บทที่ 24 ความแตกต่างช่างน่ารักเหลือเกิน
“เธออยากจะป่าวประกาศ เื่น่าอายของอวี้ถิงเหม่ย ให้คนทั้งโลกรู้รึไง” หลินอี้เสวียน พูดขึ้นมาประโยคเดียว ทำเอาจางจ้าวตี้ถึงกับเงียบกริบ
“เื่น่าอายอะไรของอวี้ถิงเหม่ยเหรอ” จินซูรู้สึกสงสัย ตอนที่เธอไม่อยู่บ้าน เกิดเื่สนุก ๆ อะไรขึ้นรึเปล่านะ
“เบา ๆ หน่อย อย่าให้คนอื่นได้ยินสิ” จางจ้าวตี้พูดเสียงเบา ท่าทีของเธอช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เมื่อพูดถึงลูกสาวทั้งสองคน ตอนที่ป่าวประกาศเื่ที่จินชูสวมเขาให้หลินอี้เสวียนเธอโวยวายลั่นราวกับกลัวคนอื่นจะไม่ได้ยิน
แต่พอกลับกลายเป็เื่ที่อวี้ถิงเหม่ย ลักลอบไปกับผู้ชายในป่าละเมาะ จางจ้าวตี้กลับพูดเสียงเบาเหมือนเสียงยุง กลัวคนอื่นจะได้ยินเสียเหลือเกิน
ท่าทีสองมาตรฐานเช่นนี้ ทำให้จินซูรู้สึกตลก เธอรู้สึกว่าจางจ้าวตี้เหมือนลิงที่ถูกฝึกมา แสดงสีหน้าท่าทางได้หลากหลายเหลือเกิน แต่สำหรับหลินอี้เสวียน เขากลับรู้สึกโกรธจนสุดขีด
ลูกสาวเหมือนกัน ทำไมจางจ้าวตี้ถึงได้ลำเอียงอย่างนี้ รังแกเสี่ยวจินของเขาได้ลงคอ พอคิดถึงตรงนี้ หลินอี้เสวียนก็ขึ้นเสียง เขาไม่เคยพูดเสียงดังขนาดนี้ที่บ้านมาก่อน
“เื่ที่อวี้ถิงเหม่ยลักลอบไปกับผู้ชายแบบนี้ ฉันไม่บอกใครหรอก!” ในลานบ้าน เพื่อนบ้านที่นั่งพักผ่อนอยู่ก็พลันนั่งตัวตรง โอ้โห เื่อย่างนี้ไม่ฟังไม่ได้แล้ว
“ลักลอบไปกับผู้ชายเหรอ” จินซูมองอวี้ถิงเหม่ยอย่างอยากรู้อยากเห็น ปากของอวี้ถิงเหม่ยยังคงถูกปิดอยู่ ดูเหมือนเธอใกล้จะเป็ลมแล้ว
“เื่ที่อวี้ถิงเหม่ยลักลอบไปกับผู้ชาย เธออย่าไปพูดที่ไหนเข้าล่ะ ถ้ามีคนรู้เข้าแม่ของเธอ จางจ้าวตี้คงเสียหน้าแย่ แน่นอนเื่ทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวกับเธอหรอก เพราะจางจ้าวตี้ไล่เธอออกจากบ้านไปแล้ว!”
ดูเหมือนหลินอี้เสวียนจะกลัวว่าคุณลุงคุณป้าในลานบ้านจะไม่ได้ยิน เขาจึงเน้นชื่อสำคัญ ๆ อีกสองสามรอบ เพื่อนบ้านในลานบ้านมองหน้ากันเลิกลั่ก ในแววตาเต็มไปด้วยความสะใจที่แอบรู้เื่ชาวบ้าน
ส่วนอวี้ถิงเหม่ยเธอทนความอับอายไม่ไหว จึงเป็ลมล้มพับไป จางจ้าวตี้ถูกหลินอี้เสวียนเล่นงานเข้าให้ จนเธอโกรธแทบคลั่ง ได้แต่คิดในใจคิดว่าจบกัน คราวนี้จบแน่
แผนเดิมของเธอคือการทำให้ลูกสาวคนเล็กหย่าขาดจากสามี จากนั้นจะได้จับคลุมถุงชนกับชายแก่เพื่อแลกกับสินสอด และให้ลูกสาวคนเล็กนั้นคลอดลูกชายให้
แต่ตอนนี้ลูกสาวคนเล็กของเธอก็ไม่ได้หย่าขาด แถมลูกสาวคนโตที่เป็เหมือนขาทองคำของเธอก็เสื่อมเสียชื่อเสียงไปแล้ว แบบนี้ต่อไป ถิงเหม่ยจะหาสามีดี ๆ ได้สินสอดแพง ๆ อีกหรือ
สองแม่ลูกถูกคนหามออกไป หลินอี้เสวียนใช้ขนมแป้งทอดสองชิ้น จ้างพี่น้องตระกูลหลี่ให้หามสองแม่ลูกที่น่ารังเกียจคู่นี้ออกไปไกล ๆ ราวกับหามหมูตาย
ถ้าไม่ติดว่าเป็ห่วงชื่อเสียงของจินซู หลินอี้เสวียนยังอยากจะทำป้ายแขวนคอสองแม่ลูกนี้ด้วยซ้ำ แม่แก่ ๆ นั่นก็เขียนว่า ‘ไม่สมควรเป็แม่คน’ ส่วนลูกสาวก็เขียนว่า ‘ใคร ๆ ก็เอาได้’
“ฮ่า ๆ” จินซูถูกเขาทำให้หัวเราะออกมาอีกแล้ว อยู่กับหลินอี้เสวียน เธอขำบ่อยมาก เขามีใบหน้าที่เ็าเหมือนูเาน้ำแข็ง แต่คำพูดคำจาช่างตลกขบขัน ตลกแบบหน้านิ่ งๆ นี่มันน่ารักชะมัด
“ต่อไปอย่าไปยุ่งกับพวกเธออีก พวกเธอไม่ใช่ญาติฝั่งเธออีกแล้ว” หลินอี้เสวียนนึกถึงท่าทางของแม่ลูกคู่นั้นที่ทำกับจินซูก็ยังโกรธไม่หาย ชื่อเสียงของผู้หญิงช่างมีค่า พวกเขาเป็ครอบครัวแท้ ๆ ทำไมถึงกล้าพูดว่าลูกสาวตัวเองไปมีชู้
“เดิมทีฉันก็ไม่อยากยุ่งด้วยซะหน่อย พวกเธอต่างหากที่ตามตอแยไม่เลิก” พี่น้องตระกูลหลี่กลับมาถึงแล้ว หลี่ตั๋วฟังคำพูดหยาบคายของสองแม่ลูกแล้วกรองเอาแต่ใจความสำคัญออกมา เหลือเพียงข้อมูลเดียว
“อวี้ถิงเหม่ยเอาแต่ะโบอกว่าจะให้พี่รู้ซะบ้างว่าหล่อนแน่แค่ไหน หล่อนจะทำให้ชื่อเสียงพี่สะใภ้ป่นปี้” หลินอี้เสวียนขมวดคิ้ว อวี้ถิงเหม่ยช่างไม่รู้จักสำนึกผิดชอบชั่วดีเอาซะเลย จินซูมีญาติแบบนี้ช่างโชคร้ายเสียจริง
“พวกนายสองคนคอยจับตาดูให้ดี วันสองวันนี้ถ้ามีใครกล้าพูดจาไม่ดีเกี่ยวกับพี่สะใภ้พวกนายก็รีบกลับมาบอกฉัน”
“รับทราบ” หลี่เส้าเห็นจินซูกำลังง่วนอยู่กับงานในครัว จึงทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ เอาขวดเล็ก ๆ ออกมาจากอกเสื้อ จากนั้นก็ยัดใส่มือของหลินอี้เสวียนอย่างมีลับลมคมใน
“นี่อะไร” หลินอี้เสวียนถามขึ้นพลางยกขวดขึ้นดู เห็นว่าไม่มีฉลากติดอยู่
“ของขวัญแต่งงานจากพวกเราสองคนพี่น้องไง เหล้ากระดูกเสือ*[1] ดีสุด ๆ ไปเลยนะเนี่ย ของดีที่ท่านอาเก็บไว้นานหลายปี ไม่เคยยอมแตะต้องเลย”
“ใช่แล้ว! ท่านอาบอกว่าผู้ชายดื่มแล้วผู้หญิงทนไม่ไหวของดีจริง ๆ” ถึงหลี่เส้าจะไม่รู้ว่าทนไม่ไหว แปลว่าอะไร แต่พอเห็นสีหน้าท่าทางของพี่ใหญ่แล้ว ก็น่าจะเป็ของดีแน่ ๆ
ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปากถามอะไร ทั้งสองคนพี่น้องก็วิ่งจากไป ทิ้งให้หลินอี้เสวียนยืนมองขวดด้วยความงุนงง ทันใดนั้นหลินอี้เสวียนก็ตระหนักได้ว่าในมือของเขามันคืออะไร จึงรีบร้อนเก็บขวดเข้าไปอย่างลุกลี้ลุกลน แต่ก็สายไปเสียแล้ว
เขาหันกลับไป ก็สบตากับสายตาที่แฝงไปด้วยรอยยิ้มของจินซู หลินอี้เสวียนรีบวางขวดลงห่างตัวอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าไม่อยากจะเกี่ยวข้องกับสิ่งไม่บริสุทธิ์นี้
ไม่เพียงแต่จะแสดงออกทางร่างกายว่าปฏิเสธความเกี่ยวข้องเท่านั้น เขายังต้องอธิบายอีกด้วย
“ฉันไม่ได้้า!”
“โอ้!” จินซูพยักหน้าอย่างมีเลศนัย ไม่ได้้า หรือ ไม่จำเป็ไม่้าดื่มกันแน่
หลินอี้เสวียนผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านชีวิตและความตายมานับครั้งไม่ถ้วน สร้างคุณงามความดีไว้มากมาย มั่นใจในตัวเองว่า แม้เมฆหมอกจะบังตา แต่ข้าก็ยังคงสงบนิ่ง แต่พอเจอกับสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายแฝงของเธอ เขาก็สงบนิ่งไม่ได้อีกต่อไป ประเด็นนี้ ยิ่งพยายามอธิบายก็ยิ่งดูแย่
“ฉันไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น!” เขาพูดอย่างเอาแต่ใจพลางหันหน้าหนี
“บางครั้งความคิดแบบนี้ก็ดีนะ” จินซูตบบ่าเขาเบา ๆ พยายามปลอบใจ
แบบนี้ไม่ต้องปลอบใจซะยังจะดีกว่า หลินอี้เสวียนทั้งเสียใจทั้งโกรธ อยากจะไปหาพี่น้องตระกูลหลี่ที่หวังดีแต่ประสงค์ร้ายนั่นมาซ้อมให้หายแค้นเสียเดี๋ยวนั้น ส่งของขวัญอะไรแบบนี้มา
หลินอี้เสวียนรีบเปลี่ยนเื่ กลัวว่าเธอจะพูดถึงเื่เหล้ากระดูกเสือ เขาควักกระเป๋าสตางค์ออกมา ยื่นให้จินซู
“ั้แ่เดือนนี้เป็ต้นไป ฉันจะยกเงินเดือนให้เธอนะ ถ้าฉันมีเหตุจำเป็ต้องใช้เงิน เช่น บริจาคเงินให้เพื่อนร่วมรบ ฉันจะแจ้งให้เธอทราบ” เขาแทบไม่ได้ใช้เงินในค่ายทหารเลย เงินเดือนเก็บได้ทั้งหมด ก่อนแต่งงานก็ให้แม่ แต่งงานแล้วก็ให้ภรรยา เป็เื่ที่สมควรทำอยู่แล้ว
ตอนบ่ายก็จะทำเื่นี้ ถ้าไม่ใช่เพราะกระดาษที่เขียนรายชื่อเต็มแผ่นถูกเปิดเผยออกมาเสียก่อน.....
“ตกลง ฉันจะช่วยนายเื่การเงินเอง บัญชีจะจดไว้อย่างดี” จินซูไม่ปฏิเสธ พี่น้องกันยังต้องชัดเจนเื่เงินทอง คนอื่นเขาไว้ใจ เธอจึงต้องช่วยเขาดูแลบัญชีให้ดี ในความคิดของเธอ นี่เป็เื่ปกติของพี่น้องกัน
ร่วมมือกันอย่างนี้ คงหนีไม่พ้นเื่เงิน พูดกันให้ชัดเจนก็ดี เธอจะเอาเงินนี้ไปเล่นหุ้น เงินต่อเงิน ดอกเบี้ยทบต้น พอถึงวันที่เธอจากไป เงินจำนวนนี้จะทำให้หลินอี้เสวียนพี่ชายที่ดีของเธอใช้ชีวิตได้อย่างสบาย
จากเื่ที่เกิดขึ้นสองวันมานี้ จินซูมองเขาเป็พี่ชายที่ดีคนหนึ่ง เขาถึงขั้นเตรียมรายชื่อผู้ชายที่จะให้เธอไปดูตัวไว้เต็มแผ่นกระดาษ พี่ชายที่ดีขนาดนี้ เธอต้องคิดเผื่อเขาให้มากขึ้น หาเงินทุนแต่งเมียให้เขาเยอะ ๆ ไม่เสียทีที่ได้รู้จักกัน
หลินอี้เสวียนคิดไปคนละทางกับเธอโดยสิ้นเชิง การมอบเงินเดือนให้ภรรยาเป็ธรรมเนียมที่ดีงามสืบทอดมาั้แ่รุ่นพ่อของเขา
หลังอาหารหลินอี้เสวียนผู้สง่างาม ล้างจานด้วยมือข้างเดียวอย่างคล่องแคล่ว เขาคิดหาวิธีเข้าไปนอนในห้องได้อย่างราบรื่นโดยไม่ทำให้เสี่ยวจินอับอาย
จินซูกลับมาหลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จ ก็เห็นว่ามีคนเพิ่มมาในห้อง หลินอี้เสวียนนั่งหน้าโต๊ะด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พูดอย่างจริงจังว่า
“เธอต้องซ่อมเครื่องเล่นเทปงั้นฉันจะช่วยเธอซ่อมเอง!” แบบนี้ก็เข้าห้องมาได้อย่างสมเหตุสมผลแล้วสิ หลินอี้เสวียนรู้สึกว่าตัวเองฉลาดมาก เขาต้องพิสูจน์ให้เสี่ยวจินเห็นว่า เขาหลินอี้เสวียนเป็ลูกผู้ชายเต็มตัวไม่จำเป็ต้องดื่มเหล้ากระดูกเสือ
[1] เหล้ากระดูกเสือ : เป็เหล้าดองยา ยี่ห้อเก่าแก่ ที่มีชื่อเสียงมากในประเทศจีน มีสรรพคุณ บำรุงไต แก้อ่อนเพลีย เพิ่มพลัง เป็ต้น