บทที่ 1 ตัดขาดสัมพันธ์
“ชิวเหยา เ้าให้ข้ามาพบอย่างเร่งด่วนเช่นนี้มีเื่อันใดหรือ” จางลู่เหวินวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาหยางชิวเหยาคนรักของเขาตรงหน้าพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่ม ในขณะที่ดวงตาทั้งสองของเขาจ้องมองนางด้วยความรักใคร่และอ่อนโยน
หยางชิวเหยาที่มีสีหน้าเคร่งเครียดนางสูดลมหายใจเข้าลึกพร้อมพยายามเก็บซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง ก่อนจะเบือนหน้าหลบสายตาดังกล่าว“ลู่เหวิน ข้ามีเื่สำคัญจะพูดกับเ้า” หยางชิวเหยากล่าวเสียงเย็นเยือกและจริงจัง
สายลมเย็นแห่งยามพลบค่ำพัดผ่านร่างทั้งสองที่ยืนอยู่ด้านหน้าของจวนสกุลหยางความหนาวเย็นที่พัดผ่านร่างบางยังไม่เหน็บหนาวเท่ากับหัวใจของนางในตอนนี้ เรือนผมดำขลับของนางถูกรวบไว้อย่างประณีตชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนปักลายดอกเหมยทำให้นางดูอ่อนหวานและสง่างามแต่ใบหน้าที่งดงามราวภาพวาดนั้นกลับเต็มไปด้วยความกังวลและความเศร้าลึกที่ไม่อาจปิดบังได้
หยางชิวเหยากำมือแน่นพยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอออกมาในใจของนางเ็ปและหนักอึ้ง คำพูดที่หยางชิวเหยาจำต้องต้องเอื้อนเอ่ยออกมาเป็คำพูดที่นางไม่เคยคิดว่าเื่ราวจะต้องจบลงเช่นนี้
จางลู่เหวินในชุดผ้าฝ้ายธรรมดาสีเทาที่ดูเรียบง่ายทว่าความสง่างามในท่วงท่าของเขากลับโดดเด่น ใบหน้าที่คมสันกับคิ้วเข้มที่คาดเหนือดวงตาทำให้เขายิ่งดูหล่อเหลาและมีเสน่ห์ยิ่งนัก
จางลู่เหวินขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาขยับเท้าเดินเข้าไปใกล้หยางชิวเหยาอย่างนึกแปลกใจในท่าทีของคนรัก“ชิวเหยา...เกิดเื่อันใดขึ้นหรือ...เ้าเป็อันใดหรือไม่”
หยางชิวเหยากลืนน้ำลายเหนียวลงคอ สายตาของนางเต็มไปด้วยความเ็ปและความลังเลหยางชิวเหยากัดริมฝีปากแน่นก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ลู่เหวิน...บัดนี้ข้ากำลังเตรียมตัวแต่งงานเื่ราวระหว่างเราทั้งสองขอให้จบลงแต่เพียงเท่านี้เถิด”
คำพูดของหยางชิวเหยาดังก้องในความเงียบงันจางลู่เหวินยืนนิ่งค้างไปชั่วขณะ รอยยิ้มอบอุ่นของเขาค่อยๆ เลือนหายไปดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง “ชิวเหยา... เ้าพูดสิ่งใดออกมา”
“ลู่เหวิน...ข้าหมายความเช่นนั้นจริงๆ”หยางชิวเหยาพูดเสียงเข้มขึ้น น้ำตาที่เอ่อคลอจนใกล้จะหยดลงอาบแก้มหยางชิวเหยารีบหันกายพร้อมเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยนางพยายามข่มกลั้นความรู้สึกเจ็บช้ำเอาไว้ พร้อมกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงขึงขัง “ลู่เหวิน...ท่านกับข้าแตกต่างกันยิ่งนัก...ท่านเป็เพียงบัณฑิตยากแค้นส่วนข้าคือบุตรสาวสกุลหยาง ฐานะเช่นท่านนั้นมิอาจเกี่ยวดองกับข้าได้ เช่นนั้นแล้วท่านก็อย่าได้มาหาข้าอีกเลย”
จางลู่เหวินถอยหลังไปก้าวหนึ่งราวกับคำพูดของหยางชิวเหยาเป็ดาบที่ทิ่มแทงเข้าไปภายในหัวใจเขาดวงตาของเขาสั่นไหวก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความเ็ปและคับแค้น “ชิวเหยา...เ้ากับข้ารักใคร่ผูกพัน...เ้าเคยสัญญาว่าจะรอข้าอีกไม่นานก็จะมีการสอบจอหงวน ข้ามั่นใจข้าจะต้องคว้าตำแหน่งนั้นมาได้แน่”
หยางชิวเหยาสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้งก่อนจะหันกายมาเผชิญหน้ากับจางลู่เหวินด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยพร้อมสายตาที่แปรเปลี่ยนไปด้วยความดูแคลน
“ลู่เหวินข้าไม่คิดว่าท่านจะจริงจังมากขนาดนี้ ตอนนี้ข้ารู้สึกเบื่อหน่ายเต็มทน ข้าอับอายที่ต้องมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับท่านเช่นนี้ข้านึกดูแคลนที่ต้องเห็นหน้าท่านอยู่ทุกเมื่อ”
“ชิวเหยา...ไม่จริง...นี่ไม่ใช่สิ่งที่เ้าอยากพูดเป็แน่...หรือว่ามีใครบีบบังคับเ้ากันแน่...บอกข้ามาเดี๋ยวนี้” จางลู่เหวินบีบแขนทั้งสองข้างของหยางชิวเหยาอย่าง้าคาดคั้นเอาความจริงจากปากนางหยางชิวเหยาไม่มีทางคิดเช่นนี้แน่ นางกับเขารักใคร่กันมากเพียงใดใจของเขาย่อมรู้ดีกว่าใครแม้เขาจะเป็เพียงบัณฑิตผู้ต้อยต่ำที่ริอ่านเด็ดดอกฟ้ามาเชยชมแต่หยางชิวเหยาก็หาได้รังเกียจเขาแม้แต่น้อย กลับตรงกันข้ามนางพยายามให้กำลังใจเขามาโดยตลอด พร้อมสัญญาว่าจะรอให้เขาสอบจอหงวนได้แล้วนางกับเขาจะแต่งงานกันในเร็วที่สุด
หยางชิวเหยาส่ายหน้าช้าๆแม้หัวใจของนางแทบจะแตกสลาย หยางชิวเหยากัดฟันแน่นก่อนจะเอ่ยต่อ “ลู่เหวิน...ไม่มีใครบังคับข้าข้าพูดจากใจจริงของข้าเอง”
“ไม่จริง...ข้าไม่เชื่อ” จางลู่เหวินะโน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความโกรธ “เ้ากำลังโกหกข้า...ข้ารู้ว่าเ้ายังรักข้า”
ชิวเหยากัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นนางเชิดหน้าขึ้นมองสายตาที่ร้าวรานตรงหน้าด้วยความรู้สึกเ็ปใจ “ไม่ว่าจะรักหรือไม่รักมันไม่สำคัญอีกแล้ว วาสนาเราจบสิ้นเพียงเท่านี้ ขอท่านอย่าได้มายุ่งกับข้าอีก”
หยางชิวเหยาพูดจบก็สะบัดกายจากการเกาะกุมพร้อมหันไปสั่งบ่าวรับใช้ด้านข้าง “ขับไล่คนผู้นี้ออกไปเสียต่อไปอย่าให้เขามาเกะกะด้านหน้าจวนอีก”
จางลู่เหวินมองหยางชิวเหยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเ็ปและสับสนร่างหนาพยายามสะบัดจากการเกาะกุมของบ่าวรับใช้ของจวนสกุลหยางอย่างสุดกำลัง
“ถ้าเช่นนั้น...” จางลู่เหวินพูดเสียงบีบเค้นดวงตาของเขาเริ่มมีประกายความแค้น “ข้าจะไม่ยอมจบเื่นี้ง่ายๆข้าจะทำให้เ้ารู้ว่าแม้แต่บัณฑิตยากจนอย่างข้าก็สามารถเปลี่ยนแปลงชะตาของตัวเองได้”
หยางชิวเหยาหลับตาลงอีกครั้งริมฝีปากของนางสั่นไหว แต่เมื่อหยางชิวเหยาลืมตาขึ้นนางก็กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ “ตามใจท่านเถิดแต่ข้าขอร้องให้ท่านอย่ามายุ่งกับข้าอีก”
จางลู่เหวินจ้องมองหยางชิวเหยาเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่ประตูของจวนจะปิดลงพร้อมร่างบางที่หันหลังเดินกลับไป ร่างแกร่งถูกจับโยนไปด้านหน้าของจวนอย่างไม่แยแสจางลู่เหวินทรุดลงกับพื้น น้ำตาของเขาไหลรินออกมาไม่ขาดสาย แม้หยางชิวเหยาจะพูดออกไปอย่างเด็ดขาดแต่ภายในหัวใจของเขากลับไม่อาจเชื่อได้แม้เพียงเล็กน้อย ในที่สุดความเงียบงันก็กลับมาปกคลุมพร้อมความมืดมิดอีกครั้งมีเพียงสายลมที่พัดผ่านให้ความรู้สึกหนาวเยือกเท่านั้นที่เป็สักขีพยานแห่งความรักที่ถูกพรากไปตลอดกาล