บทที่ 21 ในที่แห่งนี้ฉันไร้เทียมทาน
บนเวที
หลี่เซี่ยวเฟยที่เพิ่งกลับมาจากวิหารแห่งกาลเวลา รู้สึกถึงพละกำลังที่เต็มเปี่ยมภายในกาย
โลกแห่งความเป็จริง เวลายังไม่ผ่านไปแม้แต่วินาทีเดียว
ฝั่งตรงข้าม
"ฉันจะไม่มีชีวิตได้ใช้งั้นเหรอ?"
ตู๋กูเชวียที่ไม่ได้รับรู้สิ่งใดยังคงพูดคุยต่อไป "แต่ว่านะ ไอ้หนู ชีวิตของแกตอนนี้มันอยู่ในกำมือของฉันแล้ว"
เขาค่อย ๆ แบมือออก
กระแสไฟฟ้าสีครามปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้ว แสดงให้เห็นถึงพลังอันแกร่งกล้า
"อย่าหาว่าฉันไม่ให้โอกาสนะ คุกเข่า ก้มหัวสำนึกผิด แล้วอ้อนวอนฉันซะ" ตู๋กูเชวียพูดพร้อมกับชี้ไปที่จงหลิง จงหยางและคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้านล่าง "ฉันอาจจะไม่ฆ่าพวกเขาก็ได้"
หลี่เสี่ยวเฟยมองเขาเหมือนกับกำลังมองคนโง่
แล้วก็ชูนิ้วกลางขึ้น
"นาย... ขอโทษซะ"
จงหลิงกลัวจนทนไม่ไหว "เมื่อกี้นายฆ่าคนไปตั้งเยอะ มือเปื้อนเืขนาดนั้น นายควรยอมรับผิดนะ"
'บุคคลสำคัญ' ที่เธอขอให้มาช่วยยังมาไม่ถึง
จำเป็ต้องถ่วงเวลาไว้
หลี่เสี่ยวเฟยหันไปมองหญิงโง่ด้วยความประหลาดใจ
จงหลิงค่อย ๆ ก้มหน้าลงเมื่อถูกจ้อง "ไม่อย่างนั้นจะให้ทำยังไงล่ะ มันก็เพราะนายนั่นแหละที่บุ่มบ่ามและก่อเื่ขึ้นมาแบบนี้"
"รีบคุกเข่าสิ รีบ ๆ คุกเข่าสักที"
จงหยางะโออกมาอย่างร้อนใจ "หลี่เซี่ยวเฟย นาย... ไอ้... รีบคุกเข่าสิ ถ้าฉันตาย แกจะรับผิดชอบต่อพ่อของฉันยังไง?"
เมื่อพูดจบ เขาก็หันไปประจบประแจงตู๋กูเชวีย "คุณชายตู๋กู เราไม่ได้ตกลงกันไว้แล้วเหรอว่า ผมจะหาทางกำจัดหมาแก่จงหยวนซาน แล้วก็มอบตัวนังแพศยาจงหลิงให้คุณเล่นตามใจชอบ ที่จริงทุกอย่างก็สำเร็จไปแล้ว แต่ไอ้สารเลวหลี่เซี่ยวเฟยดันมาขัดขวางแผนของเรา... คุณอย่าฆ่าผมเลยนะ เดี๋ยวผมจะถอดเสื้อผ้านังตัวดีให้เอง แล้วจะจับมันมัดไว้ให้คุณเล่นตามใจชอบเลย..."
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทั้งร่างของหลี่เสี่ยวเฟยสั่นเทิ้ม
"แกเป็คนฆ่าอาจารย์งั้นเหรอ?"
เขาจ้องมองจงหยางอย่างไม่เข้าใจ
จงหยางกัดฟันพูด "แล้วไงล่ะ? ไอ้แก่นั่นตายไปเพราะตัวมันเอง มันคิดจะยกตำแหน่งผู้นำให้กับแก เห็นฉันเป็ตัวอะไร?"
หลี่เซี่ยวเฟยพยักหน้า "อีกไม่นาน แกก็จะรู้เองว่าแกเป็อะไร"
แล้วเขาก็หันไปหาตู๋กูเชวีย "เดิมทีฉันตั้งใจจะเล่นกับแกสักหน่อย แต่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์แล้ว ฉันกำลังรีบ เดี๋ยวจะส่งแกไปเกิดใหม่ซะ"
เมื่อพูดจบ พลังดวงดาวในกายก็ะเิออกมา
ตู๋กูเชวียยิ้มเยาะ "ในเมื่อแกอยากตายเร็วนัก ฉันจะสนองให้เอง"
ทว่า เยี่ยเซียงก็เอ่ยขึ้น "ห้ามฆ่านะ ให้จับเป็"
‘บุคคลสำคัญ’ จากหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเยี่ย มองหลี่เซี่ยวเฟยด้วยแววตาปรารถนา
เห็นได้ชัดว่าเขาหมายปองหมัดวัชระเช่นกัน
วิชานี้สามารถกดข่มระดับสามและระดับสี่ขั้นกลั่นดาราได้อย่างง่ายดาย ถึงแม้จะมีเพียงกระบวนท่าเดียว แต่ก็ถือว่าเป็ของชั้นเลิศ
ตู๋กูเชวียกล่าว "ได้ งั้นฉันจะหักแขนขามัน บดกระดูกสันหลัง ให้หายใจได้อย่างเดียวละกัน"
เปรี๊ยะ ๆ ๆ
กระแสไฟฟ้าสีน้ำเงินเข้มแผ่ซ่านทั่วแขน
จิตรสังหารจดจ่อไปทางเด็กหนุ่มตรงหน้า แล้วชกหมัดออกไป
ทางด้านหลี่เซี่ยวเฟยก็ชกหมัดออกไปเช่นกัน
แสงสีทองของพลังดวงดาวแผ่จากหมัด ราวกับห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีทอง
หมัดวัชระกระบวนท่าที่สอง
ค้อนวัชระะเิฟ้า
ด้วยพลังดวงดาวขั้นกลั่นดาราระดับห้า การโคจรค้อนวัชระะเิฟ้า พลังหมัดสามารถสังหารขั้นกลั่นดาราระดับหกได้ในทันที
เปรี้ยง!
หมัดทั้งสองปะทะกัน
ตู๋กูเชวียหัวเราะเสียงเย็น "ฉันบอกแล้ว มันยังห่างชั้นเกินไป... หือ"
พูดยังไม่ทันจบ
แรงสั่นะเืประหลาดแผ่กระจายจากหมัดของหลี่เซี่ยวเฟย
วือ ๆ
ราวกับเสียงบางสิ่งบางอย่างสั่นะเืด้วยความถี่สูง
ตู๋กูเชวียยังไม่ทันตั้งตัว รู้สึกเพียงไหล่ขวาเบาลง
ท่ามกลางโลหิตที่สาดกระเซ็น เขาเห็นแขนซ้ายของตนหายไปในพริบตา
ความตกตะลึงงันถาโถมเข้ามา
จนตอนนี้ เขาแทบไม่รู้สึกถึงความเ็ป
"ฉัน... แก..."
ตู๋กูเชวียสับสน สมองว่างเปล่าไปหลายวินาที
ขณะที่หลี่เซี่ยวเฟยไม่ให้เวลาคู่ต่อสู้ได้ตั้งตัว
"สวะ ไม่คู่ควร"
หมัดที่สองพุ่งตามมา
ยังคงเป็ค้อนวัชระะเิฟ้าเช่นเดิม
หมัดนี้แฝงแรงกระเทือนที่ยากจะต้านทานพุ่งเข้ากลางอกตู๋กูเชวีย
พลังหมัดทะลวงเกราะสีดำอย่างง่ายดาย บดกระดูกและอวัยวะภายในจนแหลกเละ
ตุ้บ
ตู๋กูเชวียล้มลงกับพื้นอย่างรุนแรง
"แก... ฉันไม่ยอม"
เืไหลทะลักออกจากปากและจมูกของตู๋กูเชวีย ก่อนคอพับสิ้นใจอยู่ตรงนั้น
การต่อสู้จบลงภายในเวลาอันรวดเร็ว
กว่าคนอื่น ๆ จะได้สติ ตู๋กูเชวียก็ตายแล้ว
ความเงียบสงัดปกคลุม
จัตุรัสรำลึกเงียบสงัดราวสุสานยามราตรี
ผ่านไปเนิ่นนาน…
"ลูกชายของฉัน..."
ตู๋กูอี้หลงร้องไห้เสียงหลง ตาเบิกกว้าง
เขาไม่อาจเชื่อว่าลูกชายที่ตนฝากความหวังไว้จะจากไปเช่นนี้
ดั่งวัชพืชที่ถูกถอนทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ
"ไอ้สารเลว กล้าฆ่าลูกชายของฉันเหรอ?"
ตู๋กูอี้หลงคลุ้มคลั่ง ตาแดงก่ำ
หลี่เซี่ยวเฟยพูดเสียงเย็น "ลูกชายของแกฆ่าคนอื่นได้ แต่คนอื่นฆ่าลูกชายแกไม่ได้อย่างนั้นเหรอ?"
"ไอ้เด็กชั่ว คืนชีวิตลูกชายของฉันมา"
ตู๋กูอี้หลงราวกับคนสติฟั่นเฟือน กระโจนขึ้นไปบนเวทีประลอง
"ถ้ารักเขามากนัก ก็ไปหาลูกชายแกซะ"
จิตรสังหารของหลี่เซี่ยวเฟยไม่ลดลง แล้วเงื้อหมัดขึ้น
พลังหมัดสีทองพุ่งทะลวงอากาศ ดุจัคำราม
ตู้ม!
ร่างตู๋กูอี้หลงะเิกลางอากาศ
ผู้นำซึ่งอำนาจในสลัมมากว่าสิบปี กลายเป็ละอองเื สลายหายไปจากโลกนี้
สถานการณ์พลิกผันรวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
ชั่วพริบตา ผู้นำทั้งเจ็ดในสลัมสิ้นชีพจนไม่เหลือแม้แต่คนเดียว
หลี่เซี่ยวเฟยยืนอยู่บนเวทีประลองราวกับเป็ศูนย์กลางฟ้าดิน
ลมพัดกระโชกแรงจนชายเสื้อสะบัดพลิ้ว
รอบเวทีประลองเงียบงันราวป่าช้า
ผู้ฝึกยุทธ์จากกองกำลังต่าง ๆ ตกอยู่ในภวังค์ สมองว่างเปล่า
เมื่อครู่ พ่อลูกตู๋กูยังเป็ตัวเอก แต่พริบตาเดียว กลับกลายเป็ศพเสียแล้ว
กองกำลังเมฆาหลี่เซี่ยวเฟยที่เป็เพียงตัวประกอบ บัดนี้ยืนผงาดอย่างน่าเหลือเชื่อ
ราชันแห่งสลัมคนใหม่ถือกำเนิดขึ้นแล้ว
และยังเป็ราชันปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ที่ไร้ซึ่งผู้เปรียบ
ภายใต้หมัดเหล็ก ใครเล่าจะต้านทานได้?
จงหลิงเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มบนเวทีอย่างตื่นตะลึง
เธอหายใจหอบถี่ ไม่อาจเชื่อในสิ่งที่ตนเห็น
ส่วนจงหยางที่อยู่ข้าง ๆ ใจนแทบสิ้นสติ รีบหนีสุดชีวิต
“ใครชนะ ใครแพ้”
หลี่เซี่ยวเฟยหันไปพูดกับผู้ตัดสินเยี่ยเซียง “ตอนนี้ ช่วยประกาศทีสิ”
เยี่ยเซียงตัวสั่นเทา ถอยหลังไปสองสามก้าวโดยไม่รู้ตัว “แก...”
เดิมทีเขาคิดจะบอกว่า หลี่เซี่ยวเฟยโกง
แต่เมื่อสบสายตากับหลี่เซี่ยวเฟย คำพูดที่เหลือก็เหมือนติดอยู่ในลำคอ จนอะไรพูดไม่ออก
คนชั้นต่ำในสลัมช่างเป็พวกป่าเถื่อนจริง ๆ
ยากที่จะพูดด้วยเหตุผลกับคนชั้นต่ำพวกนี้
ด้วยเหตุนี้ เยี่ยเซียงจึงเลือกที่จะเงียบ
แต่ลอบส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดทั้งสี่ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“คิดจะหนีเหรอ?”
หลี่เซี่ยวเฟยะโลงจากเวทีประลอง ขวางทางจงหยางเอาไว้
“แกเป็คนฆ่าอาจารย์จริง ๆ เหรอ?”
เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์
แต่จงหยางกลับรู้สึกหนาวเยือกไปทั้งแผ่นหลัง
ขาของเขากลายเป็เหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยว สั่นจนไม่อาจควบคุมได้
ก่อนหน้านี้ เขาได้บอกความลับนั้นออกไปก็เพราะเห็นตู๋กูเชวียจะชนะ เขาจึงพูดเพื่อเอาตัวรอด
แต่ตอนนี้...
จงหยางฝืนยิ้มจนน่าเกลียด "พี่เขย ผม..."
หลี่เซี่ยวเฟยแทรกขึ้นทันที "ฉันถาม แกได้ฆ่าอาจารย์หรือเปล่า?"
"ไม่ ไม่ใช่ เมื่อกี้ผมพูดมั่ว จงหยวนป๋อต่างหากที่ฆ่าพ่อผม..."
จงหยางรีบอธิบาย
หลี่เซี่ยวเฟยหันไปทางจงหลิง "เล่าให้ฟังที"
จงหลิงรู้สึกราวถูกสัตว์ร้ายจ้องมอง
เด็กหนุ่มตรงหน้าดูเหมือนเป็คนละคน แรงกดดันถาโถมใส่เธออย่างหนักหน่วง
เธอไม่กล้าปิดบังอีกต่อไป จึงเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นในวันนั้นอย่างละเอียด
หลี่เซี่ยวเฟยฟังจบก็ตบหน้าเธอทันที
เพียะ
จงหลิงกุมแก้ม แววตาสับสนมึนงง
ั้แ่เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าตบเธอเลย
"ฝ่ามือนี้ ตบแทนพ่อเธอ"
หลี่เซี่ยวเฟยกล่าวเสียงเรียบ
จงหลิงไม่กล้าสบตาเขาได้แต่ก้มหน้าลงช้า ๆ
หลี่เซี่ยวเฟยหันไปทางจงหยาง
จงหยางฉีกยิ้มน่าเกลียด พูดอย่างประจบประแจง "พี่เขย ผมถูกบังคับนะ ฟังผมอธิบาย..."
กร๊อบ
เสียงกระดูกหักดังขึ้น
เสียงอ้อนวอนของจงหยางหยุดชะงัก
"ไปอธิบายกับอาจารย์เอง"
หลี่เซี่ยวเฟยเชิดคอขึ้นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเฉยชา
ทันใดนั้น…
ฟุบ
เสียงที่ไม่ทราบที่มาแหวกอากาศ
ลูกศรเย็นเยียบดุจดารายามค่ำพุ่งตรงมาที่หลี่เซี่ยวเฟย