“คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วล่ะค่ะ ดีที่พวกคุณปฐมพยาบาลเธอได้ทันเวลา”
“หากเธอพ้นขีดอันตรายแล้วทำไมเธอยังไม่ฟื้นอีกล่ะคะคุณหมอ”
“เธอสำลักน้ำเข้าไปมาก ยังไงก็ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวนะคะ ฉันรู้ว่าคุณเป็ห่วงเธอ แต่เชื่อหมอนะคะว่าตอนนี้เธอปลอดภัยแล้วจริงๆ”
ฉินซูเม่ยลืมตาตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงสนทนา เธอมองไปรอบๆ ก็เห็นว่าเป็สถานที่คุ้นเคย เมื่อมองเห็นผู้หญิงที่ยืนสนทนากันอยู่ เธอก็รู้แล้วว่าเธอได้ย้อนเวลากลับมาก่อนที่เธอจะได้แต่งงานกับซูซ่างจิ่น ผู้หญิงสองคนที่กำลังยืนสนทนากันอยู่ก็คือคุณหมอลี่ที่รักษาเธอและยังเป็ผู้มีพระคุณที่คอยช่วยเหลือเธอมาตลอด จนกระทั่งเธอย้ายตามซูซ่างจิ่นไปอยู่ปักกิ่ง เธอกับคุณหมอลี่ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย
ส่วนผู้หญิงอีกคนหนึ่งคือหูเสี่ยวเถาเป็แม่ของซูซ่างจิ่น และเป็คนที่ฉินซูเม่ยช่วยขึ้นมาจากน้ำจนเธอเกือบจะจมน้ำตาย
“คุณป้าซู คุณหมอลี่” ฉินซูเม่ยเรียก
ลี่เยี่ยนฟางเดินเข้ามาตรวจอาการให้ฉินซูเม่ย “คนไข้รู้สึกยังไงบ้างคะ”
“นอกจากอาการเวียนหัว อย่างอื่นก็ไม่มีอะไรแล้วค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นคนไข้นอนพักก่อนนะคะ วันนี้นอนดูอาการที่โรงพยาบาลต่ออีกสักวัน ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้แล้วค่ะ”
“ขอบคุณค่ะคุณหมอ” ฉินซูเม่ยเห็นว่าลี่เยี่ยนฟางกำลังจะเดินออกไป “วันนี้คุณหมอเดินกลับบ้านไปด้านหน้าอาคารนะคะ”
ลี่เยี่ยนฟางมองฉินซูเม่ยอย่างสงสัย แต่เธอก็ไม่ได้ถามว่าทำไมฉินซูเม่ยถึงบอกเธอแบบนั้น เธอยิ้มให้ฉินซูเม่ยก่อนที่เธอจะเดินออกไปตรวจคนไข้รายอื่น
“หนูซูเม่ย ในที่สุดหนูก็ฟื้นเสียที ถ้าหนูเป็อะไรไป ป้าคงไม่รู้ว่าจะไปบอกพ่อกับแม่หนูยังไงแล้ว” หูเสี่ยวเถามองเด็กสาวแล้วเริ่มน้ำตาคลอ “ถ้าวันนี้ป้าไม่ตกลงไปในน้ำ หนูก็คงไม่ต้องลงไปช่วยป้า”
หูเสี่ยวเถาเป็สะใภ้ใหญ่ของบ้านซู สามีของเธอชื่อซูต้าจู้ เคยเป็ทหารแต่ต้องปลดประจำการเพราะได้รับาเ็จนขาพิการไปหนึ่งข้าง แม้ซูต้าจู้จะรักษาขาไว้ได้ แต่เขาก็ไม่สามารถกลับมาเดินได้เหมือนคนปกติ ซูต้าจู้ได้รับเงินชดเชยก่อนปลดประจำการมาจำนวนเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ แต่ดูจากการที่เขาสร้างบ้านอิฐหลังคามุงกระเื้ัใหญ่ ทั้งยังส่งซูซ่างจิ่นเข้าไปเรียนระดับชั้นมัธยมในตัวอำเภอได้ ก็แสดงว่าซูต้าจู้คงได้รับเงินชดเชยมาไม่น้อยเลยทีเดียว
คนในหมู่บ้านที่มีลูกสาวต่างก็อยากให้ลูกสาวของตัวเองแต่งงานเข้าบ้านซูกันทั้งนั้น แต่ซูซ่างจิ่นกลับให้เหตุผลว่าเขายังอยู่ในวัยเรียนจึงยังไม่อยากคิดถึงเื่แต่งงาน
ซูต้าจู้กับหูเสี่ยวเถาก็ไม่ได้บังคับลูกชาย ครอบครัวซูให้อิสระกับซูซ่างจิ่นอย่างเต็มที่ แต่เหตุการณ์ที่ฉินซูเม่ยช่วยชีวิตหูเสี่ยวเถาไว้ในวันนี้กลับเป็จุดเปลี่ยน
“หนูซูเม่ย ปีนี้หนูก็อายุครบสิบเจ็ดปีแล้วสินะ อายุของหนูเท่ากับซ่างจิ่นลูกชายป้าเลย”
ฉินซูเม่ยขมวดคิ้ว ครั้งที่แล้วคุณป้าซูเคยถามเธอว่าเธอมีคู่หมั้นหรือยัง เธอตอบคุณป้าซูไปว่ายังไงนะ ‘ที่บ้านยังไม่เคยคุยเื่นี้กับหนูเลยค่ะ แต่ก็ดีนะคะ หนูไม่อยากแต่งงานออกไปอยู่หมู่บ้านอื่น อยู่ช่วยพ่อกับแม่ทำงานและเลี้ยงดูน้องๆ ไปอย่างนี้ก็ดีแล้วค่ะ’ ตอนนั้นเธอไม่คิดว่าคำตอบของเธอมีปัญหา แต่ตอนนี้ดูเหมือนเธอจะรู้แล้ว
“ซ่างจิ่นลูกชายของป้าเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีสุดท้ายแล้ว หลังจากเรียนจบ ป้าจะให้เขาไปสมัครงานเป็เสมียนที่โรงงานทอผ้า ผลการเรียนของเขาก็ดี และพ่อของเขาก็พอจะมีเส้นสาย คุณสมบัติอย่างเขาคงถูกเรียกให้เข้าไปทำงานอย่างแน่นอน” หูเสี่ยวเถาจับมือฉินซูเม่ยมากุมไว้ “ถ้าหนูมาเป็ลูกสะใภ้ของป้า ป้าก็จะส่งหนูเข้าไปทำงานที่โรงงานทอผ้าพร้อมกับซ่างจิ่นเลย หนูคิดว่ายังไงจ๊ะ”
ฉินซูเม่ยชักมือกลับแล้วแสร้งดึงผ้าห่มขึ้นมาห่ม “คุณป้าคะ ตอนนี้หนูยังไม่คิดเื่แต่งงานเลยค่ะ ที่บ้านหนูยังมีภาระอีกมากมาย หนูอยากอยู่ช่วยงานพ่อกับแม่อีกสักสองสามปี”
“จะไปยากอะไรล่ะจ๊ะ ยังไงเราก็อยู่หมู่บ้านเดียวกัน หนูอยากกลับไปช่วยพ่อกับแม่ของหนูทำงานเมื่อไหร่ก็ได้ ป้าไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล” หูเสี่ยวเถายิ้มให้ฉินซูเม่ยอย่างใจดี ยิ่งมองเธอก็ยิ่งชอบเด็กสาวคนนี้ “หนูไม่ต้องกลัวนะ ป้าไม่ใช่แม่สามีใจร้าย และลุงซูของหนูก็ไม่ใช่พ่อสามีจอมเผด็จการเหมือนกัน เอาไว้ป้าจะไปคุยเื่นี้กับพ่อแม่หนูอีกที”
ฉินซูเม่ยมองหูเสี่ยวเถา ‘คุณป้าหู คุณกล้าพูดได้ยังไงว่าคุณกับคุณลุงไม่ใช่แม่สามีและพ่อสามีใจร้าย ตอนที่ฉันโกหกช่วยซูซ่างจิ่นว่าเป็ฉันที่ท้องไม่ได้ แล้วพวกคุณปฏิบัติกับฉันยังไง’
หูเสี่ยวเถาไม่รู้ความคิดของฉินซูเม่ย เธอยังดูแลฉินซูเม่ยอย่างดี จนกระทั่ง่บ่าย พ่อกับแม่ของฉินซูเม่ยก็มาเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาล และฉินซิ่วหลานก็มาพร้อมกัน
“ซูเม่ย ลูกเป็ยังไงบ้าง” หลูเหนียงใช้มือลูบใบหน้าลูกสาว “หนูรู้ไหม พอแม่ได้ยินว่าหนูถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาล แม่เกือบจะเป็ลมไปแล้ว”
“นั่นสิ นั่นสิ ลูกจมน้ำจนเกือบตายได้ยังไง ลูกว่ายน้ำเก่งมากไม่ใช่เหรอ” ฉินซานเหลียงถามลูกสาว
ฉินซูเม่ยแอบกลอกตา ‘พวกคุณสองคนเสแสร้งให้ใครดู ลูกที่คุณรักมีแค่ฉินซิ่วหลานกับฉินไห่เฉิน ที่พวกคุณเล่นใหญ่อยู่ตอนนี้ก็แค่อยากเรียกเงินจากครอบครัวซูเท่านั้น’
“หลูเหนียง พี่ใหญ่ฉิน ที่หนูซูเม่ยเกือบจะจมน้ำก็เพราะเธอมาช่วยฉัน” หูเสี่ยวเถารู้ว่าสองสามีภรรยาคู่นี้กำลังเสแสร้ง อยู่หมู่บ้านเดียวกันมาหลายปี เธอจะไม่รู้ได้ยังไงว่าฉินซูเม่ยถูกเลี้ยงดูมาแบบไหน แต่เมื่อเธออยากได้ฉินซูเม่ยมาเป็สะใภ้ เธอก็แค่ต้องทำเป็มองไม่เห็นการกระทำของสองสามีภรรยาคู่นี้
“แสดงว่าซูเม่ยเป็คน ‘ช่วยชีวิต’ เธอเหรอเสี่ยวเถา”
หลูเหนียงพูดเน้นหนักที่คำว่าช่วยชีวิต เธอไม่เชื่อหรอกว่าหูเสี่ยวเถาจะฟังไม่ออก คราวนี้ครอบครัวซูคงให้ค่าตอบแทนกลับมาไม่น้อย จากนั้นเธอจะเอาเงินก้อนนี้ส่งให้ลูกสาวได้เรียนมัธยมปลายจนจบ และจะส่งลูกชายเข้าไปเรียนมัธยมต้นพร้อมกัน
หูเสี่ยวเถาพูดยิ้ม “หนูซูเม่ยช่วยชีวิตฉันไว้จริงๆ ฉันคงไม่มีอะไรจะตอบแทนเธอ”
หลูเหนียงยิ้มกริ่ม หูเสี่ยวเถาเข้าใจความหมายของเธอจริงๆ ด้วย เธอแค่รอว่าหูเสี่ยวเถาจะให้เงินเธอมาเท่าไหร่แค่นั้นเอง อย่างไรบุญคุณที่ช่วยชีวิตก็น่าจะได้เงินมาหลายร้อยหยวน แต่หลูเหนียงก็แสร้งทำเป็ปฏิเสธ “ตอบแทนอะไรกัน คนบ้านเดียวกันก็ต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว ซูเม่ยของฉันน่ะ เห็นใครเดือดร้อนเป็ไม่ได้ เธอใจดีและมักจะเข้าไปช่วยเหลือคนอื่นเสมอ”
“หนูซูเม่ยเป็คนดีจริงๆ” หูเสี่ยวเถาไม่รอให้โอกาสผ่านไป “ฉันไม่รู้ว่าจะตอบแทนหนูซูเม่ยยังไง เอาอย่างนี้ดีไหม ฉันจะสู่ขอหนูซูเม่ยให้กับซ่างจิ่นลูกชายของฉัน ฉันสัญญาว่าจะดูแลหนูซูเม่ยให้เหมือนลูกสาวคนหนึ่งเลย เธอเห็นด้วยหรือเปล่า”
หลูเหนียงไม่คิดว่าหูเสี่ยวเถาจะไม่พูดเื่เงิน แต่กลับพูดถึงเื่สู่ขอขึ้นมาแทน เธออึ้งไป “เธอจะสู่ขอซูเม่ยให้ซ่างจิ่นเหรอ”
“ถ้าเธอยังไม่ได้ตกลงเื่หมั้นหมายหนูซูเม่ยให้กับใคร ฉันก็อยากจะสู่ขอหนูซูเม่ยไปเป็สะใภ้บ้านซูของฉัน” หูเสี่ยวเถามองหลูเหนียงกับฉินซานเหลียง “ฉันจะให้สินสอดห้าร้อยหยวน เธอเห็นว่ายังไง”
“ห้าร้อยหยวน!” หลูเหนียงแทบจะตอบตกลงในทันที
ฉินซานเหลียงกลับห้ามภรรยาไว้ เขาคิดว่าหากตระกูลซูอยากได้ฉินซูเม่ยไปเป็สะใภ้ขนาดนี้ แสดงว่าเขายังสามารถเรียกเงินสินสอดเพิ่มได้อีก “เราขอกลับไปปรึกษากันก่อน ยังไงเื่แต่งงานเราต้องถามความเห็นของซูเม่ยด้วย ครอบครัวของเราไม่เคยบังคับลูกและไม่อยากให้คนอื่นมองว่าเราเอาเื่ที่ซูเม่ยช่วยชีวิตคุณมาเป็เครื่องต่อรองให้คุณรับเธอไปเป็สะใภ้”
เหตุผลของฉินซานเหลียงเรียกว่าดูดีมาก ไม่ว่าใครมาได้ยินก็ต้องบอกว่าเขาช่างเป็คนมีเหตุผล แต่ฉินซูเม่ยกลับมองคนสองหน้าเหล่านี้อย่างเฉยชา
หูเสี่ยวเถาอยากรับฉินซูเม่ยไปเป็สะใภ้เพราะฉินซูเม่ยช่วยชีวิตเธอไว้นั้นก็แค่ส่วนหนึ่ง แต่เหตุผลที่แท้จริงคือฉินซูเม่ยเป็คนดีและเป็คนขยัน หูเสี่ยวเถาอยากได้ฉินซูเม่ยไปดูแลลูกชายของเธอมากกว่า ส่วนฉินซานเหลียงก็ไม่ได้สนใจว่าคนอื่นจะเอาเื่การแต่งงานครั้งนี้ไปนินทาที่ไหนหรอก เขาแค่อยากดึงเวลาและกำลังคิดหาวิธีที่จะเรียกเงินสินสอดให้ได้มากกว่านี้ต่างหาก
ฉินซิ่วหลานยืนกำมือแน่นอย่างไม่พอใจ วันนี้เธอตั้งใจตามมาดูอาการของฉินซูเม่ย เธออยากให้พี่สาวคนนี้ป่วยหนักหรือตายไปเลย เกิดมาจากพ่อแม่คนเดียวกัน แต่ทำไมฉินซูเม่ยกลับมีหน้าตาสะสวย แม้เธอจะจัดว่าเป็คนหน้าตาดี แต่ก็ยังไม่เท่าพี่สาว
ฉินซูเม่ยที่เบนสายตาจากพ่อแม่และอดีตแม่สามีในชาติที่แล้ว เธอมองเห็นน้องสาวกำลังหันมามองที่เธออย่างไม่พอใจ ฉินซิ่วหลานเห็นว่าพี่สาวกำลังมองมาที่เธอ เธอแสร้งทำหน้าเศร้า “พี่ซูเม่ย พี่เป็ยังไงบ้างคะ ฉันเสียสละเวลาเรียนคาบบ่ายเพื่อมาเยี่ยมพี่เลยนะคะ”
“การมาเยี่ยมฉันทำให้เธอเสียเวลามากเลยเหรอ” ฉินซูเม่ยพูดอย่างรู้สึกผิด “นั่นสินะ เธอเป็หนึ่งในผู้หญิงไม่กี่คนในหมู่บ้านที่มีโอกาสได้เข้าไปเรียนหนังสือในอำเภอ เธอเป็หน้าเป็ตาให้หมู่บ้านและคนในครอบครัว การที่ฉันไปช่วยชีวิตคุณป้าหูจนฉันเกือบตาย กลับทำให้เธอไม่ได้เข้าเรียน ฉันขอโทษเธอด้วยนะซิ่วหลาน”
ฉินซิ่วหลานมองพี่สาวอย่างไม่อยากจะเชื่อ คำพูดของพี่สาวทำให้คุณป้าหูเข้าใจผิดเธอได้เลยนะ ฉินซิ่วหลานหันไปมองหูเสี่ยวเถาก็เห็นฝ่ายนั้นมองมาที่เธออย่างไม่พอใจ เธอรีบอธิบาย “พี่พูดอะไรอย่างนั้นคะ ที่ฉันจะสื่อคือฉันจะบอกว่าความปลอดภัยของพี่สำคัญกว่าทุกอย่าง แม้การเรียนจะสำคัญ แต่ชีวิตของพี่สำคัญกว่า”
หูเสี่ยวเถามองฉินซิ่วหลานอย่างไม่พอใจ “หนูซิ่วหลาน หนูกำลังจะโทษว่าเื่ทั้งหมดมันเป็เพราะป้าใช่ไหมจ๊ะ”
“ไม่ใช่นะคะคุณป้าหู” ฉินซิ่วหลานกลัวว่าจะสร้างความไม่พอใจให้อีกฝ่าย ตอนนี้เธอกำลังตามจีบพี่ซ่างจิ่นอยู่ เธอจะทำให้คุณป้าหูไม่พอใจไม่ได้ “หนูเป็คนพูดไม่เก่ง คุณป้าอย่าถือสาหนูเลยนะคะ”
“อ้อ...พูดไม่เก่ง ร่ำเรียนถึงระดับมัธยมปลาย แต่การสื่อสารกลับไม่พัฒนา สู้หนูซูเม่ยที่ไม่มีโอกาสได้เข้าเรียนก็ไม่ได้ ไม่ว่าหนูซูเม่ยจะพูดอะไรก็น่าฟังไปหมด” หูเสี่ยวเถาอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาแล้ว “เอาล่ะ ในเมื่อพวกคุณมาแล้ว ฉันขอตัวกลับบ้านก่อน ค่ารักษาพยาบาลไม่ต้องเป็ห่วง ฉันจะรับผิดชอบทั้งหมด ส่วนเื่หนูซูเม่ยกับซ่างจิ่นลูกชายฉัน พวกคุณก็กลับไปปรึกษากันก่อนก็แล้วกัน”
ฉินซิ่วหลานถึงกับหน้าซีด คุณป้าหูไม่พอใจเธอจริงๆ แล้ว
“ได้ๆ เราขอกลับไปปรึกษากันก่อน” หลูเหนียงรีบบอก
หลูเหนียงกับฉินซานเหลียงเดินออกไปส่งหูเสี่ยวเถาที่หน้าโรงพยาบาล ในห้องจึงเหลือแค่ฉินซูเม่ยกับฉินซิ่วหลาน
“เธอคิดว่าพี่ซ่างจิ่นจะยอมหมั้นกับเธอเหรอ เธอมันก็แค่คนไม่มีการศึกษา จะสู้ฉันที่เป็เพื่อนร่วมโรงเรียนเดียวกับเขาได้ยังไง”
“สู้ได้หรือไม่ได้แล้วมันเกี่ยวอะไร ในเมื่อคุณป้าหูอยากได้ฉันไปเป็สะใภ้ ซูซ่างจิ่นปฏิเสธคำของคุณป้าหูได้เหรอ” ฉินซูเม่ยพูดอย่างไม่ใส่ใจ
“เธอจะแย่งพี่ซ่างจิ่นไปจากฉันเหรอ”
“แย่ง?” ฉินซูเม่ยเลิกคิ้ว “พวกเธอคบกันอยู่เหรอ”
“ถึงฉันกับเขาจะยังไม่ได้คบกัน แต่สักวันเขาก็ต้องเป็ของฉัน” ฉินซิ่วหลานพูดอย่างมั่นใจ
ฉินซูเม่ยมองน้องสาวแต่ไม่ได้พูดอะไร ‘อ้อ...ที่แท้ตอนนี้เธอกับเขาก็ยังไม่ได้คบกัน แล้วพวกเธอไปสานสัมพันธ์กันตอนไหน’