เสียงแตรยาวดังก้องทั่วลานหน้าเรือน ทหารองครักษ์แต่งชุดสีดำทองยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบ ธงตรามังกรทองของชิวอ๋องจากแดนเหนือสะบัดพลิ้วในสายลมฤดูหนาว วันนี้…ผู้คนทั้งวังหลวงต่างรู้ว่า “ชิวลู่เสียน” หรือ “ชิวอ๋อง” เดินทางมาจากแดนเหนือด้วยตนเองเพื่อเข้ามา “รับการคำนับจากลูกสะใภ้” ที่ไม่ได้เจอในวันแต่งงานเพราะขณะนั้นติดงานสำคัญ
ทุกคนต่างเล่าขานว่า อ๋องผู้นี้ “เย็นชา ร้ายกาจ สังหารโดยไม่กะพริบตา” แต่มีเพียงไม่กี่คนที่รู้เขาคือบิดาที่รักลูกชายคนเดียวอย่างล้นเหลือและเมื่อได้ยินข่าวว่าลูกสะใภ้คนนี้ “หลอกกินเต้าหู้ท่านแม่ทัพ” จากองครักษ์ก่อนแต่ง…ท่านอ๋องถึงกับหัวเราะเสียงดังลั่นถึงสามวัน
เฉินฟางซินนั่งสงบในชุดเรียบหรูสีแดงอ่อนที่ปักลายเมฆทองด้วยมือตนเอง ดวงหน้างดงามแต่ไม่หวานจัด สายตานิ่งเรียบแต่แฝงรอยอบอุ่น หัวใจนางเต้นแรงเล็กน้อยไม่ใช่เพราะกลัวแต่อยากให้คนที่ชิวจิ้นอันเคารพรักที่สุด “ยอมรับ” นางให้ได้
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นจากหน้าประตูเพียงไม่นาน ร่างสูงใหญ่ในชุดอ๋องผ้าไหมดำปักดิ้นทองก็ก้าวเข้ามา ผมของบุรุษมีอายุแซมเงินบางส่วน แต่ดวงตายังคมกริบ แววตานิ่งราวกับพญาหมาป่าเหนือทุ่งหิมะ
“คารวะชิวอ๋องเพคะ”
เฉินฟางซินลุกขึ้นค้อมกายคำนับงามระหง ชิวอ๋องหรือชิวลู่เสียนมองนางอยู่นานโดยไม่เอ่ยคำใด จนคนรอบข้างเริ่มกลั้นหายใจ แม้แต่ชิวจิ้นอันที่ยืนอยู่ด้านหลังยังขมวดคิ้ว
กระทั่ง…
“หึ…”
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นชิวลู่เสียนก้าวมาข้างหน้าพลันยื่นมือหนาแตะศีรษะเฉินฟางซินเบา ๆ
“เจ้าหรือ…สตรีที่ทำให้ลูกข้า ‘พูดคำหวาน’ เป็นครั้งแรกในชีวิต”
“…เจ้าค่ะ”
เฉินฟางซินเงยหน้าขึ้นตอบอย่างไม่กลัว
“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเดินทางมาไกลเพื่อสิ่งใด”
“เพื่อมาพบลูกสะใภ้…หรือเพื่อมาทดสอบข้ากันแน่เจ้าคะ”
คำตอบนั้นของหญิงสาวทำเอาเหล่าข้ารับใช้ที่ยืนอยู่ด้านข้างถึงกับหน้าซีด แต่แทนที่ชิวอ๋องจะโกรธ…กลับหัวเราะเสียงดัง
“ฮ่า ๆ ๆ กล้าพูดกับข้าเช่นนี้ ก็มีแต่เจ้าเท่านั้นที่ทำได้! ดูสิ อาจิ้น…ภรรยาของเจ้ามีสติปัญญาและใจกล้าเกินตัว ข้าเริ่มชอบนางเข้าแล้ว”
ชิวลู่เสียนหรี่ตาเล็กน้อย ก่อนหันไปสั่งข้ารับใช้ให้นำกล่องไม้สลักทองออกมาข้างในมี “ดาบคู่หงส์มังกร” ที่สืบทอดจากตระกูลแม่ทัพมาหลายชั่วคน
“ดาบนี้เป็นของสะใภ้ตระกูลชิวทุกคน…แต่ข้าไม่มอบให้ใครง่าย ๆ หากเจ้าถือดาบนี้ได้โดยไม่สั่น…ข้าจะยอมรับเจ้าทันที”
บรรยากาศในห้องพลันเงียบกริบ ชิวจิ้นอันขมวดคิ้วทันที
“ท่านพ่อ! ฟางซินเป็นสตรี จะให้…”
“เงียบ”
อ๋องเอ่ยเสียงเข้มแต่แฝงแววเอ็นดู
“ข้ารู้ว่าลูกข้าไม่เลือกหญิงอ่อนแอ”
เฉินฟางซินมองดาบนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ นางเดินเข้าไปยกดาบขึ้นด้วยมือทั้งสองข้าง แม้ดาบจะหนักกว่าที่คิด…แต่สายตาของนางไม่สั่นแม้แต่น้อย แสงสะท้อนจากใบดาบวูบวาบแตะต้องแววตานางที่นิ่งสงบชิวลู่เสียนพยักหน้าอย่างพึงใจ
“ดี…น้ำหนักของดาบนี้คือพันธะระหว่างเจ้ากับตระกูลข้า จำไว้ให้ดี”
“เจ้าค่ะ เถียนเถียนจะไม่ทำให้ตระกูลชิวต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงเป็นอันขาด”
ชิวอ๋องหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะวางมือลงบนบ่าของนาง
“เจ้าพูดได้ดีกว่าอาจิ้นเสียอีก!”
ชิวจิ้นอันที่ยืนฟังมานาน อดไม่ได้ที่จะย่นคิ้ว
“ท่านพ่อ ข้าคือบุตรชายของท่านนะหรือว่าท่านลืมไปแล้วว่าข้าเป็นคนสืบสายตระกูลชิว”
ชิวอ๋องหันมามองลูกชายก่อนจะยิ้มอย่างผู้มีชัย
“แน่ละ ข้ารู้ว่าเจ้าคือลูกข้า…แต่เถียนเถียนนี่สิ นางเหมือนบุตรีที่ข้ารอคอยมานาน ข้าเพิ่งมาถึงยังไม่ทันได้พักนางกลับออกมาต้อนรับด้วยดวงตาที่ไม่หวั่นเกรงซึ่งหาได้ยากยิ่ง ข้าจะไม่รักนางได้อย่างไร!”
ชิวจิ้นอันยกมือขึ้นลูบขมับอย่างจนใจ
“ตกลงข้าเป็นลูกท่าน หรือเป็นเถียนเถียนกันแน่”
“เป็นทั้งสองนั่นแหละ…แต่ข้าอาจเอ็นดู…เถียนเถียน..มากกว่าเจ้านิดหนึ่ง ฮ่า ๆ ๆ!”
คำเรียกที่เป็นกันเองและเสียงหัวเราะของชิวอ๋องแดนเหนือดังสะท้อนทั่วเรือน นั่นทำให้เฉินฟางซินหายใจได้ทั่วท้องและรับรู้ได้ว่าตอนนี้นางได้มีครอบครัวเพิ่มแล้ว หญิงสาวมองสองพ่อลูกก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
“ท่านอ๋องใจดีกว่าที่ข้าได้ยินมาเสียอีกเจ้าค่ะ”
“อย่าเรียกข้าว่า ‘ท่านอ๋อง’ เลย เรียกว่าท่านพ่อเถิด…จะได้คุ้นหู”
คำพูดนั้นทำเอาทั้งห้องเงียบอีกครั้ง ชิวจิ้นอันถึงกับไอเบา ๆ
“ท่านพ่อ…ท่านรวดเร็วเกินไปหรือไม่”
“เร็วตรงไหน ข้าแก่แล้วจะให้รออีกกี่ปีกันเล่า ฮ่า ๆ ๆ!”
บุรุษมีอายุเอ่ยก่อนจะหันไปกระซิบพูดคุยเบา ๆ กับบุตรชาย
“อย่าคิดนะว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าถูกนางหลอกกินเต้าหู้ตั้งแต่ก่อนแต่งงาน”
คำหยอกเย้านี้ได้ทำให้ชิวจิ้นอันถึงกับต้องก้มหน้าเพื่อซ่อนใบหน้าที่เห่อแดงแต่กระนั้นใบหูของเขากลับฟ้องชิวอ๋องผู้เป็นบิดาเป็นที่เรียบร้อย ท่าทีเหล่านั้นทำเอาบุรุษมีอายุถึงกับอดยิ้มออกมาไม่ได้
หลังจากพูดคุยและรับประทานน้ำชาแล้วชิวลู่เสียนก็เอ่ยกับลูกสะใภ้อย่างอ่อนโยน แววตาประกายความสุข
“เถียนเถียน…เจ้าทำให้ข้ารู้สึกอบอุ่น เหมือนได้เห็นมารดาของอาจิ้นกลับมาอีกครั้ง นางนั้นดื้อรั้นแต่จิตใจงดงามเหมือนเช่นเจ้า”
เฉินฟางซินประสานมือค้อมกายด้วยความเคารพ
“ข้าจะดูแลอาอิงให้ดีที่สุดเจ้าค่ะ”
“อาอิง….ที่หมายถึงอินทรีงั้นหรือ…เป็นชื่อเล่นที่ไม่เลว ข้าชอบ ๆ ว่าแต่…ถ้าเขาทำให้เจ้าร้องไห้ให้มาหาข้าได้ทุกเมื่อ ข้าจะสั่งสอนมันให้เอง”
“ท่านพ่อ!!”
ชิวจิ้นอันโพล่งเสียงเข้มจนทุกคนหัวเราะบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียดกลับกลายเป็นอบอุ่นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ชิวอ๋องจากแดนเหนือผู้เกรียงไกรนั่งหัวเราะเคียงข้างลูกสะใภ้ แม่ทัพหนุ่มนั่งอยู่ด้านข้างได้แต่มองทั้งคู่ด้วยความอบอุ่นในหัวใจ