“จบแล้วใช่ไหมคะ?” เรืองรินแทรกขึ้นมาทันทีเหมือนจะรีบให้จบๆ ไปอีกทั้งยังแสดงใบหน้ายิ้มเยาะใส่สองพี่น้องที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างเปิดเผย
“ยังครับ” ทนายประสงค์พูดขึ้นน้ำเสียงหนักแน่นชัดเจนทุกคนชะงักฟังอย่างตั้งใจทันที
“ยังมีทรัพย์สินบางส่วนนั่นคือชุดเครื่องเพชรของคุณจงจิตรรัชชาภักดิ์ ภรรยาของคุณเที่ยงธรรม รัชชาภักดิ์รวมทั้งเรือนไทยโบราณด้านหลังคฤหาสน์รัชชาภักดิ์พร้อมที่ดินรวมสิบไร่และเงินสดส่วนตัวของคุณจงจิตร จำนวนสามสิบล้าน ทั้งหมดนี้คุณเที่ยงธรรม รัชชาภักดิ์ยกให้เป็กรรมสิทธิ์ของนางสาวเมขลา วุฒินนท์ แต่เพียงผู้เดียว
ส่วนนางสาวมินตรา วุฒินนท์ จะได้รับเงินสดสิบล้านและให้รับเข้าทำงานกับนายการุญ รัชชาภักดิ์ พร้อมทั้งโอนหุ้นของบริษัทในตระกูลให้ดูแล10% ของหุ้นทั้งหมดโดยมีข้อแม้ว่าทั้งสองพี่น้องจะต้องอาศัยอยู่ที่เรือนไทยไม่ต่ำกว่าสามเดือนสมบัติที่ระบุตามพินัยกรรมจึงจะตกเป็ของทั้งสองคนอย่างสมบูรณ์ตามกฎหมาย” เมื่อพูดจบทนายประสงค์ก็ปิดพินัยกรรมเป็การบ่งบอกว่าเนื้อความทั้งหมดในพินัยกรรมมีเพียงแค่นี้
“อุ๊ยตาย” เมื่อทนายประสงค์กล่าวจบเสียงเมขลาก็อุทานขึ้นชัดถ้อยชัดคำ แล้วแสร้งยกมือป้องปากก่อนหัวเราะออกมาเบาๆพอเป็พิธี
“คนโบร่ำโบราณเคยบอกเอาไว้ว่าหัวเราะทีหลังมักจะดังกว่า เห็นจะเป็เื่จริงสินะ” หญิงสาวพูดช้าๆแต่ชัดเจน มินตราแอบกระตุกแขนพี่สาวหลายครั้งไม่ให้เธอแสดงอาการแบบนี้แต่ไม่ได้ผลเสียหรอกและมินตราก็รู้ดีว่าไม่มีใครจะมาหยุดผู้เป็พี่สาวของเธอได้เมขลาเพ่งมองสองแม่ลูกด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าสาแก่ใจ และลึกๆก็คิดไปถึงคุณปู่กับคุณย่าที่ไม่เคยทอดทิ้งเธอและน้องสาวของเธอเลย
ขณะเดียวกัน คุณการุญก็นั่งยิ้มในหน้าเหมือนพึงพอใจไม่ต่างอะไรกับคุณวาทินผู้เป็เพื่อนคุณรัศมีกำมือแน่น เธอแค้นใจอย่างแสนสาหัสทรัพย์สมบัติที่นังสองพี่น้องได้ไปไม่ใช่น้อยๆส่วนเธอกับเรืองรินไม่ได้สักแดงเดียวสายตาจงใจปะทะมาที่เมขลาอย่างเปิดเผยเหมือนประกาศศึกกับหญิงสาวอย่างชัดเจน เรืองรินหันมาถามคุณการุญผู้เป็พ่อด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดแบบเด็กเอาแต่ใจ
“ทำไมพวกมันได้ ทำไมหนูไม่ได้อะไรเลยคะ” เธอลืมไปสิ้นว่าคุณวาทินกับอธิปนั่งอยู่ที่นี่ด้วย
“ริน นี่เป็พินัยกรรมของคุณปู่ แล้วอีกอย่างหนูก็อยู่ในความดูแลของพ่ออยู่แล้วเงินทองต่างๆพ่อก็ให้หนูทุกเดือน ไม่เอาน่า อย่าโวยวายไปหน่อยเลย” คุณการุญตัดบทอย่างรำคาญและคงจะเห็นว่ามีแขกด้วยคุณรัศมีสีหน้าเดือดดาลไม่แพ้บุตรสาวแต่เมขลาซึ่งตอนนี้เอนตัวพิงโซฟาด้วยท่าทางที่สบายๆ เชิดหน้าเล็กน้อยทั้งยังปรากฏรอยยิ้มหยันบางๆ ในแบบที่สองแม่ลูกเห็นแล้วอยากเดินเข้าไปตบกระจายแต่ก็ทำไม่ได้เนื่องจากเกรงใจคุณวาทินที่นั่งอยู่ข้างๆ พวกเธอ ทนายประสงค์กระแอมขึ้นเล็กน้อยก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงชัดเจนดังเดิม
“ทรัพย์สมบัติทั้งหมดมีเพียงเท่านี้ นี่เป็พินัยกรรมฉบับลงลายมือชื่อของคุณเที่ยงธรรมรัชชาภักดิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายครับก็เป็อันเสร็จสิ้นการเปิดพินัยกรรมในวันนี้ครับทุกท่าน” ทนายประสงค์สรุปในที่สุดอธิปบุตรชายของคุณวาทินรีบเอ่ยขึ้นอย่างจริงใจ
“ยินดีด้วยนะครับคุณเมขลา เอ่อ...” เสียงพูดตะกุกตะกักเมื่อเขาหันไปทางมินตรา
“ยินดีด้วยครับ”
“ขอบคุณค่ะ” สองพี่น้องเอ่ยขึ้นพร้อมกันส่วนคุณรัศมีลุกขึ้นยืน
“ขอตัวก่อนนะคะ ปวดหัวอยากพักผ่อน” เธอพูดขึ้นห้วนๆสายตามองปะทะมาที่เมขลาแข็งกร้าว เมขลานั่งกอดอกนิ่ง พร้อมสายตาที่ไม่มีแววเกรงกลัวคุณรัศมีแม้แต่น้อยแต่กลับมีแววสาแก่ใจเจืออยู่ด้วยซ้ำไป
“ไม่อยู่ยินดีกับหนูหน่อยหรือคะ คุณแม่...” หญิงสาวพูดขึ้นโดยทิ้งหางเสียงอ่อนหวานสีหน้าแสร้งจริงใจอย่างที่สุด ิญญาของคุณหลวงภัสดายิ้มอ่อนอกอ่อนใจ แต่ก็น่าอยู่หรอกที่หล่อนจะทำแบบนี้กับรัศมีหากย้อนกลับไปดูในอดีตแล้วนี่ยังไม่ได้ครึ่งกับที่หล่อนถูกกระทำคุณรัศมีไม่ตอบอะไรด้วยเพราะกำลังแค้นใจอย่างหนักและแขกคนสำคัญก็นั่งอยู่ข้างๆเธอจึงเดินออกไปเงียบๆ วันนี้เธอเจ็บใจที่สุดเพราะเธอรู้สึกพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง
“คุณแม่ รอรินด้วยค่ะ” เรืองรินะโเรียกแม่แล้วรีบตามออกไปแต่ไม่วายหันมามองเมขลาอย่างแค้นเคืองมินตรารู้สึกไม่สบายใจกับท่าทางของสองแม่ลูกเท่าไหร่ส่วนคุณการุญไม่ได้สนใจคุณรัศมีผู้เป็ภรรยาแม้แต่น้อย
“มินตรา พรุ่งนี้เช้าไปบริษัทพร้อมพ่อนะลูก” คุณการุญเอ่ยขึ้นเสียงอ่อนโยนและคราวนี้คุณการุญไม่ถามความเห็นเมขลาบุตรสาวคนโตเพราะเขารู้ดีว่าเธอไม่อาจปฏิเสธได้แล้วเนื่องจากต้องทำตามพินัยกรรมอีกอย่างคุณการุญรู้ดีว่าเมขลาเองก็เห็นแก่ความสุขสบายและความมั่นคงของน้องสาวด้วยเช่นกัน
“ค่ะ คุณพ่อ” มินตราอ้อมแอ้มตอบออกไปแต่ยังไม่วายหันมาสบตาเมขลาที่นั่งนิ่งอธิปซึ่งนั่งมองอยู่ก็รู้ว่าคุณการุญและมินตราดูจะเกรงใจเมขลาอยู่ไม่น้อยผู้หญิงคนนี้ดูมีความเป็ผู้นำและเด็ดเดี่ยวเสียจริง
“ส่วนเมย์ พ่อรู้ดีว่าลูกจะจัดการดูแลทรัพย์สินเงินทองเ่าั้ได้เป็อย่างดีพ่อจะไม่ก้าวก่ายกับชีวิตลูกและทรัพย์สมบัติที่ลูกได้ไป” คุณการุญพูดจริงจัง
“แต่พ่ออยากให้ลูกอยู่ที่นี่เป็การถาวรอยู่ที่บ้านของลูกที่เรือนไทยหลังนั้น แม้จะพ้นข้อกำหนดสามเดือนไปแล้วก็ตาม”มินตราเห็นแววตาพี่สาวที่ดูอ่อนลงบ้างแล้ว ก็รีบพูดขึ้นทันที
“อยู่กับมินที่นี่นะคะพี่เมย์” มินตราพูดพร้อมเกาะแขนผู้เป็พี่สาวอย่างออดอ้อนอธิปมองภาพนั้นด้วยสายตาเอ็นดู
“ขอคิดดูก่อนนะคะ” เมขลาพูดพลางขยับลุกขึ้น
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วเมย์ขอตัวค่ะ”ขณะที่กำลังจะเดินออกไป
“เดี๋ยวครับคุณเมขลา” คุณประสงค์ทนายประจำตระกูลเรียกไว้หญิงสาวหยุดหันมามองคุณประสงค์ด้วยความสงสัย
“ผมเกือบลืมให้ของสำคัญกับคุณเมย์ครับเป็สิ่งที่ตกทอดมาั้แ่ต้นตระกูลรัชชาภักดิ์ ท่านคือ คุณหลวงธรรมธรรัชชาภักดิ์ท่านบอกว่าเก็บไว้ให้ เอ่อ.... คุณเมขลาครับ” ทนายประสงค์อึกอักไม่พูดต่อแต่เมขลางุนงง ว่าคุณหลวงธรรมธร ต้นตระกูลของเธอรู้จักเธอได้อย่างไรเพราะตอนนั้นเธอยังไม่เกิดด้วยซ้ำ ทนายประสงค์ยื่นถุงสีน้ำเงินใบเล็กเก่าๆให้กับเมขลา
ทนายประสงค์จะกล้าพูดได้อย่างไร...ทนายประจำตระกูลหวนนึกถึงตอนที่ได้คุยกับคุณเที่ยงธรรมเมื่อครั้งที่ท่านเคยให้เขาดูรูปเก่าๆ ใบหนึ่งเมื่อเห็นรูปนั้นทนายประสงค์ถึงกับสะดุ้งโหยงทันทีคุณเที่ยงธรรมบอกแค่ว่าเป็ผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในใจของคุณหลวงธรรมดามาโดยตลอด
ผู้หญิงที่อยู่ในรูปใบนี้เป็สตรีรูปร่างหน้าตาสะสวยแต่ใบหน้าอมเศร้าเธอใส่เสื้อลูกไม้คอตั้งสีขาวแขนหมูแฮมซึ่งเป็แบบที่นิยมในสมัยโบราณนุ่งโจงกระเบนสีเขียวแก่เป็สตรีที่มีท่วงท่าที่สง่างามเหมาะสมกับบุรุษร่างสูงใบหน้าคมคายที่ยืนอยู่ข้างหลังเป็อย่างยิ่งแต่ทว่าบุรุษผู้นั้นหาใช่หลวงธรรมธรรัชชาภักดิ์ไม่แต่ที่ทำให้คุณประสงค์ใคือสตรีในรูปใบนี้มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับ บุตรสาวคนโตของคุณการุญราวกับเป็คนคนเดียวกัน
“คุณเมขลา...!!” ทนายประสงค์พึมพำเบาๆอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
“ไม่ใช่!” คุณเที่ยงธรรมปฏิเสธทันควัน
“ผู้หญิงในรูปนี้คือคุณเกตุแก้วภรรยาเพียงคนเดียวของคุณหลวงภัสดาปรีชานุภาพผู้ที่เป็เ้าของเรือนไทยหลังคฤหาสน์รัชชาภักดิ์ที่แท้จริง”คุณเที่ยงธรรมอธิบาย ทนายประสงค์ถึงกับอึ้งในสิ่งที่ได้รับรู้ในหัวมีแต่ความสงสัยและคำถามอยู่เต็มไปหมด
“แล้วทำไม...?” ทนายประสงค์จะถามต่อแต่ชายชราี้เีจะอธิบายอะไรอีกจึงโบกมือยุติการสนทนาด้วยรู้ดีว่าอีกไม่นานเื่ทุกอย่างจะเปิดเผยตามเวลาอันสมควรทนายประสงค์หันหลับมามองเมขลาอีกครั้ง
“คุณเมย์รับไปเถอะครับมันเป็สมบัติที่คุณปู่ทวดตั้งใจจะมอบให้คุณเพียงคนเดียว” เมขลาเอื้อมมือไปรับถุงสีน้ำเงินเก่าคร่ำคร่านั้นไว้อย่างงงๆและเวลานั้นก็ไม่มีใครเห็นว่าิญญาของคุณหลวงภัสดายิ้มอย่างสมใจเพียงใดก่อนที่เขาจะหายตัววับไปทันควันประหนึ่งว่าสบายใจนักที่ของสำคัญตกอยู่ในมือคนสำคัญเสียที
“แหวน...” เมขลาและมินตรากลับมาที่เรือนไทยและเล่าทุกอย่างให้ดาด้ากับนุดีฟังทั้งสองคนออกอาการสะใจที่ทั้งสองพี่น้องได้รับมรดกมากมายกว่าที่คิดไว้แต่ที่ไม่เข้าใจคือมรดกชิ้นสุดท้ายที่เมขลาได้มา
“แหวนอะไร?” ดาด้าถึงกับอุทานเบาๆแล้วก็หยิบแหวนทองวงนั้นขึ้นมาดูแล้วดูอีก
“แหวนเก่าโบราณเป็แหวนเกลี้ยง”ดาด้าพิจารณาแล้วก็ต้องประหลาดใจ
“เอ๊ะ ยัยเมย์มีข้อความด้วยนี่”เมขลารีบหยิบแหวนไปดูทันทีเธออ่านตัวอักษรซึ่งสลักอยู่ด้านในของแหวน
“ภัสดา...” เมขลาครุ่นคิดอยู่ในใจต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับความฝันเธอแน่แล้ว
“เพราะอะไรแหวนวงนี้ถึงเป็ของพี่เมย์คะ”นุดีถามเพราะสงสัยและอยากรู้ อีกอย่างกรอบรูปในห้องนอนของเมขลาผู้เป็พี่สาวของเพื่อนก็มีรูปของคุณหลวงภัสดาปรีชานุภาพแขวนติดผนังอยู่อีกด้วยทำไมชื่อเดียวกัน แล้วเรือนนี้ในอดีตเคยเป็ของใครกันแน่ ถ้าเป็ของคุณหลวงภัสดาแล้วทำได้คุณหลวงธรรมธรถึงได้ ทุกคนต่างสงสัยในเื่นี้เหมือนๆ กัน
“นั่นสิเธอมีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณหลวงภัสดาหรือเปล่า?”ดาด้าเสริมทันที
“เพราะชื่อแหวนที่เธอได้มาก็ดันไปพ้องกับชื่อของคุณหลวงภัสดาในห้องนอนของเธอด้วย”เมขลานิ่งคิดตามคำพูดของเพื่อนสาว เธอรู้สึกสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่น้อยทุกอย่างเหมือนจะประดังเข้ามาอย่างรวดเร็วแบบไม่คิดฝันเมขลาคิดว่ายังไงเสียเธอต้องหาความจริงเกี่ยวกับเื่นี้ให้ได้ หญิงสาวค่อยๆเก็บแหวนใส่ถุงไว้ดังเดิมโดยที่ไม่ได้เห็นสีหน้าของิญญาคุณหลวงเลยว่าผิดหวังเพียงใดที่เมขลาไม่ยอมสวมแหวนวงนั้นเขาหายตัวไปเงียบๆ แล้วมาปรากฏตัวที่ห้องนอนซึ่งบัดนี้เป็ของเมขลาไปเสียแล้วโดยมีผีบุญอิ่มนั่งพับเพียบเรียบร้อยรอที่พื้นด้านปลายเตียง...