ฝันร้าย
หลังจากที่ภาคินออกไปแล้วรินรดาก็หยิบหนังสือที่ถือติดมือมาจากห้องสมุดมานอนอ่านบนเตียง เธอไม่ได้ปวดหัวอย่างที่บอกเขาหรอก เพียงแต่หาข้ออ้างที่จะไม่ไปกินข้าวที่บ้านใหญ่แค่นั้นเอง
ที่มาผ่านสองวันเธอต้องอดทนแค่ไหน และที่ไม่ได้โวยวายไปเพราะต้องรักษาภาพพจน์ของสะใภ้ที่ดี อีกทั้งพี่ใหญ่ของเธอก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับข้อเสนอของแม่ตัวเองแต่อย่างใด
รินรดาเผลอนึกไปถึงวันนั้น วันที่เธอเดินทางมาถึงและแม่ของเขายื่นข้อเสนอให้
" งั้นวันไหนไปเที่ยวก็ชวนซุ่ยหลิงไปด้วยนะ แม่สงสารน่ะ วันๆ เอาแต่ทำงานและก็กลับมาดูแลแม่และคุณตา ไม่มีเวลาเที่ยวเตร็ดเตร่เหมือนหญิงสาวยุคใหม่ทั่วไป "
" ไป่ชิง...จะไปรบกวนเฟิ่งชุนได้ยังไง เค้ามาฮันนีมูนก็ต้องอยากเที่ยวกันสองคนเค้าสิ " คนที่เป็บิดาเอ่ยทัดทานลูกสาว
" แต่ซุ่ยหลิงก็ไม่ใช่คนอื่นนะคะ ไปกันสามคนจะเป็ไรไป คนจีนเราสามีจะมีอนุสักกี่คนก็ได้ "
" เอ่อ...คุณแม่ครับ " ภาคินเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าเื่ที่กำลังคุยกันอยู่กำลังจะออกนอกเื่ไปไกล
" เฟิ่งชุน...คุยกันเื่นี้ก็ดี "
" ไป่ชิง! "
" ไม่ค่ะคุณพ่อ ... จะคุยวันไหนยังไงก็ต้องคุยอยู่ดี พูดกันซะั้แ่วันนี้นี่แหละค่ะ เื่จะได้จบ " ผู้เป็แม่หันมาทางลูกชายและลูกสะใภ้ที่นั่งอยู่ด้วยกัน
" คนจีนเราสามีจะมีภรรยาสักกี่คนก็ได้ แม่อยากให้เฟิ่งชุนรับซุ่ยหลิงเป็ภรรยาอีกสักคน ซุ่ยหลิงเป็เด็กดีแม่รับรองว่าเธอจะไม่สร้างความรำคาญใจให้ลูกอย่างแน่นอน อยู่ทางโน้นลูกก็มีภรรยาไปแต่อยู่ที่นี่ก็มีซุ่ยหลิงเป็ภรรยาอีกคน "
" แม่ครับ "
" จะปฏิเสธแม่เหรอ รึกลัวว่าภรรยาคนนี้จะว่าอะไร "
" ไม่ใช่อย่างนั้นครับแม่ "
" ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าลูกตกลง "
" เปล่าครับแม่ แม่ฟังผมนะครับ ผมรู้ว่าซุ่ยหลิงเป็คนดี เธอดูแลแม่แทนผมได้เป็อย่างดี แต่...ผมรักซุ่ยหลิงเหมือนน้องสาวและก็ไม่มีวันคิดเป็อย่างอื่นไปได้ อีกอย่างผมรักภรรยาของผมและผมก็สัญญากับเธอไว้แล้วว่าจะไม่มีวันทำให้เธอเสียใจเด็ดขาด "
" เฟิ่งชุน "
" ไปชิง... หยุดพูดเดี๋ยวนี้ "
" คุณพ่อ "
" ผมขอตัวพาภรรยากลับไปพักผ่อนนะครับ "
รินรดาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ คนที่ไม่ใช่ยังไงก็ไม่มีวันใช่ ต่อให้เธอทำดีแค่ไหนก็คงไม่เข้าตาแม่สามี คิดได้เช่นนั้นรินรดาก็ตัดสินใจว่าหากพี่ใหญ่กลับมาเธอจะขอให้เขาพาไปฮันนีมูนที่อื่น สถานที่ที่เขาอยากไปั้แ่แรก
การที่เธอและเขามาฮันนีมูนที่นี่ก็เพราะเธอเป็ฝ่ายคะยั้นคะยอเขาเองนั่นแหละ เพราะเห็นว่าพี่ใหญ่มักจะบ่นถึงแม่อยู่บ่อยๆและไหนๆทั้งเธอและเขาก็ลางาน 1 เดือนแล้ว ก็มาเยี่ยมครอบครัวฝั่งแม่สามีและเที่ยวไปด้วยเลย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
" ได้นกสองตัวอะไรล่ะ จะได้เมียเพิ่มล่ะไม่ว่า " รินรดาพูดออกมาเบาๆคนเดียว
หลังจากนอนอ่านหนังสือไปได้ไม่นานรินรดาก็เผลอหลับไปจริงๆ เธอนอนไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แค่ว่าพอรู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ห้องหนังสือที่อยู่ด้านหลังของตัวบ้านซะแล้ว
" มานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไง " ขณะที่กำลังคิดใคร่ครวญถึงเหตุการณ์ก่อนหน้ารินรดาก็ได้ยินเสียงอะไรสักอย่างดังขึ้น
ปึก..เสียงปิดหน้าต่าง
รินรดาพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง มือบางกุมขมับของตัวเองเพราะรู้สึกมึนหัวนิดหน่อย หญิงสาวพยายามหรี่ตาเพื่อปรับสายตาให้เข้ากับความมืดของห้อง
ปึก...เสียงหน้าต่างดังขึ้นอีกครั้ง รินรดาหันไปทางต้นเสียง ขณะเดียวกันกลิ่นควันไฟก็ลอยเข้ามาในจมูกของเธอ
ไฟไหม้ !!!
สัญชาตญาณการเอาตัวบอกว่าให้เธอรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด รินรดาพุ่งตัวไปที่ประตูทันที
หมับ..หญิงสาวรู้สึกเจ็บแปล๊บกับการถูกกระชากผมจากด้านหลัง
" เธอจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น เธอต้องตาย อยู่ที่นี่ "
" เสี่ยวหลิง "
" มานี่ ยิ่งดิ้นเธอก็ยิ่งเจ็บตัว ออมแรงไว้สู้กับไฟจะดีกว่า ชั้นบอกแล้วไงว่าเธอต้องตายที่นี่ในห้องนี้ "
" เสี่ยวหลิงหยุด ใครสั่งให้เธอทำแบบนี้ รู้มั้ยว่าทำแบบนี้จะตายกันหมด เราสองคนต้องออกจากห้องนี้เดี๋ยวนี้ "
" เราสองคนเหรอ เสียใจนะคุณนายน้อยเป็ชั้นคนเดียวต่างหากที่จะออกจากห้องนี้ ส่วนเธอก็ต้องตายที่นี่ " ใบหน้าเล็กที่ยื่นเข้ามาใกล้แสยะยิ้ม
โป๊ก...รินรดาตัดสินใจกระแทกหัวตัวเองเข้ากับใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างแรง
" โอ้ยยย...นังบ้า " เมื่อหลุดออกจากการเกี่ยวรัดได้รินรดาก็พุ่งตัวไปเปิดประตูทันที
" อ๊าส์ " หญิงสาวต้องถอยเท้ากลับเข้ามาในห้องเพราะไฟที่อยู่ด้านนอกลุกโหมเข้าถึงห้องหนังสือนี้แล้ว
" มานี่ ชั้นบอกแล้วว่าแกต้องตายอยู่ฝนห้องนี้ " แรงกระชากเกิดขึ้นอีกครั้ง
" ชั้นต้องรอดสิ คนอย่างญาดาจะมาตายแบบนี้ได้ยังไงกัน คราวที่แล้วก็รอดมาได้ครั้งนึงแล้ว คราวนี้ก็ต้องรอดอีกสิวะ " คนที่ถูกกระชากสบถออก
มาเป็ภาษาบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง ซึ่งอีกฝ่ายฟังไม่เข้าใจ
" แกว่าอะไร เมื่อกี้แกพูดว่าอะไร "
" ก็พูดว่าชั้นต้องรอดยังไงล่ะ "
ปั๊ก..." โอ้ยยย " รินรดากำด้ามไม้ไว้ในมือแน่นหลังจากที่ใช้มันฟาดเข้าใส่หัวของอีกฝ่าย
ร่างนั้นนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว ไฟกำลังปะทุเข้าใกล้ตัวเธอเต็มที ขาเรียวก้าวไปยังหน้าต่างเพราะน่าจะเป็ทางออกเดียวแล้วในเวลานี้
" ไม่มีทางเลือกแล้ว " รินรดาตัดสินใจนำรูปปั้นที่วางอยู่บนพื้นและทุ้มไปยังหน้าต่างที่เป็กระจกใสทันที
แพล้งง...หญิงสาวเกาะขอบหน้าต่างเพื่อหวังจะค่อยๆหย่อนตัวเองลงมาจากชั้นสองของตัวบ้าน ติดว่าอาจจะเจ็บแต่ก็ดีกว่าถูกไฟคลอกตายอยู่ในห้องนี้
ตุ๊บ !!!..... โอ้ยยย...
ที่คิดว่าจะค่อยๆลงแต่มืออีกข้างที่จับขอบหน้าต่างอยู่ก็เกิดลื่นทำให้ร่างที่ห้อยอยู่ร่วงลงมาใบหน้ากระแทกเข้าพื้นอย่างแรง
" อ๊ะ...โอ้ยยย ชะ ช่วยด้วย "
" คุณนาย...คุณนายน้อย เป็ยังไงบ้างครับ " รินรดาหันมองใบหน้าของคนที่ช่วยพยุงตัวเธอขึ้น
" พ่อบ้านใหญ่ "
" ครับ...ผมเอง คุณนายน้อยไหวมั้ยครับ "
" ไหว พอไหวอยู่ "
" ฟังผมให้ดีนะครับ มีคนคิดจะฆ่าคุณเพราะอย่างนั้นคุณอยู่ที่นี่ไม่ได้ เดินข้ามเนินนี้ไปจะมีบ้านหลังหนึ่ง เ้าของบ้านจะช่วยคุ้มครองคุณได้ เชื่อผม
นะครับ คืนนี้คุณไปจากที่นี่ก่อนแล้วเดี๋ยวผมแจ้งบอกคุณชายใหญ่ให้ ว่าคุณอยู่ที่นั่น "
เพราะเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อสักครู่ทำให้รินรดารู้ว่าคงจะมีคนอยากให้เธอตายจริงๆ
" ชั้นจะรอคุณชายใหญ่อยู่ที่นั่น รบกวนพ่อบ้านใหญ่ด้วยนะคะ " พูดจบรินรดาก็พาตัวเองเดินมาตามทางที่พ่อบ้านใหญ่บอก
แต่ก่อนที่จะข้ามเนินใหญ่มาได้หญิงสาวก็หันหลังกลับไปมองบ้านหลังที่ตัวเองพึ่งจากมาเมื่อไม่นาน
บ้านที่สวยงามกำลังถูกไฟกลืนกินไปเกือบครึ่งหลังแล้ว แรงลมที่พัดผ่านทำให้เธอรู้ว่ายังไงก็ไม่น่าจะดับได้ทัน
" ชั้นไม่รู้ว่าเธอจะรอดหรือตายนะเสี่ยวหลิง แต่ยังไงชั้นก็หวังให้เธอรอดนะ "
เสียงสะอื้นไห้ของคนที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงทำให้คนที่ยืนอยู่หน้าห้องถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามา
ร่างสูงเดินมาหยุดอยู่ที่ขอบเตียงที่หญิงสาวนอนอยู่ เขาค่อยๆนั่งลงข้างตัวเธอ
" พี่ใหญ่ " คนที่หลับอยู่ตะแคงตัวเข้าหากลิ่นที่ตัวเองคุ้นเคย
" พี่ใหญ่ จำหนูยิ้มได้แล้วเหรอคะ "
..............
สปอยตอนหน้า
" พายัพ ...มาหาชั้นที่นี่หน่อย แต่อย่าพึ่งบอกให้คุณย่ารู้นะ "
" เอ่อ..นายครับ แล้วผมบอกพิมมาดาได้มั้ยครับ "
" ไม่ได้ บอกใครไม่ได้ทั้งนั้น มาเงียบๆ เข้าใจมั้ย "