เล่มที่2 บทที่33 ไร้ยางอาย
“ได้กำไรเป็กอบเป็กำเลย” จั่วเฉินพึมพำด้วยความยินดี
ในยามปกติ เขาต้องทำภารกิจระดับสองเกือบสามสิบภารกิจจึงจะได้ค่าผลงานจำนวนแปดถึงเก้าพันแต้มทว่าครั้งนี้กลับได้มาในครั้งเดียว
ดั่งคำที่ว่าโชคลาภมักมาพร้อมกับอันตราย น่าเสียดายที่พวกเซียวหลิงฟงรีบหนีไปเสียก่อนคงไม่มีใครจินตนาการได้แน่ว่าจั่วเฉินจะได้รับทรัพยากรที่ดีที่สุดของที่นี่ไป
ไม่เพียงแค่นั้น จั่วเฉินยังรู้สึกได้ว่าพลังปราณในร่างโคจรจนถึงระดับสูงสุดซึ่งเป็ผลมาจากแรงกดดันของสัตว์อสูรระดับฮวงขั้นห้า หลังจากผ่านการต่อสู้กับวัวเขาอัสนีมาได้เขาจึงพัฒนาพลังขึ้นเป็ระดับหลอมรวมขั้นห้าไปแล้ว
พลังปราณธาตุสายฟ้าและไฟอันเข้มข้นไหลเวียนอยู่ภายใน คอยชำระร่างกายเส้นปราณ และกระดูกของจั่วเฉินอยู่ตลอดเวลา เขารู้สึกได้ว่าหลังจากที่พัฒนาระดับพลังแล้วร่างกายของตัวเองก็แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ภายใต้สภาวะเช่นนี้ จั่วเฉินรู้สึกได้ว่าภายในจุดลับตาแห่งหนึ่งในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง
“ตราปราณโบราณที่หกกำลังจะปรากฏออกมาแล้วหรือ”แววตาของจั่วเฉินเป็ประกาย
หลังจากที่ปลุกพลังสำเร็จ ภายในร่างก็ปรากฏสิบตราปราณโบราณขึ้นทว่าเพราะร่างจักรพรรดิศึกศักดิ์สิทธิ์ในอดีตถูก่ชิงไป จึงทำให้ร่างกายของจั่วเฉินอ่อนแอลงตอนนี้ตราปราณอีกห้าตราจึงยังไม่ปรากฏออกมา ทว่าหากเขาพัฒนาตนเองให้แข็งแกร่งและมั่นคงมากขึ้นตราที่เหลือก็จะทยอยปรากฏออกมาเอง
หากมีหกตราปราณโบราณ ก็เรียกได้ว่าเพียงก้าวเดียวก็สามารถขึ้น์ได้ห้าตรากับหกตรานั้นต่างกันราวกับฟ้าเหว หากวัดกันที่พร์ ก็จะถือว่าไม่ด้อยไปกว่าหลงซินเย่
ไม่กีนาทีต่อมาจั่วเฉินก็ออกจากบึงวารีเย็นละแวกนี้เป็ส่วนลึกของขุนเขาร้าวเวหา แม้พวกหลงซินเย่จะกล้าร่วมกลุ่มกันเข้ามาที่นี่ทว่าด้วยความสามารถของจั่วเฉินกลับไม่สามารถมาที่นี่โดยลำพังได้ เพราะหากบังเอิญเจอเข้ากับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง เขาก็ไม่อาจรับมือได้เลย
ตอนที่จั่วเฉินเดินย้อนกลับออกมาทางเดิม เขาก็เห็นว่าพวกหลงซินเย่กำลังมุ่งมาทางนี้อย่างรีบร้อนแววตาของจั่วเฉินก็ฉายแววอบอุ่นขึ้นมา หลงซินเย่ผู้นี้ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ แม้เขาจะเป็แค่ผู้ติดตามอีกฝ่ายก็ไม่ได้สลัดเขาทิ้งง่ายๆ นับว่านางยังรู้จักบุญคุณ
“จั่วเฉิน!”
เมื่อเห็นจั่วเฉิน หลงซินเย่และคนอื่นๆ ก็เร่งรุดเข้ามาหา ใบหน้าของศิษย์หญิงเหล่านี้มีความยินดีปรากฏหลงซินเย่รีบเอ่ยถามด้วยความร้อนใจก่อนใคร
“เ้า... หนีออกมาได้อย่างไร!”
ขณะที่หลงซินเย่ถาม หลี่หลิงเอ๋อที่อยู่ด้านหลังพลันคลี่ยิ้มออกมาทว่าดวงตาทั้งสองของนางกลับคลอไปด้วยน้ำตาโดยไม่รู้ตัว
“หนี หมายความว่าอย่างไร”จั่วเฉินมองพวกหลงซินเย่ก่อนจะเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ พูดจบก็หันไปมองทางเซียวหลิงฟง
บัดนี้ใบหน้าของเซียวหลิงฟงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เขามองมาที่จั่วเฉินอย่างไม่อยากเชื่อเขาเป็คนซัดจั่วเฉินลงไปที่ก้นบึงเองกับมือ แถมยังซัดพลังเพื่อกระตุ้นให้วัวเขาอัสนีคลุ้มคลั่งอีกด้วยไม่น่าเชื่อว่าจั่วเฉินผู้นี้จะสามารถกลับมายืนอยู่ต่อหน้าเขาได้อย่างไร้รอยขีดข่วนเช่นนี้
หลี่หลิงเอ๋อแย่งตอบ “ศิษย์พี่เซียวบอกว่าวัวเขาอัสนีคลั่งจนทำให้เกือบหนีไม่รอดแล้วเ้าถูกจับไปหรือไม่”
“อ้อ เขาพูดไม่ผิด วัวเขาอัสนีนั่นคลุ้มคลั่งจริงๆ โชคดีที่ข้าหาโอกาสในตอนที่มันกำลังจะพัฒนาเอาตัวรอดมาได้”จั่วเฉินตอบเสียงราบเรียบ ไม่วายเหลือบมองเซียวหลิงฟง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า
“จริงหรือไม่ศิษย์พี่เซียว”
เซียวหลิงฟงยิ้มแห้ง เขาไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไรดี จึงได้แต่พยักหน้า
“เ้าหนีออกมาได้ก็ดีแล้ว ก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้ช่วยเ้าออกมาถือเป็ความผิดข้าต้องขอโทษด้วย”
“อื้ม ที่แท้ศิษย์พี่เซียวเป็คนดีเช่นนี้เอง” จั่วเฉินหรี่ตาน้ำเสียงที่เอ่ยต่อก็เย็นเยียบถึงขีดสุด “แต่ข้าคงไม่้า”
บทสนทนาของทั้งสองทำเอาคนอื่นๆ ได้แต่มองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจเห็นได้ชัดว่าท่าทีของจั่วเฉินกับเซียวหลิงฟงดูจะไม่เป็มิตรเท่าไรนัก ทุกคนที่อยู่ที่นี่ไม่ใช่คนโง่จึงพอจะรู้ว่าคำพูดของพวกเขามีความนัยแฝงอยู่
มีเพียงหลี่หลิงเอ๋อที่ใสซื่อจึงฟังไม่ออก ทว่าคนอื่นๆ กลับเริ่มขมวดคิ้วทันใดนั้น เจียงเม่ยก็ก้าวออกมา
“จั่วเฉิน เ้าพูดจาอะไรกัน เป็แค่ผู้ติดตามเท่านั้นทำไมถึงใช้น้ำเสียงพูดกับศิษย์สายตรงเช่นนี้”
สิ้นเสียง บรรยากาศก็กลายเป็เงียบสงัด กระทั่งอากาศก็คล้ายกับจะแข็งตัวไปด้วย
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด พอเหลือบมองหลงซินเย่ หลี่หลิงเอ๋อ และอิ๋นชิวสุ่ยที่อยู่ด้านข้างแล้วเจียงเม่ยกลับรู้สึกว่าตนเองคล้ายจะพูดอะไรผิด ทว่านางเองก็เป็ถึงศิษย์สายตรงต่อให้พูดผิดกับผู้ติดตามแล้วอย่างไร หรือจะต้องให้ขอขมากัน
เพราะมีเจียงเม่ยความหวาดกลัวในใจเซียวหลิงฟงก็หายไปจนหมดสิ้น อีกทั้งความรังเกียจที่มีต่อจั่วเฉินก็ทวีความรุนแรงกว่าเดิมในที่สุดเขาก็ะเิออกมา
“ใช่แล้ว!เ้าเป็แค่ผู้ติดตาม กลับกล้าพูดจากับข้าเช่นนี้ หรือว่าเ้าลืมกฎของสำนักไปแล้ว แม้ว่าก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้ช่วยเ้าทว่าก็เพราะสถานการณ์คับขัน ข้าจึงจำต้องล่าถอยออกมาก่อน ตอนนี้ข้าก็ย้อนกลับมาช่วยแล้วไม่ใช่หรืออย่างไร เื่นี้ถือว่าเป็ความบกพร่องของข้าเอง แต่ต่อให้เ้าจะโกรธแค้นอย่างไรก็ไม่อาจแสดงท่าทีเช่นนี้ไม่ใช่หรือ!” เซียวหลิงฟงเอ่ยเสียงดัง
ในตำหนักนภาปราณยุทธ สถานะที่ต่างกันส่งผลต่อการได้รับการปฏิบัติที่ต่างกันศิษย์ทุกคนจะต้องให้ความเคารพกันและกันซึ่งถือเป็เื่ปกติดังนั้นการที่เซียวหลิงฟงเอ่ยปากสั่งสอนจั่วเฉินจึงถือเป็เื่สมควร เขาจึงกล้าพูดออกมาได้เต็มปากเต็มคำเช่นนี้
เซียวหลิงฟงพูดเก่งไม่น้อยเพียงแค่เอื้อนเอ่ยออกมาไม่กี่คำก็สามารถยกตัวเองให้เป็ผู้มีคุณธรรมสูงส่งได้ตัวเขาเป็ถึงศิษย์สายตรง กลับยอมลดตัวลงมาขอโทษผู้ติดตามคนหนึ่ง ไม่ว่าจะมองอย่างไรจั่วเฉินก็กลายเป็คนใจคอคับแคบ เห็นแก่ตัว และเป็ฝ่ายผิดไปในที่สุด
“นั่นสิ ศิษย์พี่เซียวพูดไม่ผิด เ้าเป็แค่ผู้ติดตาม ก็สมควรต้องให้ความเคารพศิษย์พี่เซียวไม่ใช่หรือ”เจียงเม่ยเองก็เข้ามาผสมโรง
เื่ที่จั่วเฉินกับหลี่หลิงเอ๋อมาช่วยนั้น เจียงเม่ยเองก็ซาบซึ้งอยู่ทว่าอย่างไรนางก็มีอคติกับจั่วเฉินไม่น้อย นางยินดีที่จะยืนอยู่ข้างเซียวหลิงฟงมากกว่า
“ผายลมเถอะ! เ้านับเป็ตัวอะไร! มีสิทธิอะไรมาพูดกับข้าเช่นนี้ หากไม่มีข้าคุณชายแล้ว เ้ายังจะมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้หรือ!”จั่วเฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหันมาตวาดเจียงเม่ย
การกระทำนี้ของจั่วเฉินทำให้ทุกคนตกตะลึง แม้พวกเขาจะยอมรับความสามารถของจั่วเฉินที่ดูจะมากกว่าผู้ติดตามทั่วไปจนอาจเทียบได้กับศิษย์ทั่วไปของสำนักทว่านั่นก็ไม่เพียงพอที่จะให้จั่วเฉินทำตัวโอหังใส่เจียงเม่ยที่เป็ศิษย์สายตรงเช่นนี้
เจียงเม่ยชะงัก ก่อนจะโต้กลับเสียงแหลม “อะไรนะ! เ้ากล้าพูดเช่นนี้กับข้าหรือ!”
“ยังต้องให้ความเคารพอีกหรือ หากข้าจั่วเฉินให้ความเคารพกับเดรัจฉานตัวหนึ่งเช่นนั้นตัวข้าไม่กลายเป็เดรัจฉานไปด้วยหรือไร!”
เสียงจั่วเฉินดังกังวานกว่ามาก ราวกับสายธารที่ซัดเข้าใส่หัวใจของทุกคนอย่างรุนแรงไม่รอให้เจียงเม่ยกับเซียวหลิงฟงเอ่ยปาก จั่วเฉินก็พูดต่อทันที
“ทำตัวเหมือนเดรัจฉานไม่มีผิด!การกระทำจอมปลอมเช่นนี้ช่างน่าขันยิ่งนัก ข้าคิดจะทำเป็มองไม่เห็นแล้วแท้ๆแต่เ้ากลับได้คืบจะเอาศอก หน้าไม่อายดีแท้!คนเช่นนี้ข้าคุณชายก็เพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรก!”
ตู้ม!
พลังปราณอันน่าสะพรึงขุมหนึ่งะเิออกมาจากร่างของเซียวหลิงฟงก่อนที่เขาจะเอ่ยอย่างเคียดแค้น
“เ้ากล้าด่าข้าอย่างนั้นหรือ รนหาที่ตายสินะ!”
“หึ ข้าก็พูดจาเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วบ้างครั้งท่าทีอาจจะไม่ดีไปบ้าง โปรดเข้าใจด้วยแล้วกัน หากฟังแล้วไม่พอใจ ถ้าท่านมีปัญญาก็เข้ามากระทืบข้าสิ”
จั่วเฉินเอ่ยจบก็กระชากเสื้อของตัวเองออก เผยให้เห็นรอยฝ่ามีสีแดงคล้ำที่หน้าอกอย่างชัดเจนซึ่งดูจากรอยนี้แล้ว คาดว่าน่าจะเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่เกินครึ่งชั่วยาม
“หากไม่ใช่การโจมตีก่อนจากไปของเ้า ข้าคงได้ขึ้นจากน้ำมาตั้งนานแล้วแต่เ้ากลับทำเป็ไขสือ พูดว่าช่วยข้าไม่ทันอย่างไร้ยางอายเนี่ยนะ”จั่วเฉินยิ้มเย็น “เ้าช่วยข้าไม่ทัน หรือว่าสังหารข้าไม่ได้กันล่ะ”
“อะไรนะ!”
หลังจากเห็นรอยแผลบนอกที่จั่วเฉินเผยออกมา พวกหลงซินเย่เองก็ต้องเบิกตาโตด้วยสติปัญญาของพวกนางแล้วย่อมเข้าใจเื่ทุกอย่างได้ในทันที
ั้แ่ต้นจนจบ เป็เซียวหลิงฟงที่พูดจาไม่มีมูลทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็สถานการณ์คับขัน หรือจู่ๆ ก็เกิดอันตรายขึ้นจนช่วยจั่วเฉินไม่ทัน ทุกอย่างนั้นโกหกทั้งเพเื่จริงคือเขาเป็ฝ่ายลงมือกับจั่วเฉินก่อน จนจั่วเฉินไม่สามารถหนีออกมาได้
เจียงเม่ยใบหน้าร้อนฉ่าพร้อมถอยหลังออกไปสามก้าวอย่างไม่รู้ตัวความมั่นใจที่มีพลันเลือนหายไปหมด ในขณะเดียวกัน หลงซินเย่ หลี่หลิงเอ๋อ และอิ๋นชิวสุ่นต่างก็มองไปทางเซียวหลิงฟงด้วยสายตาเ็าเฝ้ารอคำอธิบายจากเขาอยู่
เื่ราวเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันเซียวหลิงฟงคิดไม่ถึงว่าจั่วเฉินจะกล้าแข็งกร้าวด้วยเช่นนี้ เพียงแค่เผยรอยแผลออกมาก็ทำให้ความจริงกระจ่างลากเอาเซียวหลิงฟงที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดเมื่อครู่ร่วงลงมาทันที เขารู้สึกเหมือนถูกจั่วเฉินตบหน้าเข้าฉาดใหญ่
ใบหน้าเซียวหลิงฟงบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ เขาถูกจั่วเฉินยั่วยุครั้งแล้วครั้งเล่าจนไม่สามารถรักษาท่าทีผู้สูงส่งเปี่ยมคุณธรรมได้อีกต่อไป
“ถูกต้อง เป็ข้าที่ลงมือเอง” เซียวหลิงฟงยอมรับทว่าครู่ถัดมาน้ำเสียงก็เปลี่ยนเป็เย็นเยียบ
“แต่ก็เพราะเ้ายั่วยุข้าก่อน เป็แค่ผู้ติดตามเท่านั้นแต่กลับกล้ารีดไถค่าผลงานจากข้าไปสองหมื่นแต้ม คิดหรือว่าบนโลกนี้จะมีเื่ดีเช่นนี้อยู่ ข้าจำเป็ต้องยอมมอบค่าผลงานให้เ้าไปเปล่าๆ หรืออย่างไรกัน!”
“หึ” จั่วเฉินโกรธมากจนหลุดขำออกมา ถึงขนาดนี้แล้วเซียวหลิงฟงยังคิดจะยกเื่ค่าผลงานมาแก้ตัวคิดจะยกตัวเองให้ดูมีคุณธรรมสูงส่งอย่างนั้นสินะ
“ข้าคุณชายช่วยพวกศิษย์พี่หญิงถือว่าสมควรแล้ว ทุกคนล้วนเป็ศิษย์สำนักเดียวกันช่วยเหลือซึ่งกันและกันจึงจะถูก” จั่วเฉินว่าขณะกวาดสายตามองพวกหลงซินเย่ ก่อนจะหันกลับไปมองทางเซียวหลิงฟง
“แต่ทำไมข้าต้องช่วยเ้าด้วย เ้านับเป็ตัวอะไร ข้าคุณชายเป็ผู้ติดตามก็จริง แต่ก็เป็เพียงผู้ติดตามของศิษย์พี่หญิงหลงเท่านั้นไม่เกี่ยวอะไรกับเดรัจฉานอย่างเ้าเสียหน่อยค่าผลงานสองหมื่นแต้มมีไว้ซื้อชีวิตสุนัขของเ้าเถอะ ไม่ใช่การรีดไถเสียหน่อยเข้าใจหรือไม่!”