บทที่ 6 ท่านก็คือผู้ถูกเลือก
“คุณหนูครับเชิญที่ห้องรับรองก่อนข้าได้เตรียมสำรับไว้เผื่อคุณทั้งสองเอาไว้แล้วเชิญคุณหมอกงเฉินจื่อครับ”เสียงของลุงหวังดังขึ้นในขณะที่ทั้งคู่กำลังจดจ่ออยู่กับภาพ” ของหยางเฟยหลง”จากนั้นหยางหลิงฟางก็เอ่ยขึ้น“ไปกันเถอะ วันนี้ตระกูลหยางขอเป็เ้ามือเลี้ยงขอบคุณคุณหมอที่ให้เกียรติมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์บ้านตระกูลหยางของเรา"ทั้งคู่เขาเดินออกมาจากหมู่ตึกไม้สีดำนั่นออกไปแต่ความจริงแล้วสีของอาคารไม้เป็สีไม้โอ๊กเก่า แต่พอยามค่ำคืนจึงมองเห็นเป็สีดำซึ่งเป็ที่น่าเกรงขาม ที่นี่ไม่เคยมีลักขโมยเข้ามาย่างกรายเลยแม้แต่สักครั้งเดียวเพราะแค่จ้องมองตึกไม้สีดำทมึนนั่นพวกหัวขโมยก็คงขนลุกซู่ไม่กล้าแม้แต่จะชำเรืองมอง..!!ในห้องรับรองแขกของบ้านตระกูลหยางถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบ
โต๊ะไม้สีแดงเืนกแผ่นใหญ่พร้อมเก้าอี้ทรงโบราณถูกวางเรียงรายอย่างเรียบร้อย มันถูกขัดจนเกิดเงามันวาวอย่างสะอาดตาของเหล่านี้ล้วนเป็สิ่งของโบราณแทบทั้งสิ้น กงเฉินจื่อนึกถึงภาพของตัวเองและเ้านายใหญ่โตในอดีดที่มานั่งปรึกษาว่าราชการสำคัญของแผ่นอยู่ในที่แห่งนี้ ทุกอย่างทั้งหมดยังคงรู้สึกได้ในพลังอำนาจที่มีอยู่ในห้องนี้แม้จะไม่มีใครเคยบอกแต่ในประสาทที่เขานั้นััที่นี่ยังคงมีกลิ่นอายเ่าั้อยู่ไม่จางหายกงเฉินจือยังประหลาดใจในความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเขา..!!
จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งลงในโต๊ะอาหารชุดใหญ่ ลุงหวังรินชาลงในถ้วยกลิ่นของมันสะท้อนขึ้นมาแตะจมูกบางๆเขารู้สึกว่ามันชั่งเป็ชาที่ชั้นเลิศกลิ่นของชานั้นชั่งหอมรันจวนใจเขายกชาขึ้นจิบเบาๆ
“อาจารย์หยางชานี้ชั่งมีรสชาติชั่งล้ำลึกจริงๆ”เขาพูดและมองเธอที่นั่งอยู่ตรงข้าม
“ของทุกอย่างที่ใช้ในบ้านนี้ลุงหวังจะเป็ผู้ดูแลถ้าคุณหมอสนใจฉันจะสั่งลุงหวังมอบมันให้แก่คุณหมอได้คะ”เธอพูดและดีใจที่เขาชอบชาถ้วยนั้นเขาจิบชาอีกครั้งจากนั้นก็มองนาฬิกาที่ข้อมือมันเป็เวลาเกือบสามทุ่ม
“คุณหมอรีบกลับหรือเปล่าคะ”เธอถามเมื่อเขามองเวลา
“ผมไม่รีบครับแต่ผมมีคำถามมากกว่า” เขาตอบเธอและในขณะเดียวกันลุงหวังก็มาเสิร์ฟอาหาร
“อาจารย์หยาง ผมเป็คนที่เท่าไหร่ที่มีโอกาสขึ้นไปบนหอสมุดของตระกูลหยาง”คำถามของเขาทำให้ลุงหวังขณะกำลังวางจานอาหาร เขาถึงกับสะดุ้งใจนจานอาหารในมือของเขาร่วงลงมา..!! แต่ด้วยสัญชาตญาณใหม่ที่เกิดขึ้นกงเฉินจื่อเขาคว้าจานอาหารที่กำลังจะร่วงถึงพื้นเอาไว้ได้อย่างรวดเร็วและไม่มีอาหารหล่นถึงพื้นแม้แต่หยดเดียว ทั้งสองคนต่างตกตะลึงกับภาพที่เกิดขึ้นพวกเขาต่างมองหน้ากันไปมา..!!
“คุณหนูในที่สุดท่านก็หาผู้นั้นจนเจอ”เสียงพูดละล่ำละลักออกมาจากปากลุงหวัง หยางหลิงฟางใบหน้าเธอแดงก่ำทันที แววตาทั้งดีใจทั้งตื่นเต้นในคราเดียวเธอมองเขาไม่ละสายตา..กงเฉินจือก็มองเธอและกำลังรอฟังคำตอบ...หยางหลิงฟางนิ่งและกลืนน้ำลายลงคอจากนั้นก็มีเสียงรินชาลงถ้วยดัง จ๊อก ๆ ๆ กงเฉินจือเขามองน้ำชาที่กำลังไหลลงถ้วยอย่างนุ่มนวลนั่น โดยไม่ได้มองสาวสวยที่กำลังยืนตะลึงอยู่เบื้องหน้าเลย...เขายื่นชาถ้วยนั้นให้แก่เธอและอมยิ้มนุ่มนวล
“อาจารย์ค่อยๆ จิบชาก่อนแล้วค่อยตอบคำถามผมก็ได้”เขาพูดและยังอมยิ้มอย่างมั่นใจในตัวเอง คอยฟังคำตอบจากนายและบ่าวคู่นี้..
“คุณหมอกงเฉินจื่อ ภาพเมื่อสักครู่นี้ คุณหมอมีวรยุทธเป็วาสนาของฉันที่ได้เห็นพูดไปคงไม่มีใครเชื่อฉันนั้นเคยได้ยินแค่คำบอกเล่าจากท่านปู่และท่านพ่อมาพอประตูมิติคัดเลือกยอดอัจฉริยะได้แล้วประตูถูกเปิดออกบัดนี้ฉันได้เห็นผู้มีวิทยายุทธ อยู่ต่อหน้านี่ถือเป็บุญของฉันที่สุดแล้ว...คำถามของคุณหมอว่าเป็คนที่เท่าไหร่ที่ได้เข้าไปยังหอสมุดตระกูลหยางั้แ่รุ่นคุณปู่และต่อมารุ่นท่านพ่อฉันจำไม่ได้แต่รุ่นของฉันก็มีแค่คุณหมอเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ฉันพามาที่นี่..!.ในขณะที่ลุงหวังยืนยิ้มปากแทบไม่หุบอย่างข้างๆและลุงหวังก็พูดบางอย่างออกมา..!!
“ดวงชะตาของท่านถูกลิขิตให้เป็ผู้ช่วยเหลือและสร้างคุณประโยชน์ต่อแผ่นดินท่านต้องเดินทางไปยังดินแดนอันไกลโพ้นเพื่อช่วยเหลือผู้คนมากมายที่กำลังประสบกับความทุกข์ยากลำบากคุณหมอจงอย่าได้กังวลใด ๆ จงเดินทางด้วยความกล้าหาญ และจงเชื่อมั่นในตัวเอง"
กงเฉินจือยังคงนั่งนิ่ง เขายกชาขึ้นมาดื่มอย่างช้า ๆและใช้ความคิด บรรยากาศรอบตัวของเขาตอนนี้นิ่งสนิทราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างหยุดนิ่ง ไม่มีแม้แต่เสียงแมลง ทั้ง ๆที่ก่อนหน้านี้พวกมันยังส่งเสียงร้องระงมกันอยู่เต็มบริเวณรอบบ้านเขารู้ดีว่าชายชราผู้นี้กำลังพูดกับเขาและปลอบเขาแต่กงเฉินจือก็ยังคงสับสนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับลุงหวัง เขาไม่เคยเชื่อเื่โชคชะตาหรือเื่เหนือธรรมชาติใด ๆ มาก่อนแต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาในตอนนี้มันยากที่จะปฏิเสธว่าไม่เชื่อ..!!เขารู้สึกว่าตอนนี้ตัวเขาเองนั้นมีวอรยุทธซึ่งนั่นมันคือพรจากเทพโอสถแห่งต้าชิงผู้นั้น..!!
เขาหันไปมองลุงหวังชายชราผู้ดูแลบ้านหลังนี้ชายผู้นี้จะต้องรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเพราะกงเฉินจื่อเขาััได้เขารู้สึกถึงพลังอำนาจของชายชราผู้นี้แผ่ออกมาและเขาน่าจะเป็ผู้รู้ถึงเหตุผลที่เขานั้นถูกเลือกมาที่นี่ได้เป็อย่างดีและด้วยความอยากรู้อยากเห็น เขาจึงตัดสินใจถามคำถามสำคัญขึ้นมาว่า
"ในเมื่อผมต้องเสียสละมากขนาดนี้ หรืออาจกระทั่งชีวิตของผมแล้วจะมีสิ่งใดเป็สิ่งตอบแทนในสิ่งที่ผมทำลงไปบ้างละลุงหวังและอาจารย์หยางทั้งสองท่านช่วยบอกผมบอกทีเถอะ"รอยยิ้มแห่งความเมตตาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของลุงหวัง
"คำถามของคุณหมอนั้นช่างชาญฉลาดและกล้าหาญความ ลุงหวังช่วยชี้แนะและให้ความกระจ่างแก่คุณหมอกงเฉินจื่อด้วยเถ่อะ” หยางหลิงฟางหันไปมองมาที่ลุงหวัง
"ผมจะขอตอบคำถามท่านดังนี้สิ่งตอบแทนที่ท่านจะได้รับนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ท่านจะจินตนาการอย่างแน่นอนท่านจะได้รับเกียรติยศ ชื่อเสียง และความสุขที่แท้จริง ท่านจะได้ช่วยเหลือผู้คนมากมายและด้วยความสามารถของท่านจะบรรเทาความทุกข์ยากความลำบากและสร้างคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดินนี้ได้อย่างมหาศาล และที่สำคัญที่สุดท่านจะได้ค้นพบศักยภาพที่แท้จริงของตัวเองและกลายเป็บุคคลที่ยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้าอย่างแน่นอน"
กงเฉินจื่อนิ่งและฟังคำตอบของชายชราคำพูดของเขาผู้นี้ยังคงก้องอยู่ในหูของเขา “ท่านนั้นถูกลิขิตต้องให้เดินทางไกล”ไม่เข้าใจว่าทำไมดวงชะตาของเขาถึงถูกให้เป็ผู้ช่วยเหลือ แต่ก็ไม่แปลกเพราะตัวเขาเองก็ชอบไข่วคว้าหาความลำบากให้กับตัวเองเสมอ !!แต่กงเฉินจื่อก็ไม่เคยคิดที่จะเป็วีรบุรุษหรือทำอะไรยิ่งใหญ่เพื่อผู้อื่นมากขนาดนี้ เขาแค่้าใช้ชีวิตธรรมดา ๆมีความสุขกับเพื่อนฝูง และแต่งงานมีครอบครัวเล็ก ๆ ใช่ชีวิตเลี้ยงลูกเหมือนคนอื่นๆ เท่านั้นเองทำไมถึงต้องเลือกเขาด้วย!! แต่ว่าก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมสิ่งเหล่านี้ถึงได้เกิดขึ้นกับเขากงเฉินจื่อมีเวลาตัดสินใจอีก8วัน แล้วทำไมพวกนั้นถึงเลือกเขาลุงหวังชายชรานิ่งอยู่คราวหนึ่งก่อนที่จะถอนหายใจออกมา และในที่สุดก็เอ่ยออกมาว่า
“สิ่งที่์ลิขิตแล้ว แม้อยากจะฝืนก็คงจะทำได้ยากแต่ท่านไม่ต้องกังวล ์ไม่เคยเอาเปรียบใคร” จากนั้นเขาก็ยื่นกุญแจเก่าโบราณดอกหนึ่งให้กับเขาถ้าหากท่านเดินทางแล้วลำบากมากจนไม่มีจิตใจที่จะช่วยเหลือผู้คนกุญแจดอกนี้จะเป็ทางออกมาจากโลกใบนั้นให้แก่ท่านคุณหมอสามารถใช้มันได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นและจะไม่สามารถย้อนกลับเข้าไปในนั้นได้อีกคุณหมอจงคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไปเพราะนั่นมันหมายถึงชีวิตที่มันจะเกี่ยวโยงมาจนถึงโลกในวันนี้ของทุกคน..!!
“แต่หากว่าท่านไม่้ากลับมากุญแจดอกนี้จะสามารถเปิดโลกใบใหม่ให้แก่ท่านโลกเหนืุ์ธรรมดาที่ยากนักจะได้ััจงคิดให้ถี่ถ้วนและทำตามที่ท่านปรารถนาเถิดคุณหมอ” เขาก้มหน้ามองดูกุญแจดอกนั้นอย่างพินิจแค่กุญแจเพียงดอกหนึ่งแต่ลวดลายของมันนั้นวิจิตรอ่อนช้อยมาก เขาไม่รู้ตัวเองเลยว่าเป็คนที่มองรายละเอียดพวกนี้เป็ตอนไหนแม้เขาจะชื่นชอบในตำรับโบราณแต่สิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆแบบนี้เขาไม่เคยรู้สึกลึกซึ้งถึงมันมาก่อนเลย..
“ฉันจะขอร่วมเดินทางไปกับคุณหมอด้วย”ในความเงียบก็มีเสียงของหยางหลิงฟางก็ดังขึ้น
เขาหันไปมองเธอด้วยสายตาที่หลากหลายอารมณ์
“อาจารย์ทราบหรือไม่ว่าเมื่อครู่ผมไปเจออะไรมา”
เขาพูดกับเธอแต่สายตานั้นยังไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรดี
“เมื่อครู่ที่ผ่านมาผมเจอ “ท่านหมอเทวดาหยางเฟยหลง” ทั้งสองคนใเพราะที่ผ่านมามีเพียงแค่ตำนานบอกเล่าขานกันมา เท่านั้นยังไม่เคยมีใครเคยพูดถึงหมอเทวดาผู้นั้นเลยสิ่งที่พวกเขาพอจะรู้มาก็เพียงแค่ผู้ที่ผ่านประตูมิติได้จะสามารถมีพลังยุทธแบบจีนโบราณเพียงเท่านั้นและเขาก็รู้ว่ากงเฉินจื่อผ่านประตูมิติมาแล้ว จึงสามารถรับจานที่กำลังจะตกลงพื้นได้อย่างว่องไว...!!