“ลูกไม่เคยเป็แบบนี้เลยนะไนล์!” แม่ของเขาโพล่งออกมาด้วยความผิดหวังเต็มเปี่ยม
“เพราะที่ผ่านมาแม่ไม่เคยห้ามไม่ให้ผมทำสิ่งที่ถูกต้องเลยยังไงล่ะครับ” เขาตอบกลับรวดเร็วไม่แพ้กัน
“ใจเย็นก่อนไนล์” วินเนอร์ปราม รู้ว่าแม่และลูกชายกำลังใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ซึ่งอาจต้องเสียใจภายหลัง
“เอาไว้ค่อยคุยเื่นี้กันทีหลังนะ” คุณธนานนท์บอก วินเนอร์พยักหน้าเห็นด้วยเพราะสถานการณ์ยิ่งคุกรุ่นมากขึ้นทุกขณะ
คุณธนานนท์ประคองภรรยาให้แยกไปอีกห้อง ภายในห้องโถงจึงเหลือเพียงฉัน ไนล์ วินเนอร์และภรรยาของเขา
“รอให้น้านิชชาใจเย็นลงก่อนดีกว่า ปกติท่านมีเหตุผลมาก สักวันท่านจะยอมรับและเข้าใจได้เอง แต่ตอนนี้มันอาจยากสักหน่อยเพราะท่านคาดหวังเื่ไนล์กับน้ำชาไว้มาก” พลอยพราวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง เข้าอกเข้าใจหัวอกของคนของคุณนิชชา ในขณะที่เข้าใจความตั้งใจของไนล์และฉันด้วยเช่นกัน
“ฉันจะช่วยพูดกับแม่ให้เอง” พี่วินเนอร์สำทับ
“ขอบใจนายกับพลอยนะ” ไนล์บอกผู้เป็พี่ชายและพี่สะใภ้ ความกังวลใจยังไม่จางหายจากสีหน้า
ไนล์แยกไปคุยกับพี่วินเนอร์ตรงสวนหน้าบ้าน ฉันจึงอยู่กับพี่พลอยตามลำพัง
“น้านิชชาเป็น่ารักมากนะ พี่อยากให้หลินค่อยๆ ทำความเข้าใจท่าน ไม่แปลกหรอกถ้าท่านจะกังวลใจเพราะท่านแทบไม่รู้จักหลินเลย อีกอย่างเื่นี้มันเกิดขึ้นค่อนข้างกะทันหันท่านคงตั้งตัวรับไม่ทันก็เลยแสดงอาการต่อต้านออกมา”
“หลินเข้าใจค่ะ ขอบคุณพี่พลอยนะคะ” ฉันยิ้มจาง รู้สึกซาบซึ้งใจกับคำปลอบประโลมของเธอ
“คุณแม่ขา” เสียงเล็กสดใสของเด็กหญิงวัย 2 ขวบดังขึ้นแทรก แกเดินเตาะแตะมาทางด้านหลังของผู้เป็แม่ หลังแม่บ้านเก่าแก่ช่วยดูแลเธอให้ระหว่างการสนทนาตึงเครียดเมื่อครู่
“ว่าไงคะ” พลอยพราวกางแขนออกเปิดรับลูกสาวตัวเล็ก เพื่อให้แกคลอเคลียออดอ้อนอย่างน่าเอ็นดู
ฉันมองภาพนั้นเผลอยกมือขึ้นวางบนหน้าท้อง ความรู้สึกหลากหลายหลั่งไหลเข้ามา อีกทั้งอบอุ่นหัวใจอย่างประหลาดเมื่อนึกภาพว่าสักวันหนึ่งจะได้ทำหน้าที่เป็แม่ที่อ่อนโยนเช่นนี้บ้าง
“สวัสดีค่าอาหลินก่อนสิคะ” พลอยพราวบอกลูกสาว แกทำตามอย่างว่าง่าย ยกฝ่ามือเล็กทั้งสองข้างประกบกันพลางโค้งศีรษะอย่างน่ารัก
“อาหลิน หวัดดีค่า” เธอเอ่ยเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียใจแจ๋ว
“สวัสดีค่า” ฉันลากเสียง ขณะเอียงคอมองเธอด้วยความเอ็นดู
“อาหลินกำลังจะมีน้องให้หนูด้วยนะคะ”
“จริงเหรอคะ” ั์ตาแกเป็ประกายวาว ขณะที่ฉันขัดเขินเล็กน้อย ขณะพลอยพราวชี้ตรงตำแหน่งที่น้องอยู่ภายในนั้น และแกจ้องตามชนิดไม่วางตาด้วยความตื่นเต้นยินดี
แกดิ้นลงจากตักของคนเป็แม่ และเดินตรงมายังฉัน วางมือเล็กเหนือหน้าท้อง
“น้องอยู่ตรงนี้เหรอคะ” เด็กตัวน้อยช่างสงสัยทำหน้าคล้ายไม่อยากเชื่อว่าน้องจะอยู่ในท้องแบนราบเช่นนี้จริงๆ
ฉันและแม่ของแกขำคิก เอ็นดูความไร้เดียงสาก่อนจะช่วยยืนยัน
“น้องอยู่ในนี้จริงๆ จ้ะ”
แกตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม ะโเย้ๆ เสียงดังทำลายบรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ก่อนหน้านี้แทบสิ้นเชิง
“พี่อยากให้หลินสู้นะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่มีอะไรสุขมากกว่าการได้ทำเพื่อลูกอีกแล้ว”
ฉันไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าทำไมพี่วินเนอร์ถึงรักเธอนักหนา และเพราะอะไรเธอจึงเข้ากับครอบครัวของสามีได้อย่างดี คงเพราะความอบอุ่นอ่อนโยนที่แผ่ซ่านมายังคนรอบข้างให้พลอยชื้นใจแม้กระทั่งในยามสถานการณ์ยากลำบากเช่นนี้เองสินะ
...
.
กว่าจะมาเป็มินตันกับพลอยพราวมีครอบครัวที่น่ารักอบอุ่นก็ไม่ง่ายเลยนะคะ