เหมยหลันกำลังเตรียมตัวเพื่อที่จะออกจากบ้าน ไปขายบะหมี่เหมือนเช่นทุกวัน ทว่าวันนี้บิดาของนางกลับมาถึงบ้าน ก็มีท่าทีร้อนรน
หากเดาไม่ผิดสงสัยคงก่อหนี้พนันมาอีกเเน่ แค่คิดก็ทำให้นางถึงกับถอนหายใจขึ้นมาทันที นางยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไร เซียนสุยผู้เป็บิดาจึงเอ่ยถามนางเสียก่อน
"หลันเอ๋อร์...เ้าจะออกไปขายบะหมี่แล้วงั้นหรือ" เขาเอ่ยถามบุตรสาวไปเช่นนั้น แต่ภายในใจกับดูร้อนรนผิดปกติ หายใจไม่ทั่วท้อง
"ใช่เเล้ว! เเต่ทำไม...ท่านพ่อ ถึงได้เหงื่อออกมากเพียงนี้...ท่านเป็อะไร...ไม่สบายหรือเปล่า" เหมยหลันไม่เคยเห็นบิดาเป็เช่นนี้มาก่อน นางจึงเข้าไปใกล้แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าในเเขนเสื้อของนาง ขึ้นมาซับเหงื่อให้ผู้เป็บิดา
"ข้าไม่ได้เป็อะไร...ตอนนี้...เ้าพอมีเงินให้พ่อหรือไม่" ใจจริงแล้ว เขาไม่กล้าเอ่ยปากขอเงินจากบุตรสาว เพราะขอทีใด นางมักจะบ่นแทบทุกครั้ง และครั้งนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น
"ท่านพ่อ...ท่านไปติดพนัน...จนต้องเป็หนี้แบบนี้กี่ครั้งแล้ว...เหตุใดท่านถึงไม่ยอมหยุดเสียที" เหมยหลันทำท่าทางโมโหบิดา ที่ชอบเล่นพนันจนต้องสร้างหนี้เช่นนี้ นางอดไม่ได้จริงๆที่จะไม่ต่อว่าบิดาของตน
"เ้าจะด่าพ่ออีกนานไหม...หรือจะให้คนพวกนั้นมาฆ่าพ่อเสียก่อน...เ้าถึงจะพอใจ" เซียนสุยที่กำลังรีบร้อน จะเอาเงินไปใช้หนี้ให้ไว เพื่อต้องเเข่งกับเวลาเพียงหนึ่งชั่วยาม ที่บริวารของบ่อนพนันยอมให้เขาออกมา เพื่อที่จะนำเงินมาใช้หนี้ แต่บุตรสาวกับยืนบ่นเหมือนทำให้เขาเสียเวลาไปอีก
ได้ยินที่บิดาเอ่ยถึงความเป็ความตายขึ้นมา นางจึงเลิกบ่น ก่อนที่จะยอมเอ่ยปากถามบิดาว่า้าเงินจำนวนเท่าไหร่
"ว่าเเต่รอบนี้...ท่านพ่อติดหนี้พนันอยู่เท่าไหร่"
"ก็เเค่...เเค่..."เซียนสุยถึงกับอ้ำอึ้ง ไม่กล้าจะเอ่ยคำออกมา ยอมรับว่าวันนี้เขาผิดพลาด จนไม่น่าให้อภัยเป็เพราะ เขาใจใหญ่อยากได้เงินก้อนโต ตามจริงวันนี้เขาได้เงินจำนวนที่มากพอควรแล้ว แต่เขากับอยากได้มากกว่านี้ จึงนำเงินที่ชนะพนันทุ่มจนหมดตัว ผลที่ได้กับมาคือเป็หนี้มากกว่าทุกครั้ง
"ท่านพ่อ...ท่านมัวเเต่อ้ำอึ้งเช่นนี้...ข้าจะรู้ได้อย่างไร...ตกลงว่าติดหนี้พนันอยู่เท่าไหร่กัน"นางกล่าวไม่ทันใด ก็ได้ยินเสียงเเทรกขึ้นมาทันควัน
"หนึ่งพันตำลึง" เขาแทบจะไม่มองหน้าบุตรสาว เมื่อกล่าวขึ้นมาเช่นนี้ ใช่เขา้าเงินจำนวนหนึ่งพันตำลึง ที่บัดนี้บุตรสาวกับยืนนิ่ง แทบจะหยุดหายใจไว้ที่ตรงนั้น ราวกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่ง ที่ตนได้ยิน
"ท่าน...บอกว่าติดหนี้ทั้งหมดหนึ่งพันตำลึง อย่างนั้นเหรอ!...เงินตั้งมากมายเพียงนี้ข้าจะหามาให้ท่านได้ที่ไหนกัน" นางเอ่ยออกมาอย่างหมดหวัง เงินเก็บที่มีอยู่ยังไม่พอที่จะจ่ายค่าหนี้ด้วยซ้ำไป แทบทุกครั้งที่บิดามาขอเงินจากนาง ที่ผ่านมาก็ให้ตลอด มีบ้างที่บิดาให้เงินคืนมา แต่ก็น้อยกว่าที่เอาไปแทบทุกครั้ง เงินส่วนที่เหลืออยู่ตอนนี้ แทบจะไม่ถึงห้าร้อยตำลึงด้วยซ้ำ
"ตกลง...ว่าเ้าไม่มีเงินถึงหนึ่งพันตำลึงใช่ไหม...พ่อผิดเอง...ที่ทำให้เ้าต้องเดือดร้อน"เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนว่า เขาพึ่งจะคิดได้ ว่าเป็เขาที่ต้องพลอยให้บุตรสาวของตนเดือดร้อนไปด้วย
"ท่านมากล่าวเช่นนี้...ก็สายไปแล้ว...ตอนนี้จะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้บ่อนพนันนั่นล่ะ"
"หากเป็เช่นนี้...สงสัยเ้ากับข้าคงอยู่ที่นี้ไม่ได้เเล้ว...เรารีบหนีกันเถอะ!" เมื่อเห็นว่าไม่มีเงินพอที่จะจ่ายหนี้พนัน ผู้เป็บิดาจึงเอ่ยชวนบุตรสาวให้หนีไปด้วยกัน อาจเป็ทางเดียวที่ทำได้ตอนนี้
"อะไรนะ!...ท่านคิดดีแล้วหรือ...หนีไปแบบนี้เราจะไปอยู่ที่ไหนกัน"
"ขอเพียงตอนนี้...เ้ามีเงินอยู่...เราก็มีหนทางที่จะหนี"
ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไรต่อ เสียงถีบประตูจากภายนอก ทำให้ประตูถูกเปิดออก คนที่อยู่ภายในบ้านตอนนี้ถึงกับมีสีหน้าที่ใ
ชายฉกรรจ์รูปร่างกำยำ เดินเข้ามาคว้าตัวเซียนสุย พลางใช้มีดจี้ไปตรงคอ ทำให้เซียนสุยถึงกับยืนตัวเกร็จไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา เพราะขืนขยับตัวเพียงนิดเดียว มีหวังโดนมีดบาดคอเป็เเน่ เหมยหลันที่เห็นเหตุการณ์ ถึงกับออกปากห้าม
"อย่าได้ทำอะไรท่านพ่อของข้า...พวกเ้าเป็ใครกันและ้าอะไรกันเเน่"
"เป็ใครนั่นเหรอ! ข้าคิดว่า...พ่อของเเม่นางน่าจะทราบดี ข้าอุตส่าห์ให้โอกาสแก่เขาออกมา เพื่อนำเงินไปใช้หนี้ แต่กับคิดไม่ถึงว่าจะได้ยินว่าจะหนี โชคดีที่ข้าสะกดรอยตามเขามา...ไม่เช่นนั้นป่านนี้คงหนีไปไกลแล้ว" ชายฉกรรจ์ในชุดอาภรณ์สีเทา ที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าบริวาร เอ่ยออกมาให้ได้ยินจุดประสงค์ที่เขามาที่นี้
"ที่เเท้...พวกเ้าก็มาทวงเงิน...แต่ตอนนี้...ยังไม่มีเงินเพียงพอที่จะให้...อย่างไรแล้ว พวกเ้าให้เวลาข้าหาเงินหน่อยได้ไหม" นางไม่รู้จะทำเช่นไรดี เลยได้เเต่ขอเจรจาเพื่อไกล่เกลี่ย ให้พวกเขายอมตกลง เเต่ดูเหมือนว่าพวกเขาไม่มีทีท่าจะยอมโดยง่าย ก่อนที่หัวหน้าบริวารกำลังใช้ความคิดเเละยอมกล่าวออกมา
"เื่นี้...ต้องไปคุยกับท่านประมุขแห่งหอจุ้ยเซียน...ว่าท่านจะยินยอมหรือไม่"
"ได้เช่นนั้น...ข้าจะไปพบเขา"
หอจุ้ยเซียน
ทันทีเมื่อเซียนสุยกับเหมยหลันถูกควบคุมตัวเข้าไปในหอจุ้ยเซียน เสียงร้องเฮลั่นที่โต๊ะพนันดังขึ้น ทำให้เหมยหลันหันไปมอง เนื่องจากนางไม่เคยเข้ามาัับรรยากาศที่นี้เลยสักครั้ง และไม่คิดว่าเข้ามาที่นี้ แล้วจะได้เห็นผู้คนที่มาเล่นพนัน กันอย่างมากมายเพียงนี้
พวกเขาพาบิดาและนางไปยังชั้นบนสุด ของหอจุ้ยเซียน ที่เเห่งนี้ดูสงบมากกว่าบริเวณชั้นล่าง ที่ผู้คนต่างโห่ร้องลั่นในโต๊ะพนันนั่นเสียอีก
"ท่านประมุขฉิงตี้...คนพวกนี้ติดหนี้พนันบ่อนของเรา...แล้วคิดจะหลบหนี...ดีที่ข้าตามกลับมาได้เสียก่อน ขอรับ"
สายตาของประมุขฉิงตี้ ไม่ได้หันไปมองคนทั้งสองที่เข้ามาใหม่ เพราะมั่วเเต่นั่งจิบชาอย่างสบายใจ พลางดูจอกชาที่เขาถืออยู่ แล้ววนจอกน้ำชาไปเรื่อยๆ เสมือนกำลังใช้ความคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา
"อืม! พวกเ้าทำงานดีมาก"
เหมยหลันมองดูบุรุษที่เอาแต่นั่งจิบชา อย่างไม่ทุกข์ร้อนใดๆ นางยอมรับว่านางมองบุรุษผู้นี้อยู่นาน ใบหน้าของเขา จัดว่าหน้าตาดูดี ใช้ได้เลย แต่ดูแล้วนิสัยเขาดูเหมือนจะเ็า
เมื่อเหมยหลันกับเซียนสุย ถูกปลดปล่อยจากการควบคุม เซียนสุยจึงรีบคุกเข่าลง พลางเอ่ยคำขอร้องต่อประมุขฉิงตี้
"เออ...ท่านประมุขฉิงตี้...ท่านให้โอกาสข้าหน่อยเถอะ! ...ข้าจะนำเงินมาชดใช้ให้ท่านเอง...เห็นเเก่ที่ข้ามาใช้บริการที่นี่ตลอด...ข้าไม่เคยบิดเบี้ยวเลยสักครั้ง...เพียงเเต่ครั้งนี้...ข้ามีเงินไม่พอเลยจริงๆ"
พอได้ยินคำขอร้อง ประมุขฉิงตี้จึงปรายตามองดูคนที่คุกเข่าตรงหน้า
"คนของข้า...บอกว่า...เ้าคิดจะหนี...ยังจะกล้ามาขอร้องข้าอีกนั่นเหรอ"
"ข้าสำนึกผิดแล้ว...ให้โอกาสข้าสักครั้งเถอะ"
"ให้โอกาส! แล้วข้าจะให้โอกาสเ้าอย่างไรดีล่ะ ว่ามา...เ้าจะชดใช้ให้ข้าอย่างไร" ประมุขฉิงตี้เอ่ยคำเรียบๆ ด้วยใบหน้าเ็า
"ท่านให้เวลา...ข้าหน่อยเถอะ"
"ให้เวลา...อย่างนั้นเหรอ..."
"ใช่! ข้าขอเวลาสักแปดเดือน...จะได้หรือไม่"
"ตั้งแปดเดือน...ไม่นานไปหรอกหรือ...อีกไม่กี่เดือนก็เกือบปีแล้ว"ประมุขฉิงตี้กล่าวออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจ แต่ก็ยังคงไม่เเสดงสีหน้าออกมาให้เห็น
"เเต่ว่า เงินจำนวนมากเช่นนั้น...ต้องใช้เวลาสักหน่อย...ท่านประมุขได้โปรดเห็นใจข้าหน่อยเถอะ!" เซียนสุยเห็นประมุขเอ่ยเช่นนั้นออกมา เขาจึงได้อธิบายเหตุผลให้ฟัง ดูเหมือนว่าฉิงตี้ก็รู้สึกเห็นใจอยู่บ้าง แต่ภายในใจกลับมีแผนบางอย่างซ่อนไว้อยู่
"ก็ได้! ข้าให้เวลาเ้าเต็มที่...เเค่ห้าเดือน"
"ได้...ห้าเดือนก็ยังดี ข้าตกลงตามนี้...ขอบคุณท่านประมุข"
"เดี๋ยว! ข้ายังกล่าวไม่จบ...ข้ามีข้อเเม้"
"เอ่อ...ข้อแม้ของท่านประมุข...คืออะไร"
"ข้อแม้...ก็คือเ้าต้องคืนเงินทั้งหมดสองพันตำลึง ภายในระยะเวลาห้าเดือน"
ได้ยินฉิงตี้กล่าวออกมา ทำให้เซียนสุยถึงกับอึ้งเงียบลงทันที เงินตั้งสองพันตำลึง ระยะเวลาเพียงห้าเดือนเขาจะไปหาเงินมาจากไหนกัน แค่หนึ่งพันตำลึงตัวเขาเองก็ยังคิดหนัก
เหมยหลันที่ได้ยินว่าต้องจ่ายเงินถึงสองพันตำลึง นางถึงกับเอ่ยออกมาทันควัน เมื่อเห็นว่าฉิงตี้จะเอาเปรียบมากเกินไปแล้ว ไม่คิดเลยว่าหน้าตาที่ดูดีของเขา และนิสัยเ็าเช่นนี้เเต่ภายในจิตใจกับเอาเปรียบผู้อื่นได้อย่างไรกัน
"ท่านพ่อของข้า...ติดหนี้พนัน เพียงหนึ่งพันตำลึง แต่ท่านประมุขกับจะเอาคืนตั้งสองพันตำลึง...ไม่มากไปหน่อยหรือไง"
ฉิงตี้ที่ได้ยินสตรีนางนี้เอ่ยขึ้นมา ทำให้เขาต้องหันไปมองอยู่สักพัก เขายอมรับว่าไม่ได้สังเกตนาง การเเต่งกายที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่มองดูตรงใบหน้ากับงดงามยิ่งนัก เขามองไปยังเเววตาของนาง ที่เหมือนจะเอาเื่อยู่เช่นกัน หากเขาฟังไม่ผิดเมื่อครู่ นางเป็บุตรสาวของชายที่คุกเข่าอยู่นั่นหรือ เขาจึงเอ่ยขึ้นถามเพื่อความเเน่ใจ
"นางเป็ใครกัน!"
"เออ...นางคือบุตรสาวของข้า...ท่านประมุขอย่าได้ถือโทษโกรธนางเลย...ท่านปล่อยบุตรสาวข้าไปเถอะ "
"บุตรสาวของเ้า...ดูไปแล้วก็จัดว่าหน้าตางดงามใช้ได้...เเต่ดูเหมือนว่าจะปากดีไปหน่อยเท่านั้นเอง"
"ก่อนที่จะว่า...ข้าปากดี...ท่านประมุขดูตัวเองก่อนดีกว่าไหม...ว่าตัวท่านเองเอาเปรียบแค่ไหนกัน"
"หลันเอ๋อร์...เ้าหยุดต่อว่าท่านประมุขได้แล้ว"เซียนสุยเอ่ยห้ามบุตรสาว กลัวว่าคนตรงหน้าจะสั่งคนให้ทำร้ายนางได้ หากนางยังจะกล่าวเช่นนี้อีก
"ท่านพ่อ..."นางกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ เมื่อเห็นบิดาสั่งห้าม
เสียงหัวเราะในลำคอของประมุขฉิงตี้ ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยใส่คำพูดของเหมยหลันเท่าไหร่นัก แต่พอเห็นว่านางกล่าวว่าเขาเอาเปรียบ เขาจึงรีบเอ่ยขึ้นมา
"ข้าให้เวลาตั้งห้าเดือน ก็ถือว่าปราณีพวกเ้ามากแล้ว เงินที่เพิ่มมาก็ถือเป็ดอกเบี้ย ซึ่งมันก็เป็ธรรมดาที่จะต้องจ่าย หากเ้าไม่อยากจ่ายเงินสองพันตำลึง วันนี้ข้ายังให้โอกาสจ่ายเงินหนึ่งพันตำลึง ตกลงพวกเ้าจะเอาอย่างไร"
"ข้ายังไม่พร้อมที่จะจ่ายเงินตอนนี้"เหมยหลันกล่าวออกมาทันที เวลาเช่นนี้นางจะหาเงินมาจากที่ใดกัน ตั้งหนึ่งพันตำลึง
"หากไม่ยอมตกลง...ข้าก็จะสั่งให้คนฆ่าพ่อของเ้า...ว่าอย่างไร..." ฉิงตี้กล่าวจบ หัวหน้าบริวารจึงเข้าไปควบคุมตัวเซียนสุยที่คุกเข่าอยู่นานเเล้ว พร้อมกับใช้มีดจี้ไปที่คอ
"นี้มัน! ทำเกินไปแล้วนะ...ก็ได้ห้าเดือนข้าจะหาเงินมาคืนสองพันตำลึง...ท่านก็เขียนสัญญามาให้ข้า"
"เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้...ข้าจะเขียนสัญญาให้ เ้าก็หาเงินมาใช้หนี้ ส่วนพ่อของเ้าจะถูกคุมขังไว้ที่นี้ก่อน รอให้เ้านำเงินมาใช้หนี้...ข้าก็จะปล่อยตัวพ่อของเ้าไป"