ทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ)

    เล่มที่ 4 บทที่ 115 สิ้นหวัง

             

            การแสดงออกทางสีหน้าของหลินกู๋หยู่ไม่น่ามองหญิงสาวดิ้นรน ไม่เต็มใจที่จะก้าวเท้าไปข้างหน้า

            ในขณะที่หวังเสี่ยวเชี่ยนกำลังจะเอาเสื้อผ้าไปซักจู่ๆ นางก็ได้ยินเสียงดังมาจากที่นี่ นางจึงเดินเข้ามา

            ในตอนแรกนางยังไม่เข้าใจสถานการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เวลานี้เมื่อนางได้ยินสิ่งที่หญิงชราพูด นางก็ไม่สามารถทนรอได้อีกต่อไปนางรีบวางของลงบนพื้น เดินไปข้างหน้าอย่างเร่งรีบ ขวางด้านหน้าฉือซู่แล้วขมวดคิ้ว"พี่ฉือ พี่กำลังทำอะไรอยู่?"

            “พวกผู้ใหญ่เขาคุยกันเด็กสาวเช่นพวกเจ้าเกี่ยวอะไรด้วย” ฉือซู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยพูดอย่างเคร่งขรึม “เจ้าไปยืนอยู่ห่างๆอย่ามาสร้างปัญหาตรงนี้”

            “พี่สะใภ้สามไม่ใช่จิ้งจอกอย่างแน่นอนชีวิตของคนจำนวนมากในหมู่บ้านของเราได้รับการช่วยชีวิตจากพี่สะใภ้สามตอนนี้พวกเจ้าจะทำอะไรหรือ จะตอบแทนพระคุณด้วยความแค้นงั้นหรือ?” หวังเสี่ยวเชี่ยนกางมือทั้งสองข้างขวางตรงหน้าฉือซู่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "พี่ใหญ่ฉือ คนดีเขาไม่ทำเช่นนี้"

            อาจเป็นเพราะความโกลาหลที่นี่ดังเกินไป ผู้คนที่ตื่นเช้าหลายคนที่ได้ฟังเสียงโกลาหลต่างเข้ามารวมตัวกัน

            "ใช่แม่ของโต้ซาเป็นผู้ช่วยชีวิตของพวกเรา พวกเจ้าจะทำอะไรหรือ?"

            “ใช่ๆแม่ของโต้ซาเป็นหมอและนางก็ประพฤติตัวดีมาโดยตลอด พวกเจ้าจะทำอะไรจะทำร้ายคนดีงั้นหรือ?

            “เร็วเข้ายังไม่นำตัวคนเข้าไปอีก!”

            ......

            ฟางซื่อเดินไปหาหญิงชรายื่นมือออกและดึงแขนเสื้อของหญิงชรา

            หญิงชราหันศีรษะไปมองที่ฟางซื่อปราดหนึ่งขมวดคิ้วเล็กน้อยและเดินไปข้างหน้าอย่างเนิบนาบ

            นางอายุมากแล้ว นางพูดอย่างไร้เรี่ยวแรงในมือถือไม้เท้ากระแทกพื้นสองครั้งอย่างสุดแรงที่มี

            เมื่อทุกคนเห็นว่าเป็นแม่หมอซาแต่ละคนก็ไม่มีใครเอื้อนเอ่ยวาจา

            ในหมู่บ้านของพวกเขาหากมีคนหนึ่งคนที่สามารถทำนายอนาคตได้ คนคนนั้นก็คือแม่หมอซาคนนี้

            คำทำนายก่อนหน้านี้ของแม่หมอซาไม่มีคำทำนายใดที่ไม่เป็นจริงกล่าวกันว่านางสามารถสื่อสารกับภูตผีปีศาจได้

            “ถ้าไม่กำจัดนางปีศาจตนนี้รังแต่จะนำมาซึ่งหายนะ” แม่หมอซากระแอมไอสองครั้งน้ำเสียงของนางเย็นเยียบ “วิธีเดียวในตอนนี้คือเผานางไม่ให้เหลือแม้แต่กระดูก”

            ร่างกายของหลินกู๋หยู่หยุดชะงักชั่วคราวมองไปที่แม่หมอซาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

            “เหลวไหล!” หวังเสี่ยวเชี่ยนโต้กลับอย่างโกรธจัด ใบหน้าของนางเย็นชา “ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ใครจะสามารถทายได้อย่างแม่นยำพูดถึงไข้ทรพิษเมื่อไม่นานมานี้ หากไม่ใช่พี่สะใภ้สามคนในหมู่บ้านของเราจะรอดชีวิตไปได้สักกี่คน”

            เมื่อหวังเสี่ยวเชี่ยนพูดดังนั้นทุกคนก็ตกตะลึง

            หากไม่ใช่เพราะหลินกู๋หยู่พวกเขาทุกคนก็คงเสียชีวิตไปแล้ว

            “ข้าเคยทำนายผิดพลาดมาก่อนหรือไม่?” แม่หมอซาขมวดคิ้วด้วย พูดอย่างไร้ความรู้สึก “ตอนนี้จะต้องฆ่าสตรีคนนี้ไม่เช่นนั้น แคว้นของเราอาจจะถูกทำลาย!”

            "พาโลโสเก!"ผู้ใหญ่บ้านจ้าวเดินออกมาจากธารกำนัล ชี้นิ้วมือไปที่ปลายจมูกของแม่หมอซาเขาตะโกนด้วยเสียงเฉียบคม "แผนของเจ้าคืออะไร เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือ?"

            เมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้ใหญ่บ้านจ้าวพูดสตรีคนหนึ่งก็รีบแจ้นเข้าหาผู้ใหญ่บ้าน กระซิบเสียงเบา "ผู้ใหญ่ท่านจะพูดเช่นนี้ไม่ได้ สิ่งที่แม่หมอซาพูดก็น่าเชื่อถือเสมอมาถ้าเกิดเป็นเรื่องจริง มันจะ... "

            หลินกู๋หยู่ไม่เต็มใจที่จะก้าวเท้าไปข้างหน้าแต่ความแข็งแกร่งของฉือซู่นั้นมากเกินไป

            นางขยับตัวไปข้างหน้าด้วยความเจ็บปวดใบหน้าของหลินกู๋หยู่น่าเกลียดเล็กน้อย เมื่อมองไปที่แม่หมอซาที่ยืนอยู่ด้านล่างใบหน้าของนางก็ไม่น่ามองอย่างมาก พูดด้วยความโกรธขึ้ง"เจ้าบอกว่าข้าเป็นปีศาจ หากเจ้ามีความสามารถก็พิสูจน์สิว่าข้าเป็นปีศาจให้ได้สิเจ้าก็น่าสนใจจริงแท้ พวกเจ้าคิดที่จะฆ่าคนโดยไม่มีข้อหาใดๆ งั้นหรือ?"

            เมื่อได้ฟังสิ่งที่หลินกู๋หยู่พูดแม่หมอซาก็คว้าไม้ค้ำและค่อยๆ เดินไปต่อหน้าหลินกู๋หยู่อย่างเนิบนาบสายตามองไปที่กิ่งไม้ใต้เท้าของหลินกู๋หยู่ ไม้ค้ำนั้นโบกฟืนด้านล่างเบาๆ"เจ้าเป็นจิ้งจอกจริงๆ รอให้เจ้าถูกเผาจนตายแล้วเจ้าก็จะเปิดเผยเรือนร่างที่แท้จริงออกมาอย่างแน่นอน”

            สายตาของหลินกู๋หยู่ทอดมองไปที่ฉือหางซึ่งอยู่ในระยะไม่ไกลเห็นว่าฉือหางถูกมัดไว้ทั้งตัว และแม้แต่ในปากก็ยังถูกยัดด้วยของบางอย่าง

            โต้ซาร้องไห้และร้องเรียกนางแต่ถูกโจวซื่อกอดไว้ในอ้อมแขนของนาง

            “ถ้าข้าตายแล้ว” แววตาของหลินกู๋หยู่มองแม่หมอซาด้วยความเกลียดชัง กัดฟันพูด “แม้ว่าข้าจะกลายเป็นผี ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าอย่างเด็ดขาด!”

            เมื่อฟังคำพูดของหลินกู๋หยู่แม่หมอซาก็สั่นเทิ้มอย่างไม่อาจควบคุมได้พริบตาหนึ่ง

            “รอให้เจ้าสามารถแก้แค้นได้ก่อนเจ้าค่อยมาพูดถึงเรื่องนี้” แม่หมอซามองที่หลินกู๋หยู่ด้วยสายตาเรียบนิ่งความดูถูกเหยียดหยามในดวงตาของนางกระจ่างชัดอย่างมาก “แต่ตอนนี้เจ้าทำอะไรข้าไม่ได้!”

            ดวงตาของหลินกู๋หยู่กลายเป็นสีแดงเลือดกัดริมฝีปากล่างแน่น หลังจากนั้นไม่นาน นางก็พูดด้วยความโกรธแค้น"ข้าเคยเห็นคนไร้ยางอาย แต่ข้าไม่เคยเห็นคนไร้ยางอายในวัยเดียวกับเจ้าข้าไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้ามีชีวิตรอดมาได้จนถึงตอนนี้ได้อย่างไร!"

            สิ้นเสียงหลินกู๋หยู่พลันได้ยินเสียงเอะอะโวยวายท่ามกลางฝูงชน

            "พวกเจ้าผู้ใดกล้าลงมือ!" แม่ม่ายสูวิ่งออกมาจากฝูงชนในมือของนางถือค้อนหันไปทางแม่หมอซา "แม่หมอซาข้าจะบอกเจ้า อย่าคิดพยายามใส่ความว่าร้ายน้องหลินเจ้าเป็นหม้ายตั้งแต่ยังสาวยังแซ่ ทำไมหรือเจ้าทนเห็นพวกเขาสามีภรรยารักกันไม่ได้งั้นหรือ?"

            เมื่อได้ฟังคำพูดของแม่ม่ายสูสีหน้าของแม่หมอซาก็แปรเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดนางชี้นิ้วมือไปที่ใบหน้าของแม่ม่ายสูแล้วพูดอย่างขุ่นเคือง "เหลวไหล!"

            แม่ม่ายสูยืนอยู่ด้านข้างหลินกู๋หยู่ค้อนในมือส่องประกายอย่างเย็นเยียบภายใต้แสงอาทิตย์ นางตะโกนเสียงดัง"พ่อแม่พี่น้องพวกท่านยังจำเหตุการณ์ที่คนในหมู่บ้านของเราเคยเป็นไข้ทรพิษได้หรือไม่?"

            “หากไม่ใช่เพราะน้องหลิน พวกท่านบอกข้าได้หรือไม่ว่าญาติของพวกเราจะยังมีชีวิตรอดจวบจนตอนนี้ได้หรือไม่?” แม่ม่ายสูชี้ค้อนในมือไปที่ทุกคน พูดอย่างโกรธๆ ว่า “ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ หัวใจของพวกท่านทำด้วยอะไร? รู้ทั้งรู้ว่าน้องหลินช่วยชีวิตพวกท่านไว้โดยไม่คิดเงินแม้แต่อีแปะเดียวแต่พวกท่านจะตอบแทนน้องหลินด้วยการกินบนเรือน ขี้รดบนหลังคางั้นหรือในภายภาคหน้ายังจะมีใครกล้าทำสิ่งดีๆ เช่นนี้อีก?”

            เฉิงอันอันปรากฏตัวออกมาจากฝูงชนในขณะที่กำลังจะไปช่วยหลินกู๋หยู่แก้มัด นางก็ถูกฉือซู่ดึงตัวลงมา

            ฉือซู่ต้องการลากตัวแม่ม่ายสูแต่อนิจจังแม่ม่ายสูมีค้อนอยู่ในมือ เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรชั่วขณะหนึ่ง

            แม่ม่ายสูยังคงพูดอยู่ด้านบนข่มขู่ทุกคนด้วยค้อนในมือของนางโดยไม่ทันได้สังเกตความจริงที่ว่าฉือเทาลอบวิ่งไปยังด้านหลังของนาง

            จู่ๆ แม่ม่ายสูก็รู้สึกได้ว่ามีคนผลักฉับพลันลงมาจากด้านบนในขณะที่นางกำลังจะป้องกันตัว ฉือซู่ก็จับค้อนในมือแน่นแล้ว

            “พ่อแม่พี่น้อง” โจวซื่อเดินไปยังด้านหน้าฝูงชนพร้อมกับโต้ซาในอ้อมแขนหันศีรษะไปมองฝูงชนพร้อมขมวดคิ้ว “เดิมทีเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องอื้อฉาวในครอบครัวที่ไม่สามารถเปิดเผยให้คนนอกรับรู้ได้เพียงแต่หลินกู๋หยู่คนนี้มีปัญหาจริงๆ”

            ใบหน้าของหลินกู๋หยู่น่าเกลียดมากนางพยายามดิ้นให้หลุด แต่อนิจจังเชือกนั้นมัดแน่นมากเป็นพิเศษ

            "ข้าจำได้ว่าหลินกู๋หยู่ไม่รู้ทักษะทางการแพทย์ใดๆแต่ตอนนี้ไม่เพียงแต่รู้ทักษะทางการแพทย์ แต่นางยังทำให้ลูกชายและหลานชายของข้าลุ่มหลงอีกด้วยข้าไม่รู้ว่านางทำอะไรลงไป!" สีหน้าของโจวซื่อน่าเกลียดมากขึ้นคิ้วของนางก็ขมวดแน่นขึ้น "พวกเจ้าดูสิ โต้ซาตอนนี้เป็นอย่างไรแล้ว..."

            แต่ละคนฟังคำพูดของโจวซื่อสายตามองไปที่โต้ซาที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายเป็นสายตาเดียวกันต่างก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ

            เมื่อเห็นสีหน้าของทุกคนโจวซื่อก็พยักหน้าและพูดต่อ

            ในขณะที่ทุกคนยังคงฟังโจวซื่อพูดอยู่นั้นเฉิงอันอันก็แอบไปข้างหลังฉือหางและปลดเชือกออกจากตัวของฉือหางอย่างรวดเร็วนางพูดด้วยเสียงต่ำว่า "พี่ฉือ ตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไรดี?"

            ในที่สุดฉือหางก็เป็นอิสระและพูดกับเฉิงอันอันว่า "เจ้าคอยดูคนเหล่านี้ อย่าให้พวกเขาจุดไฟเด็ดขาดข้าจะไป..."

            ก่อนที่ฉือหางจะพูดจบแม่หมอซาพลันจุดฟืนด้วยคบเพลิงในมือ

            ถูกไฟคลอกตาย

            หลินกู๋หยู่อดไม่ได้ที่จะสำลักสองครั้ง

            ในโลกสมัยใหม่นางจมน้ำตายแต่ตอนนี้นางกำลังจะถูกไฟคลอกตาย ช่างบังเอิญอะไรเช่นนี้

            เมื่อคิดถึงเรื่องนี้หลินกู๋หยู่ก็ทอดถอนหายใจ ไม่ว่านางจะรู้สึกอาลัยอาวรณ์มากเพียงใด แต่อย่างไรก็ตามนางก็ไม่สามารถทำอะไรได้

            หลินกู๋หยู่ลดสายตาลงเล็กน้อยหากนางกลับมาที่นี่ได้อีกหน นางจะไม่รังเกียจที่จะกำจัดแม่หมอซาเป็นคนแรก

            "แค่ก แค่ก"

            กลิ่นฉุนแสบจมูกเกินไปแล้ว

            "หลีกทางให้ข้า!”ฉือหางคว้าค้อนในมือของแม่ม่ายสูพรวดเดินตรงไปด้านหน้ากวาดฟืนทั้งหมดไปด้านข้างและเหยียบมัน

            เมื่อเห็นฉือหางทำเช่นนี้ใบหน้าของโจวซื่อก็น่าเกลียดมาก นางไม่พอใจอย่างมาก "เจ้าทำอะไรยังไม่รีบลงมาอีก"

            ฉือหางฟังเสียงของโจวซื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองโจวซื่อก่อนจะก้มศีรษะลงช่วยหลินกู๋หยู่แก้เชือก

            “เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไรมันอันตรายนัก” หลินกู๋หยู่มองชายที่อยู่ข้างหน้าอย่างเป็นกังวล

            ในช่วงเวลาที่อันตรายเช่นนี้ฉือหางเป็นคนเดียวที่ยังคงอยู่เคียงข้างนาง

            คนด้านล่างบางส่วนไม่เห็นด้วยในขณะที่กลุ่มอีกบางส่วนนั้นเห็นด้วย ส่วนมากนั้นมองนางอย่างเฉยเมย

            ทันใดนั้นก็เกิดความขุ่นเคืองในใจดวงตาสีแดงของหลินกู๋หยู่เหลือบมองคนด้านล่างเหล่านั้น

            "เจ้าไม่เป็นไรกระมัง”มือของฉือหางเคลื่อนไหวเร็วขึ้นฉือซู่และฉือเทาสองคนขึ้นมาด้านบนต้องการที่จะดึงฉือหางออกไป

            ในที่สุดฉือหางก็คลายเชือกออกสำเร็จลุล่วงเขาผลักฉือซู่และฉือเทาออกไป ปลดเชือกออกจากร่างของหลินกู๋หยู่และพูดด้วยเสียงต่ำ“เจ้าไม่ต้องเกรงใจ ข้ารู้ว่าพวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า"

            เมื่อได้ยินสิ่งที่ฉือหางพูดหลินกู๋หยู่ก็หันไปมองฉือหางพูดเสียงเย็น"พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าจริงๆ"

            แม้ว่าคนเหล่านั้นจะมีแรงมากแต่พวกเขาไม่รู้วิชาการต่อสู้

            เมื่อได้ฟังเสียงของหลินกู๋หยู่ทั้งฉือซู่และฉือเทาก็อดไม่ได้ที่จะก้าวถอยห่างออกไป

            เมื่อเห็นการแสดงออกของฉือเทาใบหน้าของฟางซื่อก็แสดงความน่าเกลียดเล็กน้อย พลันพูดอย่างโกรธๆ ว่า "เจ้ารองเจ้ากำลังทำอะไร หรือพวกเจ้าไม่ได้ยินที่แม่หมอซาพูดหรือหากพวกเราไม่เผานางปีศาจตนนี้ ชีวิตของเราทุกคนจะตกอยู่ในอันตราย!"

            เหล่าผู้ขี้ขลาดตาขาวรักตัวกลัวตายละล้าละลังในตอนแรก แต่เมื่อพวกเขาได้ยินถ้อยคำของฟางซื่อพวกเขาทุกคนก็มีปฏิกิริยาทันที แต่ละคนเตรียมพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า

            “ข้าแนะนำให้พวกเจ้าถอยออกไป”

            ฉือหางมองทุกคนอย่างเย็นชาเพียงมองตาแวบเดียวก็ทำให้ทุกคนรู้สึกเย็นเยียบไปทั้งตัว

            หลินกู๋หยู่วางมือทั้งสองข้างไว้ข้างหน้าอย่างเป็นธรรมชาตินางยืนตัวตรง ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกใดๆ แววตามองดูทุกคนอย่างสงบ

            ด้วยเหตุผลบางอย่างแม่หมอซามองหลินกู๋หยู่ที่สงบลงเช่นนี้ นางถึงกับถอยกลับไปด้วยความกลัว

            "เจ้าเจ้าต้องการจะทำอะไร?"แม่หมอซามองไปที่หลินกู๋หยู่อย่างประหวั่นพรั่นพรึงราวกับว่านางกำลังมองดูปีศาจจากนรกก็มิปาน

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577