น้ำหนึ่งที่กำลังคิดเงินกับลูกค้าโต๊ะสุดท้ายของวันเธอยิ้มแย้มด้วยความเป็มิตร พอร้านปิดเธอก็พ่นลมหายใจออกมา ครัวปิดั้แ่สามทุ่มแล้วแต่ร้านปิดสี่ทุ่มทำให้เธอและพนักงานเสิร์ฟยังคงทำงานเป็พวกสุดท้ายในขณะที่เชฟทั้งสองก็เริ่มงานเตรียมของแต่เช้าเช่นกัน
นทีและคนอื่นๆทำความสะอาดครัวและทำความสะอาดร้านช่วยกันใน่นี้ในขณะที่โมนิคนั้นนั่งทำรีวิวอาหารที่เธอทานไปใน่นี้ของร้านเขาเพื่อเปรียบเทียบกันว่าเมนูใดบ้างที่เธอจะนำมารีวิวให้กับเขา
อธิปที่เข้าไปเคลียร์บัญชีค่าใช้จ่ายของร้านใน่ที่ปิดครัวเขาเงยหน้าขึ้นเมื่อน้ำหนึ่งเดินเอาเงินส่วนที่เหลือเข้ามาจัดการเคลียร์เงินกับเขาแล้วลงบัญชีของร้านเพื่อดูกำไรขาดทุนด้วยกัน
“เชฟคะ” เธอถามเขาในขณะที่ลงบัญชีร้านเสร็จแล้ว
“อืม ว่าไง”
“คุณโมนิคเธอพูดถึงเื่รีวิวหรือยังคะ”
“อืม พูดแล้ว เธอมีขั้นตอนการทำงานของเธอปล่อยให้เธอทำไปตามขั้นตอนเถอะ ผมไม่อยากเร่งเธอ เดี๋ยวงานออกมาไม่ดี”
“แต่เชฟเองจะต้องลำบากใจนะคะเพราะเธออาศัยอยู่บ้านของเชฟ ให้เธอย้ายมาอยู่กับหนึ่งไหมคะที่บ้านหนึ่งว่างอยู่พอดี แล้วมีแต่ผู้หญิง เธอน่าจะสะดวกกว่า” เธอเสนอเขา
“ไม่เป็ไรหรอกครับเธออยู่ที่นั่นก็ช่วยผมได้เยอะ ไม่ได้ลำบากอะไรเลย ขอบคุณมากที่เป็ห่วง”อธิปบอกด้วยท่าทางสบายๆ แล้วเก็บเงินสดบางส่วนเข้าเซฟ และนำเงินแบงก์ย่อยบางส่วนใส่ในกระเป๋าเงินไว้ในลิ้นชักเพื่อให้น้ำหนึ่งใช้ทอนเงินในวันพรุ่งนี้
“แต่ว่า...”เธอพยายามจะแยกโมนิคออกจากเขาให้ได้
“ผมรอได้ ตอนนี้ร้านเราก็ยังพอมีกำไรอยู่คุณไม่ต้องกังวลไปหรอกหนึ่ง” เขาบอกเธอเสียงเรียบแต่สุภาพ
“ค่ะ” เธอรับปากเขา น้อยใจอย่างบอกไม่ถูกที่ความพยายามของเธอไม่เคยเป็ผลเลยสักครั้ง
“พรุ่งนี้หนึ่งลานะคะพอดีว่าต้องพายายไปหาหมอตามนัด” เธอบอกเขาด้วยความน้อยใจ ทั้งๆที่จริงแล้วเธอพยายามให้หมอนัดทุกวันพุธในวันที่ร้านหยุดเพื่อไม่ให้กระทบต่องานที่ร้านแต่ตอนนี้เธออยากให้เขารู้ว่าถ้าไม่มีเธอ เขาจะแก้ปัญหาอย่างไร
อธิปมองหน้าของเธอที่ดูคาดเดาไม่ออกจึงพยักหน้ารับอย่างใจเย็น
“คุณทำงานกับผมมาตั้งสองปีั้แ่ที่ผมเปิดร้านนี้มาคุณไม่เคยลาเลย งั้นผมไม่หักเงินเดือนคุณนะ ลาได้เลย”
น้ำหนึ่งถึงกับสะอึกที่เขาไม่ได้กล่าวรั้งเธอไว้ทั้งๆ ที่เธอทำหน้าที่แคชเชียร์และดูแลลูกค้า ถ้าไม่มีเธอแล้วใครล่ะที่เขาจะไว้ใจให้ทำ
“แล้วเื่งานล่ะคะ”
“ไม่ต้องห่วงหรอก กุ้งนางก็น่าจะทำได้และไว้ใจได้เื่เงิน” อธิปพูดแล้วลุกขึ้นเดินออกจากห้องทำงานไป
น้ำหนึ่งนั่งนิ่ง แข้งขาแทบหมดเรี่ยวแรงที่เขาไม่ได้เห็นความสำคัญของเธอทั้งๆ ที่อธิปนั้นเห็นว่าเธอเหนื่อยกับงานมามากแล้ว เขาจึงให้กุ้งนางเรียนรู้งานแคชเชียร์ช่วยเธออยู่ห่างๆซึ่งเธอสมัครงานในตำแหน่งนี้แต่แรกแล้วแต่เพราะน้ำหนึ่งอยากทำคนเดียวกุ้งนางจึงได้ไปทำงานเสิร์ฟ
เขาเดินออกมาแล้วเรียกโมนิคให้ลุกขึ้นเตรียมตัวกลับในขณะที่คนอื่นๆ ก็ทำความสะอาดเตรียมร้านไว้สำหรับพรุ่งนี้แล้ว
น้ำหนึ่งที่ตอนนี้กลัวว่ากุ้งนางจะมาแทนที่ตนแล้วจะไม่สำคัญกับเขาอีกต่อไปเธอรีบเดินออกมาแล้วจะยกเลิกการลาในวันพรุ่งนี้แต่ก็ไม่ทันการแล้ว
“กุ้งนาง พรุ่งนี้หนึ่งเขาจะลานะหน้าที่แคชเชียร์ต้องยกให้คุณทำงานแล้ว ส่วนใบบัวกับต้นน้ำก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปให้พนักงานพาร์ตไทม์อีกคนมาช่วยเสิร์ฟในส่วนที่กุ้งนางรับผิดชอบด้วย”อธิปแบ่งงานให้กับทุกคนรับทราบหน้าที่ของตนเองในวันพรุ่งนี้
น้ำหนึ่งยืนตัวแข็ง มองดูเขาสั่งงานเหมือนว่าเธอไม่ได้สำคัญอะไรกับเขาเลยสักนิด
นทีมองดูใบหน้าที่ซีดเผือดของเธอก็พอเข้าใจว่าที่เธอลาวันพรุ่งนี้นั้นเป็เพราะเธอพลั้งปากเพื่อให้เขาสนใจแต่ว่ากลับผิดแผนเพราะเธอเคยบอกเขาก่อนหน้านี้แล้วว่าเธอจะแกล้งลาให้เขารู้ว่าขาดเธอไม่ได้
“กลับได้หรือยังคุณ ฉันง่วงแล้ว”โมนิคพูดแล้วปิดปากหาว
“ชินกับเวลาที่ไทยแล้วล่ะสิถึงบ่นง่วง”อธิปพูดด้วยน้ำเสียงที่เอ็นดูโดยที่เขาเองไม่รู้ตัว
แต่คนอื่นรอบๆ ตัวเขากลับมองออกโดยเฉพาะน้ำหนึ่งที่ตอนนี้เธอแทบจะยืนทรงตัวไม่ไหวมองดูเ้าของร้านหนุ่มเดินเคียงคู่กับโมนิคออกไปด้วยสายตาที่เหมือนกับคนพ่ายแพ้
กุ้งนางเห็นท่าทางน้ำหนึ่งอย่างนั้น เข้าใจว่าเธอคงกำลังไม่สบายถึงได้ลาในวันพรุ่งนี้จึงหันไปพูดกับน้ำหนึ่งเพื่อให้เธอวางใจ
“พี่หนึ่งไม่ต้องห่วงนะคะกุ้งจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด นับเงินไม่ให้ขาดแม้สักบาทลงบัญชีช่วยเชฟไม่ให้ผิดเลยสักตัว พี่หนึ่งหายไวๆ นะคะ”เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่สดใสเพื่อให้น้ำหนึ่งสบายใจ
นทีที่เห็นว่าน้ำหนึ่งสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนักจึงบอกให้ทุกคนกลับบ้านเพื่อที่เขาจะปิดร้านเพราะนทีเป็อีกคนที่ถือกุญแจร้านเพื่อที่จะมาเตรียมของในครัวแต่เช้า
หลังจากทุกคนแยกย้ายกันกลับไปแล้ว เขาเดินไปส่งน้ำหนึ่งที่รถยนต์ของเธอแล้วอาสาขับรถไปส่งเธอที่บ้านเพราะดูท่าทางที่ใจสลายนั้นคงขับรถไม่ไหวแน่
“ให้ผมขับไปส่งนะ รถผมจอดไว้นี่แหละ”เขาเสนอความช่วยเหลือให้กับเธอ
น้ำหนึ่งหันกลับมาแล้วโผกอดเขาปล่อยโฮออกมาด้วยความอัดอั้นและเสียใจกับเื่ที่เกิดขึ้น
“ไหนใครบอกว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นทำไมฉันยิ่งพยายามเข้าใกล้เขา กลับดูเหมือนว่าเขายิ่งห่างออกไปทุกที จากที่คิดว่าเป็คนสำคัญแต่ว่าพอขาดฉันเขาก็มีคนอื่นมาทำหน้าที่แทน แล้วสองปีที่ฉันทุ่มเทมามันไม่มีประโยชน์เลยหรือไง ทำไมเขาไม่รักฉันเหมือนที่ฉันรักเขา”เธอระบายออกมาเสียงสั่นปนสะอื้น
นทีกอดรุ่นพี่สาวด้วยความห่วงใยปนเ็ปเพราะเขาต้องมาทนฟังว่าเธอนั้นรักคนอื่น
“พี่จะทำยังไงจะลาออกแล้วพูดให้ร้านเขาดูแย่เหรอ หรือว่าจะเอาแมลงสาบใส่อาหารให้ร้านเสียชื่อหรือจะให้ผมลาออกตามไปด้วยเขาจะได้ไม่มีคนช่วย ร้านเจ๊ง”นทีพูดเย้าให้ดูเหมือนสถานการณ์นางร้ายอกหักในละคร
“ฉันไม่ได้เลวแบบนั้นนะแค่เขาไม่รักก็จะทำให้ร้านเขาเจ๊ง”เธอผละออกจากเขาแล้วจ้องหน้าด้วยความโมโหที่อีกฝ่ายพูดอย่างนั้น
“นั่นไง พี่ก็เป็คนดีขนาดนี้ไง ความดีของพี่ความทุ่มเทของพี่ เชฟไม่เห็นแต่ผมเห็นนะ”เขาบอกเธอแล้วดึงเธอเข้ามาซบที่หน้าอกของเขาอีกรอบ
น้ำหนึ่งที่ไม่ได้คิดอะไรเธอไม่ได้ขัดขืนเพราะเข้าใจว่าสถานการณ์อย่างนี้เขาคงอยากปลอบใจเธอ
‘เชฟอาจไม่เคยมีพี่อยู่ในสายตาแต่ผู้ช่วยเชฟมีพี่อยู่ในสายตาตลอดนะ พี่ลองเปิดใจบ้างก็จะเห็นว่าที่ผ่านมาผมมองพี่มาตลอด...พี่หนึ่งผมชอบพี่นะ’ นทีได้แค่คิดในใจ
เขาไม่กล้าเปิดเผยความรู้สึกออกไปเพราะกลัวว่าเธอจะรับไม่ได้กับที่มีผู้ช่วยเชฟอย่างเขามาชอบพอเธอ
**********************