บทที่ 19 ฝีปากของพระชายา อดทนมาจนถึงตอนนี้ถึงได้โดนตบ ช่างเป็เื่มหัศจรรย์เสียจริง
นางหวังกล่าวเสริมเติมไข่ว่า “ใช่แล้วเพคะ! แต่ก่อนก็ไม่ให้ความเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ วันนี้มีองค์รัชทายาททรงอยู่ที่นี่เป็พยานให้ หม่อมฉันถึงกล้าพูดเช่นนี้ หากไม่เช่นนั้น ผู้อื่นก็ยังจะคิดว่าเป็หม่อมฉันซึ่งเป็แม่เลี้ยงใส่ร้ายป้ายสีไปอีก”
ซูหยวนจ้องนางเขม็ง ้าให้นางพูดน้อยลงหน่อย
“หลินเอ๋อร์ รีบไปเปลี่ยนน้ำชาให้องค์รัชทายาทเร็วเข้า” นางหวังพยายามส่งสัญญาณให้บุตรสาวของตนอย่างกระตือรือร้น พยายามสร้างโอกาสให้พวกเขาทั้งสอง
บุตรสาวอนุภรรยาของจวนอัครมหาเสนาบดียังเป็พระชายาได้ แล้วซูหลินเอ๋อร์ซึ่งเป็บุตรสาวภรรยาเอกจะแต่งงานกับองค์รัชทายาท ไม่ใช่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ หรอกนะ
องค์รัชทายาทโบกมือพลางกล่าว “ไม่ต้องเปลี่ยนแล้ว พระชายาเฉินอ๋องคงจะไม่มาแล้วกระมัง?”
วันนี้เขามาก็เพื่อซูเหวินยวนโดยเฉพาะ
ก่อนแต่งงานเขาไม่เคยเห็นนางเลย ทั้งหมดล้วนเป็เื่ที่ซูหลินเอ๋อร์เล่าให้ฟัง
ในวันแต่งงานนางสวมชุดเ้าสาวราคาถูก และแต่งหน้าทำผมอย่างเรียบง่าย เขาจึงเพียงแต่ได้ชายตามองแวบเดียวเท่านั้น
แค่แวบเดียว องค์รัชทายาทก็รู้สึกว่าตนเองเลือกคนผิดเสียแล้ว หากเขาเลือกพระชายาที่สง่างามเหมาะสมให้เฉินอ๋องจริง ๆ เขาคงจะเสียใจจนตายเป็แน่
ซูหยวนนั้นก็เริ่มนั่งไม่ติดเสียแล้ว เขาเรียกคนรับใช้มาสั่งให้ไปดูอีกครั้ง ยังไม่ทันที่คนจะเดินออกไป ซูเหวินยวนก็มาถึงแล้ว
“คารวะพระชายาเฉินอ๋อง”
ทันทีที่ก้าวเข้าประตู ลานบ้านก็เต็มไปด้วยคนคุกเข่าเป็แถวซึ่งแตกต่างจากวันแต่งงานอย่างสิ้นเชิง
วันที่นางออกเรือนไป คนพวกนี้ไม่แม้แต่จะชายตามองนางด้วยซ้ำ
บัดนี้สามารถทำความเคารพอย่างนอบน้อมได้ ไม่เพียงแต่เป็เพราะฐานะของนางที่เปลี่ยนไปเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่เป็เพราะได้ยินได้ฟังถึงเื่ราวอันเกรียงไกรของซูเหวินยวนมา
เผาจวนเฉินอ๋อง ชิงตัวคนมาจากมือของเฉินอ๋อง
หลังจากวันนี้ไป คงจะต้องเพิ่มเื่ที่นางทำให้ฮองเฮาทรงพิโรธจนแทบจะเป็บ้าอีกหนึ่งเื่
ซูหยวนเดินออกจากห้องโถงมาอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเร่งเร้าว่า “เ้าเร็ว ๆ หน่อยได้ไหม!”
ปล่อยให้องค์รัชทายาทรอนานขนาดนี้ ใจของเขาร้อนรนจนแทบทนไม่ไหว
ซูเหวินยวนยิ้มอย่างประหลาดใจ “ไม่เจอกันเพียงแค่สองวัน ท่านพ่อก็คิดถึงลูกถึงเพียงนี้แล้วหรือเ้าคะ?”
“ข้าคิดถึงเ้ารึ? องค์รัชทายาทก็ทรงอยู่ที่นี่ด้วย! พระองค์ทรงรอเ้าอยู่ในจวนตั้งนานแล้ว เ้าจะเร็วกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือ?”
ซูหยวนร้อนใจจริง ๆ
ซูเหวินยวนเลิกคิ้วขึ้นอย่างเย้ยหยัน ดูเหมือนว่าองค์รัชทายาทจะอยู่ที่นี่ด้วย
นับั้แ่ที่นางทราบว่า เดิมทีฝ่าาทรงเลือกซูหลินเอ๋อร์ให้เป็พระชายาของเซิ่งจิ่งอวี้ นางก็ครุ่นคิดอยู่ว่าใครกันแน่ที่อยู่เื้ัการสลับตัวนี้
คนที่น่าสงสัยที่สุดก็คือองค์รัชทายาทแต่คาดไม่ถึงว่าเ้าของร่างเดิมจะตายไปเสียก่อน คนที่แต่งงานกับเซิ่งจิ่งอวี้จึงกลายเป็นางแทน
ทุกอย่างไม่ได้เป็ไปตามแผนที่วางไว้ องค์รัชทายาทคงจะร้อนใจแล้วสินะ
เมื่อมาถึงห้องโถงด้านหน้า นางหวังก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
“เหตุใดถึงมาสายเช่นนี้? แค่กลับมาเยี่ยมบ้านยังจะให้พวกเรารอเ้าอีกรึ?”
ซูเหวินยวนตอบกลับเรียบ ๆ “ข้าไปเข้าเฝ้าฮองเฮามาเ้าค่ะ เมื่อคืนฮองเฮาทรงพระประชวรปวดพระอุทรไม่หยุด ท่านอ๋องเป็ห่วง ข้าจึงได้เข้าวังไปเป็เพื่อน ท่านพ่อและฮูหยินมีอะไรไม่พอใจหรือเ้าคะ เช่นนั้นจะเข้าวังไปกราบทูลฮองเฮาดีหรือไม่?”
“เ้า...” นางหวังถึงกับพูดไม่ออก ในเมื่อเป็เื่ไปเข้าเฝ้าฮองเฮา นางจะพูดอะไรได้อีก?
ซูเหวินยวนหาที่นั่งลง ก็เห็นซูหลินเอ๋อร์ที่กำลังตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
ซูหลินเอ๋อร์จ้องนางเขม็ง นี่เป็ครั้งแรกที่นางได้เห็นซูเหวินยวนหลังจากที่แต่งงานออกไป
เครื่องประดับบนศีรษะของนาง ซูหลินเอ๋อร์ก็รู้จัก
ที่แท้แล้วท่านพ่อท่านแม่ไม่ได้โกหกนาง สินสอดของซูเหวินยวนมีเครื่องประดับมูลค่าหลายแสนตำลึงจริง ๆ!
และนางยังรู้สึกอย่างประหลาดว่าซูเหวินยวนเปลี่ยนไป
หน้าตายังคงเป็หน้าเดิม แต่เมื่อก่อนนั้นนางขี้ขลาดและขี้อาย มักจะทำตัวเหมือนนกกระจอก ต่อให้มีรูปโฉมงดงาม ก็ซ่อนไว้เสียมิดชิด
บัดนี้นางไม่เพียงแต่เปิดเผยออกมาอย่างสง่างาม แต่ยังเรียนรู้ที่จะแต่งองค์ทรงเครื่องอีกด้วย ดูมีสง่าราศีที่แตกต่างออกไป
“เ้าคือซูเหวินยวน?” ซูหลินเอ๋อร์ไม่อยากจะเชื่อ เดินเข้าไปใกล้นางจนแทบจะแนบหน้า
องค์รัชทายาทก็มีสีหน้าบึ้งตึง ไม่พอใจอย่างยิ่ง
ได้พบนางอีกครั้ง นางก็ยังคงทำตัวไม่เกรงกลัวผู้ใดเช่นเดิม นี่คือคนที่ซูหลินเอ๋อร์บอกว่า... ขี้ขลาดราวกับหนูรึ?
ซูเหวินยวนยิ้มบาง ๆ “ข้าอยู่ในจวนอัครมหาเสนาบดีมานานหลายปี ออกไปเพียงสามวัน เ้าก็จำไม่ได้แล้วหรือ?”
“เ้า... เป็ไปไม่ได้! เ้าจะใส่เครื่องประดับเช่นนี้ได้อย่างไร เสื้อผ้าที่เ้าสวมใส่...”
ซูหลินเอ๋อร์พอคลั่งขึ้นมาก็เหมือนกับนางหวังราวกับแกะมาจากพิมพ์เดียวกัน พูด ๆ ไปก็คิดจะลงไม้ลงมือ
ซูเหวินยวนสะบัดมือนางออกพลางกล่าว “เมื่อก่อนฮูหยินเป็ผู้ดูแลบ้าน ของดี ๆ ล้วนอยู่ที่เ้าหมด แน่นอนว่าข้าย่อมไม่มีอะไรให้ใส่ให้สวม แต่บัดนี้ข้าเป็พระชายาเฉินอ๋องแล้ว หากข้ายังคงสวมปิ่นไม้ดังเช่นเมื่อก่อน คนที่ไม่รู้ก็จะคิดว่าข้าขายตัวเพื่อหาค่าทำศพให้บิดาเอาได้น่ะสิ”
พูดจบนางยังจงใจมองไปที่ซูหยวน
“หลินเอ๋อร์!” ซูหยวนเดินเข้าไปดึงซูหลินเอ๋อร์ “พี่สาวของเ้าตอนนี้คือพระชายาเฉินอ๋อง ย่อมจะต้องมีความแตกต่างเป็ธรรมดา”
ซูหลินเอ๋อร์ถอยหลังกลับไปอย่างไม่เต็มใจ สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่
ซูเหวินยวน
ความอิจฉาแสดงออกชัดผ่านทางสายตาท่าทาง ไม่ว่าจะเป็ใบหน้างามล้ำของนาง หรือสินสอดเครื่องประดับของนาง ซูหลินเอ๋อร์ก็อิจฉาทั้งสิ้น!
เดิมทีคิดว่าจะไล่คนเกะกะสายตาออกไปได้หนึ่งคน แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็ว่านางได้ทะยานขึ้นสู่กิ่งทองคำ แถมยังได้เงินทองนับหมื่นแสน!
นางหวังเอ่ยถาม “เ้าไม่เห็นหรือว่าองค์รัชทายาททรงอยู่ที่นี่ด้วย?”
“เห็นเ้าค่ะ แล้วเหตุใดองค์รัชทายาทถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้ พระองค์ไม่ควรจะประทับอยู่ในวังคอยปรนนิบัติฮองเฮาหรอกหรือเพคะ?” ซูเหวินยวนชิงเปิดประเด็นก่อน ยึดความได้เปรียบ
สาดโคลนใส่ ป้ายสีใส่ ล้วนเป็สิ่งที่พวกเขาชื่นชอบ ซูเหวินยวนเองก็เรียนรู้ที่จะทำตามแล้ว
องค์รัชทายาทเซิ่งหยวนเหอกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“ข้างกายของฮองเฮาไม่ขาดคนปรนนิบัติ หากข้าอยู่ที่นั่นด้วย พระอาการของพระนางกลับจะหายยากยิ่งขึ้นเสียอีก”
ดวงตาของซูเหวินยวนเป็ประกาย นางตบโต๊ะพลางกล่าว “เช่นนั้นพวกเราก็คล้าย ๆ กันเลยสิเพคะ ถ้ารู้แต่แรกหม่อมฉันก็คงไม่ไปเหมือนกัน”
ตอนนี้ฮองเฮาคงจะเกลียดนางเข้ากระดูกดำไปแล้ว นางแต่งงานกับเซิ่งจิ่งอวี้เพียงสามวันก็ถูกรังเกียจเสียแล้ว
“หืม? ฮองเฮาไม่ทรงโปรดเ้างั้นรึ?” เซิ่งหยวนเหอประหลาดใจ
หากซูเหวินยวนเป็อย่างที่ซูหลินเอ๋อร์พูด ไม่เอาไหนและไม่น่าดูชม ฮองเฮาจะไม่ทรงโปรดก็เป็เื่ปกติ
แต่บัดนี้นางดูสง่างามเช่นนี้ กลับยังไม่เป็ที่พอพระทัยของฮองเฮาอีกหรือ?
“ทรงประหลาดใจมากหรือเพคะ? พระองค์เองก็ไม่เป็ที่โปรดปรานเหมือนกันนี่เพคะ” ซูเหวินยวนตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ
ทันใดนั้น ทั้งสองคนก็สนทนากันขึ้นมา! และดูจะสนทนากันอย่างถูกคอเสียด้วย
เซิ่งหยวนเหอยิ้มออกมาเป็ครั้งแรกหลังจากที่เข้าจวนมาร ก่อนหน้านี้เป็เพียงรอยยิ้มตามมารยาทเท่านั้น แต่บัดนี้ดูเหมือนว่าเขาจะมีความสนุกจริง ๆ
ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสบาย ๆ ไปเรื่อยเปื่อย เซิ่งหยวนเหอ้าจะทำความเข้าใจนิสัยของซูเหวินยวน
ส่วนซูเหวินยวนก็สงสัยว่าตัวเอกชายจะมีความคิดซับซ้อนลึกซึ้งได้ถึงขนาดไหนกัน
ซูหยวนพยายามแทรกบทสนทนาหลายครั้ง แต่ก็หาจังหวะแทรกไม่ได้ นางหวังพยายามขัดจังหวะหลายครั้ง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ
ซูหลินเอ๋อร์ยืนร้อนใจอยู่ข้าง ๆ ไหนตกลงกันไว้ว่าจะช่วยนางทวงสินสอดคืนอย่างไรเล่า?
“ซูเหวินยวน! เ้าเป็สตรีที่ออกเรือนแล้ว จะมาพูดคุยกับองค์รัชทายาทมากมายเช่นนี้ทำไมกัน!” ซูหลินเอ๋อร์ขัดจังหวะขึ้นอย่างกะทันหัน
ซูเหวินยวนยิ้มพลางถาม “แล้วเ้าซึ่งเป็คุณหนูที่ยังไม่ออกเรือน มายืนดูอะไรอยู่ที่นี่เล่า?”
ซูหลินเอ๋อร์ถูกพูดดักจนพูดไม่ออก ก่อนจะใช้สายตาวิงวอนขอความช่วยเหลือไปยังเซิ่งหยวนเหอ
เซิ่งหยวนเหอลุกขึ้นยืนพลางกล่าว “ดูเหมือนว่าข้าไม่ควรจะอยู่ที่นี่แล้ว วันนี้รบกวนท่านอัครมหาเสนาบดีซูแล้ว การที่ได้สนทนากับพระชายาเฉินอ๋องนานถึงเพียงนี้ ถือเป็เกียรติอย่างยิ่ง”
กล่าวจบองค์รัชทายาทก็จากไป ซูหลินเอ๋อร์รีบวิ่งตามไป แต่ก็รั้งเขาไว้ไม่สำเร็จ
ซูหยวนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “เ้าพูดจาเหลวไหลอะไรอยู่ที่นี่? เ้ารู้หรือไม่ว่าน้องสาวของเ้า...”
“รู้สิเ้าคะ” ซูเหวินยวนตอบกลับอย่างเด็ดเดี่ยว “แต่นางก็สมควรทำเช่นนั้นหรือ?”
“ซูเหวินยวน!” นางหวังพุ่งเข้ามาหมายจะทำร้ายนาง แต่ถูกเมิ่งฉีขวางไว้ทันท่วงที
เขาเตรียมพร้อมอยู่ครึ่งค่อนวันแล้ว ด้วยฝีปากของพระชายา ที่พวกเขาสามารถทนมาได้จนถึงตอนนี้ถึงได้โดนตบ ช่างเป็เื่มหัศจรรย์เสียจริง
นางหวังกรีดร้องจนสุดเสียง “เ้ามีความแค้นก็มาลงที่ข้าสิ อย่าทำร้ายหลินเอ๋อร์นะ!”