"เหลืออีกซีนเดียวครับ" มาวินผู้ช่วยผู้จัดการส่วนตัวของภีมภูริชเอ่ย ก่อนจะหยิบขวดน้ำส่งไปทางพระเอกหนุ่ม และเปิดประตูรถบ้านคันใหญ่
"ครับ" ภีมภูริชเข้าไปนั่งพักในรถบ้านส่วนตัวระหว่างรอซีนต่อไปของการถ่ายซีรีย์เื่หนึ่ง
ร่างหนาทวนบทอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่จำได้ขึ้นใจั้แ่รอบแรกที่อ่าน แต่ภีมภูริชก็ไม่อยากให้งานออกมาผิดพลาด นอกจากเสียเวลาคนอื่น ภีมภูริชไม่ได้อยากใช้เวลาในการทำงานที่ไม่ได้อยากทำมากจนเกินไป
ติ้ง
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์เครื่องหรู
R : ? ข่าวนี้คืออะไรคะ
P : คุณก็น่าจะอ่านที่ค่ายแก้ข่าวไปแล้วนี้ครับ ?
R : โรสอยากรู้จักจากปากคุณเองมากกว่าค่ะ รูปที่ถ่ายมา ถึงจะดูเป็มุมกล้องก็เถอะนะคะ แต่มันก็แบบ
P : แบบไหนครับ ?
R : เอาเป็ว่าแบบไหนก็ช่างเถอะคะ คุณมาอธิบายให้โรสฟังเองพรุ่งนี้ได้มั้ยคะ
P : คุณมีงานเปิดตัวน้ำหอมนี้ครับ
R : สมกับเป็คุณเลย แฟนคลับเบอร์หนึ่งของโรส
P : read
P : คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้อยากเป็แฟนคลับ
R : แล้วภีมอยากเป็อะไรเหรอคะ
P : ขอร้องเถอะครับ คุณรู้ดีอยู่แก่ใจ
R : 55555 โรสไม่รู้นะคะ ภีมอย่าใส่ร้ายสิ งั้นช่วยมาบอกโรสพรุ่งนี้นะคะ ว่าอยากคุณเป็อะไร :)
P : read
R : คิดถึงคุณที่สุดเลยค่ะ ไม่ได้เจอกันเกือบอาทิตย์ ไม่ได้คุยกับคุณ โรสเหมือนจะเป็บ้าเลยค่ะ
P : read
P : คิดถึงคุณเหมือนกันครับ
R : แน่นะคะ ? คนในรูปก็ดูน่ารักดีนี้คะ
P : ไหนบอกว่าอยากรู้จากปากผมมากกว่าไงครับ
R : โรสก็กลัวจะเสียตำแหน่งเหมือนกันนี้น่า
P : ไม่มีใครมาแทนที่คุณได้
P : ไม่มีวันนั้นหรอกครับ
R : เจอกันพรุ่งนี้นะคะ :)
ภีมภูริชหลับตาหลังจากจบบทสนทนา จากสิ่งที่ตัวเองพยายามวิ่งหนีมาตลอด ความรู้สึกยอมแพ้กลับมาอีกครั้ง ครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้ เพราะถ้าจะให้นับก็คงนับไม่ถ้วน
"เข้าเซ็ตได้เลยครับคุณภีม" มาวินที่ดูเวลาเข้ามาเรียกภีมภูริชเพื่อเข้าฉาก
"คุณช่วยเตรียมดอกไม้ให้ผมได้มั้ยครับ วันพรุ่งนี้" ภีมภูริชส่งบทที่อ่านในมือคืนให้มาวิน
"ได้ครับ งานเปิดตัวน้ำหอมของคุณโรซารี่นะครับ ?" มาวินถามเพื่อความแน่ใจ แต่ดูเหมือนสีหน้าของภีมภูริชจะแสดงออกแทนคำตอบ
มาวินคิดว่าตัวเองไม่น่าจะถามเลย ก็มีอยู่คนเดียว ที่พระเอกหนุ่มดูจะใส่ใจเป็พิเศษ แต่พอมีข่าวก็บอกว่าเพื่อนกันตลอด เหมือนมีแค่พระเอกหนุ่มหน้าหล่อคนนี้นี่แหละที่เป็ฝ่ายตามอยู่คนเดียว ส่วนอีกฝั่งก็ตอบแบบอ้อม ๆ ตลอด พอฝั่งนี้เริ่มท้อใจ ฝั่งนั้นก็เดินกลับมาหากัน แล้วก็วนลูปอยู่แบบนั้น บางทีมาวินก็สงสารภีมภูริช เพราะมาวินเองก็รู้ดีว่าภีมภูริชไม่ได้ดูจริงจังกับการในวงการนี้เลย แค่บังเอิญว่าเป็คนที่มีความรับผิดชอบเท่านั้น ส่วนฝีมือที่ค่อนดีทางด้านการแสดงก็เหมือนจะเป็พร์ แต่เป็พร์ที่ภีมภูริชก็ดูไม่ได้ภูมิใจ
ที่เข้ามาและที่ยังทนอยู่เพราะผู้หญิงคนนั้นต่างหาก
มาวินได้แต่ถอนหายใจ
.
.
.
"นั้นคุณภีมมาด้วยเหรอ?" นักข่าวสายบันเทิงพากันหันไปตามต้นเสียง
แสงสีขาวจากกล้องที่สาดส่องไปทางแบ็คด็อบเพราะมีศิลปินที่ยืนอยู่ก่อนหน้า พากันหันเหไปทางชายหนุ่มที่สูง ภูมิฐาน หน้าตาคมหล่อเหลาตามแบบฉบับพระเ้าต้องใจปั้นอย่างลำเอียงแทน
" คุณภีมทางนี้ค่ะ"
"กล้องนี้หน่อยครับคุณภีม"
"ซ้ายครับ"
"ขวาหน่อยค่ะคุณภีม"
เสียงดังเป็ระยะ ๆ เริ่มลดลง จนร่างสูงเดินมาถึงข้างในงาน ที่กั้นสื่อมวลชนไว้ภายนอก มีเพียงแขกที่ได้รับเชิญเท่านั้น เพื่อความเป็ส่วนตัว
ภีมภูริชมองหาร่างบางที่เขาคิดถึงอยู่ตลอดเวลา ร่างบางที่เขาตั้งใจนำดอกกุหลาบสีขาวช่อนี้มามอบให้ ร่างบางที่เขาอยากคุยด้วยมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็เื่ที่เธออยากรู้ หรือว่าจะเป็เื่ที่เขาเองอยากพูดจนใจเต้นไม่เป็จังหวะ
เสียงตบมือโห่ร้องของแขกในงานดังขึ้น ร่างสวยปรากฏตัวบนเวที โรซารีในชุดเดรสสีขาวเปิดหลังกำลังพูดกล่าวเปิดงานน้ำหอมที่ตัวเองตั้งใจทำ
ภีมภูริชภูมิใจอีกคนได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ถึงจะมีความรู้สึกว่าสิ่งที่โรซารี่กำลังทำ มันอาจจะทำให้เรายิ่งห่างกันมากขึ้นกว่าเดิม
ถึงจะเป็แบบนั้น อย่างที่มันเป็มาโดยตลอด ภีมภูริชทำได้แค่ทำใจยอมรับมัน เขาทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้อยู่แล้ว
"ยินดีด้วยครับ" ทุกสายตาหันไปจับจ้องร่างสูงของชายหนุ่ม
"ขอบคุณค่ะ" โรซารีกล่าวขอบคุณ และใกับดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่ที่คนตรงหน้ามอบให้ ดอกกุหลาบสีแดงจากพระเอกดาวรุ่งทิวากรที่เข้ามาแสดงความยินดีพร้อมกับผู้จัดการของโรซารีเอง
ทั้งคู่เดินไปนั่งที่โต๊ะรับรองแขก ความสนิทสนมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วของนางเอกสาว และพระเอกหน้าใหม่ อยู่ภายใต้การมองดูอยู่ห่าง ๆ ของภีมภูริช
และสายตาแบบนั้นภีมภูริชเข้าใจดีว่ามันหมายถึงอะไร
มันคือสายตาที่ภีมภูริช้าจากเธอมาตลอด
ร่างหนาเดินออกมาจากงานโดยทิ้งช่อดอกกุหลาบสีขาวไว้ที่พื้น
ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เสียใจ
ครั้งแล้วเล่าที่เฝ้าถามตัวเองว่าทำทั้งหมดนี้ไปเพื่ออะไร
ครั้งแล้วครั้งเล่า——
"อ่ะ"
ปลายหางตาของภีมภูริชหันไปตามเสียง
น้ำเสียงที่ดูจะคุ้น ๆ
แต่จำไม่ได้ว่าเคยได้ยินมาจากที่ไหน
"ปล่อยนะ!" อัญยาพยายามสบัดมือออกจากชายแปลกหน้า แต่เพราะความเมาหัวจากไวน์แดงที่กินไปก่อนหน้า แรงที่มือเล็กที่สบัดเหมือนการปัดแมลงเท่านั้น
"ไปด้วยกันก่อนดิคนสวย เดี๋ยวให้ดูอะไรดี ๆ" ชายที่ท่าทางจะเมาไม่ต่างจากคนตัวเล็กกำลังพยายามยื้อข้อมือ
"ทำอะไร?" ภีมภูริชเดินไปแทรกตรงกลาง พร้อมกับเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ที่เขาไปตามมาก่อนหน้า ภีมภูริชคิดว่าถ้าจัดการเองคงจะเสียเวลา
"ยุ่งอะ—" ยังไม่ทันได้ตอบกลับ ชายคนนั้นก็โดนเ้าหน้าที่ลากตัวออกไปเสียก่อน
"คุณ?" ภีมภูริชหิ้วอัญยาไว้ได้ทันก่อนที่จะลงไปนั่งกองอยู่บนพื้น
ภีมภูริชคิดในใจบังเอิญเกินไปหรือเปล่า แล้วทำไมอีกคนถึงได้เมาอยู่ตลอดเวลา
"คุณอัณณ์มีสติหน่อยสิครับ" ภีมภูริชพยายามเขย่าตัวคนตัวเล็ก
จนใจ เขย่าเท่าไรก็ดูจะไม่ได้สติ
พอหยุดเขย่า
หัวกลม ๆ ของอัญยาซบลงมาที่แผ่นอกหนาของภีมภูริช ร้องไห้สะอึกสะอื้นขึ้นมาสะอย่างนั้น
ภีมภูริชชะงักไปชั่วครู่
ก่อนจะลูบหลังปลอบคนในอ้อมกอดเบา ๆ
tbc