แน่นอนว่าจ้าวหยางจื่อไม่ไปถามม้าตัวนั้น ถึงแม้ว่ามันจะรู้จุดที่เกลืออยู่จริง แต่ทว่ามันคงบอกเขาได้ไม่ชัดเจนกว่ามนุษย์ด้วยกันเองอยู่แล้ว สู้ไปถามคนที่รู้ไม่ดีกว่าหรือ?
หนึ่งจิบชา(5นาที)ต่อมาจ้าวหยางจื่อได้วิ่งมาถึงเรือนของผู้ใหญ่บ้าน สังเกตเห็นท่านยายหานนั่งอยู่บนแคร่ใต้ร่มไม้พอดิบพอดี เขาก็กล่าวถามท่านอย่างนึกสงสัยว่า
“ท่านยายขอรับ พี่ใหญ่หานมิ่งเข้าเมืองไปยังหรือขอรับ?”
“วันนี้เขาไม่ไป สัตว์ที่ล่ามาได้เก็บไว้กินเอง อยู่บนเรือนนู่น เ้ามีเื่อันใดรึ?”
“พอดีข้า้าจะถามบางเื่จากพี่ใหญ่ขอรับ?”
“เ้าอยากรู้เื่อันใด? ถามข้าก่อนเป็ไร บางทีข้าอาจบอกได้” ท่านยายหานกล่าวด้วยท่าทีสบายๆ เต็มใจไขข้อสงสัยให้กับจ้าวหยางจื่อ
ขณะเดียวกันจ้าวหยางจื่อก็คิดในใจว่าท่านยายหานคงรู้ ว่าเหมืองเกลือนั้นอยู่ตรงจุดไหนของป่า
ในอดีตเมื่อท่านยายหานยังเยาว์วัยจวนจะปัจจุบัน ท่านก็เข้าป่าหาสมุนไพรบ่อยครั้ง บางทีป่าหลังหมู่บ้านแห่งนี้ ท่านอาจรู้ทุกซอกทุกมุมก็เป็ได้ ไม่รอช้าจ้าวหยางจื่อรีบถามขึ้นว่า
“ท่านยายขอรับ ท่านรู้หรือไม่ว่าเหมืองเกลือพิษนั้นอยู่ตรงส่วนไหนของป่า? ข้าได้ยินพวกชาวบ้านพูดั้แ่เด็กแล้วว่าในป่ามีเหมืองเกลือพิษอยู่ ทว่าก็ไม่รู้จุดที่แน่ชัด ท่านช่วยไขความกระจ่างข้าได้หรือไม่”
“เ้าจะรู้ไปทำอันใด หรือ้าไปล่าแพะล่าม้าเช่นนั้นรึ? ถ้าเช่นนั้นข้าไม่บอกเ้าหรอก! ตรงจุดนั้นมันอันตรายมาก! พระชุกชุมไปด้วยสัตว์ล่าเนื้ออันตราย”
“อันตรายมากหรือขอรับ?”
“เป็เช่นนั้น! พื้นที่ตรงส่วนนั้นมีฝูงหมาป่าอาศัยอยู่หลายสิบตัว บางครั้งพวกเสื้อโคร่งตัวใหญ่ก็ลงจากเขามาล่ากวางด้วยเช่นเดียวกัน ถ้าข้าบอกแก่เ้าไป ไม่ใช่บอกเ้าไปตายหรอกรึ?”ท่านยายหานกล่าวพลางสงวนท่าที ทว่าแววตาของนางแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนเมื่อมองมาที่จ้าวหยางจื่อ
พอรับรู้ถึงอันตรายจากที่แห่งนั้นแล้ว จิตใจของจ้าวหยางจื่อก็สั่นไหว แต่ทว่าเกลือมันสำคัญต่อเขามาก ต่อให้อันตรายขนาดไหนเขาก็ยอมเสี่ยง พลางร้องขอต่อท่านยายหานว่า“ท่านยายขอรับ ได้โปรดบอกหลาน เพราะเกลือมันสำคัญต่อหลานมากขอรับ”
“เ้าไม่กลัวตายเช่นนั้นรึ!”ท่านยายหานกล่าวด้วยเสียงที่ดุดัน พลางจ้องมองจ้าวหยางจื่อเขม็ง
ระหว่างนี้เองหานมิ่งที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย ก็เดินออกมาดู ก่อนจะพูดขึ้นว่า
“มีเื่อันหรือขอรับท่านแม่?”
“จะมีเื่อันใด? เ้าเด็กนี่เห็นเ้าล่าม้าได้ จึง้าไปล่าม้าล่าแพะเหมือนเ้า!!”ท่านยายหานกล่าวด้วยความโกรธที่จ้าวหยางจื่อไม่รักชีวิตของตนเองเช่นนี้
ได้ฟังเช่นนั้นจากปากมารดา หานมิ่งเหลือบมองจ้าวหยางจื่อพลางกล่าวถามอย่างนึกสงสัย“ไม่ใช่ว่าข้าขายม้าให้เ้าไปแล้วหรอกรึ? หรือเ้า้าม้าเพิ่มอีกตัว?”
“ไม่ใช่ขอรับพี่ใหญ่ ข้า้าเกลือพิษจากที่นั่นต่างหาก”จ้าวหยางจื่ออธิบาย ในที่สุดเขาก็มีโอกาสเสียที
“ที่แท้เป็เช่นนี้ ทว่าเกลือพิษนั่นกินไม่ได้ ที่กินพวกมันได้ก็เฉพาะพวกสัตว์เท่านั้น เ้าจะเอามันมาทำอันใดกัน?”
“…” โดนคำถามเช่นนี้จ้าวหยางจื่อก็ไม่รู้จะตอบอันใดเช่นกัน จะบอกเหตุผลไปตรงๆ ก็ไม่ได้ เพราะยุคนี้ยังไม่มีวิธีการสกัดเกลือ บอกไปใครเล่าจะเชื่อ หาว่าเขางมงายเสียด้วยซ้ำ
ทันใดนั้นจ้าวหยางจื่อก็นึกคิดเื่ที่ม้าาเ็ได้ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า
“ข้าจะนำมาทำเป็ยาขอรับ?”
“ยารึ? เกลือพิษทำเป็ยาได้ด้วยรึ? เกิดมาเจ็ดสิบปีข้ายังไม่เคยได้ยินว่าเกลือพิษทำเป็ยาได้”ท่านยายหานไม่เชื่อสิ่งที่จ้าวหยางจื่อกล่าว อีกทั้งนางยังมองมาที่เขาด้วยสายตาแปลกๆ
หายมิ่งครุ่นคิดสักพักก่อนจะถามขึ้นว่า “หรือเ้าจะนำเกลือพิษมาทำยาเพื่อรักษาม้าตัวนั้น”
“ใช่ขอรับ”จ้าวหยางจื่อรีบพยักหน้ารับ
“เป็เช่นนี้เอง เ้าทำยาให้ม้าก็ไม่บอกแต่แรก มีแต่เพียงพวกสัตว์เท่านั้นที่กินเกลือพิษนั่นได้” ท่านยายหานก็หายสงสัยเช่นกัน สาเหตุที่แท้จริงนั้นก็เป็เพราะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าลูกชายของนางขายม้าาเ็ให้จ้าวหยางจื่อ นางกล่าวเพิ่มอีกว่า “แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็บอกเ้าไม่ได้อยู่ดี พื้นที่ตรงนั้นมันอันตรายมาก!”
หานมิ่งเห็นว่ามารดาไม่ยอมบอก เขาก็ไม่บอกแก่จ้าวหยางจื่อเช่นกันถึงอย่างไรเขาก็เป็ห่วงจ้าวหยางจื่อไม่น้อยกว่ามารดา หนำซ้ำก่อนหน้านี้เขาพบเห็นมาแล้วกับตา ว่าพื้นที่ตรงนั้นอันตรายแค่ไหน
“…”
จ้าวหยางจื่อก้มหน้า ในหัวครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรดีเพื่อให้ท่านยายหานยอมบอกเขา
ใช้เวลาไม่จ้าวหยางจื่อก็คิดบางอย่างได้ พลางกล่าวขึ้นว่า
“เช่นนั้นพี่ใหญ่นำเกลือพิษมาให้ข้าได้หรือไม่? ท่านเข้าออกตรงจุดนั้นเป็ว่าเล่น คงไม่เป็อันตรายใช่หรือไม่ขอรับ แน่นอนว่าข้าไม่ให้ท่านทำฟรีๆ ข้าจะจ้างท่านด้วย”
พอได้ฟังเช่นนั้นสองแม่ลูกพลันสบตากันอย่างไม่ได้ตั้งใจ
พอละสายตาจากลูกชาย ท่านยายหานหันมามองจ้าวหยางจื่อเขม็ง ก่อนจะกล่าวเสียงแข็งว่า “จ้างอันใดกัน! พวกเรารู้จักกันมาก็นาน เห็นครอบครัวข้าเห็นแก่เงินขนาดนั้นเลยงั้นรึ”
ได้ยินประโยคนี้จ้าวหยางจื่อคิดกับตนเอง ภาพของซูเหวินลอยเข้ามาในหัวทันใด “ข้าไม่ได้หมายความว่าเช่นนั้นขอรับ..”
“เอาเถอะหานมิ่งตอนนี้เ้าว่างอยู่ไม่ใช่รึ? เ้าไปนำเกลือพิษนั่นมาให้จื่อหยางหน่อยเป็ไร?”
“ขอรับท่านแม่ ว่าแต่จื่อหยางเ้า้าเกลือพิษเท่าไหร่รึ?”
“ยิ่งมากเท่าไหร่ยิ่งดีขอรับ?”จ้าวหยางจื่อกล่าวความจริง ยิ่งมีเกลือพิษมากเท่าไหร่ เขายิ่งสกัดเกลือได้มากเท่านั้น
“เช่นนั้นรึ” หานมิ่งแสดงสีหน้าลำบากใจ ถ้าเป็เช่นนั้นจริง นั่นก็เป็เื่ที่ยากมากที่จะทำได้
“โปรดเบาใจขอรับ ข้าไม่ได้ให้ท่าทำฟรีๆ”
ได้ยินเช่นนั้นหานมิ่งก็ถอนหายใจออกมา อย่างน้อยที่เขาทำลงไปก็ไม่เป็การเหนื่อยเปล่า
“ประเดี๋ยวข้าจะนำเกลือพิษมาให้ เ้ารอข้าอยู่ที่บ้านได้เลย”
“ขอรับ”จ้าวหยางจื่อขานรับอย่างนอบน้อม
พูดจบจ้าวหยางจื่อก็เดินทางกลับเรือน ส่วนทางหานมิ่งก็เดินกลับเข้าเรือนไปเพื่อเตรียมการ
ระหว่างเดินทางกลับเรือนอยู่นั้น จ้าวหยางจื่อรู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นอย่างมาก ที่ท่านยายหานเป็ห่วงเขาราวกับหลานสายเืเดียวกันเช่นนั้น
อย่างไรก็ตามจ้าวหยางจื่อรู้ตัวดีว่าพวกเขาไม่ได้มีสายเืเดียวกันแต่อย่างใด เพราะหมู่บ้านตระกูลหานแห่งนี้ มีอยู่ก่อนที่เขาจะเกิดเสียอีก หนำซ้ำยังห่างไกลจากฉางอัน ไม่มีทางจะเป็เครือญาติกันได้อยู่แล้ว
'วันรุ่งขึ้นข้าจะนำปลามาฝากท่านเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยก็แล้วกัน..' จ้าวหยางจื่อสำนึกในความห่วงใยท่านยายหาน
สามารถกดหัวใจส่งของขวัญเป็กำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ
ช่วยกดติดตาม กดแชร์ให้เพื่อนๆ อ่าน จะเป็พระคุณอย่างยิ่งของคนเขียนครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel