BDSM กลายเป็นกระxรี่ของมหาลัย

    กิจกรรมค่ายรับน้อง

    “ยูมิ ฮาเซงาว่า หรือ ยูมิ ค่ะ...” เสียงแนะนำตัวของหญิงสาวชาวลูกครึ่งญี่ปุ่น ที่เป็๲น้องใหม่ กำลังยืนเอ่ยแนะนำตัว..ซึ่งนี่เป็๲กิจกรรมถัดมา หลังจากที่พวกรุ่นพี่ให้น้องๆ ดื่มน้ำสัตย์ปฏิญาณไปนั้น...โดยที่เหล่าน้องใหม่ปี 1 ก็ต่างมีท่าทีตั้งใจฟัง และพยายามจำ ชื่อของเพื่อนๆ ร่วมชั้นปี ที่ยืนขึ้นเอ่ยแนะนำตัว ทีละคนนั้น ให้ได้ทั้งหมด....

    ‘ทำไมต้องตั้งใจฟัง และต้องจำให้ได้? ..’ ...ก็ทันทีที่ น้องใหม่คนสุดท้าย แนะนำตัวจบ รุ่นพี่จะมีเรียกถาม ว่าเพื่อนคนนั้นคนนี้ชื่ออะไร โดยไม่ให้เหลือบดูป้ายชื่อ...ถ้าหากตอบไม่ได้ก็ต้องออกมารับโทษ แน่นอนว่าคนที่ตั้งใจเป็๞พิเศษกว่าใคร คงไม่แคล้วจะเป็๞ตัวของยูมิ ที่เป็๞น้องใหม่ที่เป็๞ผู้หญิงคนเดียว ของชั้น ไม่ สิ ของสายวิชานี้....

    “ต่อไปเอาไง? พอพวกรุ่นน้องแนะนำตัวเสร็จ เรียกเธอมาถาม? ..” เสียงของชายคนหนึ่งที่ร้องถาม...

    “ไม่...อันนี้ปล่อยเธอไปก่อน...” คำกล่าวตอบของผู้บงการวางแผน อย่าง ‘นายแบงค์’ นั้นก็ทำให้คนที่ถามถึงกับมีท่าทีสงสัย..ก่อนที่นายแบงค์จะอธิบายเพิ่มเติม…

    “ไม่ต้องห่วงกูยังไม่ได้เปลี่ยนใจหรอก แค่อยากให้เว้นวรรค รอให้ยาออกฤทธิ์ และหล่อน มีท่าทีคลายความตึงเครียดจากการที่โดนพวกเรากระทำไปเมื่อกี้ก่อน..และเราค่อยเริ่มการแกล้งหล่อนต่อ....” คำกล่าวอธิบายของนายแบงค์ที่เอ่ยต่อทันทีที่ คนที่สนทนานั้นมีท่าทีสนใจ ซึ่งนั้นก็ทำให้อีกฝ่ายพยักหน้าเชิงเข้าใจ....

    “อืมมมม มีเหตุผล มีลำดับขั้นแบบนี้ กูชักเริ่มกลัวมึงแล้วนะ...” ชายหนุ่มคนเดิมเอ่ยอย่างชื่นชม ด้วยรอยยิ้ม ซึ่งนายแบงค์ก็ยิ้มรับถ้อยคำดั่งกล่าว ที่ไม่รู้ว่าเป็๞คำชมหรือไม่ แต่สำหรับเค้าแล้ว ถือว่าเป็๞คำชม...ก่อนที่เขาและชายคนดั่งกล่าวจะยังคงจับจ้องมองยังยูมิ ที่ขยับลงนั่ง จิบน้ำหวาน สีๆ อย่างตั้งใจฟังเพื่อนคนอื่นๆ ที่ยืนแนะนำตัวนั้นต่อไป...

    และไม่กี่นาทีต่อมา... การแนะนำตัว ของรุ่นน้อง น้องใหม่ ทั้ง 24 คน ก็จบลง...

    พี่เอก ชายหนุ่มคนเดิม ที่ทำหน้าที่เหมือนเป็๞พิธีกร//ผู้ดำเนินกิจกรรมนั้น ก็เริ่มทำการสุ่มเรียกน้องๆ ขึ้นมาถามชื่อเพื่อนๆ ที่เขาก็จะสุ่มชี้ ซึ่งคนที่ตอบไม่ได้ก็ถูกให้เดินออกมาหน้าแถวรอรับการลงโทษ ส่วนคนที่ตอบได้ ก็ลงนั่งตามเดิม ซึ่งน้องๆ ผู้โชคร้ายที่ถูกเรียก ให้ตอบชื่อเพื่อนๆ มีด้วยกันประมาณ 6-7 คน และพวกที่ตอบชื่อเพื่อนไม่ได้นั้น มีด้วยกัน 4 คน....

    “เอาละ...สำหรับพวกที่จำชื่อเพื่อนไม่ได้ พี่จะให้พวกน้อง ได้เต้นยังไงก็ได้ แต่ต้องดูหลุดโลกที่สุด ให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน..” คำกล่าวดั่งกล่าวนั้น ก็ทำให้พวกน้องๆ ที่ต้องโทษนั้นทำ ท่าทีอย่างบอกบุญไม่รับ... ไม่กี่อึดใจต่อมา เสียงเพลงก็ดังขึ้น และน้องๆ ทั้ง 4 ที่ถูกทำโทษนั้น ก็เริ่มดิ้นตามเพลงนั้น ด้วยลีลาที่ตัวเองคิดว่ามันหลุดโลกสุดๆ ...

    ภาพของเพื่อนร่วมชั้นปี 4 คนที่ออกลีลาการดิ้นที่ ไม่รู้จะเรียกว่า หลุด โลก หรือ บ้าบอคอแตก ดีก็เรียกเสียงฮา เสียงหัวเราะให้แก่เพื่อนๆ ที่อยู่ในแถวได้อย่างมาก...รวมถึงยูมิด้วยที่หัวเราะ กับลีลาการเต้นบ้าๆ บอๆ นั้น พร้อมกับถอนหายใจนิดๆ อย่างโล่งอกที่ ตนเองไม่โดนสุ่มเรียกในครั้งนี้...

    ภายหลังการทำโทษน้องๆ ที่จำชื่อเพื่อนไม่ได้จบลง พี่เอกก็ดำเนินกิจกรรมต่อไปทันที...ซึ่งกิจกรรมต่อไปนั้นก็เป็๲กิจกรรมธรรมดาๆ ที่พบได้ทั่วไป อย่าง การนำน้องร้องเพลง และให้ตบมือตาม...หรือทำท่าโบกไม้โบกมือตาม หรือ การพูดจาสร้างความขบขัน เพื่อให้บรรยากาศนั้นเป็๲ไปอย่างสนุกสนานและเป็๲กันเอง....

    นอกจากจะให้บรรยากาศดูสนุกเป็๞กันเองนั้น ก็ยังมีเป้าหมายให้ ตัวของยูมิมีท่าทีผ่อนคลายอีกด้วย....ใช่ ตลอด ๰่๭๫เวลากิจกรรมที่ธรรมดา แสนเป็๞กันเอง และสนุกสนานนั้น ยูมิก็ถูกจับตามองโดยรุ่นพี่เ๯้าของแผนการ อย่างนายแบงค์ แทบตลอดเวลา ก่อนที่เค้าจะเริ่มส่งสัญญาณ...

    เมื่อสังเกตเห็นว่า ท่าทีของยูมิเริ่มผ่อนคลาย คล้อยไปกับบรรยากาศที่สนุกสนานอย่างพอสมควร ซึ่งตัวของเค้าก็ไม่แน่ใจว่า ที่เป็๲แบบนั้นเพราะ ยา ที่เค้าผสมกับน้ำสีๆ ที่เธอได้ดื่มไป๰่๥๹สาบานปฏิญาณนั้น ได้ออกฤทธิ์แล้ว? หรือ อาจจะเริ่มตึงๆ เมานิดๆ ที่เป็๲ผลจากการดื่มน้ำสีๆ ที่มีแอกอฮอล์ผสมไปหลายแก้วกันแน่ (เพราะหลังสาบาน รุ่นพี่ก็มีการเสิร์ฟน้ำหวานนั้น อีกครั้ง ในระหว่างทำกิจกรรมด้วย...และดูเหมือนยูมิจะชอบมัน เป็๲พิเศษด้วย...)

    “เอ้า กิจกรรมต่อไป...ก็เป็๞เกมง่ายๆ ครับ น้องๆ ก็คงเคยเล่นกันมาบ้าง คือ การจับส่วนตามที่พี่พูด ซึ่งก็จะมี หัว ไหล่ เข่า...” พี่เอกที่เอ่ยกล่าวอย่างอธิบาย ในเกมถัดมา ซึ่งเค้าก็ค่อยๆ สาธิตและให้น้องๆ เข้าใจ พร้อมกับทำการ จับหัว จับไหล่ จับเข่า ของตนเองไปด้วย...

    “อ้อ จากนี้ ก็ขอให้น้องๆ ตั้งใจฟังนะครับ และจับให้ถูกตามส่วนที่พี่บอก ใครเผลอจับผิดที่ต้องออกมารับโทษ คราวนี้จะเอาให้น่าอายที่สุดเลย..” พี่เอกเอ่ยต่อ อย่างเริ่มเข้าเมนหลักของกิจกรรมนี้ ใช่นั้นก็ทำให้พวกน้องๆ ปี 1 นั่งอย่างตั้งใจ ก่อนที่พี่เอกจะเอ่ยอย่างเสียงดัง ในการเริ่มเกมนั้นเป็๲ครั้งแรก..

    “หัว!!...” ถ้อยคำที่เอ่ยขึ้น และก็ไม่มีน้องๆ คนไหนหลงผิดแม้แต่คนเดียว..ใช่ ทุกคนต่างจับหัวกันทั้งสิ้น...

    “เก่งมากครับ.... เข่า!!!..” พี่เอกเอ่ยชม ให้กับน้องๆ ปี 1 ที่ไม่มีใครทำผิดแม้แต่คนเดียว แต่ถึงกระนั้นพี่เอกก็แอบมีเล่นทีเผลอ หลังจากเอ่ยชมจบ แต่ก็ไม่ได้ผล ยังไม่มีใครผิดเช่นเดิม...

    “ร้ายย...เก่งนะเนี่ย...งั้น..” พี่เอกที่เอ่ยพร้อมกับพยักหน้าและชี้นิ้วไปทางน้องๆ อย่างชื่นชม ก่อนจะเอ่ยร่ายให้น้องจับตามลำดับปกติ คือ หัว ไหล่ เข่า ไม่รู้กี่รอบ..จนทำให้พวกน้องๆ เริ่มเพลิน และ ทำการเล่นทีเผลอ...

    “หัว ไหล่ เข่า... หัว ไหล่ เข่า... หัว ไหล่ เข่า... หัว ไหล่ เข่า... หัว ไหล่ เข่า เข่า!!..” ผลลัพธ์ จากการเล่นทีเผลอ ทำเอาน้องๆ 4 คนตกม้าตายทันที!!..

    “ใครรู้ตัวว่าทำผิด เชิญออกมาเลยครับ แหมจับหัวกันใหญ่เลยนะ...” พี่เอกที่เอ่ย โดยเหล่ารุ่นพี่คนอื่นๆ ที่ยืนคุมก็ค่อยๆ ชี้ตัวเรียกน้องๆ ที่ทำผิดออกมา...ก่อนจะดำเนินการเล่นเกมเดิมอีกครั้ง และก็ยังคงใช้แผนเดิม พอจังหวะที่น้องๆ เค้าเผลอ ก็จัดการเล่นซะ โดยคราวนี้ เค้า ใช้วิธีการบอกสลับตำแหน่ง อย่าง หัว ไหล่ เข่า ก็เป็๞ เข่า หัว ไหล่ แน่นอนว่า ผิดจากการบอกเช่นนั้น ก็ทำให้มีน้องๆ โชคร้าย อีก 4 คน ซึ่ง1 ในนั้นก็มียูมิอยู่ด้วย...

    โดยที่ท่าทีของยูมิในเวลานี้ ก็ค่อนข้างแตกต่างจากเมื่อราวๆ 20 นาทีเศษๆ ก่อน...ค่อนข้างมากๆ ไม่รู้ว่า ที่เธอเริ่มผ่อนคลาย คล้อยตาม นั้น เป็๲เพราะ บรรยากาศของกิจกรรม หรือ เพราะฤทธิ์ยากันแน่ ทำให้ตอนเรียกออกมาเพราะทำผิดนั้น เธอไม่มีสีหน้าที่ซีเรียสใดๆ กับยิ้มหัวเราะ อย่างเขินๆ กับการทำผิดจากตัวของเกมนั้น (เขาสั่งให้จับ ไหล่ แต่เธอนั้นเผลอจับเข่าซะนี่...)

    “และแล้วก็ได้ผู้โชคดีทั้งหมด 8 ท่าน เอ...เมื่อกี้ผมบอกว่า จะทำโทษด้วยการให้เต้นอะไรที่น่าอายใช่มัย? ...” พี่เอกที่เอ่ยกล่าวอย่างชำเลืองไปถาม เพื่อนพ้องที่เป็๞รุ่นพี่อีกคน ที่ยืนข้างๆ เขา ซึ่งเป็๞ลูกคอของเขา ๻ั้๫แ๻่ตอนเอ่ยพูดจาขบขัน

    “ใช่ ครับพี่เอก...แต่อย่าให้น่าอายมากนะครับ อย่าลืม ว่ากลุ่มทำโทษมีน้องผู้หญิงด้วย..” รุ่นพี่ที่เป็๲ลูกคอที่เอ่ยตอบ..

    “ครับไม่ต้องห่วงครับ ผมรู้ครับ...” พี่เอกที่เอ่ยตอบ ลูกคอของเขา ก่อนจะหันไปมองเหล่าน้องๆ ที่ต้องถูกทำโทษ และเอ่ยกล่าวต่อ

    “ท่าที่พวกน้องต้องเต้น คือ ท่านี้ ครับ..” เขาเอ่ยพร้อมกับขยับเต้นที่ขยับซ้าย ขวา โดยใช้สะบัด๰่๥๹เอว พอสมควร...

    “แค่นี้แหละ..” พี่เอกเอ่ย หลังสาธิตท่าดั่งกล่าว เสร็จ และนั้นก็ทำให้สายตาของเหล่ารุ่นน้องที่ไม่โดนโทษ นั่งอยู่นั้นจับจ้องไปทางยูมิทันที ถึงจะบอกว่า ท่าเต้นนั้น มันไม่น่าอาย แต่นั้นมันสำหรับผู้ชาย แต่สำหรับผู้หญิงแล้ว ถ้าเต้นด้วยท่าแบบนี้ และถ้าโยกส่ายสะบัดมากๆ ละก็ รับรองว่าต้องมีของดีให้ดูแน่ๆ ...

    “และก็เหมือนเดิม คือ ใครทำไม่ดี ต้องโทษเพิ่มนะครับ...” รุ่นพี่ที่เป็๲ลูกคอ เอ่ยเสริม ก่อนที่ พี่เอกจะเอ่ยนับ 3 เพื่อเริ่มการทำโทษนั้น...

    “ถ้าเข้าใจแล้ว ก็พร้อมนะครับ ก็ 1...2...3..” พี่เอกเอ่ยบอก และทันทีที่เค้านับ 3 เสียงเพลงก็ดังขึ้น และทำให้ รุ่นน้องทั้ง 8 ต่างขยับเต้นในท่าที่พี่เอกสาธิตนั้นอย่างทันที... แต่มีบางคนก็สะบัดสับส่ายจนน่ากลัว...แต่ สายตาส่วนใหญ่ของพวกน้องใหม่ที่นั่งในแถว ที่ไม่โดนทำโทษนั้น ก็ต่างจับจ้องไปยังที่ ยูมิ ซึ่งก็มีบ้างที่แปลกใจที่เธอยอมเต้นท่าดั่งกล่าวแต่โดยดี..

    ถึงแม้ท่าเต้นดั่งกล่าวจะไม่หวือหวาติดเรทอะไร (แค่ยกมือ 2 ข้างอยู่ในระดับเดียวกับศีรษะ และโยกตัวซ้าย-ขวาไปมาเท่านั้น) แต่เพราะสภาพของยูมิที่ เสื้อผ้าของเธอยังคงชื้นๆ จึงทำให้มันดูโปร่งใสและแนบเนื้อ จึงทำให้ ท่าเต้นดั่งกล่าวดู หวืดหวาติดเรท ไปทันที....

    ถึงแม้ยูมิจะไม่ได้โยกตัวเต้นอย่างรุนแรง HC เหมือนคนแรก ของแถวก็ตาม (นับจากทางขวามือ) ซึ่งรายนั้นกำลังโยกตัวส่ายแบบบ้าคลั่งเลย....ใช่...ถึงยูมิจะโยกตัวไม่รุนแรงแบบนั้น แต่แค่นั้นก็ทำให้หน้าอกหน้าใจของเธอ แกว่งสะบัดไปมาตามแรงโยกของเธอ จนทำให้เป็๞เป้าสายตาให้แก่ เพื่อนร่วมชั้นปี ที่นั่งจ้องมองอยู่นั้น...

    “เดี๋ยวๆๆๆๆ พี่เอก พี่บอกว่า ให้พวกน้องเต้นน่าอาย แต่ที่ผมเห็น พวกน้องมันเต้นมันส์ กว่าไอ้ที่เต้นหลุดโลกเมื่อกี้อีกนะ โดยเฉพาะ น้องคุณคนนี้...” รุ่นพี่ที่ทำพิธีกรร่วมกับพี่เอกก็เอ่ยขึ้น พร้อมกับยกมือไม้ที่ทำให้เพลง และการกระทำของพวกน้องๆ ที่ถูกทำโทษนั้นต้องหยุดลง ซึ่งตอนเอ่ยประโยคดั่งกล่าวจบ พิธีกรร่วมนั้น ก็เอามือจับยังร่างของ น้อง คนที่เต้นโยกได้บ้าคลั่งนั้นเอง...

    “เออ พี่ก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน กำลัง งงๆ อยู่ ว่าที่ตัวเอง สั่งมันน่าอายตรงไหน? ...” พี่เอกที่เอ่ยตอบอย่างยอมรับ ในสิ่งที่พิธีกรร่วมพูด ก่อนที่พิธีกรร่วมนั้นจะเอ่ยเชิงเหน็บเค้า...

    “ไม่ไหวเลยนะพี่ มาผมเป็๲คนสั่งน้องๆ เอง...เมื่อกี้ไม่ถือเป็๲การทำโทษ เพราะมันไม่ตรงคอมเซปของการลงโทษ..” คำกล่าวของพิธีกรร่วมก็ทำให้ น้องๆ 8 คน (ร่วมถึงยูมิ) นั้นหันมอง และขยับมีท่าทีโวยวายนิดๆ ...

    “ไม่ต้องทำมาโอดครวญ หรือ โวยวายเลยน้อง เมื่อกี้พี่เห็นนะ ว่ามีหลายคน ส่ายซะมันส์ เชียว...” รุ่นพี่คนเดิมกล่าว ต่อ เมื่อเห็นน้องๆ จะประท้วง...

    “แล้วคุณจะให้รุ่นน้อง เค้าเต้นท่าไหนละ...” พี่เอกที่เอ่ยถาม แก่พิธีกรร่วม..

    “มันเป็๞ท่าที่อธิบาย เป็๞คำพูด ไม่ถูกอยู่นะ แต่ก่อนอื่นขอให้น้องๆ จับคู่ด้วยครับ..” พิธีกรร่วมเอ่ยตอบและเอ่ยบอกกับน้องๆ ซึ่งน้องๆ ที่ออกมา มีด้วยกัน 8 คน จับคู่ก็จะได้ ด้วยกัน 4 คู่...โดยที่ยูมิก็อยู่คู่ริมสุดของซ้ายมือ ผลจากการขยับที่เอ่ยโวยวายเมื่อครู่ทำให้เธอกระเด็นมาอยู่คนสุดท้ายของแถว (หากนับจากทางขวามือนะ) ...

    “ก่อนอื่นให้น้องๆ หันไปทางขวามือ และให้ คู่ของตนนั่งลงย่องๆ พร้อมกับเอามือ เท้ากับพื้นข้างหน้า และ โน้ม โค้งไปด้านหน้า ให้ตูดสูงๆ หน่อย ให้ประมาณนี้...” รุ่นพี่พิธีกรร่วมก็เอ่ยพร้อมกับขยับทำท่านั้นให้ รุ่นน้องได้ทำตาม...ก่อนจะกล่าวต่อ..

    “และก็ พอได้ยินเสียงเพลง ก็ขยับสะโพก ไหวๆ แบบนี้นะ..” พิธีกรร่วมคนดั่งกล่าวเอ่ยต่อ พร้อมกับขยับ๰่๭๫เอวให้ไหวให้เด้งหน้า-เด้งหลัง ก่อนที่รุ่นพี่ที่เป็๞พิธีกรร่วมคนเดิม จะขยับลุกขึ้น และจึงค่อยเอ่ยอธิบายว่าอีกคนต้องเต้นเช่นไร..

    “ส่วนอีกคน ที่ยืน ก็เข้าประกบบันท้ายของเพื่อนนะครับ จากนั้นก็โยกเอวเข้าใส่ เพื่อนที่เต้นนั่งอยู่ด้านหน้า..” คำกล่าวอธิบาย ถึงท่าเต้นอีกคน ก็ทำให้น้องๆ หลายคน เริ่มเห็นภาพ และเข้าใจ จนต้องส่งเสียงและตบมือกันทีเดียว (จริงๆ เสียงตบมือมี๻ั้๹แ๻่ ตอนที่สาธิต ท่านั่งเต้นแล้ว ใช่ เริ่มมี๻ั้๹แ๻่รุ่นพี่คนนั้นขยับเอวนั้นแหละ)

    ถึงจะมีหลายคนเข้าใจ แต่ก็มีบางคนที่ยังคง งงๆ และ ไม่เข้าใจ โดยเฉพาะยูมิ ที่ถึงกับไม่เข้าใจว่า ทำไมท่าเต้นนั้น ถึงทำให้ เพื่อนๆ มีปฏิกิริยาแบบนั้น.. ส่วนพวกที่เข้าใจ ยิ่งเป็๞พวกที่ต้องโดนให้เต้นท่านั้น ก็ถึงกับส่ายหัว และ ยิ่งเป็๞คนที่ต้องเต้นท่านั้น ในท่านั่งก็ยิ่งกุมขมับอย่างเครียดทีเดียว...