นลงตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว นางอยากร่ำเรียนวิชายุทธ์แน่นอนว่ามันจะเป็ประโยชน์กับนางในเมื่อนางได้ข้ามภพมาอยู่ภายในร่างของเด็กน้อยผู้นี้แล้ว และภายในโลกนี้มันก็มีสิ่งที่เรียกว่าพลังวิเศษเหตุใดนางถึงไม่อยากจะร่ำเรียนมันกันเล่า
การร่ำเรียนวิชาพวกนี้มันจะเป็ประโยชน์กับตัวของนางเอง บางทีมันอาจจะมีพลังิญญาที่สามารถทำให้ที่ดินผืนอื่นเป็เช่นเดียวกับที่ดินผืนนี้ก็ได้
เพราะว่าถ้าเป็เช่นนั้นนางก็จะไม่ต้องจำกัดว่าต้องเป็ที่ดินของท่านยายหวังที่เดียวเท่านั้นที่จะสามารถเพาะปลูกพืชพวกนี้ได้
ใบหน้ากลมๆของเด็กน้อยด้านหน้าพยักขึ้นลงพร้อมกับดวงตาที่เปล่งประกาย เมื่อได้เห็นเช่นนั้นชายชราที่อยู่ด้านหน้าก็ฉีกยิ้มออกมา ยัยหนูผู้นี้ทั้งฉลาดเฉลียวและน่าเอ็นดู
“ ถ้าเช่นนั้นตัวของเ้ามาเป็ลูกศิษย์ของข้าเอาไหมล่ะ ” อีกฝ่ายยื่นข้อเสนอมา
จูเฟยกระทำใบหน้าที่สุดแสนจะประหลาดใจ นางเพียงแค่อยากรู้วิธีการร่ำเรียนมันเท่านั้นไม่ได้บอกว่าอยากจะเป็ลูกศิษย์ของชายชราผู้นี้
ใบหน้าในน้อยก้มลงพร้อมกับเข้าสู่ภวังค์แห่งความคิด นางแสดงความคิดอย่างขะมักเขม้นฉายออกมาจากใบหน้าของนาง ตอนนี้สิ่งที่นางตั้งเป้าเอาไว้ก็คือการกระทำธุรกิจของนางให้ใหญ่โต
แต่ว่า..การฝึกฝนวิชาจากชายชราผู้นี้มันก็อาจจะทำให้นางมีความรู้และมีความสามารถเพิ่มมากขึ้นและอาจจะทำให้สามารถหาเงินหรือก่อตั้งธุรกิจได้รวดเร็วมากขึ้นด้วย
จูเฟยกำลังตัดสินใจอยู่นางกำลังคิดถึงผลได้ผลเสียตามประสานักธุรกิจ
“ ท่านจะสอนอันใดข้างั้นรึเ้าคะ~ ” จูเฟยเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อถามกับชายชราด้านหน้าของนาง
“ นั้นสินะ~ ความรู้ทุกอย่างของข้าเป็อย่างไร ข้าน่ะแกใกล้จะตายแล้วแต่ก็ยังไม่มีลูกศิษย์สักคน วิชาที่ข้ามีอยู่ก็มีอยู่มากมายตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้สืบทอด ”
“ ถ้าข้าไม่หาลูกศิษย์อีกไม่นานมันก็คงจะเสื่อมหายไปจากยุทธภพ ” สังขารเป็สิ่งไม่เที่ยงชายชราผู้นี้ตระหนักถึงสิ่งนั้นได้เป็อย่างดี วิชาที่สั่งสมมาตลอดทั้งชีวิตตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้สืบทอดสักวันมันก็คงจะเสื่อมหายไปจากยุทธภพอย่างแน่นอน
จูเฟยที่ได้ยินเช่นนั้นนางก็ได้ต่อปากรับคำออกไปอย่างรวดเร็ว “ ได้เ้าค่ะ!!! ”
เหตุผลที่ทำให้นางต่อปากรับคำออกไปมันเป็เพราะว่าเมื่อฟังจากปากของชายชราผู้นี้แล้วเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมีความรู้และวิชาในด้านนี้มากพอสมควร ไม่เช่นนั้นคงจะไม่เกรงกลัววิชาของตนเองนั้นเสื่อมหายไปจากยุทธภพ
ชายชราชุดดำด้านหน้ายกยิ้มก่อนจะพยักหน้าขึ้นลงแสดงความพึงพอใจ
จบตอน